บทที่ 108 ฉันไม่ได้ฉลาดแต่ฉันใช้ไอเทมสุดโกงเป็น!
ผีเสื้อเทพธิดาราตรีได้ฟังคำกล่าวของสายฝนก็ร้อง ‘โอ้!’ ออกมา ก่อนจะถามเขาว่า ‘เจ้ามีแผนการหนีแล้วงั้นหรือ? แผนการนั้นคงเป็นแผนการที่ดีมากเลยสินะ ถึงขั้นทำให้เจ้าสามารถแสดงความมั่นใจแบบนั้นออกมาได้ เจ้ามีสติปัญญาฉลาดกว่าที่ข้าคิดเอาใว้เสียอีก’
สายฝนส่ายหัวแล้วตอบกลับไปว่า “สติปัญญาฉลาด? ฉันไม่ได้ฉลาดขนาดนั้นหรอก ถ้าฉันสามารถคิดแผนการหนีไอ้โครงกระดูกยักษ์นั่นได้ ฉันคงเป็นอัจฉริยะด้านการคิดค้นแผนการไปแล้ว” สิ่งที่เขากล่าวคือความจริง หากเขาฉลาดขนาดนั้น ชีวิตปัจจุบันเขาคงดีกว่านี้
‘งั้นสิ่งใดทำให้เจ้ามีความมั่นใจเต็มเปี่ยมเช่นนั้น?’ ผีเสื้อเทพธิดาราตรีไม่อาจคาดเดาความคิดสายฝนได้ นอกจากแผนการแล้วชายคนนี้จะใช้อะไรในการหลบหนีโครงกระดูกยักษ์ ไม่ใช่ว่าเขามีไพ่ลับซ่อนอยู่บนมืออีกหรอกนะ? เป็นไปไม่ได้! ผีเสื้อเทพธิดาราตรีปฏิเสธความคิดนั้นทันที มนุษย์เพศชายระดับหนึ่งจะไปมีไพ่ลับเยอะแบบนั้นได้อย่างไร?
ใช้สายตาระดับหนึ่งจับจ้องโครงกระดูกสูงเท่าบ้านสองชั้น สายฝนกล่าวออกมาด้วยนํ้าเสียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจ “ฉันน่ะไม่ได้ฉลาดเท่าอัจฉริยะทั้งหลาย ไม่ได้มีร่างกายที่แข็งแกร่งเหมือนเทพเจ้า ไม่ได้มีพรสวรรค์ด้านการต่อสู้ราวกับสัตว์ประหลาด แต่ฉันน่ะใช้ไอเทมสุดโกงเป็น! และการใช้ไอเทมสุดโกงมันเป็นสิ่งที่ฉันโคตรถนัด”
‘ฮะ เจ้าจริงจัง?’ ผีเสื้อเทพธิดาราตรีถึงกับไม่เชื่อการได้ยินของตัวเอง คนอื่นภูมิใจที่ตนเองฉลาดระดับอัจฉริยะ ภูมิใจที่ตนเองมีร่างกายอันแข็งแกร่ง ภูมิใจที่ตนเองมีพรสวรรค์ด้านการต่อสู้ราวกับสัตว์ประหลาด ทว่าไอ้หมอนี่กลับภูมิใจที่ตนเองพึ่งสิ่งของนอกกายเก่ง หรือว่าหลายร้อยปีที่ผ่านมาจักรวาลจะเปลี่ยนไปมากจนตัวเธอปรับตัวไม่ทัน? ผีเสื้อเทพธิดาราตรีอดคิดเช่นนั้นไม่ได้
