บทที่ 10 แปลกคนแท้ …!
หลังจากที่วิทย์พักเหนื่อยมาสักพัก เขาก็รู้สึกว่าพลังเขากลับมาแล้ว
วิทย์ลุกจากม้านั่ง กำลังจะวิ่งออกไป แต่พอเขากำลังจะวิ่ง ก็มีแสงควันลอยขึ้นท้องฟ้า มันเป็นพลุสัญญาณที่วิทย์ให้แจ็คไป
พอวิทย์เห็นพลุถูกจุดขึ้นมา เขารู้เลยว่ามันต้องเกิดเรื่องอะไรบางอย่างกับพวกที่รอเขาอยู่
วิทย์รีบวิ่งทันที่ ระหว่างที่วิ่งเขาก็หยิบพลุสัญญาณจุดขึ้นฟ้า บอกสถานการณ์ทางเขาให้พวกที่รอเขาอยู่รับรู้
“แม่ง! เกิดเรื่องบ้าๆ โทรศัพท์ยังเสือกใช้ไม่ได้อีก โธ่โว้ย…!”
วิทย์รู้สึกว่า ถ้าเขาใช้โทรศัพท์ได้ เขาคงพอรู้ว่าหน้าหมู่บ้านมันเกิดอะไรขึ้น ตอนนี้มันเหมือน เขาหลุดไปอยู่ยุคที่โทรศัพท์ยังไม่เกิด แล้วต้องอาศัยพลุสัญญาณที่เขามีแจ้งเหตุแทน นึกแล้วเขาก็นับถือคนยุคนั้น คนจะตายข้าศึกจะบุก พวกเขาก็อาศัยควันไฟเหล่านั้นแจ้งเหตุ
ส่วนอีกด้าน ระหว่างที่วิทย์ล่อพวกซอมบี้ให้พวกนุ๊กหนีมา
พวกเขาก็ขับรถออกมาทันที่ ระหว่างทางที่ขับมาพวกเขาไม่เจอซอมบี้เลย จนพวกนุ๊กไปหยุดที่หน้าหมู่บ้าน ตำแหน่งเดิมที่เขาเคยรอวิทย์มาก่อนหน้านี้
สักพักแจ็คก็มองไปที่กระจกหลังรถ เขาเห็นฝูงซอมบี้อย่างกับทะเลซอมบี้ พวกมันมุ่งหน้าเดินเข้ามาทางหมู่บ้าน
“พี่นุ๊ก ดูนั้นสิพี่ บอกผมที่ผมไม่ได้ตาฝาดไปใช้หรือเปล่า?”
แจ็คพยายามขยีตาตัวเองดู ว่าตัวเองตาฝาดหรือเปล่า แต่ภาพตรงหน้า มันยังคงเหมือนเดิม วินาทีนั้น แจ็คสะกิดแล้วบอกกับนุ๊กทันที่ พอนุ๊กได้ยินเสียงเขาก็เปิดตา ตอนนั้นเขากำลังหลับตาพักอยู่
“อะไรของเอ็งว่ะ ไหนดูดิ”
พอนุ๊กเห็นฝูงซอมบี้ที่แจ็คบอก
“เชี่ยเอ๊ย! เอ็งไม่ได้ตาฟาดหรอก แม่ง! มากันเต็มเลย”
“แล้วเอาไงดีพี่ ให้ผมจุดพลุสัญญาณบอกพี่วิทย์ไหม”
“จุดเลย เราอยู่ที่นี่ไม่ได้แล้ว”
“พี่นุ๊กค่ะ แล้วพี่วิทย์จะไม่เป็นไรหรอ”
“ไม่รู้ แต่พี่เชื่อมัน พวกเราเคยได้ยินข่าวที่เด็กอายุ 17 ติดอยู่ในป่า 15 วันไหม นั้นและคือมัน พี่ว่ามันเอาตัวรอดได้”
พอพวกแจ็คกับเมย์ฟังที่นุ๊กเล่า พวกเขามองหน้ากัน แล้วมองไปทางเข้าหมู่บ้านที่วิทย์อยู่
“เอาล่ะ เตรียมพร้อมเอาไว้ ลองค้นของในกระเป๋ามิติ ว่ามีอะไรพอทำสัญลักษณ์บอกให้วิทย์มันตามเรามาได้บ้าง เร็วเข้าหน่อยพวกมันเริ่มเดินใกล้มาทุกที่”
“แล้วเราจะไปไหนกันดีพี่”
“วัด เราจะไปวัดกันมันห่างจากที่นี่ ไป 3 กิโลเมตร แถมยังไม่ค่อยมีคนด้วย พี่ว่ามันน่าจะปลอดภัยถ้าเราไปรอที่นั้น”
