บทที่ 1 พี่ชายทั้งห้าคนหย่าร้างและพี่ชายอีกคนจะหย่าเช่นกัน
บนยอดเขาต้าต้าวซึ่งฟากฟ้าเต็มไปด้วยดวงดาว อารามลัทธิเต๋าสองชั้นที่ทรุดโทรมตั้งตระหง่านอยู่เพียงลำพังบนยอดเขา มันเก่าจนไม่สามารถมองเห็นสีเดิมเป็ได้อีกต่อไป เหลือให้เห็นเพียงสีเทาอันกระดำกระด่าง
บนเสื่อสักการะหน้ารูปปั้นในวัด มีนักพรตลัทธิเต๋าเฒ่าคุกเข่าอยู่ มองดูหญิงสาวที่นั่งอยู่บนพื้นข้าง ๆ เขาด้วยสีหน้าสิ้นหวัง
“ศิษย์เอ๋ย… อาจารย์กำลังจะตาย… ช่วยวางเตาหลอมโอสถของเ้าลงเพื่อคุยกับอาจารย์ของเ้าคนนี้ก่อนจะได้ไหม”
“อาจารย์ท่านอย่าเพิ่งรีบตายตอนนี้” โม่เชียนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยโดยไม่เงยหน้าขึ้นด้วยซ้ำ เธอกำลังถือเตาหลอมโอสถทองแดงสามขาขนาดเท่าฝ่ามืออยู่ในมือ เตานั้นปล่อยควันสีเขียวจาง ๆ และมีแสงสีทองริบหรี่ส่องออกมาเป็ครั้งคราว
“ยาอายุวัฒนะจะเสร็จเร็ว ๆ นี้แล้ว กินแล้วท่านจะอายุยืนขึ้นอีกหนึ่งปี”
“…” ไช่เจินเริ่นได้เพียงนึกในใจ เ้าศิษย์คนนี้… ให้อาจารย์ตายเถอะ
เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ตัวเขานั้นมีอายุ 90 ปี ไช่เจินเริ่นพบหญิงสาวคนนี้ที่แม่น้ำต้าต้าวที่ตีนเขา หลังจากถามไปทั่วหมู่บ้านว่ามีใครอยากจะรับหญิงสาวคนนี้ไปเลี้ยงหรือไม่ ผู้ที่ยินดีรับเลี้ยงเธอกลับวางแผนที่จะรับเธอเป็เ้าสาวเด็ก*[1] ชายชราไม่สามารถปล่อยให้เป็เช่นนั้นได้ และเมื่อไม่มีคนอื่นรับเลี้ยงเด็กคนนี้ เขาจึงเลือกที่จะพาเธอขึ้นมาอาศัยอยู่ด้วยบนูเา
เดิมทีเขาน่าจะตายไปแล้วั้แ่ตอนอายุครบ 100 ปี แต่หญิงสาวคนนี้กลับเป็เหมือนเทพที่ลงมาจุติยังโลกมนุษย์ จู่ ๆ เธอก็สามารถสร้างยาอายุวัฒนะที่ยืดอายุได้และให้เขากินเรื่อย ๆ ครั้งแล้วครั้งเล่า ยื้อจนเขามีชีวิตอยู่ถึง 110 ปี ไช่เจินเริ่นไม่อาจทนไหวที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกแล้ว...
