โชคดีฉันได้สามีสามคน

    บทที่ 59 ความรักครั้งใหม่ของวรเมธ

            “ผมเคยคิดว่าหลังจากจิรภาจากไป... ผมคงไม่สามารถรักใครได้อีกไม่ใช่เพราะไม่อยาก แต่เพราะกลัว” วรเมธพูดต่อ ช้าๆเหมือนกำลังประมวลทุกความรู้สึก “กลัวว่า...ถ้าผมรักใครอีก แล้วเขาหายไปอีก ผมจะไม่เหลืออะไรเลยจริงๆ”น้ำเสียงของเขาสั่นเล็กน้อย แต่กลับชัดเจนในอารมณ์

            ปพนต์เลื่อนตัวเข้ามาใกล้ พลางวางมือลงบนไหล่ของวรเมธอย่างมั่นคง“แต่วันนี้นายไม่ได้อยู่คนเดียวแล้ว ไม่ต้องกลัวแบบนั้นอีก” น้ำเสียงของปพนต์เต็มไปด้วยความจริงใจที่ไม่ต้องพิสูจน์

            มารตีเงยหน้าขึ้นสบตาวรเมธ สีหน้าเธอไม่เปลี่ยนแต่ลึกในดวงตานั้นกลับมีบางอย่างเปล่งประกาย อบอุ่นและมั่นคง “เราสองคนจะอยู่ตรงนี้เพื่อคุณ ไม่ว่าคุณจะรู้สึกอะไร หรือจะเปลี่ยนแปลงยังไง เราอยู่ข้างๆ คุณเสมอ”

            วรเมธหลับตาลงชั่วครู่ ราวกับปล่อยให้คำพูดนั้นไหลซึมเข้าไปในหัวใจแล้วจึงค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาใหม่ ดวงตาคู่นั้นเริ่มสั่นไหว “ผมรู้ว่าความรู้สึกของผมมันซับซ้อนผมไม่รู้ว่าผมเริ่มรู้สึกกับพี่ปพนต์เมื่อไหร่ รู้แค่ว่าทุกครั้งที่เขาอยู่ใกล้ผมรู้สึกปลอดภัย และอบอุ่นมากกว่าที่เคยคิดว่าจะรู้สึกกับผู้ชายคนหนึ่ง”

            ปพนต์ยิ้มออกมา พลางพยักหน้ารับโดยไม่พูดอะไร มือที่วางอยู่บนไหล่วรเมธขยับขึ้นลูบเบาๆ ที่ต้นคอ ราวกับปลอบโยนโดยไม่ต้องใช้ถ้อยคำ

            วรเมธหันกลับมามองมารตี “และคุณ... มารตีเป็นเหมือนแสงที่อบอุ่นในวันที่ผมหลงทางคุณทำให้ผมอยากหัวเราะ อยากมีชีวิต อยาก...ลองเปิดใจอีกครั้ง แม้จะกลัวอยู่ก็ตาม”

            หญิงสาวเอื้อมมืออีกข้างมากุมมือสามีของเธอไว้ ทำให้ตอนนี้มือทั้งสองของเธอเชื่อมคนทั้งสองเข้าหากัน “ไม่มีกรอบ ไม่มีเงื่อนไขถ้าสิ่งที่เราเป็นตอนนี้ มันทำให้คุณไม่รู้สึกโดดเดี่ยวอีกต่อไป นั่นก็เพียงพอแล้วสำหรับเรา”

            วรเมธมองมือทั้งสองที่กุมมือเขาไว้ ดวงตาสั่นไหวก่อนหยดน้ำใสจะไหลรินช้าๆเขายิ้มทั้งน้ำตา แล้วเอ่ยเสียงเบา “ผมไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าความรัก...จะมีรูปร่างแบบนี้ได้”

            ปพนต์ขยับเข้ามาใกล้ขึ้นเล็กน้อย ปลายนิ้วไล้แก้มวรเมธเบาๆอย่างทะนุถนอม ก่อนกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ชวนให้อบอุ่นไปถึงหัวใจ“ไม่มีใครจะตัดสินความรู้สึกของเราได้หรอก แค่เราไม่ทำร้ายกัน ไม่ทำให้ใครเจ็บนั่นแหละคือความรักที่แท้จริงแล้ว”

            วรเมธพยักหน้าเบาๆ ดวงตาทั้งสองยังคงคลอด้วยหยาดน้ำใสๆแต่แววตานั้นกลับเปลี่ยนไปอย่างชัดเจนเป็นแววตาของคนที่เริ่มยอมรับความรู้สึกในหัวใจตนเอง

            มารตีขยับเข้ามาใกล้ทั้งสองชาย เธอเอนตัวลงพิงแผ่นหลังของวรเมธและส่งยิ้มให้สามี “ต่อจากนี้ เราอาจไม่ได้ใช้คำว่า ‘เพื่อน’ เหมือนเดิมแต่ถ้าเป็น ‘ครอบครัว’ ที่มีหัวใจให้กันคนละมุมแบบนี้... รตีก็ยินดีค่ะ”

