ครั้งแรกระหว่างเรา
แม้จะผิดหวังแต่ลูกก็ยังไม่ละความพยายาม เลยตามไปหาถึงออฟฟิศ โดยมีคนขับหนุ่มเดินตามขึ้นไปยังออฟฟิศของไกรเดช
“ท่านประธานประชุมอยู่ค่ะคุณแจม พี่ไม่กล้าเข้าไปกวนค่ะ”
วิวรรญาเลยตัดสินใจหอบกล่องของขวัญไปนั่งรอที่ชุดรับแขกตรงหน้าต่างกระจก ชั่วโมงหนึ่งผ่านไปก็ยังไม่เห็นพ่อออกมา เลขาหน้าห้องเลยตัดสินใจโทรเข้าไป เพราะเห็นว่าเป็เวลาที่คนข้างในกำลังเบรกดื่มกาแฟ เพราะเห็นใจลูกสาวเ้านายที่มารอนานแล้ว
“ฉันก็บอกยัยแจมไปแล้วว่ายังไม่ว่างๆ มีอะไรให้เก็บไว้คุยที่บ้านสิ ของสำคัญอะไรนักหนาถึงต้องหอบมาให้ถึงที่นี่ ทำไมไม่ฝากไว้ แล้วเลขาอย่างเธอจัดการไม่ได้เหรอ เื่เล็กๆ น้อยๆ แค่นี้ทำไมจะต้องมากวนด้วย ตัดสินใจหรือจัดการเองไม่ได้เหรอ แล้วฉันจะจ้างเธอมาทำไมกัน แค่นี้นะฉันยุ่ง”
เสียงพ่อดังผ่านลำโพงที่เลขาเปิดให้ฟังด้วยกัน เพราะกลัวลูกเ้านายจะไม่เชื่อ และนั่นก็ทำให้เลขารู้สึกผิดไม่น้อยที่ตัดสินใจทำแบบนี้ เพราะเงยไปดูหน้าลูกสาวเ้านายแล้วก็ให้สงสารเต็มกลื่น ดวงตาคู่สวยก็กำลังรื้นไปด้วยกลุ่มน้ำตา
“งั้นแจมฝากนี่ไว้ให้คุณพ่อด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ”
วิวรรญาวางกล่องไว้กับโต๊ะเลขาแล้วก็เดินออกไปอย่างรวดเร็ว ลินที่ได้ยินทุกคำพูดของไกรเดชอดสงสารหลานเ้านายไม่ได้ อีกครั้งที่เขาอยากเอ่ยปากถามว่าเพราะอะไรหรือทำไมพ่อผู้ให้กำเนิดเธอถึงได้ทำแบบนี้กับเธอ
แต่พอเห็นท่าทีหงอยเหงาเศร้าสลดกว่าครั้งก่อนแล้วเขาก็ได้แต่ปิดปากเงียบ ซึ่งนั่นเป็เื่ที่วิวรรญาอยากจะให้เป็เหลือเกิน เพราะตอนนี้ไม่อยากจะเจอะเจอใครเลยจนนิดเดียว
ด้วยเสียใจกับการกระทำของพ่อเหลือกำลัง พ่อที่ทอดทิ้งลูกคนนี้ นับั้แ่ไม่มีแม่ แม่ที่พ่อเกลียดนักเกลียดหนา และห้ามใครพูดถึงอีก และถ้าไม่มีเื่แต่งงานเข้ามาเกี่ยวข้อง พ่อก็คงจะไม่สนใจลูกคนนี้ด้วยซ้ำ
ลูกที่พ่อไม่กล้าฟันธงว่าเป็ลูกตัวเองหรือเป็ลูกชู้ ลูกชาวสวนชั้นต่ำที่พ่อประณามให้ฟังอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน มือบางยกขึ้นไปปาดน้ำตาออกจากสองพวงแก้ม และพยายามหักห้ามไม่ให้มันไหลออกมาอีก
ด้วยไม่อยากให้คนข้างๆ ต้องเห็น แต่ก็ยากยิ่งเหลือเกินที่จะสั่งมันได้ เพราะความเสียใจมันกำลังแล่นมาจุกอก แล่นมาเล่นงานลูกที่ถูกทอดทิ้งจนไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้ ความอ่อนแอ
