*ก่อนจะกดอ่านตอนต่อไป อ่านทอล์กกันด้วยน้าา*
-01-
*ใครกันจะต้องไปเกิด..ไม่ใช่ผมแน่ๆ*
@ข่าวด่วน
พาดหัวข่าว
'ดารานายแบบดาวรุ่งพุ่งแรง ลี่ฟางเม่ย เสียชีวิตคาห้องพัก'
'เมื่อเวลา 10.00 น. ตำรวจได้เข้าตรวจค้นห้องพักของนักแสดงชาย ลี่ฟางเม่ย เนื่องจากผู้จัดการแจ้งว่าติดต่อเ้าตัวไม่ได้เป็เวลา 2 วันแล้ว ตำรวจเข้าไปพบเ้าตัวนอนเสียชีวิตอยู่บนเตียงนอน เบื้องต้นไม่พบร่องรอยการโดนทำร้ายร่างกายหรือเสพสิ่งเสพติดใด ๆ คาดว่านักแสดงหนุ่มหัวใจล้มเหลว อย่างไรเ้าหน้าที่ต้องชันสูตรร่างของลี่ฟางเม่ยกันต่อไป...'
เอาล่ะ ทุกคนคิดว่าตายแล้วไปไหน..?
นรก กด 1
์ กด 2
แล้วถ้าไม่ใช่ทั้งนรกทั้ง์ล่ะ ต้องไปไหน..?
ฟางเม่ยเบะปากคว่ำ ก่อนจะยกสองแขนขึ้นมากอดอก ใบหน้าสวยหวานเชิดขึ้นอย่างเซ็ง ๆ เขารู้ว่าตัวเองตายแล้ว ตายมาหลายวันแล้วด้วย ตอนที่เห็นร่างตัวเองนอนแน่นิ่งไม่หายใจอยู่บนเตียงนั้นยอมรับว่าเขากลัวมาก ร้องไห้เป็วรรคเป็เวร เสียดายชีวิตก็เสียดาย ที่สำคัญเสียดายเงินที่อุตส่าห์มุมานะหามาอย่างยากลำบากแต่ยังไม่ได้ใช้สักสลึงเดียว อนาคตที่กำลังรุ่งเรืองต้องจบลงเพราะใหลตาย
โธ่ อนาถจังชีวิต..
ความจริงแล้ว การตายั้แ่อายุสิบเก้ามันก็น่าเสียดายหน่อย ๆ ใช่ไหมล่ะ? ยังเรียนไม่จบ อนาคตกำลังรุ่งเลยนะ แต่พอหายกลัว ทำใจและยอมรับได้ ตายแล้วเขาก็รู้สึกอยากจะตายเลยนี่สิ มันทำให้เขาต้องมานั่งทะเลาะกับพวกดวงจิตอีกเก้าดวงอยู่เนี่ย!
ในสถานที่แห่งหนึ่งเต็มไปด้วยกลิ่นอายความมืดแห่งโลกิญญา มีดวงจิตทั้งสิบดวงนั่งกันอยู่คนละมุม บางคนนั่งเฉย ๆ บางคนนั่งหลับ บางคนก็มีความหงุดหงิดที่ต้องมาติดแหง็กอยู่ในสถานที่แบบนี้ หลังจากสิ้นอายุขัย นับเป็เวลาหลายวันแล้วที่พวกเขาทั้งสิบยังตกลงกันไม่ได้ว่าใครจะต้องเป็คนไปเกิดใหม่ในร่างของ
'หลี่ฟางเม่ย'
คุณชายน้อยเพศ ‘เกอ’ อายุ 14 หนาว ไม่มีพลังปราณ ไม่มีพลังธาตุ จัดอยู่ในหมวดคนไร้ค่าของตระกูล
โลกนั้นเป็ดินแดนแห่งยุทธภพ มีผู้ใช้พลังปราณได้ มีเทพ มีเซียน และสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า ‘มาร’ ออกอาละวาดคร่าชีวิตชาวเมืองกันวุ่นวาย
แฟนตาซีขนาดนี้ใคร๊มันจะอยากไปเกิด!
เขาคนหนึ่งแหละที่ยังยืนกรานว่าตัวเองจะไม่ยอมแน่ ๆ
ซึ่งจะบอกว่าไปเกิดใหม่ก็ไม่ถูกเท่าไร่นัก เพราะดวงจิตของพวกเขานั้นเป็เสี้ยวิญญาเดียวกันที่แยกย่อยไปเกิดอยู่ต่างภพต่างชาติ นานหลายพันปีจึงได้กลับมารวมกันอย่างในตอนนี้..
