"ถึงยามค่ำตามคำสัตย์" น้ำเสียงวิญญูชนจอมปลอมของมันทำข้าแทบอาเจียน เ้ากู่เทียนอิงเพียงอ้าปากก็เห็นกำพืด
"คอยช้าอยู่ใย กระทำการใดจงเร่งมือ" ข้ารำคาญใจยิ่ง ตกตายด้วยน้ำมือคนบัดซบเช่นมัน ข้ายอมให้มัจจุราชดำเพื่อนร่ำสุราท่านนี้ปลิดชีพเสียยังดีกว่า
"ท่านก็รู้ว่าจอมยุทธ์อี่ยังมาไม่ถึง"
"เ้าเป็สุนัขของมัน? จึงต้องรอนาย?"
"สามหาวนัก" กู่เทียนอิงกระโจนใส่ข้าอย่างเดือดดาล ออกวิชาเอกของสำนัก เล็บอินทรีขย้ำเหล็ก วิชาที่บิดแขนผู้ใดขาดได้ในคราเดียว
แม้เ้าสำนักจะเป็ตัวบัดซบแต่ความเก่งกาจเป็ของแท้ กงเล็บมันนับได้เป็หนึ่งในใต้หล้า อินทรีทองเป็สำนักใหญ่เก่าแก่สืบทอดพัฒนาวิชาจนมาถึงจุดสูงสุดในคราวของเ้าสำนักคนก่อนนาม หูเจิ้นจิง บุรุษปักษาเบิก์สร้างความสั่นะเืทั่วต้าิ กู่เทียนอิงศิษย์เอกรับ่ต่อ แม้ร้ายกาจได้เพียงครึ่งอาจารย์เพราะแทนด้วยมาด้วยความเพทุบาย
เล็บอินทรีขย้ำเหล็กเปล่งรังสีฆ่าฟันเต็มขั้น ข้าซึ่งไร้วรยุทธ์มิอาจต้านทาน นั่งนิ่งรอความตาย
มัจจุราชดำนามอินยื่นแขนออกรับกงเล็บแทนข้า เขาคงไม่ทราบถึงอานุภาพแห่งวรยุทธ์แผ่นดินใหญ่ แขนซ้ายของอินคงหาไม่แล้ว
'ไร้สุ่มเสียง'
แขนของอินยังคงอยู่บนบ่า ท่วงทาสงบเหี้ยมหาญ อีกฝ่ายพร้อมศิษย์ตะลึงงัน พวกมันพบสิ่งเป็ไม่ได้ราวเห็นปลาปีนต้นไม้
กู่เทียนอิงตั้งสติฟัดกงเล็บเข้าใส่ลำตัวอินอีกคราด้วยกำลังทั้งมวล
'ยังคงไม่เป็ผล'
เ้าสำนักอินทรีทองหน้าถอดสีราวเห็นผี แม้เสาหินหมื่นชั่งยังถูกบดละเอียดด้วยกงเล็บมัน บัดนี้ยังไม่อาจระคายเคืองผิวบุรุษดำผู้นี้
อินพลิกมือคว้าแขนกู่เทียนอิงก่อนตอบสนองใดๆ ชายร่างดำฟาดแข้งใส่สีข้างตัวบัดซบ
แคร๊ก!
เสียงกระดูกดังลั่น พร้อมเืคำหนึ่งจากปากกู่เทียนอิง
บุรุษต่างแดนกระหน่ำเพลงเตะย้ำจุดเดิม ทุกครั้งเสียงกระดูกหักดังสนั่น ข้าสันนิษฐานซี่โครงทั้งอกของตัวบดซบคงละเอียดเป็ผุยผงแล้ว
อินรวมกำลังฟาดแข้งหมายปิดฉาก พุ่งตรงสู่สีข้างที่ได้รับการนวดอย่างมั่นเหมาะ
โผล๊ะ!
ร่างครึ่งซีกของกู่เทียนอิงขาดสะบั้น กระดูกและเครื่องในะเิพวยพุ่งกระจายไปทั่วทิศ โลหิตเกลื่อนกลาดดั่งโรงเชือดหมู
เ้าสำนักอินทรีทองผู้เกรียงไกรในแคว้นกว่างตงเหลือเพียงซากไร้ชีวิต แม้นข้าจะชังมันยิ่ง เพียงเห็นมันในสภาพเช่นนี้ก็อดอนาถใจมิได้
บรรดาศิษย์สำนักมันล้วนก้าวถอย หน้าตาตะลึงงันราวเห็นผี ไม่แม้สักคนคิดแก้แค้นแทนอาจารย์ หรืออาจประมาณตนได้ว่ามิใช่คู่มือ
แผ่นหลังของอินที่ข้าเห็นยามนี้สูงใหญ่ดั่งหินผา หนาแน่นดั่งูเา คล้ายกับข้าจักไม่มีเภทภัยใดๆหากยืนอยู่เื้ัชายผู้นี้
"น้องเทียนอิง!"