“แน่นอนสิ! เวลาแบบนี้เธอคิดว่าฉันไม่จริงจังงั้นเหรอ?” พูดจบสายฝนก็เลือกสนใจผีเสื้อเทพธิดาราตรี โครงกระดูกยักษ์ใกล้จะถึงจุดที่เขาอยู่แล้ว หากยังมัวแต่ยืนคุยกับผีเสื้อเทพธิดาราตรี เขาคงไม่มีเวลาหนีอีกต่อไป
เห็นสายฝนไม่คิดจะกล่าวกับเธออีก ผีเสื้อเทพธิดาราตรีก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ ปล่อยให้เขาทำตามที่ตัวเองคิด เธอเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าสิ่งของระดับอะไรที่สามารถทำให้เขาผ่านสถานการณ์นี้ไปได้
เรี่ยวแรงสายฝนเหลือน้อยนิด เขาไม่สามารถวิ่งได้ สายฝนทำได้เพียงแค่เดินเท่านั้น เขาเดินไปยังจุดหมายที่เดิมที่เขาต้องการไป จุดหมายนั้นคือจุดสิ้นสุดของอาณาเขตวงแหวนเลือด เทียบความเร็วการเคลื่อนที่ระหว่างสายฝนกับโครงกระดูกยักษ์ โครงกระดูกจะมีความเร็วการเคลื่อนที่ซึ่งมากกว่าสายฝนหลายเท่า สายฝนราวกับเต่า ส่วนโครงกระดูกยักษ์ราวกับกระต่าย
ด้วยขนาดตัวที่ใหญ่และความเร็วการเคลื่อนที่ซึ่งมากกว่าสายฝนหลายเท่า โครงกระดูกยักษ์เลยสามารถลดระยะห่างระหว่างมันกับสายฝนได้อย่างรวดเร็ว เห็นว่าฝ่ายตรงข้ามอีกไม่นานก็จะถึงจุดที่เขาอยู่ สายฝนก็เดินเข้าไปในสิ่งก่อสร้างหลังหนึ่ง เขาใช้กำแพงเป็นที่บดบังร่างกายเขาจากนั้นก็กระตุ้นใช้ความสามารถของหน้ากากปลอมแปลง ความสามารถของหน้ากากปลอมแปลงคือการเปลี่ยนแปลงให้คล้ายกับของจริงเพื่อหลอกลวง
ในตอนที่คาดเดาว่าโครงกระดูกยักษ์ต้องเป็นระดับสองหรือมากกว่านั้น คำอธิบายของหน้ากากปลอมแปลงก็ได้ปรากฏขึ้นในหัวสายฝน หน้ากากปลอมแปลงที่สายฝนใช้อยู่ตอนนี้ระดับสองหรือตํ่ากว่านั้นไม่มีทางมองความสามารถของมันออก
ตามที่ผีเสื้อเทพธิดาราตรีบอกมา โครงกระดูกยักษ์เป็นระดับสอง แล้วยังไง? ก็โครงกระดูกยักษ์เป็นระดับสองไง เพราะเป็นระดับสองมันจึงไม่สามารถมองความสามารถหน้ากากปลอมแปลงออก นี่แหละสาเหตุที่ทำให้สายฝนมีความมั่นใจเต็มเปี่ยม คำอธิบายสินค้าในแอปพลิเคชัน[ร้านค้า]ไม่มีทางโกหก!