ความเหนื่อยล้าก็ถาโถมเข้ามาหาเรียกน้ำตาไหลรินออกมาไม่ขาดสาย จนชายหนุ่มทานทนไม่ได้ เมื่อรถแล่นมาถึงสะพานแม่น้ำบางปะกง จึงชะลอแล้วจอดลงช้าๆ กระจกทั้งสี่ด้านถูกลดลงเพื่อรับลม
ก่อนจะหันไปหาดวงหน้าที่เต็มไปด้วยหยาดหยดใสๆ หัวใจชายหนุ่มทานทนไม่ได้จึงเอื้อมมือไปหามือบางแล้วกุมไว้ด้วยความสงสารเป็ที่สุด วิวรรญาหันไปหาทั้งที่ดวงหน้าเต็มไปเปี่ยมไปด้วยริ้วรอยแห่งความเสียใจอย่างที่สุด
และเพียงแค่มีสองวงแขนแข็งแรงรั้งร่างผอมบางมาหา อกอบอุ่นของเขาก็กลายเป็ที่พักพิงให้ลูกที่ถูกทอดทิ้งได้ซบหน้าร้องไห้ทันที
‘ฮือ ฮือ ฮือ ฮือ ฮือ ฮือ ฮือ ฮือ’
แล้วปล่อยโฮออกมาด้ายหมดเรี่ยวแรงจะปิดบังความอ่อนแอของตัวเองได้ ลินโอบกอดกายอันสั่นเท่าเอาไว้แแ่ ปลายคางบุ๋มของเขากดลงเบาๆ ฝ่ามืออุ่นลูบไปมาเพื่อปลอบขวัญ
“ร้องออกมาเถอะนะถ้ามันจะทำให้คุณสบายใจขึ้น ร้องไห้พอวันนี้ แล้วพรุ่งนี้คุณจะได้ไม่ต้องอีก”
“ฉันทำอะไรผิดนักหนา คุณพ่อถึงไม่เคยรักฉัน ไม่เคยเห็นฉันเป็ลูกเลย ถ้าคุณพ่อไม่อยากมีลูกอย่างฉันทำไมไม่ฆ่าฉันให้ตายั้แ่ฉันยังเด็กๆ ทำไมต้องปล่อยให้ฉันโตขึ้นมาเสียใจกับการกระทำของคุณพ่อด้วย ทำไมๆ ๆ”
เสียงอู้อี้ปนสะอึกสะอื้นเปล่งออกมาเพื่อระบายความอัดอั้นตันใจมากกว่าจะ้าคำตอบ และแน่นอนว่าเขาไม่มีให้ ด้วยเพราะไม่รู้ว่าจะสรรหาคำไหนมาตอบได้ ด้วยไม่รู้จักผู้เป็พ่อของเธอเลยแม้แต่นิดเดียว
“บางทีท่านอาจจะมีเหตุผลของท่านที่บอกคุณไม่ได้ หรืออาจจะกำลังยุ่งกับงาน กับปัญหาเงินๆ ทองๆ อยู่ก็ได้นะ บางทีเื่ของผู้ใหญ่เด็กๆ อย่างเราก็ไม่รู้ไม่เข้าใจกับพวกท่านมานักหรอกครับ แต่ผมอยากจะให้คุณลองใจเย็นๆ ดูก่อน และอยากจะให้คิดว่าทุกอย่างที่ท่านทำก็เพื่อลูกๆ อย่างเราได้อยู่สุขสบายในวันข้างหน้า เพราะคนเป็พ่อแม่สิ่งสำคัญที่สุดก็คือลูก ทุกอย่างทุกเื่ที่ทำก็เพื่อลูกทั้งนั้น”
แต่เขาก็พยายามปลอบใจด้วยถ้อยคำกลางๆ และเอาพ่อของตัวเองมาเป็ที่ตั้ง เอาใจตัวเองมาเป็ใจเธอ เพราะทุกครั้งที่น้อยอกน้อยใจการกระทำของพ่อเขาเองก็มักจะต้องบอกตัวเองให้คิดแบบนี้
จะได้ไม่เสียใจมาก จะได้ไม่น้อยใจมาก และจะได้ไม่เกิดรอยร้าวระหว่างพ่อลูก วิวรรญาเองก็เพิ่งได้สติจากคำเตือน บวกกับเพิ่งตระหนักว่าตัวเองเผลอพากายมาซบอกอุ่นของเขา
