บทที่ 23 สกุลหลิวถอยทัพ
หลิวชิงหยวนไม่ได้ตามไป ตอนนี้เขาอ่อนแอลงมาก แต่เชื่อว่าคนอื่นๆจะจับคนร้ายได้แน่
เขาแบกศพหลิวซื่อหยวน เดินไปยังที่ค่ายของเหล่าลูกศิษย์สกุลหลิว
จื่อเชียนเกอที่ถูกไล่ตาม ได้กลับมายังหุบเขาแล้ว เธอชำระล้างตัวเองที่ข้างน้ำตก กินอะไรนิดหน่อยแล้วก็เริ่มฝึกฝน
หลังจากการต่อสู้ในวันนี้ เธอรู้สึกกดดันมากขึ้น ความแข็งแกร่งคือสิ่งสำคัญที่สุด เธอไม่อยากถูกไล่ล่าอีกต่อไป เธอต้องแข็งแกร่งขึ้นให้เร็วที่สุด สักวันหนึ่ง เธอจะต้องเป็ฝ่ายไล่ล่าพวกเขา
ใกล้จะค่ำแล้ว มีการจุดพลุสัญญาณหลายแห่ง เหล่าท่านผู้เฒ่าที่เฝ้ารักษาค่ายของสกุลหลิว เห็นว่าไม่ปกติ จึงรีบส่งคนไปตรวจสอบ ไม่นานนัก ลูกศิษย์หกสิบถึงเจ็ดสิบคนถูกนำกลับมา
แต่ละคนร้องครวญครางกลิ้งไปมาบนพื้น หน้าซีดเผือก ปากคล้ำเขียว เป็อาการของคนถูกวางยาพิษ
คืนนี้ ค่ายของสกุลหลิวเต็มไปด้วยเสียงร้องโหยหวน ลูกศิษย์ที่ถูกส่งไปค้นหาในพื้นที่อื่นๆ เมื่อกลับมา เห็นภาพนี้ก็รู้สึกหวาดกลัวอย่างที่สุด
นักปรุงโอสถที่เดินทางมาด้วย หลังจากตรวจสอบลูกศิษย์หลายคนแล้ว ก็กล่าวอย่างเคร่งขรึมว่า
“ท่านผู้เฒ่าหก พวกเขาถูกวางยาพิษ และไม่ใช่ยาพิษชนิดเดียวกัน ผงยาพิษนี้มีส่วนผสมที่ซับซ้อน ยาแก้พิษทั่วไปคงไม่มีประโยชน์ ต้องส่งพวกเขากลับตระกูลทันที เพื่อให้หมอฉินรักษา”
ท่านผู้เฒ่าหกที่เป็ผู้นำใเช่นกัน รีบสั่งว่า “หลิวซินอวี๋ เลือกคนที่มีประสบการณ์ สามารถใช้พลังขั้นลวี่เสวียนได้ จำนวนสามสิบคน
ทำการค้นหาต่อไป โดยให้อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของเ้า ส่วนที่เหลือ พาคนเจ็บกลับตระกูลในทันที เร่งความเร็ว ออกเดินทางทันที”
“ขอรับ ท่านผู้เฒ่าหก” พวกเขารู้สึกอยากกลับตั้งนานแล้ว ตอนนี้ยิ่งอยากกลับไปใหญ่ เพราะเกรงว่าตัวเองจะเป็คนต่อไปที่โดนยาพิษ
ท่านผู้เฒ่าหกไม่ค่อยอยากรับหน้าที่นี้ั้แ่แรกอยู่แล้ว ตอนนี้ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของคนร้าย แต่เกิดเื่ใหญ่เช่นนี้ขึ้น เขาเลยอึดอัดใจมาก กล่าวอย่างหนักแน่นว่า
“หลิวซินอวี๋ ที่นี่ฝากเ้าแล้ว ข้าจะพาพวกเขาเ่าั้กลับไปก่อน”
“ขอรับ ท่านผู้เฒ่าหก”
ท่านผู้เฒ่าหกคิดถึงเื่ราวในวันนี้ รู้สึกว่ามีหลายอย่างที่น่าสงสัย จึงเตือนว่า “ระมัดระวังตัวให้มาก อย่ากระจายกันค้นหาอีก แบ่งเป็กลุ่มเล็กๆ”
หลิวซินอวี๋พยักหน้า “เข้าใจแล้วขอรับ”
ความวุ่นวายขนาดนี้ ทำให้ผู้คนมากมายในูเาต่างให้สนใจ หลายคนอยากรู้ความจริง เพียงแค่ถามไถ่ก็รู้เื่ราวั้แ่ต้นจนจบ
เมื่อกลุ่มทหารรับจ้างหลายกลุ่มรู้ข่าว ก็อดหัวเราะเยาะไม่ได้ มีชายร่างใหญ่คนหนึ่งเยาะเย้ยว่า