“พัพ! พัพ! อ่ะ พี่นุ๊กหนูเจอแล้ว สเปรย์พ่นสี”
“ดี! เราส่งมาให้พี่ มาได้ถูกเวลามาก สเปรย์พ่นสี ฮ่าฮ่า”
“ค่ะ หนูเจออยู่ในกระเป๋ามิติพอดี คงหยิบติดมือมากันมั่งค่ะ”
พอนุ๊กได้สเปรย์พ่นสี เขาลงจากรถ แล้วพ่นสเปรย์ไปที่พื้นเป็นประโยคคำว่า วัด พอพ่นเสร็จเขารีบขึ้นรถทันที่
นุ๊กขับรถเลียวซ้ายออกถนนใหญ่แล้วขับตรงไปที่วัดทันที่ วัดที่นุ๊กจะไปมันอยู่คนละทางกับฝูงซอมบี้ที่กำลังมา
สักพักรถก็มาถึงหน้าซุ้มประตูวัด นุ๊กขับรถเลียวเข้าวัด ระหว่างทางเขาเจอสุนัขกลายพันธุ์เข้ามาโจมตีรถแต่ก็ไม่เป็นผลอะไรด้วยความใหญ่ของรถ พวกมันไม่สามารถเข้ามาโจมตีถึงภายในรถได้ นุ๊กก็ขับต่อไปเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ไม่นานรถก็หยุดอยู่หน้าวัด มันเป็นบริเวณลานจอดรถของวัด วัดที่พวกนุ๊กเข้าไป เป็นวัดขนาดเล็ก บรรยากาศภายในวัดเลยเงียบสงบไม่ค่อยมีคนพลุ่นพล่าน มันเลยเป็นสาเหตุให้นุ๊กตัดสินใจมาที่นี่ แต่สิ่งหนึ่งที่วัดจะขาดไม่ได้คือ สุนัข ระหว่างทางเข้าวัด พวกนุ๊กเจอสุนัขกลายพันธุ์ ค่อนข้างบ่อย
“เอาล่ะ ถึงแล้ว”
“แล้วเอาไงต่อพี่ เราจะรออยู่อย่างนี่หรอครับ!”
“อืม รอ”
“เอางั้นหรอพี่! เราจะไม่ทำอะไรหน่อยหรอ!!”
“โอเค พี่รู้เอ็งเป็นห่วงไอวิทย์มัน แต่เอ็งลองคิด ถ้าเรารอไอวิทย์อยู่ที่นั้นหรือขับรถเข้าไปหามัน แทนที่จะรอที่นี่ตรงนี้ มันจะเกิดอะไรขึ้น 1. เราอาจจะออกมาไม่ทันจนพวกซอมบี้ล้อมเราเอาไว้ 2. เราอาจตายกันหมด เอ็งอาจคิดว่าสิ่งที่พี่พูดมันอาจไม่เกิดขึ้นก็ได้ แต่เอ็งรอนึกถึงเมย์ สิ น้องเขาจะต้องไปผจญเวรผจญกรรมกับพวกเราอีกมากขนาดไหน แถมพ่อน้องเขาก็ยังไม่รู้ว่าอยู่หรือตาย เอ็งอาจคิดว่าพี่หาเหตุผลสารพัดสารเพ มาพูดให้เอ็งเชื่อ แต่ทำไงได้เอ็งไม่เชื่อก็ทำให้เชื่อซะ ไงมันก็มาถึงตรงนี้แล้ว เราได้แต่หวังให้ไอวิทย์มันไม่เป็นไร แล้วรอมัน”
“ค่ะ แต่หนูปวดฉี่! พาหนูไปเข้าห้องน้ำที่”
“ฮ่าฮ่า จังหวะนรกจริงๆ ได้ แปปยังไหวใช้ไหม”
นุ๊กหยิบดาบกับปืนออกมาจากกระเป๋ามิติแล้วส่งปืน SIG-Sauer SSG 3000ไปให้แจ็ค
“ไอแจ็ค เอ็งเก็บปืนนี่ไว้ ก่อนมาวิทย์มันคุยกับพี่ไว้ ว่าอยากให้เอ็งใช้ปืนพวกนี้ให้ชิน เอ็งจะได้คอยช่วยเหลือพวกพี่ได้”
เอางั้นหรอพี่ นี้มันปืนสุ่มยิงนะพี่ผมไม่เคยใช้มาก่อน
