วิทยาตื่นขึ้นมาในเวลาปกติ เมื่อหันไปมองหญิงสาวข้างๆก็พบว่าเธอยังนอนหลับตาพริ้มอยู่ ร่างสูงจึงค่อยๆขยับตัวลุกขึ้นนั่งแล้วก้มลงจุมพิตที่หน้าผากเนียนของเธอเพื่อเป็การวัดอุณหภูมิ
ใบหน้าหล่อเหลาอมยิ้มออกมาน้อยๆเมื่อเธอไม่มีไข้แล้ว จากนั้นจมูกโด่งก็เลื่อนลงไปกดหนักๆที่แก้มนุ่มพร้อมทั้งสูดลมหายใจเข้าไปฟอดใหญ่อย่างนึกมันเขี้ยว
เมื่อทักทายหญิงสาวจนพอใจแล้วร่างสูงก็ก้าวขาลงจากเตียงแล้วเดินอ้อมมาอีกฝั่งมือแกร่งจัดการดึงผ้านวมขึ้นมาคลุมให้ร่างบางอีกทีก่อนจะเดินหันหลังออกไปจากห้องเพื่อเตรียมตัวไปทำงาน แต่หารู้ไม่ว่าหลังจากชายหนุ่มออกไปเพียงไม่นาน หญิงสาวที่เขาเพิ่งห่มผ้าให้ก็งัวเงียตื่นขึ้นมาและก็รีบลุกเข้าห้องน้ำไปจัดการตัวเองเพื่อจะออกไปทำงานด้วยเหมือนกัน
ไม่นานวิทยาที่อยู่ในชุดทำงานเรียบร้อยก็กลับเข้ามาในห้องของหญิงสาวอีกครั้งเมื่อก้าวเข้ามาถึงกลางห้องคิ้วหนาก็ขมวดเป็ปมทันทีเพราะไม่เห็นร่างบางที่ควรจะนอนอยู่บนเตียงร่างสูงจึงมองไปยังห้องน้ำแล้วทำท่าจะเดินเข้าไป แต่ยังไม่ทันขยับตัวหญิงสาวที่เขาตามหาก็เปิดประตูออกมาพอดี
“ทำอะไร” เสียงเข้มเอ่ยถามหญิงสาวที่อยู่ในชุดคลุมอาบน้ำทันทีเมื่อเห็นเธอก้าวออกมาจากห้องน้ำ
“อะ อาบน้ำไง ก็อรหายป่วยแล้ว เมื่อคืนคุณยังบอกเลยว่าเช้านี้ให้อาบน้ำได้” อรณิชาตอบตะกุกตะกักเพราะใที่เปิดประตูออกมาก็เจอชายหนุ่มยืนทำหน้าดุๆใส่
“ผมไม่ได้ว่าเื่อาบน้ำ แต่ที่ถามเนี่ย... คุณจะอาบน้ำไปไหนแต่เช้า”วิทยาถามพร้อมกับเดินเข้าไปใกล้หญิงสาวเรื่อยๆ
“ก็ไปทำงานน่ะสิ ถามมาได้” คนตัวเล็กบอกไปอย่างกล้าๆกลัวๆ แขนเรียวยกขึ้นมากอดอกไว้แน่นแล้วก้าวถอยหลังไปทีละน้อย
“ใครอนุญาตให้คุณไป” คนถามยังคงก้าวตามหญิงสาวไปเรื่อยๆจนร่างบางแนบชิดไปกับผนังห้องอีกด้าน
“ไม่เห็นต้องมีใครอนุญาตเลย อรหายป่วยแล้วก็ไปทำงานได้ตามปกติสิ” อรณิชาเชิดหน้าบอกกับชายหนุ่มอย่างดื้อรั้นแม้ภายในใจจะหวั่นไหวไม่น้อยเมื่อเขาเดินเข้ามาใกล้
“ผมไม่ให้ไป... วันนี้หยุดพักผ่อนอีกหนึ่งวัน” หมอหนุ่มออกคำสั่งพร้อมทั้งยกลำแขนแกร่งขึ้นมายันกับผนังห้องเพื่อกักตัวหญิงสาวเอาไว้ไม่ให้หนีไปไหนอีก
“เอ๊ะ! คุณไม่มีสิทธิ์มาสั่งอรนะ” คนห่วงงานตวัดเสียงเขียว
“แต่ผมจะสั่ง... แล้วก็ห้ามขัดด้วย” เสียงเข้มบอกชัดเจนแล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้หญิงสาวจนจมูกโด่งคมสันแทบจะชนกับหน้าผากเนียน
“อรขอไปทำงานไม่ได้หรือคะ อรหายป่วยแล้วจริงๆ” คนตัวเล็กเริ่มเปลี่ยนท่าทีเป็ออดอ้อนเสียงหวานเผื่อว่าชายหนุ่มจะยอมปล่อยเธอไป
“ไม่ได้ครับ... หายแล้วก็ต้องพักผ่อนอีกหนึ่งวัน อาการไข้จะได้ไม่กลับมาอีก”เมื่อเธอพูดกับเขาดีๆ เขาก็จะพูดกับเธอด้วยเหตุผลดีๆ เช่นเดียวกันดังนั้นเสียงที่เปล่งออกมาจากปากหยักสวยของหมอหนุ่มจึงมีแต่ความนุ่มนวลไพเราะและแฝงไปด้วยความห่วงใย
“อย่าดื้อสิครับ” คนตัวโตย้ำอีกครั้งเมื่อเห็นหญิงสาวยังเงียบดวงตาคมจับจ้องที่ริมฝีปากอิ่มสวยของเธออย่างหลงใหล ใบหน้าหล่อเหลาค่อยๆก้มลงไปหมายจะ่ชิงลิ้มรสความหอมหวานจากเรียวปากบางตรงหน้าแต่ยังไม่ทันจะแตะลงไปเสียงหวานก็ขัดขึ้นมาทันที
“กะ ก็ได้ค่ะ อรไม่ไปก็ได้ค่ะ” อรณิชาละล่ำละลักบอกมือบางรีบยกขึ้นมายันกับแผงอกกว้างของชายหนุ่มเอาไว้พร้อมทั้งเบี่ยงหน้าหลบจุมพิตของเขาที่เริ่มใกล้เข้ามาจนแทบจะััได้ถึงลมหายใจ
อาการหวาดกลัวของคนตัวเล็กทำให้หมอหนุ่มยิ้มกริ่มแล้วหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ
“หวังว่าคุณจะไม่โกหกผมนะ เพราะถ้าหากเป็อย่างนั้นผมคงต้องปราบคนดื้อด้วยวิธีของผม” สิ้นคำขู่จมูกโด่งก็กดลงไปที่พวงแก้มนุ่มหนักๆเน้นๆ ด้วยความมันเขี้ยว
“นี่! ก็อรบอกไม่ไปแล้วไง ทำไมยังจะ...” อรณิชาโวยวายเสียงสั่นแล้วหันหน้ามามองชายหนุ่มตาขวาง
“ก็เตือนไว้ก่อนไงครับ คุณจะได้รู้ว่าผมไม่ได้ทำเป็แค่ขู่อย่างเดียว”วิทยาบอกยิ้มๆ แล้วปล่อยหญิงสาวให้เป็อิสระจากนั้นก็หันหลังทำท่าจะเดินออกไป แต่ไม่วายหันกลับมาออกคำสั่งกับหญิงสาวอีก
“ไหนๆ ก็อาบน้ำแล้ว ลงไปทานอาหารเช้าพร้อมกับผมเลยก็แล้วกันจะได้กินยาแล้วนอนพัก” ว่าจบก็ขยับเท้าก้าวต่อไปที่ประตู