“ศิษย์รัก อาจารย์อยู่กับเ้ามาเป็ 10 ปีแล้ว อาจารย์ไม่สามารถบำเพ็ญเพียรตนเองให้บรรลุสูงขึ้นมากไปกว่านี้ได้อีก วันนี้เ้าอายุ 20 ปี เ้าไม่ใช่เด็กอีกต่อไปแล้ว ดังนั้นปล่อยอาจารย์ไปเถอะ ให้อาจารย์ได้กลายเป็เซียนบน์เถิด…” ไช่เจินเริ่นรู้สึกไม่พอใจและอดไม่ได้ที่จะพูดถ้อยคำรุนแรงมากขึ้น
หลังจากที่เขาพูดจบ โม่เชียนก็ยืนขึ้นอย่างช้า ๆ และเดินไปที่ด้านนอกของอารามโดยไม่พูดอะไรสักคำ
“เอ่อ เดี๋ยวก่อน ศิษย์…” หัวใจของไช่เจินเริ่นเริ่มเต้นผิดจังหวะ จบแล้ว เขาทำให้สาวน้อยหัวใจสลาย
สำหรับยาอายุวัฒนะนี้ เธอใช้เวลาทำมันมากกว่าครึ่งปี ทั้งวาดยันต์และเก็บสมุนไพรมากมายจนูเารอบ ๆ หัวโกร๋น ไช่เจินเริ่นรู้สึกผิดกับคำพูดตน
“ศิษย์เอ๋ย หากมีสิ่งใดจะพูดก็บอกกับอาจารย์ให้ชัดเจนก่อน อย่าจากไปแบบนี้” เมื่อได้ยินเช่นนี้โม่เชียนก็หยุดลง เธอหันกลับมาและพูดด้วยสีหน้าตามปกติว่า
“อาจารย์ ฉันแค่จะออกไปขุดหลุมศพให้ท่านเพื่อที่ท่านจะได้ไม่เน่าคาอยู่ในอารามของเรา”
“...” ไช่เจินเริ่นนิ่งอึ้ง กลายเป็เขาที่กังวลเกินไปเองซะงั้น… เขาสำลักอย่างแรง พลางกุมหัวใจที่ปวดหนึบอย่างสาหัส จู่ ๆ ก็เริ่มกังวลใจกับผู้คนที่ตีนเขา
เมื่อไหร่ที่สาวน้อยคนนี้ลงไปจากูเา ด้วยนิสัยของเธอจะทำให้ผู้คนข้างล่างนั่นต้องลำบากมากแน่ ๆ … ไช่เจินเริ่นถอนหายใจ
“ศิษย์ตัวน้อยของข้า อย่าเพิ่งไป อาจารย์มีเื่จะเล่าให้เ้าฟัง”
“อือ” โม่เชียนตอบก่อนจะเดินกลับมาอย่างรวดเร็วและนั่งลงในที่ที่เธอเพิ่งลุกออกมา
จากนั้นไช่เจินเริ่นก็หยิบป้ายไม้หกเหลี่ยมออกมาจากกระเป๋าเสื้อคลุมด้วยสีหน้าจริงจัง บนป้ายนั้นเขียนว่า ‘เส้นทางอันตรายม้าเดินทางไกล แกะหลงติดกับดักเสือ เรือบนชายหาดย่อมเจอลมและคลื่น ดอกไม้เหี่ยวเฉาเน่าตายในฤดูใบไม้ผลิ น้ำค้างแข็งล่วงหล่นจากท้องฟ้า’
แล้วยื่นป้ายไม้หกเหลี่ยมให้กับโม่เชียน
“อาจารย์ทำนายดวงให้ครอบครัวของเ้า ครอบครัวของเ้ากำลังปั่นป่วนและจะตกอยู่ในอันตราย”
“แซ่ของเ้าคือกู้ มีพี่น้องหกคน ห้าคนหย่าร้างไปแล้วและชีวิตคู่ของพี่ชายคนที่หกของเ้าก็ระส่ำระส่ายมากเช่นกัน เขาจะแยกทางกับภรรยาในอีกเจ็ดวัน”
“ถ้าพี่ชายคนที่หกของเ้าหย่าร้าง คำทำนายของป้ายหกแฉกนี้จะเป็จริงและจะไม่มีทางแก้ไข ครอบครัวของเ้าจะตกต่ำตามประสงค์ของ์ และลูกหลานของเ้าจะไม่มีวันได้แต่งงาน ทุกคนจะต้องตายอย่างโดดเดี่ยว” ไช่เจินเริ่นนักพรตเฒ่าพูดออกมาพร้อมกับอารมณ์ของตนที่จมดิ่งลง น้ำตาไหลตามคำที่เปล่งออกมา
แต่สีหน้าโม่เชียนกลับไม่เปลี่ยนแปลงเลย เธอมองดูป้ายไม้อย่างเฉยเมย มองขึ้นลง และคืนมันให้อาจารย์ของเธอโดยไม่แสดงสีหน้าใด ๆ
“ตระกูลของฉันมีบัลลังก์กษัตริย์ให้สืบทอดเหรอ”
“อะไรนะ”
“ถ้าไม่มี ฉันยอมตายอย่างโดดเดี่ยวดีกว่า”