“เออ ไม่ได้ให้เอ็งใช้ตอนนี้สักหน่อย แต่อยากให้เอ็งเก็บไว้ จับมันบ่อยๆจะได้คุ้นมือ เห็นไอวิทย์มันบอกว่า กล่องที่ติดมากับปืนมันส่องได้ไกล ไม่ต่ำกว่า 1000 เมตร เอ็งก็ลองดูเอา เอ็งเฝ้ารถอยู่ก็เอามาส่องดูว่ามีอะไรผิดปกติหรือเปล่า”
“ครับ แล้วพี่จะไปนานไหม”
“ไม่รู้ เมย์ เราฉี่หลังรถได้ไหม จะได้ไม่เสียเวลา พี่ไม่รู้ว่าข้างในวัด จะมีอะไรบ้าง”
“อื๊อ เดี๋ยวหนูลองก่อน ไม่เคยเหมือนกัน”
แล้วทั้งคู่ก็ลงจากรถไป สักพักเมย์ก็พูดขึ้นมา
“พี่นุ๊ก หนูฉี่ไม่ออก แต่หนูยังปวดอยู่นะ”
“เอาล่ะ ไอแจ็คพี่ไปก่อน ระวังตัวด้วยล่ะเดี๋ยวรีบกลับมา”
“ครับ อย่านานนักล่ะ ผมใจคอไม่ดี”
“ไปกัน เราตามพี่มา อยู่ใกล้ๆไว้”
แล้วนุ๊กก็พาเมย์ไปเข้าห้องน้ำภายในวัด
นุ๊กก็รู้นะว่าเรื่องอย่างนี้มันห้ามกันไม่ได้โดยเฉพาะสำหรับคุณสุภาพสตรีทั้งหลายที่ไม่เหมือนเช่นบุรุษเพศอย่างเขา ที่ควักออกมาแล้วปล่อยได้เลย
สักพักทั้งคู่ก็มาถึงหน้าห้องน้ำ
“ถึงแล้ว รีบหน่อยล่ะเมย์ พี่รู้สึกว่ามันเงียบแบบผิดปกติ หมา แมวสักตัวเรายังไม่เจอพวกมันเลย”
“พี่คิดไปเองหรือเปล่า หนูว่าวัดก็เป็นแบบนี้และ เราคงไม่เจอซอมบี้มันทุกครั้งหรอกค่ะ”
“ถ้าเป็นอย่างงั้นได้ก็ดี ขอให้พี่คิดไปเองเถอะ”
สักพักเมย์ก็ออกมาจากห้องน้ำ พอนุ๊กเห็นก็ถามไปว่า
“เราเสร็จธุระเรียบร้อยแล้วใช้ไหม จะได้รีบไปกัน นี้มันก็นานพอสมควรแล้ว เรารีบกลับรถกันดีกว่า”
“เสร็จแล้วค่ะ สบายตัวเลย เฮ้อ! เห็นแล้วก็คิดถึงห้องน้ำที่บ้าน ถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ หนูไม่เข้าห้องน้ำสาธารณะหรอกนะ มันแปลกที่ ก้นหนูไม่ชิน”
“อื๊อ เข้าใจล่ะ แปลกที่ก็แปลกที่ แต่เรารีบไปกันดีกว่า”
แล้วทั้งคู่ก็พากันเดินกลับไปที่รถ แต่ระหว่างทางเดินกลับ นุ๊กก็ได้ยินเสียงบทสวด
“พุทโธ สุสุทโธ กะรุณามะหัณณะโวพระพุทธเจ้าผู้บริสุทธิ์มีพระกรุณาดุจห้วงมหรรณพโยจจันตะสุทธัพพะระญาณะโลจะโนพระองค์ใดมีตาคือญาณอันประเสริฐหมดจดถึงที่สุดโลกัสสะ ปาปูปะกิเลสะฆาตะโกเป็นผู้ฆ่าเสียซึ่งบาปและอุปกิเลสของโลก”
“เมย์ เราได้ยินเสียงบทสวดไหม พี่ว่าพี่ได้ยินเสียงบทสวด ดังไม่ไกลจากแถวนี้”
“ค่ะ หนูก็ได้ยิน”
ทั้งคู่ลองมองไปรอบ ๆแล้วค้นหาเสียงที่ได้ยิน แล้วพวกเขาก็หยุดไปที่กุฏิหลังหนึ่ง
นุ๊กตัดสินใจเดินตามเสียงแล้วเข้าไปในกุฏิหลังนั้น พอถึงหน้ากุฏิ เขาตะโกนส่งเสียง
“สวัสดีครับ มีใครอยู่ข้างในไหม ถ้าได้ยินแล้วตอบด้วย”