“ชิ! เผด็จการ เอาแต่ใจ นึกจะสั่งก็สั่ง” คนตัวเล็กเบ้ปากแลบลิ้นใส่ข้างหลังของชายหนุ่ม
“อรณิชา... ผมได้ยินนะ” ร่างสูงหยุดเดินแล้วพูดเสียงดุโดยไม่ได้หันกลับมามอง
“ค่ะๆ จะแต่งตัวแล้วรีบตามลงไปเดี๋ยวนี้แหละค่ะเ้านาย” เสียงหวานประชดประชันใส่เขา พร้อมทั้งทำท่าถอนสายบัวเยอะๆ เป็การล้อเลียนแม้ชายหนุ่มจะไม่ได้หันมามองตรงๆ แต่เขาก็เหร่มองด้วยหางตาจึงได้เห็นกิริยาอันน่ารักน่าหยิกของเธอ ริมฝีปากหยักสวยจึงผุดรอยยิ้มชอบใจพร้อมทั้งนึกต่อว่าหญิงสาวไปด้วย ‘ขยันทำน่ารักเข้าไป...เอาให้พอ! ยัยตัวแสบ’ จากนั้นหมอหนุ่มก็เดินออกไปจากห้องเพื่อลงไปรอหญิงสาวที่โต๊ะอาหารอย่างอารมณ์ดี
อรณิชาลงมาข้างล่างด้วยชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้นสบายๆจากนั้นก็ร่วมรับประทานอาหารเช้ากับชายหนุ่มเ้าของบ้านและกินยาตามที่เขาจัดไว้ให้เรียบร้อยแล้ว
ร่างบางก็เดินขึ้นไปบนห้องทันทีโดยไม่สนใจจะพูดคุยกับชายหนุ่มร่วมโต๊ะเลยสักนิด
วิทยาส่ายหน้าน้อยๆเหลือบมองคนตัวเล็กที่กระแทกเท้าปึงปังขึ้นไปบนห้องเหมือนคนถูกขัดใจก่อนจะหันไปมองหน้าคนเป็พี่เลี้ยงที่ส่งยิ้มจืดเจือนมาให้เพราะละอายในการกระทำของนายสาวที่เธอเลี้ยงมากับมือ
“ผมบอกให้หยุดพักผ่อนอีกหนึ่งวันน่ะ เธอคงไม่ค่อยพอใจเท่าไร” หมอหนุ่มบอกขณะลุกขึ้นจากโต๊ะอาหารแล้วเดินตรงไปที่ประตูบ้าน
“คุณหนูอรคงห่วงงานน่ะค่ะ” ชื่นเปรยเสียงอ่อนแล้วเดินตามหลังเ้านายหนุ่มออกไปจนถึงรถของเขา
“ผมก็เข้าใจนะ แต่อยากให้เธอพักผ่อนให้หายดีก่อนและผมก็สั่งห้ามไม่ให้เธอออกไปไหนด้วย พี่ชื่นช่วยดูให้ผมหน่อยก็แล้วกันนะครับ”วิทยาบอกสาวใช้เสียงเข้มแล้วหันไปเปิดประตูรถก้าวขึ้นไปนั่งประจำที่
“ค่ะคุณหมอ” ชื่นก้มหน้ารับคำสั่งอย่างไม่ค่อยไม่มั่นใจเพราะรู้ดีว่าหากนายสาวจะไปจริงๆ เธอจะฉุดรั้งไว้ได้อย่างไรกัน
หลังจากชายหนุ่มเ้าของบ้านขับรถออกไปแล้วชื่นก็เดินกลับเข้ามาในบ้านเพื่อช่วยสาวใช้รุ่นน้องเก็บโต๊ะอาหารแต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นคนที่ถูกสั่งห้ามไม่ให้ไปไหนเดินลงบันไดมาด้วยชุดทำงานทะมัดทะแมงเหมือนอย่างเคย
“ว๊าย! คุณหนูอร จะไปไหนคะ” คนเป็พี่เลี้ยงร้องลั่นด้วยความใรีบเข้าไปคว้าข้อมือบางของนายสาวเอาไว้ไม่ให้เธอเดินพ้นออกไปจากประตูบ้านได้
“ไปทำงานน่ะสิ ใครจะนอนอยู่บ้านเฉยๆ กัน” อรณิชาหันมาตอบเรียบๆเหมือนเป็เื่ปกติ เธอแค่แกล้งรับปากให้คนออกคำสั่งตายใจเท่านั้นแหละเพราะเธอคิดเอาไว้แล้วว่าจะกลับขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วโทรเรียกแท็กซี่ให้เข้ามารับตามเวลาที่กำหนดไว้
“ไม่ได้นะคะ เกิดคุณหมอรู้เข้า มีหวังพี่ชื่นตายแน่ๆ เลยค่ะ” ชื่นละล่ำละลักบอกปากคอสั่นหากเ้านายหนุ่มรู้เข้าละก็เธอจะโดนดุและไม่แน่ว่าอาจจะโดนส่งกลับไปบ้านเรือนไทยอีกด้วยโทษฐานที่ขัดคำสั่ง และไหนจะเื่ที่เธอให้แขกขึ้นไปบนห้องนอนของนายสาวอีกคิดแล้วก็เสียวสันหลังวาบขึ้นมาทันที
“พี่ชื่นก็อย่าบอกเขาสิคะ” คนเอาแต่ใจพูดเหมือนเป็เื่ธรรมดา
“แล้วถ้าเขาโทรมาที่บ้านจะขอคุยกับคุณหนูล่ะคะ” พี่เลี้ยงสาวถามอย่างเป็กังวล
“ก็บอกว่าอรหลับอยู่ เขาคงไม่ให้พี่ชื่นขึ้นไปปลุกอรหรอกค่ะ” อรณิชายังคงดื้อดึง
“จะดีหรือคะคุณหนู” ชื่นทำท่าคิดหนัก
“ดีค่ะ ดีมากๆ ด้วย งั้นอรไปละค่ะ” เสียงหวานรีบร้อนบอกแล้วเดินลิ่วไปที่ประตูบ้านทันทีเพราะเห็นว่ารถแท็กซี่ที่โทรจองเอาไว้มาจอดรอที่หน้าประตูรั้วแล้ว
“ดะ เดี๋ยวค่ะคุณหนู คุณหนูอร... ตอนเย็นกลับบ้านให้ทันก่อนคุณหมอจะมานะคะ”ชื่นกำชับด้วยความกังวลและไม่ค่อยสบายใจนัก
“ค่ะพี่ชื่น” หญิงสาวรับคำแล้ววิ่งออกไปด้วยความรวดเร็ว
ชื่นยืนมองนายสาวจนรถแท็กซี่เคลื่อนตัวออกไปแล้วเธอจึงหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในบ้านด้วยอาการเหนื่อยอ่อนภายในใจได้แต่ภาวนาขอให้หญิงสาวที่หนีออกไปทำงานนั้นกลับมาทันก่อนคนออกคำสั่งก็พอไม่งั้น จะโดนดุทั้งนายทั้งบ่าว ‘เฮ้อ... คุณหนูนะคุณหนูทำให้พี่ชื่นลำบากใจอีกแล้ว’