            สายฝนยังคงตกพรำอยู่ด้านนอก แต่ในห้องนั้นอบอุ่นจนเหมือนไม่ใช่ฤดูฝนอีกต่อไป เสียงฟ้าร้องคำรามดังอยู่ไกลๆแต่แผ่วลงเมื่อเทียบกับพายุที่กำลังพัดอยู่ในใจของทั้งสามคนลมจากทะเลพัดแรงจนหน้าต่างกระจกสั่นไหว ฝนกระหน่ำตีระเบียงและหลังคาเป็นจังหวะสม่ำเสมอเป็นเสียงพื้นหลังที่ทำให้ห้องเล็กๆ รู้สึกอบอุ่นขึ้นอย่างประหลาด

            หญิงสาวคนเดียวในห้องนั่งกึ่งเอนบนโซฟา โดยมีเพียงผ้าผืนบางเบาคลุมไว้ที่ไหล่แสงสลัวจากโคมไฟข้างผนังทาบเงาจางๆ บนผิวเรียบเนียน เธอหันไปสบตากับวรเมธที่ยังคงมองมาเงียบๆดวงตาของเขาไม่เหมือนเดิม มันเต็มไปด้วยความกล้าหาญปนเปกับความกลัวกล้าที่จะก้าวออกจากกรอบเดิม แต่ก็ยังกลัวที่จะทำลายบางสิ่งที่เปราะบางในใจ

            มารตียิ้มบางๆ ก่อนจะเลื่อนตัวเข้าใกล้ เอื้อมมือไปแตะแก้มวรเมธเบาๆแล้วโน้มตัวไปหาช้าๆ ริมฝีปากของเธอสัมผัสกับเขาอย่างอ่อนโยน ละมุนละไม แต่มั่นคง…ไม่ใช่จูบแห่งความหลงใหล แต่เป็นจูบที่เหมือนจะถามว่า "เธอแน่ใจแล้วใช่ไหม?"

            วรเมธไม่ได้ตอบด้วยคำพูด เขาหลับตาลงแล้วปล่อยให้ลมหายใจหลอมรวมกันเงียบๆ ชายอีกคนที่นั่งอยู่ใกล้ๆรับรู้ทุกอณูของอารมณ์ที่ค่อยๆ ปะทุขึ้นมา เขาไม่ได้แทรกแซง ไม่ได้ผลักไสแต่กลับวางมือลงบนหลังภรรยาคนสวยแล้วลูบเบาๆ ราวกับจะส่งพลังใจไปให้

            เธอขยับตัวเล็กน้อย เมื่อรู้สึกถึงสัมผัสนั้น ปล่อยริมฝีปากจากวรเมธอย่างแผ่วเบาแล้วหันมาสบตากับสามี “ขอบคุณนะ...” เธอพูดด้วยเสียงพร่าต่ำแทบจะกระซิบ ปพนต์ยิ้มเล็กๆแล้วค่อยๆ ก้มหน้าลงจูบที่ต้นคอของเธอ ช้าและนุ่มนวลราวกับจะตราตรึงความรู้สึกนั้นไว้

            มารตีหลับตา ปล่อยใจให้ลอยเคว้งไปกับความอบอุ่นจากทั้งสองด้าน...ด้านหนึ่งเป็นวรเมธที่เริ่มเปิดใจด้านหนึ่งคือปพนต์ ที่มั่นคงเสมอมา มือของเธอสอดเข้าไปในมือของวรเมธในขณะเดียวกันหลังของเธอก็เอนพิงอกปพนต์ไว้แน่นเสียงลมหายใจของทั้งสามผสานกันเหมือนเพลงบรรเลงเบาๆ ใต้แสงไฟสลัวกับเสียงฝนที่ยังไม่หยุดตก

            วรเมธค่อยๆ โน้มตัวเข้ามาอีกครั้งคราวนี้ริมฝีปากของเขาแตะลงบนหน้าผากมนสวย ก่อนจะลากแผ่วๆ มายังแก้มแล้วหยุดที่ริมฝีปากอีกครั้งพลางกวาดลิ้นนุ่มเข้าไปสัมผัสโพลงปากที่หวานฉ่ำของหญิงสาวคราวนี้จูบลึกและยาวนานขึ้น ราวกับจะบอกว่า "ผมพร้อมแล้ว…"

            ปพนต์วางมือไว้ตรงเหนือท้องน้อยของภรรยาคนสวย ลูบเบาๆ เป็นวงช้าๆ ก่อนจะไหลลื่นลงไปจนสัมผัสเนินนุ่มและขนอุยเธอสะดุ้งนิดๆ แล้วหัวเราะเบาๆ “อย่าแกล้งกันสิคะ...” เธอกระซิบราวกับกำลังเขินอาย แต่ก็ไม่ผลักมือเขาออก