และเผลอแสดงความอ่อนแอออกมาให้เขาเห็นมากจนเกินไป และที่สำคัญเผลอไผลให้ตัวเองก้าวข้ามเขตแดนระหว่างหลานนายจ้างกับคนสวนที่เคยขีดกางกั้นเอาไว้อย่างเด่นชัด
ด้วยหวาดหวั่นว่าตัวเองจะเดินซ้ำรอยแม่ ให้ใครต่อใครได้ดูถูกเหยียดหยามอีก และแน่นอนว่าทั้งพ่อ ทั้งลุงและป้าจะต้องเสียใจจากการเผลอของตัวเองอย่างไม่ต้องสงสัย เมื่อคิดได้ดังนั้น
วิวรรญาจึงค่อยๆ พากายออกจากอกเขา กลับไปนั่งตัวตรง รับทิชชูจากมือเขาขึ้นมาซับน้ำตา ก่อนจะเอนเบาะลงนอนเพื่อตัดบทสนทนาทุกอย่างให้จบลง
ลินมองดวงหน้าสวยที่ตอนนี้ใต้ขอบตาบวมเปล่งอยู่ครู่หนึ่ง ก็อ่านใจออกได้ไม่ยากว่าคงจะตำหนิตัวเองอยู่ไม่น้อยที่เผลอยึดเอาอ้อมอกเขาเป็ที่ซบเพื่อระบายความอัดอั้นตันใจ
จึงพยายามทำตัวให้เป็ปกติแล้วควบรถออกไปโดยไม่ได้ปริปากเอ่ยอะไรเลยสักคำกระทั่งถึงบ้าน วิวรรญาเองก็พยายามปรับสีหน้าให้เป็ปกติที่สุด แล้วรีบเดินไปทรุดตัวลงนั่งข้างๆ ป้า
เพื่อช่วยงานมัดผัก จัดผักลงกล่องสำหรับไว้ขายพรุ่งนี้เช้า ลินเองก็รีบไปช่วยเกรียงไกรเก็บผักมากองไว้ให้ตามปกติ ก่อนจะนั่งมัดช่วยเหมือนทุกวัน
แต่หัวใจอันแข็งแกร่งและมั่นคงนี่สิที่มันดันวอกแวกคอยแต่จะลอยไปอยู่ข้างๆ อีกคนตลอดเวลา
“มัดผักเสร็จแล้ว แจมก็ไปตลาดซื้อของมาทำอาหารไว้ตักบาตรพรุ่งนี้เลย ไม่ต้องมาทำมื้อเย็นหรอกเดี๋ยวป้าจัดการเอง จะเอานายลินไปช่วยถือของด้วยก็ได้ ว่าแต่ปีนี้ชวนเพื่อนคนไหนมากินข้าวที่บ้านบ้างล่ะ แล้วจะทำอะไรกินดี แต่พรุ่งนี้เช้าแจมค่อยไปซื้อที่ตลาดตอนไปช่วยป้าเก็บของก็ได้นะ”
อรพินหันไปสั่งหลานด้วยความเอ็นดู
“ค่ะป้า”
ส่วนหลานสาวก็รับคำแค่นั้น ก่อนจะลุกไปล้างมือล้างไม้หลังบ้าน ลินงงไม่น้อยกับคำพูดของทั้งสองคน
“ลินๆ ยกของลงมาไว้ข้างๆ แผงก็พอ แล้วก็รีบกลับบ้านไปช่วยยัยแจมเตรียมของไปทำบุญที่วัดเถอะไป๊ แล้วอย่าลืมเตือนให้ยัยแจมถวายปัจจัยพระท่านด้วยนะ เกิดชาติหน้าจะได้มีกินมีใช้ไม่อด นี่ถ้าไม่ติดว่าลูกค้ารอกินของอยู่ป้ากับลุงก็คงจะไปทำบุญด้วยแล้ว เสียดายวันเกิดหลานทั้งทีก็ไปไม่ได้”
เช้ามืดวันถัดมาเขาถึงได้รู้ จึงรีบทำตามคำสั่งเ้านายทันที พอมาถึงบ้านก็เห็นเ้าของร่างผอมบางในชุดกางเกงขาสี่ส่วนสีขาว กับเสื้อสีเดียวกันมีระบายรอบตรงเองดูเผินๆ คล้ายกระโปรงสั้น
ผมยาวก็เปียหางปลาไว้ด้านหลัง มองแล้วน่ารักเหลือเกิน จนหัวใจเขาเต้นแรงขึ้นๆ เมื่อเดินเข้าไปใกล้
