ยังมีเวลาอีกยี่สิบวันก่อนพ่อจะถูกพิจารณาคดีถ้าเธอหาเงินไม่ได้ก่อนวันนั้น พ่อของเธออาจจะออกมาจากคุกเมื่อผมของเขาเปลี่ยนเป็สีขาวแล้ว
นักลงทุน?
เธอลังเลเมื่อนึกถึงสิ่งที่ประธานจี้เพิ่งพูดออกมาเธอเปิดสมุดรายชื่อในมือถือหาเบอร์โทรศัพท์ของชายหนุ่มที่เธอกำลังคิดอยู่
ั้แ่ที่เธอแต่งงานกับเส้าหยุ่นเชิน เธอบันทึกเบอร์โทรศัพท์เขาไว้ว่า“สามี”เพื่อให้ชื่อของเขาเป็เบอร์แรกสุดในสมุดโทรศัพท์
แต่ว่าสามปีมานี้ ผู้ชายคนนั้นไม่ค่อยโทรหาหรือส่งข้อความถึงเธอเลยเมื่อเวลาผ่านไปเธอจึงเปลี่ยนชื่อเขาเป็เส้าหยุ่นเชิน
ลู่เหยาโยนบุหรี่ลงในชักโครก จากนั้นก็ออกไปบ้วนปากและกดเบอร์โทรออก
เธอเพิ่งสูบบุหรี่มาทำให้เสียงแหบแห้งเล็กน้อยเธอจึงต้องเคลียร์ลำคอของตัวเองเพื่อให้เขาฟังไม่ออก
“ฮัลโหล ใครพูดคะ?”
สายโทรติดอย่างรวดเร็ว แต่สิ่งที่ทำให้ลู่เหยารู้สึกตัวเย็นขึ้นมาคือเสียงผู้หญิงที่รับสายเธอแถมอีกฝ่ายยังพูดอย่างเป็ธรรมชาติราวกับรับโทรศัพท์แทนเขาบ่อยๆ
เมื่อลู่เหยาเงียบไป ปลายสายจึงเอ่ยถามอีกครั้ง“ฮัลโหล?”
ลู่เหยาใช้เวลาสักพักกว่าจะได้สติคืนมา เธอถามด้วยน้ำเสียงที่หม่นหมองว่า“คุณเส้าหยุ่นเชินอยู่ไหมคะ”
"พี่เชินกำลังประชุมอยู่ค่ะ" ผู้หญิงคนนั้นเอ่ยชื่อของเขาอย่างเป็กันเองราวกับว่าเธอมีอำนาจเหนือลู่เหยาที่เป็ภรรยา “รบกวนช่วยบอกชื่อคุณหน่อยได้ไหมคะ ฉันจะตรวจสอบดูว่าพี่เชินได้บันทึกเบอร์คุณไว้ไหม”
ลู่เหยารีบตัดสายทิ้งทันที มือของเธอสั่นเทาจนโทรศัพท์หล่นเธอรีบหยิบขึ้นมาโดยเร็ว และเห็นน้ำตาบนหน้าเธอจากภาพสะท้อนของหน้าจอที่แตก เธอดูน่าสงสารและทุกข์ทรมานราวกับสูญเสียครอบครัวไป
ทั้งคู่แต่งงานกันมาสามปีและเป็สามีภรรยากันแต่เขาไม่เคยบันทึกเบอร์โทรศัพท์ของเธอไว้เลย
มันยากมากนักเหรอที่จะบันทึกเบอร์โทรศัพท์เธอในสมุดรายชื่อ?
แล้วผู้หญิงที่รับสายคนนั้นเป็ใคร!?
พอนึกถึงโทรศัพท์สายเมื่อครู่ ลู่เหยาก็รู้สึกเย็นที่สันหลังขึ้นมาทันที
เส้าหยุ่นเชินเ็ากับเธอเสมอ ไม่ใช่เธอไม่เคยสงสัยว่าเขามีผู้หญิงคนอื่นแต่ถ้าเป็เื่จริง เขาจะต้องหย่ากับเธอโดยที่ไม่ได้อะไรตามสัญญาที่ระบุไว้
เธอเชื่อในตัวเขามาโดยตลอด แต่ตอนนี้เธอเริ่มเปลี่ยนใจเพราะผู้หญิงคนนั้นเรียกเขาอย่างสนิทสนมความเ็ปในความสัมพันธ์ที่ไม่ชัดเจนในใจเธอยิ่งขยายใหญ่ขึ้นกว่าเดิม
ลู่เหยาไม่สนว่าเส้าหยุ่นเชินจะกลับบ้านในวันอาทิตย์ไหมเธอเลิกงานตอนห้าโมงครึ่ง แวะซื้อผักและผลไม้สดที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตระหว่างทางกลับบ้าน
หญิงสาวทำอาหารเก่งมาั้แ่เด็กเพราะเรียนจากแม่หลังจากแต่งงาน ถึงแม้เธอจะทำอาหารให้เขากิน แต่เขาก็กลับมาสัปดาห์ละครั้งตามสัญญาเท่านั้นไม่ว่าอาหารจะอร่อยแค่ไหน เธอก็ต้องกินเพียงลำพัง
เมื่อเวลาผ่านไป เธอก็ไม่ได้สนใจการทำอาหารอีกแต่ถ้าวันไหนอารมณ์ดีเธอถึงลงมือทำอาหาร ถ้าหากว่าชายหนุ่มกลับมาก็ผลัดกันทำอาหารบ้างหรือไม่ก็สั่งอาหารมากินด้วยกัน
โทรศัพท์ในห้องรับแขกดังขึ้น เธอยุ่งอยู่ในห้องครัวเลยไม่ได้ยินเสียงเปิดประตู
“โอ๊ย!!”
มือของเธอเผลอไปโดนเหงือกปลาในขณะที่เธอกำลังจัดการกับมันอยู่ลู่เหยารีบดึงนิ้วที่เืไหลออก และร้องขึ้นมาด้วยความเ็ป
ยังไม่ทันที่เธอจะรู้ตัว ก็มีคนเดินมาจากด้านหลังมือใหญ่ของเขาจับนิ้วมือของเธอไปล้างน้ำ เธอนิ่งงันเพราะฝ่ามือที่ร้อนผ่าวของเขา
ดูเหมือนว่าร่างกายของชายหนุ่มจะอบอุ่น...ยกเว้นริมฝีปาก
“ทำไมคุณไม่ให้คนขายปลาทำให้ก่อนล่ะ?” เขาใช้กระดาษทิชชู่เช็ดคราบเืและแปะพลาสเตอร์ยาบนแผลเธออย่างอ่อนโยนแต่สีหน้ายังดูเ็าเช่นเดิม
ลู่เหยาพึมพำเบาๆ “ฉันลืมไป คิดแต่จะซื้อของเร็วๆ”