เมื่อความสามารถหน้ากากปลอมแปลงถูกกระตุ้น กลิ่นอายสายฝนพลันเปลี่ยนไป จากกลิ่นอายโจรของคิงกลายเป็นกลิ่นอายของทะเลทราย รูปลักษณ์แปรเปลี่ยน ผมสีฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำ ดวงตาคู่สีทองค่อยๆกลายเป็นสีดำมืดมิด กล่าวตามตรง สายฝนไม่อยากใช้รูปลักษณ์คนอื่นสักเท่าไหร่ เขาชอบรูปลักษณ์ตัวเองมากกว่า ถ้าไม่จำเป็นสายฝนคงไม่ใช้รูปลักษณ์ของคิง เพราะตอนนี้ไม่มีใครในกลุ่มโจรวายุศักดิ์สิทธิ์อยู่ สายฝนเลยสามารถเปลี่ยนรูปลักษณ์ให้เหมือนเดิมได้โดยไม่ต้องคอยกังวล
สายฝนไม่สนใจว่าผีเสื้อเทพธิดาราตรีจะเห็นรูปลักษ์เขาเปลี่ยนไปหรือไม่ ฝ่ายนั้นเป็นถึงระดับสิบสาม เธอสามารถมองรูปลักษณ์ที่แท้จริงเขาได้อยู่แล้ว หน้ากากปลอมแปลงที่สายฝนใช้อยู่ตอนนี้ ระดับที่เหนือกว่าระดับสามสามารถมองรูปลักษณ์ที่แท้จริงเขาออกได้อย่างง่ายดาย
‘ฉันต้องออกจากตำแหน่งนี้’ คิดเช่นนั้นพลางค่อยๆเดินไปสิ่งก่อสร้างใกล้ๆโดยใช้กำแพงสิ่งก่อสร้างเป็นที่กำบังกาย จู่ๆกลิ่นอายของสายฝนก็หายไป โครงกระดูกยักษ์ก็น่าจะรีบมาตรวจสอบจุดที่กลิ่นหายเขาหายไป
เพราะงั้นควรรีบออกจากตำแหน่งเดิมให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ จริงๆถึงโครงกระดูกยักษ์จะไม่มาตรวจสอบสายฝนก็ไม่เลือกซ่อนตัวที่เดิมอยู่แล้ว เป้าหมายเขาไม่ใช่การซ่อนตัวจากโครงกระดูกยักษ์ เป้าหมายของสายฝนคือการออกจาอาณาเขตวงแหวนเลือด อยู่ในอาณาเขตวงแหวนเลือดมันไม่ปลอดภัยเลยสักนิด ข้างนอกปลอดภัยกว่ามากเพราะมีผีเสื้อเทพธิดาราตรีคอยปกป้อง
‘ราตรีไม่น่าจะโกหกฉัน เธอไม่มีความจำเป็นต้องโกหกฉันเลย หากเธอไม่สนใจชีวิตฉัน เธอคงปล่อยให้ฉันโดนโครงกระดูกพวกนั้นฆ่าตายไปแล้ว’ สายฝนกล่าวภายในใจ คงไม่พูดได้เต็มปากนักว่าเขาเชื่อใจผีเสื้อเทพธิดาราตรี ต้องพูดว่าเขาถูกสถานการณ์ตอนนี้บังคับให้เชื่อใจเธอถึงจะถูก ผีเสื้อเทพธิดาราตรีเป็นคนเดียวที่สามารถทำให้เขารอดชีวิตจากโครงกระดูกยักษ์ได้
เดินอยู่หลายนาทีเรี่ยวแรงสายฝนก็ฟื้นฟูจนมากพอจะวิ่งได้แล้ว ‘การวิ่งตอนนี้ไม่ใช่วิธีการหนีที่ดี’ สายฝนไม่รู้ว่าการได้ยินของโครงกระดูกยักษ์มันดีแค่ไหน การวิ่งนั้นทำให้เกิดเสียงดังมากกว่าเดินปกติ เพราะงั้นเขาจึงไม่เลือกเสี่ยงโชค อีกเหตุผลหนึ่งที่สายฝนไม่วิ่งคือการวิ่งมันทำให้เหนื่อยง่าย เวลานี้เรี่ยวแรงเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ควรใช้โดยไม่จำเป็น
สายฝนค่อยๆเดินไปยังจุดสิ้นสุดของอาณาเขตวงแหวนเลือด ความระมัดระวังถึงขีดสุดตลอดเวลา พลาดแม้เพียงนิดชีวิตเขาอาจต้องหายไปกับสายลม ในชีวิตสายฝนสิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือความตาย ระหว่างระมัดระวังตลอดเวลา,ไม่ประมาทกับความตาย สายฝนเลือกอย่างแรก
เดินอีกไม่กี่นาทีก็จะถึงจุดสิ้นสุดของอาณาเขตวงแหวนเลือด ตอนนั้นพลันเกิดเรื่องบางอย่างขึ้น สายฝนอดบ่นเหนื่อยภายในใจไม่ได้ เวลาเขาใกล้ทำอะไรสำเร็จจะเกิดเรื่องอะไรนักหนา?
---
จบบทที่ 108 ฉันไม่ได้ฉลาดแต่ฉันใช้ไอเทมสุดโกงเป็น!