ไม่นาน ก็มีเสียง แอ๊ด…! หน้าต่างกุฏิก็เปิดออกมา
“เจริญพรโยม พวกโยมเข้ามากันก่อน”
“ครับ หลวงพี่”
นุ๊กเห็นพระหนุ่มรูปหนึ่งเปิดหน้าต่างออกมาแล้วพูดกับเขา นุ๊กดูจากลักษณะแล้วพระรูปนี่อายุยังไม่มาก น่าจะแก่กว่าเขาไม่กี่ปี
นุ๊กเลยเรียกพระรูปนั้นว่า หลวงพี่ พอนุ๊กกับเมย์เข้าไปในกุฏิก็เห็นข้าวของ อาหารแห้ง น้ำดื่มเต็มกุฏิ นุ๊กเลยออกปากถามไปว่า
“หลวงพี่ อยู่จำวัดที่นี่รูปเดียวหรอครับ ผมไม่เห็นพระรูปอื่นเลย” “อ๋อ พระรูปอื่น ท่านไปกิจนิมนต์ที่อื่นกัน อาตามาก็ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นเหมือนกัน โยมพอจะรู้บ้างไม่ล่ะ ว่ามันมีอะไรข้างนอกกัน เด็กวัดในวัดก็พากันออกไปข้างนอก แล้วยังมีหมา แมวในวัดอีกพวกมันทำตัวแปลกๆชอบกล นี้มันก็ 3 วันมาแล้วที่ยังไม่มีใครกลับมาที่ วัด”
พอนุ๊กฟังที่หลวงพี่เล่ามา เขาคิดเลยว่า อะไรของหลวงพี่เข้าว่ะ ท่านไม่ได้ยินเสียงจากระบบบ้างเลยหรอ ว่าข้างนอกมันเกิดอะไรขึ้น แล้วก็หมา,แมวพวกนั้นอีก มันพวกกลายพันธุ์ทั้งนั้นแล้วยังมีเด็กวัดอีก ท่านจะเอาฮาไปถึงไหน แล้วไม่ต้องแปลกใจเลยว่าพวกนั้นหายไปไหนกัน พวกมันคงกลายเป็นซอมบี้
แล้วพากันเดินออกไปข้างนอกกันหมดแล้ว นี้หลวงพี่อยู่โลกเดียวกันกับเขาใช้ไหม ทำไมมันถึงพิกลแปลกประหลาดนัก
“ไม่ทราบว่า หลวงพี่ไม่ได้ยินเสียงอะไรบ้างหรอครับ เมื่อ 2 วันที่แล้ว พอจะได้ยินบ้างไหม คลับคล้ายคลับคา อะไรประมาณนั้นไหม”
“เสียงอะไรล่ะโยม หลวงพี่ไม่เห็นได้ยินอะไรเลย อะไรของโยมนี่ แปลกคนแท้”
“หึ! หึ! หึ! หลวงพี่ไม่ได้ยินจริงๆหรอครับ ที่เสียงเขาพูดว่า เปลี่ยนโลกอะไรทำนองนั้นอะ”
“ไม่ได้ยิน อาตมานั่งสวดมนต์อยู่ไม่เห็นมีเสียงใครเลย แล้วใครจะมาเปลี่ยนโลกกัน ไม่เอาน่าโยม ทำเป็นหม่ำ เท่ง โหน่ง ไปได้ อาตมาไม่ขำหรอก”
เจอคำตอบของหลวงพี่ไป นุ๊กถึงกลับต้องกุมหัวเลย ไม่รู้เขาเข้าใจผิดหรือหลวงพี่ไม่รู้จริง ๆ เขาอาจฝันไปก็ได้ พอตื่นขึ้นมาเขาก็จะลืมทุกอย่าง แต่พอเขากำลังคิดอย่างนั้น ก็มีเสียงเมย์ขึ้นมา
“พี่นุ๊กดูนั้น เห็นหมานั้นไหม มันกำลังมาทางนี้”
“อ๊ะ เจ้าด่างนี่ เอ็งหายไปไหนมา มาๆเข้ามา มีกระดูกไก่ในกุฏิเดี๋ยวเอาให้ มาเร็ว”