“แค่ก แค่ก แค่ก!” ไช่เจินเริ่นใมากจนไอซ้ำแล้วซ้ำเล่า ป้ายทำนายชะตาในมือของเขาก็สั่นขึ้นลงตามการไอ ทำไมสาวน้อยคนนี้ถึงเข้าใจอะไรยากอย่างนี้ ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็สีแดงจากการไอ และชี้ที่โม่เชียนด้วยมือที่สั่นเทา
“ไม่มีบัลลังก์ แต่ครอบครัวของเ้าร่ำรวย” เมื่อได้ยินสิ่งนี้ดวงตาสีเข้มของโม่เชียนก็สว่างขึ้น
“รวยแค่ไหน” เอ่อ… รวยแค่ไหนงั้นเหรอ ไช่เจินเริ่นก้มหัวลงและครุ่นคิด เขาไม่รู้ว่า ‘รวย’ นั้นจะคำนวณยังไง แต่เขาต้องทำให้ศิษย์คนนี้เชื่อว่าครอบครัวของเธอรวยจริง ๆ ไช่เจินเริ่นลูบเคราสีเทาของเขาและแสร้งทำเป็จริงจัง
“รวยมาก พวกเขาสามารถสร้างรูปปั้นทองคำ 300 รูปของบรรพบุรุษเ้าได้ครบ” คราวนี้ใบหน้านิ่งสงบของโม่เชียนในที่สุดก็แสดงสีหน้าออกมา เธอยิ้มเผยลักยิ้มเล็ก ๆ บนใบหน้างดงามของเธอ
“ตกลง! ฉันจะลงจากูเาเพื่อไปรับมรดกและทรัพย์สินของครอบครัว”
“ดีมาก” ไช่เจินเริ่นพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ แต่เขาก็สะดุ้งอย่างรวดเร็วพร้อมกล่าวแย้ง
“ไม่ใช่สิ! มันไม่เกี่ยวกับการรับมรดกของครอบครัว มันเกี่ยวกับการกลับไปหยุดยั้งพี่ชายคนที่หกของเ้าจากการหย่าร้าง! เมื่อชะตากรรมชั่วร้ายได้เริ่มขึ้น ความมั่งคั่งของครอบครัวเ้าจะหายไป เ้าเป็สมาชิกของตระกูลกู้ ถ้าพวกเขาตกต่ำ เ้าเองก็จะมีปัญหาในการหาเงิน และจะถูกลิขิตให้ยากจนเช่นกัน”
“เ้าต้องรีบไปหยุดพี่หกของเ้า หลีกเลี่ยงโชคชะตาที่ถูกกำหนดของพวกเขาให้ได้เกินสามปี และมีวิธีเดียวนี้เท่านั้นที่จะแก้ปัญหานี้ได้คือเ้าต้องช่วยให้พี่ชายของเ้าทุกคนแต่งงานใหม่ และมีพี่สะใภ้ให้เ้าครบได้ภายในสามปี”
เมื่อได้ยินว่าเธอจะต้องยากจนเหมือนกัน โม่เชียนก็นั่งนิ่งไม่ได้อีกต่อไป เธอเม้มริมฝีปากและลูบเตาหลอมโอสถในมือ ความไม่เต็มใจฉายชัดทั่วใบหน้า หลังจากคิดอยู่นาน หญิงสาวก็ถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้
“ได้” จากนั้นเธอก็เงยหน้าขึ้นมองไช่เจินเหรินก่อนจะโค้งคำนับเขา
“อาจารย์ ท่านสามารถตายได้แล้ว และฉันจะหาเงินมาให้ได้มาก ๆ เพื่อสร้างรูปปั้นทองคำให้ท่านเพื่อเป็ที่สักการะ” ไช่เจินเริ่นพูดไม่ออก
“...” ไม่ต้องไล่เขาให้ตายเร็วขนาดนี้ก็ได้… แต่เมื่อได้ยินโม่เชียนตกลง เขาก็คลายความกังวลในที่สุด
เขาไม่ควรปล่อยให้โม่เชียนกลับไปหาครอบครัวของเธอ สิ่งนี้ผิดกับลิขิต์ แต่หญิงสาวคนนี้เป็คนที่เขาห่วงใยมากที่สุดในโลก การปล่อยให้เธอกลับไปหาครอบครัว มันช่วยให้คลายความกังวลใจของเขาไปด้วย
ไช่เจินเริ่นถอนหายใจด้วยความโล่งอกและค่อย ๆ หลับตาลง ิญญาของอาจารย์เฒ่าค่อย ๆ หลุดออกจากร่าง ลอยขึ้นไป ลอยขึ้นไป…
[1] การหาเด็กผู้หญิงมาเลี้ยง เมื่อโตเป็สาวก็จะบังคับให้แต่งงานกับลูกชายของตนเอง