ไม่นานรถแท็กซี่ก็พาอรณิชามาส่งที่หน้าอาคารคีตาพิพัฒน์ซึ่งเป็ที่ทำงานของเธอ เมื่อจ่ายค่ารถเรียบร้อยแล้วหญิงสาวก็รีบวิ่งเข้าไปในอาคารแล้วตรงดิ่งไปที่ลิฟต์ทันทีเพื่อขึ้นไปยังแผนกที่เธอทำงานอยู่
“ก้อย...” อรณิชาเรียกเพื่อนรักเสียงสดใสแล้วเดินผ่านเข้าไปนั่งที่โต๊ะของเธอ
“อร... มาได้ยังไงเนี่ย ไม่สบายอยู่ไม่ใช่เหรอ” กรรณิการ์ร้องทักด้วยความใแกมเป็ห่วง
“หายแล้วจ้ะ” คนบอกทำเสียงเรียบเหมือนเป็ปกติพร้อมทั้งหันไปหยิบจับอุปกรณ์ที่ต้องใช้จากในลิ้นชักขึ้นมาวางบนโต๊ะ
“เห้ย ไม่จริงมั้ง เมื่อวานยังนอนไม่รู้เื่อยู่เลย” คนเป็ห่วงออกอาการสงสัยพลางขยับตัวลุกขึ้นยืนเพื่อพูดคุยกับอีกฝ่ายให้รู้เื่
“ก็วันนี้หายแล้ว” ดวงตาหวานเหลือบมองเพื่อนรักแวบนึงก่อนจะหลบวูบแล้วหันไปสนใจกับงานที่เพิ่งหยิบขึ้นมาจากในลิ้นชัก
“แล้วคุณหมอรู้หรือเปล่า” กรรณิการ์ถามเสียงเข้มพร้อมทั้งจ้องมองคนที่เพิ่งหายป่วยอย่างจับผิดและนั่นทำให้เธอได้คำตอบจากคนตรงหน้าเป็รอยยิ้มแห้งๆ
“นั่นไง... ก้อยว่าแล้วเชียว ถ้าคุณหมอรู้คงไม่ให้อรมาแน่ๆ” คนจับผิดส่ายหน้าอย่างนึกระอาในความดื้อรั้นของเพื่อนรัก
“อรถึงต้องหนีมานี่ไง” คราวนี้คนตอบยิ้มหวานให้เหมือนเธอไม่ได้ทำอะไรผิด
“ไม่ใช่เื่สนุกนะอร... คุณหมอรู้เข้าจะทำยังไง” คนเป็เพื่อนถามเสียงเครียด
“แหม่ ถามเหมือนพี่ชื่นเลย... ก็อย่าให้เขารู้สิ” อรณิชาบอกด้วยสีหน้าแสดงอาการเบื่อหน่าย‘ทำไมคนรอบข้างของเธอจะต้องกลัวเกรงอีตาหมอผีดิบนั่นด้วยนะ’หญิงสาวบ่นอย่างไม่เข้าใจ
“อ้าวอร... มายังไงเนี่ย หายป่วยแล้วเหรอ” นนท์ประวิธเอ่ยทักเมื่อเห็นหญิงสาวในดวงใจก่อนที่ร่างสูงจะรีบตรงดิ่งเข้ามาหาทันทีด้วยความรวดเร็ว
“อือ หายแล้ว” อรณิชาตอบเสียงหวาน
“หายแล้วก็น่าจะหยุดพักผ่อนอีกสักวันนะ” ชายหนุ่มไม่วายเป็ห่วง
“อรไม่อยากนั่งๆ นอนๆ อยู่ที่บ้านน่ะ น่าเบื่อตายเลย” อรณิชาทำแก้มป่องบอกอย่างคนเอาแต่ใจจนคนมองอดใจไม่ไหวต้องยื่นมือเข้าไปหยิกจมูกคนดื้ออย่างนึกมันเขี้ยว
ภาพการหยอกล้อของหนุ่มสาวตรงหน้าทำให้กรรณิการ์รีบเสมองไปทางอื่นด้วยไม่อยากเ็ปหัวใจมากไปกว่านี้ก่อนจะค่อยๆ หย่อนตัวลงนั่งที่เก้าอี้ของเธอเงียบๆ
“แล้วนี่นนท์จะไปไหนเหรอ” อรณิชาถามชายหนุ่มที่ทำท่าเหมือนกำลังจะออกไปข้างนอก
“นนท์จะไปพบลูกค้า ก็เลยเดินมาบอกก้อยไว้ก่อนน่ะ กะว่าตอนบ่ายจะไปเยี่ยมอรด้วยกัน”นนท์ประวิธบอกยิ้มๆ พร้อมทั้งปรายตาไปมองหญิงสาวที่พูดถึงซึ่งเธอก็เงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขาแวบเดียวแล้วก็หลบวูบไป
“งั้นก็ไม่ต้องไปแล้ว เพราะอรมาให้เยี่ยมถึงที่เลย” อรณิชาพูดแซวขึ้นอย่างอารมณ์ดี
“วันนี้ทำงานแค่ครึ่งวันก่อนไหมอร เดี๋ยวนนท์กลับมาแล้วจะไปส่งที่บ้าน”นนท์ประวิธยังไม่คลายความกังวลอดไม่ได้ที่จะเป็ห่วงหญิงสาวที่เพิ่งหายจากอาการป่วยไข้
“อรหายแล้วจริงๆ รับรองอยู่จนเลิกงานก็สบายมาก” คนเก่งพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“งั้นเย็นนี้เราไปกินข้าวด้วยกันดีไหม” ชายหนุ่มเสนอความคิด
“ดีๆ อรอยากไป ั้แ่แต่งงานก็ไม่ได้ไปกินข้าวด้วยกันสามคนสักที” อรณิชารีบตอบรับด้วยความดีใจ
“แล้ว... เอ่อ... คุณหมอ...” นนท์ประวิธตั้งใจจะถามถึงชายหนุ่มที่คอยรับส่งหญิงสาวมาตลอดั้แ่เธอแต่งงาน
“เขาไม่รู้หรอกว่าวันนี้อรมาทำงานน่ะ” คนมีความผิดตอบเสียงอ่อย
“อ้าว... แล้วอย่างนี้จะมีปัญหาไหมเนี่ย” คนชวนชักไม่แน่ใจเพราะไม่อยากให้หญิงสาวมีเื่ทะเลาะเบาะแว้งกับสามี แม้จะเป็แค่สามีในนามก็เถอะ
“อรก็แค่กลับให้ถึงบ้านก่อนเขาเท่านั้นเอง” อรณิชาพูดเสียงหวานออดอ้อน
“จะเอาอย่างนั้นเหรอ” ชายหนุ่มถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ
“อื้ม...” คนตอบครางรับพร้อมกับพยักหน้าให้เป็การยืนยัน
“แล้วก้อยว่าไง...” นนท์ประวิธหันไปถามหญิงสาวที่นั่งเงียบอยู่นานอย่างขอความคิดเห็น
“ก้อยก็ไม่รู้เหมือนกันน่ะ แต่... ว่าไงก็ว่าตามกันเนอะ” กรรณิการ์บอกยิ้มๆ ด้วยไม่รู้จะขัดยังไงดี อีกใจก็เห็นด้วยเพราะอยากกินข้าวร่วมกันพร้อมหน้าเหมือนเมื่อก่อนส่วนอีกใจก็นึกหวั่นว่าเพื่อนสาวจะมีปัญหากับสามี