“ฉันเตรียมของใกล้จะเสร็จแล้ว นายกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ อย่าลืมใส่เสื้อสีขาวตัวเมื่อวานด้วยนะ”
วิวรรญาเงยหน้าจากหม้อแกงไปบอกครู่เดียวแล้วก็ก้มลงไปใหม่คล้ายๆ จะหนีดวงตาคู่คมที่จ้องมองมาหาอยู่ยังไงยังงั้น แต่เขาก็ไม่ได้ว่าอะไรนอกจากรีบออกหลังครัวไป
กลับมาอีกทีทุกอย่างก็อยู่ในตะกร้าหวายรอให้เขามายกไปใส่รถแล้วเท่านั้น วัดที่วิวรรญากับลุงและป้ามักจะมาทำบุญนั้น เป็วัดป่าอยู่ไกลจากบ้านพอสมควร บรรยากาศร่มรื่นเข้าไปนั่งอยู่ในศาลาแล้วจิตใจลินสงบไม่น้อย
แต่ก็จะเป็เพียงแค่ชั่วครู่ที่เขาเพ่งสายตาไปทิศทางอื่นเท่านั้น ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่หันไปหาคนข้างๆ ที่นั่งสงบนิ่งแล้วใจเป็ต้องเต้นโครมครามขึ้นมาทุกที
แต่ก็พยายามควบคุมสติและตั้งใจรับศีลรับพระจากพระท่านวิวรรญาเองก็ต้องใช้ความพยายามที่จะสงบจิตใจไม่แพ้กันเมื่อความอบอุ่นจากแผ่นอกของคนสวนหนุ่มคอยมาก่อกวนความคิดอยู่ร่ำไป
โชคดีที่มีธรรมะคอยช่วยไว้ หลังถวายอาหารหวานคาวและดอกไม้ธูปเทียนแล้ว หญิงสาวก็ไม่ลืมที่จะถวายปัจจัยในซองสีสาว ที่แม้จะน้อยนิดแต่ก็เป็ไปด้วยใจอันมีกุศลเต็มเปี่ยม
“ผมอยากทำบุญกับคุณแจมครับ”
ลินควักแบงก์สีม่วงออกจากกระเป๋ากางเกงยีนยื่นให้มือบางที่กำลังจะปิดซอง ดวงหน้าสวยหันไปมองและอยากจะถามว่าทำไมกุศลแรงขนาดนี้ แต่คิดอีกทีก็ไม่อยากจะขัดเลยรับมาใส่รวมกับปัจจัยสี่เดียวกันของตัวเอง
แล้วนำไปถวายพระด้วยท่าทีสงบนิ่ง ก่อนจะออกจากศาลาโดยมีลินถือตะกร้าตามไปหารถไม่ห่าง
“เราไปปล่อยปลาที่ท่าน้ำกัน”
เพราะทุกครั้งลุงกับป้ามักจะพาทำแบบนี้ ลินวางตะกร้าไว้กระบะแล้วเดินตามไปอย่างไม่เกี่ยงงอน และเป็คนอาสาควักกระเป๋าทำบุญไถ่ชีวิตปลาให้เอง แต่อีกคนไม่ยอมเลยเป็ต่างคนต่างทำ
ซึ่งเขาก็ยอมรับได้ไม่ว่าอะไร วิวรรญาจ้องมองฝูงปลาที่แหวกว่ายไปในบึงน้ำด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มและอิ่มใจที่ได้เป็ผู้ปลดปล่อยในครั้งนี้ใจนั้นก็วาดหวังอยากจะให้บุญกุศลที่เฝ้าเพียรทำมาั้แ่เล็กแต่น้อย ย้อนกลับมาหาตัวเองบ้าง
นำพาแต่สิ่งดีๆ มาในชีวิตบ้าง มาปลดปล่อยหัวใจอันโดดเดี่ยวอ้างว้าง ได้หายเหงาหายเศร้าบ้าง นำพาอกอันอบอุ่นของทั้งพ่อและแม่ที่ร้างลา ห่างหายกับหลายสิบปี กลับมาสร้างความอบอุ่นให้ลูกที่ถูกทอดทิ้งคนนี้บ้าง
“อุ๊ย!!!”