“คนสกุลหลิวมาอย่างองอาจ แต่กลับไปอย่างอับอาย ทำงานมาสิบกว่าวัน ยังหาเงาเด็กคนนั้นไม่เจอ ช่างน่าขันจริงๆ”
“ท่านพี่ ข่าวของท่านยังมิใช่ข่าวใหม่นัก วันนี้เด็กคนนั้นปรากฏตัว ฆ่าลูกศิษย์สกุลหลิวหนึ่งคน แล้วก็หนีไป”
“จริงหรือ? ฮ่าๆ เด็กคนนี้น่าสนใจจริงๆ ข้าอยากเห็นหน้าตาของเด็กคนนี้ยิ่งนัก ฝีมือการหลบซ่อนเก่งเกินไปแล้ว” ชายร่างใหญ่หัวเราะ
“พวกท่านว่า ที่ลูกศิษย์สกุลหลิวที่ถูกวางยาพิษจำนวนมาก จะเป็ฝีมือของเด็กคนนั้นใช่หรือไม่?”
“คงไม่ใช่หรอก อีกฝ่ายอายุแค่แปดเก้าขวบ ขนยังไม่ขึ้นเลยด้วยซ้ำ ได้ยินว่าพลังอยู่ที่ระดับเฉิงเสวียนระดับหนึ่ง จะไปวางยาพิษได้อย่างไรกัน ในขณะที่คนพวกนั้นขั้นพลังระดับหวงเสวียนกับลวี่เสวียนไม่รู้ตัว มันเป็ไปไม่ได้”
“ถ้าเช่นนั้นก็แปลกแล้วสิ วันนี้เด็กคนนั้นปรากฏตัว ก็เกิดเื่ใหญ่เช่นนี้ขึ้นกับสกุลหลิว ข้ารู้สึกว่าเื่นี้ต้องเกี่ยวข้องกับนางแน่ๆ”
หลายคนในป่ากำลังพูดคุยกันเื่นี้ มีทั้งคนดีใจที่เห็นคนอื่นตกที่นั่งลำบาก คนอยากรู้ความจริง และคนหวั่นกลัว
บนต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ไกลออกไปเล็กน้อย มีเงาร่างงดงามราวกับเทพธิดาในชุดขาวได้ยินบทสนทนาของพวกเขา ริมฝีปากบางที่เย้ายวนเม้มเข้าหากัน ภาพของดวงตาที่สดใสและมีชีวิตชีวาปรากฏขึ้นในความคิด และดวงตาของเ้าของร่างนั้นก็เปล่งประกาย
เด็กหนุ่มรูปร่างสง่างามที่ดูอายุน้อยกว่าไม่มากนักที่อยู่ข้างๆ ถามเบาๆ ว่า “นายท่าน คิดว่าการคาดเดาของพวกเขาเป็ความจริงหรือไม่? เด็กหญิผู้นั้นมีฝีมือถึงเพียงนั้นจริงๆ หรือ?”
เด็กหนุ่มรูปงามในชุดขาวผู้ที่ถูกเรียกว่า "นายท่าน" เหลือบมองเขาเล็กน้อยด้วยสีหน้าเรียบเฉย แล้วก็ไม่ได้ตอบคำถามของเขา
เด็กหนุ่มรูปร่างสง่างามคนนั้นดูเหมือนจะชินกับเื่นี้แล้ว จึงเกาจมูกเบาๆ แล้วก็ตั้งใจฟังการสนทนาของคนเ่าั้ต่อไป สมองของเขายังคงวิเคราะห์และคาดเดาเื่ราวต่างๆ อยู่ตลอดเวลา
สองเดือนต่อมา จื่อเชียนเกอที่กำลังฝึกฝนอยู่ เพิ่งออกมาจากกระโจมขยับแขนขา ท้องฟ้าที่เคยแจ่มใส กลับมีเมฆฝนมากมาย ท้องฟ้ามืดมนลงในทันที ฟ้าแลบและฟ้าร้องดังสนั่น
ฮั่นตั้นเตือนว่า “พี่หญิง โชคดียิ่งนัก พึ่งออกจากการบำเพ็ญเพียรก็เจอฝน ดูท่าแล้วครั้งนี้ฝนคงหนักไม่น้อยแน่”
จื่อเชียนเกอเบิกตาเป็ประกาย หัวเราะเบาๆ ว่า “ถ้า์เมตตาขนาดนี้ ข้าก็ต้องไม่ทำให้ความตั้งใจดีของ์สูญเปล่าสิ” พูดจบเธอก็หันกลับเข้าไปในกระโจมเปลี่ยนเป็ชุดคลุมกันฝนที่เบาบาง
เห็นว่าเธอรวบรวมสัมภาระอย่างคล่องแคล่ว เดินไปยังนอกหุบเขา ฮั่นตั้นสงสัยว่า “พี่หญิง ท่านจะอาศัยฝนนีร้หนีไปจากเทือกเขาฉีอวิ๋นใช่หรือไม่?”