“โอเค งั้น เดี๋ยวนนท์กลับมารับนะครับสาวๆ” เมื่อได้คำตกลงจากเพื่อนสาวทั้งสองแล้วนนท์ประวิธก็เดินไปที่ลิฟต์ทันที เพื่อออกไปพบกับลูกค้าตามที่ได้นัดเอาไว้
จากนั้นสองสาวก็หันมายิ้มให้กันแล้วก็ต่างคนต่างสนใจกับงานที่อยู่ในความรับผิดชอบของตัวเองโดยไม่ได้พูดคุยอะไรกันอีก
วิทยาเดินกลับเข้ามาที่ห้องทำงานในเวลาใกล้เที่ยงซึ่งวันนี้หมอหนุ่มไม่มีคนไข้ตามใบนัด แต่มีคนไข้ที่นอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลที่เขาจะต้องออกไปตรวจตามตึกพักฟื้นของผู้ป่วย
ร่างสูงเดินไปนั่งที่เก้าอี้ตัวใหญ่หลังโต๊ะทำงานของตัวเองแล้วเอนหลังในท่าผ่อนคลายพร้อมทั้งหลับตาลงอย่างเหนื่อยอ่อนเมื่อคืนเขานอนไม่ค่อยหลับ เพราะส่วนหนึ่งต้องคอยดูแลหญิงสาวที่เป็ไข้และอีกส่วนเป็เพราะหัวใจดวงแกร่งที่เต้นโครมครามไม่เป็จังหวะตลอดเวลาที่เขานอนร่วมเตียงเดียวกับเธอไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมเขาต้องรู้สึกอยากเข้าไปกอดไปหอมเธอทุกครั้งที่อยู่ใกล้และมักจะอดใจไม่ไหวทุกครั้งที่มีโอกาสได้แตะต้องเธอ
หมอหนุ่มหลับตาคิดถึงหญิงสาวที่กำลังพักฟื้นอยู่ที่บ้านอย่างเคลิบเคลิ้มแล้วก็ต้องใตื่นจากภวังค์ที่แสนหวานนั้นด้วยเสียงเคาะประตูห้อง
“อะ เอ่อ ขอโทษค่ะ ขิมไม่ทราบว่าคุณหมอหลับอยู่” ขนิษฐารีบกล่าวขอโทษทันทีเมื่อเห็นชายหนุ่มเ้าของห้องนั่งเอนกายไปกับเก้าอี้แล้วหลับตาลงเหมือนว่ากำลังพักผ่อนอยู่
“ผมแค่พักสายตาน่ะครับ... ยังไม่หลับ” วิทยาลุกขึ้นนั่งตัวตรงแล้วตอบด้วยรอยยิ้มเป็มารยาทถ้าเธอไม่เข้ามาซะก่อน เขาคงหลับไปแล้วแน่ๆ เพราะกำลังเคลิ้มได้ที่ทีเดียว
“คุณหมอดูเหนื่อยๆ รับกาแฟหรือน้ำผลไม้สักแก้วไหมคะ จะได้สดชื่นขึ้น”พยาบาลสาวบอกอย่างเอาใจ
“ไม่ดีกว่าครับ ขอบคุณมาก เดี๋ยวอีกสักครู่ผมจะออกไปข้างนอกแล้ว” หมอหนุ่มปฏิเสธอย่างนุ่มนวลเพราะกลางวันนี้เขามีนัดทานข้าวกับพ่อตาและว่าจะเลยไปดูงานต่อที่โรงพยาบาลของท่านด้วยแม้จะไปบ้านเรือนไทยของท่านเกือบทุกสัปดาห์แต่เขาก็ยังมีเื่ให้ต้องพูดคุยปรึกษากับท่านอยู่ตลอด
“แล้วคุณหมอจะกลับมาอีกหรือเปล่าคะ”
“กลับครับ... ผมมีเคสคนไข้ตอนบ่ายสาม... คุณขิมมีอะไรหรือเปล่าครับ”วิทยาถามกลับด้วยนึกสงสัยในท่าทีของหญิงสาวที่ดูเหมือนมีเื่อยากจะพูดกับเขา
“เอ่อ... วันนี้เป็วันเกิดขิมน่ะค่ะ” เ้าของวันเกิดบอกพร้อมกับส่งยิ้มเอียงอายอย่างมีจริต
“อ้าว เหรอครับ แฮปปี้เบิร์ดเดย์นะครับคุณขิมผมต้องขอโทษด้วยที่ไม่ทราบมาก่อนก็เลยไม่ได้เตรียมของขวัญมาให้” หมอหนุ่มกล่าวอวยพรด้วยรอยยิ้มแสดงความเป็มิตรพลางนึกไปถึงเพื่อนรักที่ตอนนี้กำลังเตรียมตัวไปดูงานที่ต่างจังหวัดไม่รู้ฝ่ายนั้นจะรู้หรือเปล่าว่าวันนี้เป็วันเกิดของหญิงสาวที่กำลังตามจีบ
“ไม่เป็ไรค่ะ... แล้วภรรยาคุณหมอเป็ยังไงบ้างคะ” พยาบาลสาวถามหยั่งเชิง
“ครับ ดีขึ้นมากแล้ว ขอบคุณมากที่เป็ห่วง” ชายหนุ่มตอบตามตรง
“ถ้างั้นเย็นนี้คุณหมอพอจะมีเวลาว่างไปทานข้าวกับขิมได้ไหมคะ” ขนิษฐาเอ่ยชวน เพราะคิดว่าในเมื่อภรรยาของเขาอาการดีขึ้นแล้วเขาก็คงไม่ต้องรีบกลับบ้านเท่าไรนักที่สำคัญเธอแอบรู้มาว่าก้องเกียรติเพื่อนรักของเขาที่คอยขัดคอเธออยู่เรื่อยนั้นจะไปดูงานที่ต่างจังหวัดั้แ่วันนี้จนถึงสัปดาห์หน้าเลยดังนั้น่นี้จึงเป็โอกาสดีของเธอที่จะได้ใกล้ชิดกับชายหนุ่มในดวงใจอย่างไม่ต้องมีใครมาขัดขวาง
“เอ่อ...” วิทยานิ่งงันไปทันทีเมื่อเจอคำชวนของพยาบาลสาวคราวนี้ตัวช่วยไม่อยู่ด้วยเขาก็เลยคิดหนัก
“ขิมไม่ได้บอกใครน่ะค่ะ เพื่อนสนิทก็ไม่ค่อยมี” คนชวนพูดเสียงอ่อยทำหน้าเศร้าเป็การตอกย้ำให้หมอหนุ่มรีบตัดสินใจ
“เอ่อ... ก็ได้ครับ เอาเป็ว่าเดี๋ยวผมเลี้ยงคุณขิมเองดีกว่าถือซะว่าเป็การขอบคุณด้วยที่คุณขิมมาช่วยงานผม” ชายหนุ่มตอบตกลงอย่างไม่รู้จะหลีกเลี่ยงยังไงดูท่าแล้วคนชวนคงต้องหาทางหว่านล้อมไม่ให้เขาปฏิเสธเธอได้แน่ๆ
“ค่ะ ขอบคุณค่ะ” ขนิษฐารับคำพร้อมกับยิ้มหวานจนแก้มแทบปริ
“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” วิทยาเอ่ยขอตัวแล้วลุกขึ้นเดินไปที่ประตูทันทีเพราะเขาจะรีบออกไปโทรหาเพื่อนรัก เผื่อว่าฝ่ายนั้นจะช่วยอะไรเขาได้บ้าง