แต่อนิจจา นอกจากแรงอธิษฐานจะไม่อาจเป็จริงแล้ว ยังซ้ำเติมเ้าของวันเกิดให้ใเล่น ด้วยการผลักให้เท้าที่กำลังก้าวเดินขึ้นสะพานอันลาดชันจากบึงไปหาฝั่งสะดุดแผ่นกระดาน
จนเสียหลักเกือบหัวคะมำ หากไม่มีแขนแข็งแรงและว่องไวของคนสวนหนุ่มคอยโอบอุ้มไว้ ยังผลให้สองดวงใจต่างเต้นระทึกอยู่ภายในแทบจะพร้อมกัน เมื่อสองร่างต่างแนบชิดอยู่กลางสะพานที่ยามอรุณรุ่งนั้นยังปลอดผู้คนอยู่มาก
วิวรรญาค่อยๆ ยืนจนมั่นคงด้วยตัวเอง ก่อนจะผละออกจากวงแขนที่โอบอุ้มไว้ เดินนำไปหารถแล้วรีบขึ้นไปนั่งโดยไม่ยอมรอให้อีกคนเดินมาเปิดให้เหมือนทุกครั้ง
“คุณแจมจะกลับบ้านก่อน หรือจะเลยไปหาคุณลุงคุณป้าครับ” คนขับที่เงียบมาเกือบตลอดทางจำต้องเอ่ยปากเมื่อถึงทางแยก
“ไปตลาดก็ได้”
ส่วนอีกคนก็เห็นว่าคงจะเป็ทางเลือกที่ดีกว่า หากจะไม่กลับบ้านแล้วอยู่กับคนสวนหนุ่มตามลำพังไปอีกเป็ชั่วโมงๆ กว่าจะถึงเวลาไปรับลุงกับป้า
========
****** ขออนุญาตแจ้งอีกทีนะคะ ว่านิยายทุกเื่จะลงให้อ่านได้ราว 70% เท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้ค้างคา แต่กันเกราเชื่อว่านักอ่านที่น่ารักทุกท่านจะเป็กำลังใจต่อให้ด้วยการตามหาหนังสือมาไว้ในอยู่แล้วค่ะ ******
ยิ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
และหนึ่งคอมเม้นต์ของท่าน คือหนึ่งแรกผลักดันและกำลังใจของคนเขียนนะคะ แต่ก็ยินดีต้อนรับและขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านด้วยค่ะ
รู้งี้แล้วอย่าลืมเม้นท์ให้เค๊าหลังอ่านด้วยนะตะเอง
เข้าไปทักทาย พูดคุย หรือติชมผลงานได้
ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ห้ามหยิบยก คัดลอก หรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ รวมทั้งถ่ายทอด ถ่ายเอกสาร สแกน ในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น เว้นเสียแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ประพันธ์เป็ลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์อันเป็ประโยชน์แก่หนังสือเล่มนี้เท่านั้น