พวกเขาจะต้องหลอมรวมเสี้ยวิญญาให้เป็ดวงจิตอันหนึ่งอันเดียวกัน เมื่อหลอมรวมเสี้ยวิญญากันแล้วจะต้องมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่จะได้ใช้ชีวิตต่อไปในร่างที่ยังไม่หมดลมหายใจ
นั่นก็คือร่างของหลี่ฟางเม่ย..
ตระกูลหลี่นับได้ว่าร่ำรวยมีเงินทองพอสมควรแต่ไม่ได้ถึงขั้นมีตำแหน่งยศใหญ่ในรั้วในวัง หลี่ฟางเม่ยนั้นเป็คุณชายไร้ค่าตกอับ เป็ที่รังเกียจของตระกูลเนื่องจากเ้าตัวป่วยออด ๆ แอด ๆ ั้แ่เกิด จึงไม่ได้เป็ที่รักของปู่กับย่าและญาติพี่น้องคนอื่น ๆ
อาการป่วยของหลี่ฟางเม่ยนั้นจะว่าหนักหนาก็คงจะใช่ ไม่ว่าบิดามารดาจะหาทางรักษาบุตรชายอย่างไรก็ไม่เป็ผล หลี่ฟางเม่ยไม่หายจากอาการป่วย ซ้ำยังป่วยหนักขึ้นอีกเรื่อย ๆ อย่างไม่ทราบสาเหตุ
กระทั่งร่างกายอ่อนแอ จิติญญาอ่อนแรงเป็อย่างมาก จึงทำให้ดวงจิตหลุดออกจากร่างถึงได้มารวมตัวกับดวงจิตทั้งเก้าดวงได้
และหลี่ฟางเม่ยไม่อยากกลับไปเป็คุณชายไร้ค่าอีกเช่นกัน..
หลังจากที่เสี้ยวิญญามากันครบแล้ว สามารถหลอมรวมกันเป็หนึ่งได้เลย หากแต่พวกเขาทั้งสิบนั้นกลับไม่มีใครอยากไปเกิดใหม่นี่สิปัญหา!
"พวกเ้าตกลงกันได้หรือยังว่าผู้ใดจะเป็ผู้โชคดีคนนั้น"
เทพก่อนกำเนิดในชุดขาวสูงส่งเอ่ยถามิญญาทั้งสิบดวง พวกเขาต่างเบะปาก หันหน้าหนี ในใจคิดเป็สิ่งเดียวกันว่า..
โชคดีบ้าอะไร นั่นมันโชคร้ายต่างหาก!
ใครจะอยากไปเกิดก็ไปเถอะ ข้ายกให้!
เงียบกริบ...
ท่านเทพถอนหายใจ เทพก่อกำเนิดอย่างเขาต้องมากุมขมับ แล้วแบบนี้จะส่งไปเกิดได้ยังไงในเมื่อทุกคนต่างไม่อยากจะมีชีวิตต่อไป แม้แต่เ้าของร่างเองยังเฉยเมยไม่กระตือรือร้นที่จะกลับไปหาบิดามารดาเลยแม้แต่นิด
"ท่านเทพ พวกผมตายแล้วก็ตายเลยไม่ได้เหรอครับ ทำไมต้องไปเกิดใหม่ให้มันวุ่นวายด้วยล่ะ?" 'ลี่ฟางเม่ย' เด็กหนุ่มอายุ 19 ปี ในโลกปัจจุบันเอ่ยถาม เขาไม่เข้าใจอย่างมาก
ตายแล้วทำไมไม่ตายเลยอะ งง..?
"เฮ้อ... เสี้ยวิญญาของพวกเ้านั้นแยกย่อยกันออกมาเป็สิบดวงนั้นมันมีเหตุ หลายพันปีที่ต้องเวียนว่ายตายเกิด หากแต่ิญญาไม่สามารถหลอมรวมเป็หนึ่งเดียวได้ ในครานี้นับว่าถึงเวลาแล้วที่พวกเ้าจะต้องเป็อันหนึ่งอันเดียวกัน กฎของ์ หากเขายังไม่ให้ตาย..จะตายได้อย่างไร"
"แต่พวกเราไม่ได้อยากไปเกิดแล้วนี่คะ" เชฟสาวฝีมือดังระดับโลกเอ่ยขึ้นด้วยความอดรนทนไม่ไหว
เธอตายแล้ว เป็โชคดีที่ตาย ๆ ไปซะที เธอต้องทรมานกับการดิ้นรนสู้ชีวิตมากว่า 40 ปี เชียวนะ!