เมื่อถึงเวลาเย็นตามที่หมอหนุ่มได้นัดกับพยาบาลสาวเอาไว้
วิทยาพาขนิษฐาไปรับประทานอาหารที่ร้านแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำเ้าพระยาบรรยากาศดี อาหารอร่อยที่เขาเลือกมาร้านนี้ก็เพราะเป็ร้านประจำที่เขามานั่งทานบ่อยๆ กับก้องเกียรติและอีกอย่างก็คือฝ่ายนั้นเป็คนบอกให้เขาพาเธอมาที่ร้านนี้ด้วย
ถือเป็ความโชคดีที่เมื่อกลางวันเขาลองโทรไปหาเพื่อนรักจึงได้รู้ว่าอีกฝ่ายยังไม่ได้ขึ้นเครื่องและยินดีที่จะตกเครื่องเพื่อมาร่วมฉลองครบรอบวันเกิดของหญิงสาวในดวงใจที่เขาเป็คนพามาให้ในวันนี้
“เชิญนั่งครับคุณขิม” หมอหนุ่มแสดงความเป็สุภาพบุรุษด้วยการเลื่อนเก้าอี้ให้หญิงสาวนั่งวันนี้เธออยู่ในชุดกระโปรงสายเดี่ยวสีชมพูหวานแล้วเกล้าผมให้ทิ้งชายห้อยลงมาประปรายดูสวยอ่อนหวานผิดหูผิดตาทีเดียว เพราะปกติเขาจะเห็นเธอในชุดพยาบาลสีขาวมากกว่าอดคิดถึงเพื่อนรักไม่ได้ ถ้าฝ่ายนั้นได้มาเห็นคงหลงใหลปลาบปลื้มไม่น้อยเชียว
“ขอบคุณค่ะ” ขนิษฐากล่าวขอบคุณแล้วย่อตัวลงนั่งเก้าอี้ที่ชายหนุ่มขยับให้จากนั้นเขาก็อ้อมไปนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับเธอพร้อมกับรับเมนูอาหารจากพนักงานมาเปิดดูคร่าวๆ เท่านั้นร้านนี้เขามาบ่อยไม่ต้องใช้เมนูก็สั่งอาหารขึ้นชื่อของทางร้านได้อยู่แล้ว
“คุณขิมอยากทานอะไรสั่งได้เลยนะครับ เดี๋ยวผมขอตัวสักครู่” วิทยาบอกหญิงสาวหลังจากสั่งอาหารไปสองสามอย่างที่เขากับก้องเกียรติมักจะทานเป็ประจำก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินออกไปเพื่อหามุมสงบโทรบอกเพื่อนรักว่าเขามาถึงเรียบร้อยแล้ว
เมื่อโทรนัดแนะกับเพื่อนเสร็จหมอหนุ่มก็ไม่ลืมที่จะโทรไปที่บ้านเพื่อถามถึงคนป่วยอีกครั้งหลังจากโทรไปถามมาแล้วเมื่อตอนบ่ายพร้อมกับบอกเื่ที่ไม่ต้องเตรียมอาหารเย็นให้เขาและจะกลับค่ำๆหน่อย ซึ่งตอนนั้นพี่เลี้ยงก็บอกว่าเธอกำลังหลับอยู่แล้วตอนนี้ก็ได้รับคำตอบเหมือนเดิมว่าเธอเพิ่งลุกขึ้นมากินข้าวกินยาจากนั้นก็หลับไปอีกพอลองโทรเข้ามือถือก็ไม่ติด แม้จะสงสัยและนึกระแวงนิดๆแต่ก็คิดในทางที่ดีว่าเธอคงอยากพักผ่อนจริงๆเลยได้แต่กินข้าวกินยาและนอนตลอดทั้งวัน
วิทยาเดินกลับมาที่โต๊ะก็พบว่าอาหารเริ่มทยอยมาเสิร์ฟแล้ว ชายหนุ่มยิ้มบางๆให้หญิงสาวแล้วก้าวเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ของตัวเอง จากนั้นก็ยกแก้วน้ำขึ้นจิบ
ดวงตาคมหันออกไปมองวิวทิวทัศน์ของแม่น้ำเ้าพระยาในเวลาใกล้ค่ำแบบนี้แสงไฟเรืองรองจากสะพานข้ามแม่น้ำประกอบกับพระอาทิตย์ที่กำลังจะลาลับขอบฟ้าช่างให้บรรยากาศที่แสนเย้ายวนชวนให้ผ่อนคลายยิ่งนัก
จู่ๆภาพใบหน้าหวานของยัยตัวแสบที่รบกวนจิตใจของเขามาตลอดในระยะนี้ก็ผุดขึ้นมาในห้วงความคิดคงจะดีไม่น้อยหากหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าเขาคนนี้เป็เธอแต่คงเป็ไปได้ยากที่เขาจะมีโอกาสแบบนั้นหมอหนุ่มคิดในใจแล้วเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว
“คุณหมอเป็อะไรคะ ขิมเห็นนั่งยิ้มอยู่คนเดียว” ขนิษฐาเอ่ยถามเมื่อเห็นชายหนุ่มตรงหน้านั่งมองทิวทัศน์ของแม่น้ำแล้วก็อมยิ้ม
“อะ... ปะ เปล่าครับ ผมก็คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย” วิทยาสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อหญิงสาวทัก
“อ่อ ค่ะ” คนถามยิ้มรับบางๆ
“เป็ยังไงบ้างครับ อาหารที่นี่อร่อยถูกปากหรือเปล่า” คนพามาเลี้ยงถามเป็มารยาทภายในใจก็พร่ำบ่นว่าเมื่อไหร่ก้องเกียรติจะมาถึงสักที เขาจะได้ปลีกตัวกลับบ้านเพราะรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ อย่างบอกไม่ถูก
“อร่อยมากค่ะ ขิมชอบทานทุกอย่างเลย” เ้าของวันเกิดตอบเอาใจแต่อาหารก็อร่อยมากจริงๆ นั่นแหละและที่สำคัญคนที่นั่งกินกับเธอเป็ชายหนุ่มในดวงใจด้วยทำให้อาหารมื้อนี้พิเศษสำหรับเธอมาก
“งั้นก็ทานเยอะๆ นะครับ” หมอหนุ่มบอกยิ้มๆแล้วเธอก็ยิ้มรับกลับมาอย่างหวานหยดจนเขาต้องเสมองไปทางอื่นเพราะไม่อยากรับสื่อไมตรีจากเธอมากนัก แค่นี้ไอ้เพื่อนรักก็หาว่าเขาหว่านเสน่ห์ใส่ผู้หญิงของมันจนทำให้ฝ่ายนั้นจีบเธอไม่ติดสักที