เสียงกู่ร้องดังสนั่น ตามมาด้วยจอมยุทธ์ผู้หนึ่งเหาะเหินด้วยวิชาตัวเบาพุ่งตรงมาอย่างเกรี้ยวกราด มันคือ อี่หัว หรือจอมยุทธ์อี่ที่ใครต่างเรียก สีหน้าคับแค้นยิ่ง
"น้องเทียนอิงใยคนดีเช่นเ้าต้องมีจุดจบเช่นนี้ ฟ้ามีตาหรือไม่" อี่หัวอาลัยต่อน้องมัน คล้ายร่ำไหระคนเคียดแค้น ใบหน้าสั่น เส้นเืปูดโปน
"ท่านผู้นี้ลงมือก่อน พวกเราเพียงป้องกันตัว" คุณชายต้วนยกมือคำนับ
"เขาจำต้องลงมือ สหายท่านมิได้กล่าวหรือว่าเรามาคิดบัญชีกับเขา" อี่หัวกระแทกเสียงสนั่น ชี้มายังหน้าข้า
"สหายถูกทำร้าย พวกข้ามิอาจนิ่งเฉย โปรดเข้าใจข้าน้อย" คุณชายต้วนกล่าวอย่างนอมน้อม
"พวกเ้าต้องทำถึงขั้นนี้เลยกระนั้นหรือ" อี่หัวตะคอกดังลั่น ตาเบิกโพลงเส้นโลหิตผุผอง ชี้นิ้วแน่นเกรงไปที่ซากไร้ชีวิตของกู่เทียนอิง
"สหายผู้นี้เป็ชาวต่างแดน มิทราบทำเนียบจงหยวน" คุณชายต้วนเอ่ยอย่างราบเรียบผิดกับสถานการณ์ยิ่งนัก
"บ้านเมืองมันเป็บ้านป่าเมืองเถื่อนไม่มีกฎหมายหรือไร จึงสังหารคนเหี้ยมโหดเช่นนี้ ข้า อี่หัว กระบี่ฟ้าอุดร ขอล้างแค้นให้น้องเทียนอิงและขับไล่มารจากแผ่นดิน!" ชักกระบี่ออกจากฝัก เหินทะยานพุ่งด้วยวิชาเก้าท่าพิชิตฟ้าเข้าฟาดฟัน
อี่หัวแม้บัดซบพอกันกับกู่เทียนอิงแต่ฝีมือนั้นเหนือชั้นกว่าหลายขุม ในนามจอมยุทธ์อี่ กระบี่ฟ้าอุดรสังหารพรรคดาบั์ได้โดยตัวคนเดียว ตัวมันมิได้สังกัดพรรคใดเดินทางทั่วยุทธภพเสาะหายอดฝีมือมิเคยพ่ายแก่ผู้ใด คงมีเพียงแต่ยอดยุทธ์อันดับหนึ่งอย่างห่านไป๋มู่เท่านั้นที่น่าจะเอาชนะมันได้
กระบี่ฟ้าอุดรแยกเป็สองสาย หนึ่งคือชุดฝ่ามือสิบแปดท่าสยบดินที่ต่อกรได้สูสีกับประมุขพรรคยาจกชงอู่โหว สองคือกระบี่เก้าท่าพิชิตฟ้าอันเลื่องชื่อ อี่หัวเขียนอักษรกวีบนเขาเถี่ยเหมินด้วยวิชานี้ เป็การประกาศตนเป็ยอดยุทธ์ผู้หนึ่ง มีบุรุษสตรีเพียงเจ็ดคนในยุคนี้เท่านั้นที่มีสิทธิได้จารึก เรียกกันทั่วไปว่า เจ็ดวีรชน
คมปราณกระบี่ดุดันนับร้อยนับพันพวยพุ่งปิดฟ้า รังสีฆ่าฟันรุนแรงหมายเอาชีวิต แม้อินจะรับกงเล็บได้ แต่กระบี่จากอี่หัวท่านนี้ดูจะเกินกำลัง
มัจจุราชดำผู้นี้จะรับมือเยี่ยงไร