จังหวะนั้นนุ๊กหันไปมอง หลวงพี่ที่กำลังคุยกับ เจ้าด่างอยู่ มันไม่ใช้ใครเลยก็อย่างที่คุณรู้นั้นและ นุ๊กคิดว่า ตา หลวงพี่ต้องมีปัญหาแล้ว หลวงพี่ไม่เห็นเลือดที่มันออกมาจากเจ้าด่างเลยหรือไร เฮ้อ! เขาได้แต่ถอนหายใจแล้วมองไปที่ หมาที่กำลังวิ่งเข้ามาหาพระหนุ่ม แล้วหน้าพระหนุ่มรูปนั้นก็เหมือนเห็น ญาติสนิท มิตรสหาย มาหา ดูแล้วชวนอบอุ่น แต่มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นนะสิ
นุ๊กคิดว่า เขาต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว เขาต้องไม่ให้ญาติของพระหนุ่มรูปนี้ ได้เจอกัน เหตุการณ์แบบนั้นมันจะไม่เกิดขึ้น ไม่เด็ดขาด!เขาจะอาสาเป็น ตัวร้ายเอง
วินาทีที่นั้นนุ๊ก ตัดสินใจ ว่า เขาต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว ถ้าฝืนให้ เจ้าด่างเข้าเขามา ไม่รู้ว่าความฮาจะมาอีกเท่าไร แล้วเขาก็พูดกับหลวงพี่ไปว่า
“หลวงพี่ ไม่เห็นเลือดที่ไหลออกมาจากเจ้าด่างหรอครับ นั้นไงเห็นไหมตรงหัวมัน ข้างตัวก็ด้วย”
“เลือดอะไรกันโยม มันเป็นจุดด่างบนตัวมันต่างหาก เห็นไหมนั้นนะ หลวงพ่อเลยตั้งชื่อมันว่า ด่าง เพราะตัวมันมีด่างเยอะ ปัทโธ่ โยมล่ะก็ ตา มีปัญหาหรือเปล่า ไปตรวจ ตา บ้างนะ มาๆเดี๋ยว หลวงพี่ให้เบอร์โทรคุณหมอไป หลวงพี่ว่าหมอท่านนี้โอเคอยู่”
“เออ ไม่เป็นไรครับ”
นุ๊กคิดในใจว่า หมออะไรว่ะ อยากให้เจอนะ เดี๋ยวพ่อตบคว่ำเลย แม่ง! รักษา ตา หลวงพี่ยังไง กูว่าถั่ว มันเล็กแล้วน่ะ แต่ตาหลวงพี่นี่มันยิ่งกว่าถั่วอีก เห็นเลือด เป็นจุดด่าง พ่อคุณจะเอาฮาไปถึงไหน แก๊งสามช่า เขายังไม่ฮาเท่าหลวงพี่เลย
“เอาว่ะ แม่งรู้เลยทศกัณฐ์ มันรู้สึกยังไง ตัวร้ายจงเจริญ!!”
นุ๊กตัดสินใจหยิบปืนจากหลังกางเกง จังหวะที่เขากำลังลวงมือไป เหตุการณ์ที่ไม่ควรเกิดขึ้นมันก็เกิดขึ้นจนได้
“ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยย!”
เจ้าด่างมันพุ่งเข้ามาพร้อมกับงับไปที่ชายผ้าจีวรของพระหนุ่ม แต่แทนที่พระหนุ่มจะหลบหรืออะไรก็ตาม กลับเอามือไปลูบหัวมันอีกต่างหาก
“เจ้าด่างบอกเอ็ง แล้วอย่ากัดจีวร สอนไม่จำเลย เห็นไหมจีวรขาดหมด”
มันนนนนเกิด อะไรขึ้น ภาพตรงหน้ามันไม่ได้เป็นอย่าที่นุ๊กคิด ไม่มีการต่อสู้เลือดสาด เขากลับมาคิดอีกที่
“นี้หรือว่ากูตาถั่วกว่าหลวงพี่ว่ะ”
แต่พอเขามองไปที่เจ้าด่างอีกที่ เขาฉุกคิดขึ้นมาหรือว่า .................
โปรดหาคำตอบในบทต่อไป To be continued …ฮ่าฮ่า บทสุดท้ายก่อนขึ้นปีใหม่ บายจ้า เจอกันวันที่ 3 มกราคม 2562 รู้นะคิดอะไรกัน หุหุหุ