เพียงชั่วอึดใจที่หมอวิทยากับพยาบาลสาวกำลังนั่งรับประทานอาหารด้วยกันอย่างเอร็ดอร่อยอยู่นั้นเสียงร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์ก็ดังแว่วเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จากข้างในร้านสองหนุ่มสาวจึงหยุดชะงักไปทันทีแต่คนที่ดูจะตื่นเต้นมากที่สุดคงหนีไม่พ้นสาวสวยเ้าของวันเกิดที่ตอนนี้ออกอาการดีใจจนยิ้มแก้มปริให้ชายหนุ่มตรงหน้าซึ่งเธอคิดว่าเขาเป็คนทำเซอร์ไพรส์ให้
ขนิษฐาวางช้อนในมือลงแล้วหันไปมองต้นทางของเสียงเพลงนั้นก็พบพนักงานของร้านสี่ห้าคนเดินเข้ามาพร้อมกับขนมเค้กที่มีแสงเทียนระยิบระยับแล้วมุ่งตรงมาทางนี้ก่อนที่รอยยิ้มหวานล้ำจะหุบฉับลงทันทีเมื่อเห็นคนที่เดินตามมาข้างหลัง ‘อีตาผู้จัดการบ้า โผล่มาได้ยังไงเนี่ย’
“เซอร์ไพรส์ครับที่รัก” ก้องเกียรติพูดพร้อมกับยิ้มให้เ้าของวันเกิดจากนั้นก็หย่อนตัวลงนั่งที่เก้าอี้ข้างๆเธอ
ขนิษฐารอให้พนักงานที่ถือขนมเค้กมาวางบนโต๊ะตรงหน้าเธอให้เรียบร้อยก่อนเมื่อทั้งหมดออกไปแล้วเธอก็ตวัดตาขวางใส่แขกที่เธอไม่ได้เชิญทันที
“ฉันไม่ใช่ที่รักของคุณ! บอกไปกี่ร้อยกี่พันครั้งแล้ว... ไม่รู้จักจำ”คนไม่พอใจทำเสียงฮึดฮัดใส่ แล้วปรายตาไปมองหมอหนุ่มที่ตอนนี้ได้แต่นั่งยิ้มทำอะไรไม่ถูกเพราะเขาก็ไม่คาดคิดมาก่อนว่าเพื่อนรักจะทำเซอร์ไพรส์แบบโจ่งแจ้งขนาดนี้
“เอ่อ... ผมต้องขอโทษด้วยนะครับพอดีผมโทรไปหานายก้องแล้วรู้ว่ายังไม่ได้เดินทางวันนี้ผมก็เลยชวนให้ซื้อขนมเค้กมาเซอร์ไพรส์คุณขิม เพราะผมไม่มีเวลาจัดเตรียมน่ะครับ”วิทยาแก้ตัวถูๆ ไถๆ ไปตามน้ำพลางส่งสายตาคาดโทษไปให้เพื่อนตัวดีที่ทำอะไรไม่คิดจะบอกให้เขารู้บ้างแต่ฝ่ายนั้นก็ทำทีเป็เฉยเมยไม่รู้เื่
“ไม่เป็ไรค่ะคุณหมอ” ขนิษฐายิ้มหวานแค่ได้รู้ว่าเป็ความคิดของเขา เธอก็ดีใจมากแล้ว
“งั้นคุณขิมรีบเป่าเทียนก่อนดีกว่าครับ เดี๋ยวจะไหม้ซะหมด” หมอหนุ่มบอกพร้อมกับผายมือไปที่ขนมเค้กบนโต๊ะตรงหน้าหญิงสาว
“ค่ะ” เ้าของวันเกิดรับคำเสียงเบาจากนั้นก็ก้มหน้าอธิษฐานแล้วเงยขึ้นมาเป่าเทียนให้ค่อยๆ ดับลงจนหมด
“นี่คุณ อธิษฐานอะไรน่ะ” ก้องเกียรติออกปากถามหญิงสาวเ้าของวันเกิดเมื่อเธอขยับมานั่งในท่าที่เป็ปกติแล้ว
“ขอให้คุณไปไกลๆ ฉันน่ะสิ” ขนิษฐากัดฟันบอกเสียงไม่ดังนักเพราะเกรงใจชายหนุ่มฝั่งตรงข้าม
“โห... คนสวยใจร้าย” คนถามแกล้งแซวยิ้มๆวันนี้เธอสวยจริงๆ นั่นแหละ สวยจนเขาตะลึงั้แ่นาทีแรกที่เห็นและไม่อยากจะละสายตาจากเธอเลยจนถึงตอนนี้‘นี่กะว่าจะยั่วไอ้หมอเต็มที่เลยล่ะสิ ฝันไปเถอะยัยขิมเธอน่ะต้องคู่กับฉันถึงจะถูก’ ก้องเกียรติคิดในใจอย่างหมายมั่น
จากนั้นทั้งสามคนก็นั่งรับประทานอาหารกันไปเรื่อยๆโดยคนที่หาเื่มาพูดคุยเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะได้ตลอดเวลาคงหนีไม่พ้นก้องเกียรติเพราะเขาช่างสรรหาเื่นั้นเื่นี้มาเล่าให้ฟังไม่หยุดจนบางครั้งหญิงสาวข้างกายก็แอบหัวเราะบ้างพอรู้ตัวว่าถูกจับได้ก็แกล้งหันเหไปทางอื่น
ภายในร้านอาหารเดียวกัน อรณิชา นนท์ประวิธ และกรรณิการ์สามคนเพื่อนรักกำลังนั่งรับประทานอาหารกันอย่างสนุกสนานอยู่ที่โต๊ะอีกฝั่งหนึ่งซึ่งเป็โซนข้างในห้องแอร์เพราะกลัวว่าหญิงสาวที่เพิ่งหายป่วยจะกลับไปเป็ไข้อีกหากไปนั่งตากลมที่ริมระเบียง
“วันนี้กลับค่ำได้เหรออร” กรรณิการ์ถามเพื่อนรักเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายดูใจเย็นไม่รีบร้อนจนผิดปกติ ทั้งๆ ที่ตอนแรกบอกว่าต้องรีบกลับให้ถึงบ้านก่อนคนเป็สามี
“ได้สิ อรโทรไปถามที่บ้านมาแล้วพี่ชื่นบอกว่าเขาโทรมาสั่งไม่ต้องเตรียมข้าวเย็น แล้วก็จะกลับค่ำๆ ด้วย” อรณิชาบอกด้วยรอยยิ้มกระจ่างเต็มวงหน้า
“แต่นี่ก็มืดแล้วนะ ก้อยว่าเรากลับกันเถอะ” คนขี้กังวลออกปากชวนกลับด้วยความหวังดี
“อืม... นั่นสิ นนท์อยากให้อรพักผ่อนเยอะๆ ด้วย วันนี้ก็ทำแต่งานไม่ใช่เหรอ”นนท์ประวิธที่ยังห่วงอาการป่วยของหญิงสาวเอ่ยสัมทับด้วยอีกแรงแม้ใจจริงอยากจะชวนเพื่อนรักทั้งสองไปนั่งฟังเพลงต่อก็ตาม