            ทุกอย่างดูนิ่ง เงียบ และอบอุ่นอย่างประหลาดความเร่าร้อนถูกเติมเต็มด้วยความมั่นคง คลอเคล้าไปกับกลิ่นผิวกายหอมกรุ่นที่ใกล้ชิดและความเปียกชื้นจากฝนที่ยังคงหลงเหลือบนผิวกาย มือของวรเมธเลื่อนไปกุมมือปพนต์ผ่านตัวมารตีที่อยู่ตรงกลาง เขามองปพนต์ในความสลัวรางแล้วพยักหน้าน้อยๆราวกับจะบอกว่า “ขอบคุณ...ที่อยู่ตรงนี้” ปพนต์ไม่ได้พูดอะไรเพียงแต่บีบมือเขาเบาๆ ตอบกลับ แม้จะไม่มีคำพูดใดเอื้อนเอ่ย แต่ทุกสัมผัสทุกลมหายใจ ทุกแรงเต้นของหัวใจ ล้วนบอกความหมาย

            หญิงสาวรู้สึกว่าตัวเองเป็นเหมือนจุดเชื่อมโยง เป็นทั้งความอบอุ่นของวรเมธและแรงผลักของปพนต์ เธอจึงเอื้อมแขนสองข้างโอบทั้งสองคนไว้ แล้วกระซิบเบาๆ ว่า “ไม่ว่าเราจะไปกันไกลแค่ไหน…ขอแค่จับมือกันไว้แบบนี้… ได้ไหมคะ”

            วรเมธยิ้มอย่างอบอุ่น ปพนต์โน้มตัวลงจูบกลางหน้าผากเธอ แสงจากโคมไฟยังส่องรางๆบนผิวที่แนบกันแน่น และเสียงฝนที่ค่อยๆ เบาลงก็เหมือนกับความกลัวในใจของพวกเขาที่ค่อยๆ จางหายไปเช่นกัน คืนนี้… จะไม่มีใครเดียวดาย

            ในห้องพักที่ยังอบอวลด้วยกลิ่นฝน เสียงฟ้าร้องกลายเป็นแค่เสียงข้างหูที่เบาบางเมื่อเทียบกับอัตราเร็วของหัวใจของคนทั้งสามที่เต้นไม่เป็นจังหวะ

            มารตียังนั่งอยู่ระหว่างวรเมธและปพนต์ ขณะที่เสื้อผ้าหรือแม้แต่ผ้าคลุมก็ไม่มีติดกายเผยผิวเนียนที่สะท้อนแสงโคมไฟอย่างอ่อนโยนราวกับแสงดาวที่ลูบไล้ผ่านม่านฟ้าในคืนฝนพรำ วรเมธเอื้อมมือมาสัมผัสไหล่เธออย่างช้าๆปลายนิ้วแตะเบาแล้วลากผ่านแนวกระดูกไหปลาร้า ในขณะที่ปพนต์โน้มตัวมาหาเธอจากด้านหลัง

            ลมหายใจของปพนต์เป่ารดต้นคอภรรยาสาวเบาๆ ความเย็นของอากาศนอกห้องไม่อาจทัดทานความร้อนที่ปะทุจากผิวกายของทั้งสามได้อีกต่อไปไม่มีคำพูด ไม่มีใครพูดถึงสิ่งที่ควรหรือไม่ควร มีเพียงการกระทำที่ค่อยๆเติมเต็มและปลอบโยน มือของปพนต์วางทาบลงบนหน้าท้องของมารตีอีกครั้ง ครั้งนี้เขาค่อยๆลูบไล้ลงไปตามรอยลาดจนถึงเนินนูนเหนือต้นขาที่อ้าออกอย่างตั้งใจก่อนจะเกลี่ยนิ้วขึ้นลงช้าๆ

            สาวสวยเอียงหน้าเล็กน้อย หลับตา ปล่อยลมหายใจออกมาอย่างแผ่วเบาสัมผัสนั้นไม่รุนแรงแต่กลับแฝงความมั่นคงเหมือนจะบอกว่า "เธอจะปลอดภัยในอ้อมแขนนี้"

            มารตีหันหน้าไปมองวรเมธ ชั่วขณะนั้นแววตาของเขาดูเหมือนเด็กชายที่ยังลังเลแต่เมื่อริมฝีปากของเธอแตะลงเบาๆ บนแก้มเขา ความลังเลนั้นค่อยๆ ละลายกลายเป็นความแนบแน่นที่เขาไม่เคยคิดว่าจะยอมรับได้ 

    คล้ายกับเรื่องโชคดีฉันได้สามีสามคน ที่คุณอ่าน

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138