"ใครอยากเกิดก็ไป ฉันขอตาย…" น้ำเสียงทุ้มเข้มของมาเฟียหนุ่มในวัย 30 ปีเอ่ยขึ้น
การอยู่บนจุดสูงสุดของโลกมืดนั้นเต็มไปด้วยความรับผิดชอบมากมาย ใส่หน้ากากเข้าหาคน และยังต้องรับมือกับพวกใส่หน้ากากเข้าหาตัวเองเพื่อผลประโยชน์อีกเช่นกัน
สั้น ๆ คือเบื่อ..!
"ฉันก็ไม่" นักฆ่าหน้าหล่อพูดกระชับได้ใจความ
"อาตมาเองย่อมคิดเช่นเดียวกันกับพวกโยม ดับขันธ์คือความสงบสุข" กระทั่งพระก็ยังไม่เว้น..
และหลังจากนั้น เกิดการโต้เถียงของดวงจิตทั้งหลายดังอื้ออึง เล่นเอาท่านเทพก่อกำเนิดปวดหัว หัวแทบแตก ไม่รู้จะจับแยกพวกเขายังไงให้เลิกโบ้ยกันไปโบ้ยกันมาได้เสียที
ในตอนที่เหนื่อยอกเหนื่อยใจหาทางออกไม่ได้นั้นหางตาพลันชำเลืองไปเห็นดวงจิตดวงหนึ่งที่นั่งหลับตาชันเข่าข้างหนึ่ง หลับตาเงียบ ๆ ไม่พูดไม่จา
'หลี่ฟาน' เทพปราบมาร เทพาที่ดินแดนสรวง์ให้ความเคารพนับถือ แม้แต่ตัวของเขาเองยังต้องนอบน้อมกับอีกฝ่ายอยู่หลายส่วน
"ท่านหลี่ฟาน..." เทพก่อกำเนิดเรียกอีกฝ่ายเสียงไม่ดังมากนัก
เปลือกตาหนาที่หลับอยู่เปิดปรือขึ้นช้า ๆ ั์ตาสีนิลกาฬลึกล้ำดั่งหุบเหวปรายมองคนเรียก ดวงหน้าหล่อเหลาสูงส่งของดวงจิตเทพนั้นเฉยชามาก คาดเดาอารมณ์ของใบหน้าดุ ๆ นั้นไม่ออก
หลี่ฟานพอจะรับรู้ได้ถึงการขอความช่วยเหลือของเทพก่อกำเนิด ร่างสูงกำยำขยับตัวเล็กน้อย มือหนาสะบัดเพียงครั้งเดียวพลันเกิดสายลมปะทะร่างของกลุ่มชุมนุมขนาดเล็กให้แตกกระเจิงไปคนละทิศละทาง
“รำคาญ...”
????????????
เอาล่ะ...พวกแกจะทำยังไงกันต่อไปนะเ้าิญญาทั้งสิบบบบ
ปล. อันนี้ความคิดไรท์นะ คือถ้าตายแล้วในชาติหน้าก็ไม่ขอเกิดอีกละ เหนื่อยมาก เกิดมาทำงานหาเงินงกๆ เพื่อหาเงินเลี้ยงชีวิตตัวเองให้รอดในแต่ละวัน มันเหนื่อยทุกคนมันเหนื่อยยย
แต่แค่บ่น ๆ แหละ บ่นไปงั้นนน ต้องดิ้นรนกันต่อไป ฮ่าาา
เซ่น ไม่ถูกหวย โมโหมากอัพนิยายเลย!!
(แจ้งคำผิด/ตกหล่น ได้ค่ะ)
เนื้อเื่ก็เรื่อยเปื่อยไปเรื่อยแหละ อย่าคาดหวังกับไรท์ว่ามันจะโอ้โหนะ อายมากจริงๆ เวลารีดเดอร์เดาปมของพล็อต 55555
*แจ้งติดเหรียญ*
อาจจะเริ่มติดประมาณตอนที่ 5-6 นะคะ