“ขออยู่ต่ออีกนิดนึงนะ... นานแล้วที่อรไม่ได้มานั่งกินข้าวกับเพื่อนแบบนี้”อรณิชาพูดเสียงเศร้าๆ จนคนฟังหันมาสบตากันเป็เชิงเข้าใจเพราะต่างก็รู้สึกเช่นเดียวกันั้แ่อรณิชาแต่งงานไปพวกเราก็ไม่ได้มากินข้าวด้วยกันอีกเลยจนกระทั่งวันนี้ดังนั้นทั้งหมดจึงได้แต่ปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปตามแต่อรณิชาจะพอใจนั่นแหละ
วิทยานั่งฟังก้องเกียรติพูดจนรู้สึกเบื่อจะให้มองหญิงสาวตรงหน้าที่ขยันส่งยิ้มมาให้ก็ไม่ใช่สิ่งที่เขาชอบ ดังนั้นหมอหนุ่มจึงละสายตาไปมองข้างในร้านแทนซึ่งตอนนี้มีผู้คนแน่นขนัดจนแทบไม่มีโต๊ะว่างแล้ว
ชายหนุ่มไล่สายตาไปเรื่อยๆจนไปสะดุดที่หญิงสาวร่างบางคุ้นตาคนหนึ่งที่นั่งอยู่ในห้องแอร์กับชายหญิงอีกคู่ดวงตาคมจ้องเขม็งไปที่เธอคนนั้นจนมั่นใจว่าต้องใช่ยัยตัวแสบของเขาแน่ๆ
“แกมองอะไรวะไอ้หมอ... จ้องอย่างกับเจอของแปลก” ก้องเกียรติร้องถามแล้วหันไปมองตามสายตาของเพื่อนก่อนจะอ้าปากค้างด้วยความใ
“เห้ย... นั่นใช่คุณอรณิชาหรือเปล่าวะ”
คำพูดของชายหนุ่มข้างๆ ทำให้ขนิษฐาหันไปมองหญิงสาวที่เขาพูดถึงแล้วเบ้ปากน้อยๆ อย่างนึกหมั่นไส้เมื่อเธอเห็นว่าเป็ใคร ‘ต่อหน้าผัวคงจะออดอ้อนทำทีว่าป่วยพอลับหลังก็แอบมาอี๋อ๋อกับผู้ชาย’ พยาบาลสาวแอบต่อว่าอยู่ในใจ
“ไม่ผิดหรอก” วิทยากัดฟันขบกรามแน่นด้วยความโกรธจัด ‘นี่แสดงว่ารวมหัวกันโกหกเขาทั้งเ้านายทั้งพี่เลี้ยงเลยสินะ’
“ไหนว่าไม่สบาย แล้วมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” ก้องเกียรติเปรยออกมาอย่างงงๆเพราะเมื่อกลางวันเพื่อนรักยังบอกกับเขาว่าภรรยานอนป่วยอยู่ที่บ้านและเย็นนี้ก็ต้องรีบกลับไปดูแลเธอด้วย
“นั่นแหละ ที่ฉันต้องไปเอาคำตอบกับเธอ” คนโกรธจัดบอกเสียงขรึมด้วยพยายามระงับสติอารมณ์
“แล้วนั่นคุณอรณิชาเธอมากับใครเหรอคะคุณหมอ ดูสนิทสนมกันจัง” ขนิษฐาถามจี้ใจดำพร้อมทั้งชี้ชวนให้หมอหนุ่มดูภรรยาของเขาที่ตอนนี้ผู้ชายที่นั่งข้างๆกำลังโอบเอวบางนั้นเอาไว้เหมือนคนคุ้นเคยกัน
“เพื่อนๆ ของเธอนั่นแหละครับ” วิทยามองตามที่พยาบาลสาวบอกภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้ความโกรธที่มีอยู่แล้วยิ่งทวีความพลุ่งพล่านขึ้นมาเป็เท่าตัว
“แล้วแกรู้จักไอ้ผู้ชายคนนั้นหรือเปล่าวะ” ก้องเกียรติถามวิทยาอย่างนึกเป็ห่วงเพราะจากที่เห็นดูท่าว่าผู้ชายคนนั้นคงจะสนิทสนมกับภรรยาสาวของเพื่อนรักไม่น้อย
“ก็พอรู้...” เขาตอบแต่สายตายังไม่ละไปจากภาพตรงหน้า
“เพื่อนเขาจับมือโอบเอวกันแบบนั้นด้วยหรือคะ” พยาบาลสาวได้ทีรีบเติมเชื้อไฟให้ลุกโชน
“คุณขิม!” ก้องเกียรติเรียกชื่อหญิงสาวเพื่อเป็การปรามว่าเธอกำลังก้าวล้ำเื่ส่วนตัวของหมอหนุ่ม
“ผมขอตัวก่อนนะครับคุณขิม... ก้อง ฉันฝากคุณขิมกลับด้วยนะ” วิทยาเอ่ยขอตัวแล้วลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว
“ไม่ต้องบอกก็เป็หน้าที่ของฉันอยู่แล้ว” ก้องเกียรติรับคำฝากแล้วหันไปยักคิ้วให้หญิงสาวข้างกายเป็การยียวนขนิษฐายิ้มให้หมอหนุ่มก่อนจะขึงตาดุๆ ใส่ผู้ชายเ้าเล่ห์ที่เธอต้องกลับกับเขา
“เห้ยหมอ... ใจเย็นๆ นะเพื่อน ถามไถ่กันให้รู้เื่ก่อน” ก้องเกียรติเอ่ยเตือนสติ ขณะที่อีกฝ่ายกำลังจะก้าวออกจากโต๊ะไป
“ฉันจะพยายาม” เสียงเข้มกัดฟันบอกอย่างไม่ค่อยมั่นใจนักเพราะตอนนี้เขาทั้งโกรธทั้งโมโหหญิงสาวจนแทบจะฆ่าเธอได้ด้วยซ้ำ
วิทยาสาวเท้าตรงดิ่งไปที่โต๊ะในสุดของโซนห้องแอร์ที่ยัยตัวแสบของเขานั่งอยู่กับแฟนหนุ่มและเพื่อนสาวอีกคนของเธอทันที
“เห้ยอร... นั่นคุณหมอนี่นา” กรรณิการ์ที่นั่งหันหน้าไปทางประตูร้องทักขึ้นมาด้วยอาการใสุดขีดส่วนสายตาก็ยังจับจ้องอยู่ที่ร่างสูงสมส่วนของหมอหนุ่มที่กำลังเดินลิ่วมาทางนี้
“โลกมันช่างกลมอะไรอย่างนี้เนี่ย” นนท์ประวิธหันไปมองแล้วพูดออกมาลอยๆอย่างไม่ค่อยพอใจนัก
อรณิชาที่นั่งอยู่ข้างๆ กับนนท์ประวิธก็หันไปมองด้วยเช่นกันร่างบางชาวาบนิ่งงันขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นใบหน้าบึ้งตึงของหมอวิทยาและกว่าเธอจะทันรู้สึกตัวเขาก็มายืนอยู่ข้างๆ เธอแล้ว