จื่อเชียนเกอพยักหน้าเบาๆ “ใช่ ถึงแม้ข้างนอกจะผ่านไปแค่สองเดือน แต่ข้าฝึกฝนอย่างหนักมาครึ่งปีในมิติ เมื่อคืนก็เลื่อนระดับขึ้นเป็ เฉิงเสวียนระดับห้า ถึงเวลาออกไปข้างนอกบ้างแล้ว”
ฮั่นตั้นเห็นด้วยกับการตัดสินใจของเธอ จึงพูดเล่นว่า “พี่หญิง ไม่กลัวพวกสกุลหลิวไปดักรอที่เมืองกู่ไหลหรือ?”
จื่อเชียนเกอกลอกตา พูดอย่างไม่พอใจว่า “ฮั่นตั้น เ้าโง่หรือเปล่า ทางออกจากเทือกเขาฉีอวิ๋นมีมากกว่าหนึ่งทาง เมื่อข้าออกมาแล้ว แน่นอนว่าต้องมีของสมนาคุณให้สกุลหลิว ถ้าไม่ทำให้สกุลหลิวกังวล ข้าก็ไม่ใช่จื่อเชียนเกอ”
ห้าวันต่อมา ในยามค่ำคืนร่างเล็กๆ ไต่กำแพงเข้าสู่เมืองหรงซิ่งสกุลหลิวอย่างเงียบเชียบ เดินไปทางลานหลังอย่างคุ้นเคย จื่อเชียนเกอมาถึงเมืองหรงซิ่งสองวันก่อนแล้ว เธอได้สอบถามข้อมูลในเมือง และเข้าใจถึงลักษณะจวนของสกุลหลิวและสถานการณ์ของตระกูลเป็อย่างดี
บ่ายวันนี้ เธอเห็นแม่ของหลิวซีเหวินกลับมาจากบ้านเกิด ได้ยินมาว่าขอเม็ดยาที่ใช้รักษาหลิวซีซวงมา ในเมื่อได้โอกาสที่ดีในการดูเื่สนุกๆ จื่อเชียนเกอจะพลาดได้ยังไง?
เมื่อเดินมาถึงบริเวณที่ห่างจากเรือนของหลิวซีซวงประมาณหนึ่ง ก็ได้ยินเสียงทุ้มต่ำของชายวัยกลางคนดังขึ้นมาจากด้านหลัง “เหวินเอ๋อร์ ไปดูหน่อยสิว่าหมอฉินมาถึงหรือยัง? พ่อไปที่ห้องของซวงเอ๋อร์ก่อน แม่เ้ารออยู่ที่นั่น”
เสียงคุ้นเคยอีกเสียงตอบกลับมา “ขอรับ ท่านพ่อ”
ขณะที่พวกเขากำลังพูดคุย จื่อเชียนเกอก็หลบซ่อนตัวด้านหลังูเาเทียมที่อยู่ข้างๆ อย่างรวดเร็ว แล้วคุยกับฮั่นตั้นว่า “โชคดีจริงๆ พึ่งมาถึงก็เจอหลิวซีเหวินเลย”
ฮั่นตั้นหัวเราะเบาๆ ว่า “โชคดีจริงๆ เขามาหาเอง พี่หญิงไม่ต้องไปหาเขาก็ได้ แต่พ่อของหลิวซีเหวินเก่งใช้ได้นะ ระดับลวี่เสวียนระดับห้า พี่หญิงจะจัดการเขาอย่างไร?”