“สวัสดีค่ะคุณหมอ” กรรณิการ์ทักทายชายหนุ่มที่เดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มซีดเซียวขณะที่นนท์ประวิธทำเพียงปรายตามองน้อยๆ อย่างไม่ค่อยเต็มใจนักส่วนอรณิชาได้แต่นั่งก้มหน้านิ่งไม่กล้าเงยขึ้นสบตากับชายหนุ่มที่มายืนแนบชิดติดแผ่นหลังของเธอ
“สวัสดีครับ” วิทยาเอ่ยทักทายกลับไปด้วยเสียงเข้มจัดและก้มลงมองหญิงสาวผู้เป็ภรรยาในนามที่ไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาทักทายกับเขาเลยสักคำ
วันนี้เขาโทรศัพท์หาเธอตั้งหลายครั้งก็ไม่ติด แถมโทรไปที่บ้านพี่เลี้ยงก็บอกว่าหลับและที่มานั่งหน้าระรื่นอยู่ตรงนี้เรียกว่าอะไรถ้าไม่ใช่คนโกหกปลิ้นปล้อนที่หลอกให้เขาตายใจ หลงคิดว่าเธอนอนพักผ่อนอยู่ที่บ้าน
“เชิญนั่งก่อนคะคุณหมอ” กรรณิการ์ชวนเป็มารยาทแต่ดูท่าแล้วเขาคงไม่นั่งหรอก
“ผมทานเรียบร้อยแล้วครับ พอดีผมมากับเพื่อนๆเรานั่งอยู่ที่โต๊ะริมระเบียงน่ะ” วิทยาปฏิเสธพลางหันไปมองโต๊ะที่ก้องเกียรติกับขนิษฐานั่งอยู่
“เอ่อ... ค่ะ” คนชวนยิ้มรับเก้อๆก่อนจะหันไปมองหน้านนท์ประวิธเป็เชิงถามว่าจะเอายังไงกันต่อดีแต่ยังไม่ทันจะส่งสัญญาณใดๆ หมอหนุ่มก็พูดขัดขึ้นมาทันที
“อรณิชา! กลับบ้าน!” เสียงแข็งปนตะคอกบอกคนที่นั่งก้มหน้าอยู่พร้อมทั้งเอื้อมมือลงไปกระชากร่างบางให้ลุกตาม
“ไม่กลับ อรจะกลับกับนนท์” ครั้งแรกที่อรณิชาเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขาจากที่นั่งนิ่งอยู่นานเธอไม่อยากกลับไปกับเขาตอนนี้ เพราะท่าทางของเขาทำให้เธอนึกหวาดกลัวขึ้นมาจับใจ
“ไม่ได้!” วิทยาตวัดเสียงกร้าวมือหนาบีบกำข้อมือบางไว้แน่นอรณิชานิ่วหน้าด้วยความเจ็บแล้วลุกขึ้นยืนเพื่อดึงมือออกจากการเกาะกุมของเขาแต่ดูเหมือนเขาจะยิ่งบีบเธอแน่นเข้าไปอีก
“โอ๊ย!” เสียงหวานร้องเบาๆ แต่นั่นก็ทำให้ชายหนุ่มอีกคนที่กำลังจะลุกขึ้นยืนได้ยินเข้ามือหนาของนนท์ประวิธจึงคว้าหมับที่ข้อมือบางอีกข้างของเธอแล้วดึงเข้ามาหาตัวอย่าง้าจะปกป้อง
“ปล่อยนะคุณหมอ อรมากับผม เธอก็ต้องกลับกับผมเท่านั้น คุณไม่มีสิทธิ์”
“ผมเป็สามีของเธอ คุณจะบอกว่าผมไม่มีสิทธิ์งั้นเหรอ” หมอหนุ่มตอกกลับอย่างมั่นใจ
“ฮึ... สามีที่แค่มีชื่ออยู่ในทะเบียนสมรสนั่นน่ะเหรอ เรียกว่ามีสิทธิ์”นนท์ประวิธพูดเสียงเย้ยหยันด้วยความมั่นใจไม่แพ้กัน
“แกหมายความว่ายังไง” วิทยาขมวดคิ้วมุ่นมองหน้าอีกฝ่ายเพื่อค้นหาคำตอบรวมถึงอรณิชาและกรรณิการ์ด้วยที่ทั้งสองสาวต่างก็หันไปมองหน้านนท์ประวิธด้วยความอยากรู้ว่าเขาหมายถึงอะไรกันแน่
“ก็ตอนนี้คุณหมอกับอรยังแยกห้องนอนกันอยู่เลยไม่ใช่เหรอครับ”
“นนท์! / นนท์!” สองสาวเรียกชื่อชายหนุ่มออกมาพร้อมกันด้วยอาการใแล้วหันขวับไปมองด้วยแววตาตำหนิและนั่นก็ทำให้นนท์ประวิธรู้สึกตัวว่าเขาได้พูดในสิ่งที่ไม่ควรพูดออกไป
คำพูดของนนท์ประวิธเหมือนค้อนอันใหญ่ทุบลงมาที่หัวของวิทยาเข้าอย่างจังความโกรธและความโมโหที่พยายามสะกดกลั้นเอาไว้ะเิออกมาทันทีจนยากจะต้านทาน
เขาไม่คิดเลยว่าอรณิชาจะเอาเื่พวกนี้ไปบอกกับแฟนหนุ่มของเธอด้วยนี่แสดงว่าเงื่อนไขและข้อตกลงต่างๆ ที่เธอกับเขาคุยกันไว้หญิงสาวก็เอาไปบอกหมดแล้วอย่างนั้นสิ
มิน่าล่ะ ไอ้หน้าหล่อนั่นมันถึงไม่ยอมปล่อยเธอสักทีเพราะคิดว่าอีกสองปีอรณิชาก็ต้องกลับไปแต่งงานกับมันแน่ๆ ‘ฮึ!ฝันไปเถอะ เขาจะทำให้เธอกลับไปมองหน้ามันไม่ติดอีกเลย... คอยดู!’ วิทยาเข็ดเขี้ยวในใจอย่างแค้นเคืองและโมโหสุดขีด
“มานี่เลย! ยัยตัวแสบ” คนโกรธจัดพูดเสียงลอดไรฟันพร้อมทั้งก้มลงช้อนตัวร่างบางขึ้นมาอุ้มแล้วตรงดิ่งออกไปจากร้านทันทีท่ามกลางเสียงฮือฮาแตกตื่นของเหล่าพนักงานและลูกค้าอีกมากมายที่กำลังรับประทานอาหารอยู่ในร้านรวมถึงก้องเกียรติกับขนิษฐาด้วย ซึ่งต่างก็ใกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากยืนมองชายหนุ่มที่อุ้มหญิงสาวไปขึ้นรถแล้วพาขับออกไปอย่างรวดเร็วจนลับสายตา
...........................
สนใจนิยายเล่มนี้ในรูปแบบ E-Book สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่
mebmarket ...และ... ธัญวลัย ...และ... ookbee
หรือ้าลิ้งค์ซื้อ E-Book สามารถติดต่อผู้แต่งได้โดยตรงทาง
E-mail : oilza24@hotmail.com
ไลน์ : oilza_writer
(ในเว็บไม่สามารถวางลิ้งค์ได้ค่ะ)
