เวลาเดียวกันภายในส่วนลึกของป่า มีลานกว้างขนาดใหญ่ที่ถูกรายล้อมไปด้วยต้นไม้และพืชพันธุ์นาๆชนิด
บริเวณลานกว้างแห่งนี้มีกำแพงที่ถูกสร้างขึ้นจากไม้ และด้านในของกำแพงนั้น
มีอาคารบ้านเรือนไม้ที่ถูกสร้างขึ้นอย่างลวกๆหลายสิบแห่ง และมีชายฉกรรจ์มากมายที่อยู่ภายในนั้น
ภายในห้องประชุม มีชายวัยกลางคนร่างใหญ่และหัวโล้น นั่งอยู่บนเก้าอี้ด้วยท่าทางที่ดูหงุดหงิด เขามีนามว่าตงชิง เป็หัวหน้าของกลุ่มโจรเงามายานี้ โดยที่ไม่ไกลจากที่นั่ง มีอีกหลายคนที่กำลังนั่งกอดอกด้วยท่าทางที่เคร่งขรึม
“ไอ้เ้าเหรินป่านนี้ทำไมถึงยังไม่กลับมา?”
ตงชิงเอ่ยถาม ซึ่งบรรดาลูกน้องคนอื่นๆก็ส่ายหัวและยักไหล่
“ไม่รู้สิหัวหน้า ปกติเหรินมันเป็พวกที่เคร่งครัดกฎระเบียบและหวาดกลัวต่อหัวหน้าจะตาย”
“ยังไงซะมันต้องรีบกลับมารายงานถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ทว่าตอนนี้ก็เริ่มเย็นแล้ว แต่มันยังไม่กลับมาเลย”
“แสดงให้เห็นว่าจะต้องเกิดเื่อะไรบางอย่างขึ้นกับเหรินอย่างแน่นอน!!”
คำพูดนั้นทำให้ตงชิงต้องลูบคาง ก่อนที่จะพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย
“ถูกต้อง งั้นส่งคนไปสืบยังหมู่บ้านนั้นซะ!”
เขาออกคำสั่งเสียงเ็า ทันใดนั้นเอง ชายหนุ่มคนหนึ่งที่ดูคล้ายกับเป็รองหัวหน้ากลุ่มก็ขยับตัว ก้าวออกมาจากเงามืด เขาสวมชุดเกราะหนังสีดำ ใบหน้าคมเข้มและมีรอยแผลเป็พาดผ่านแก้มซ้าย ร่างสูงใหญ่ดูสง่างามและแฝงไปด้วยไอสังหาร
“หัวหน้า ข้าเกรงว่าไม่จำเป็ต้องส่งคนไปหรอก เพราะมีบางสิ่งที่ทำให้ข้ารู้สึกไม่ดีเอาเสียเลย..”
“หมายความว่าไงอาหนาน?”
ตงชิงเลิกคิ้วมองด้วยความสงสัย
“การที่กลุ่มของเหรินหายไปทั้งกลุ่มโดยไม่มีสัญญาณใดๆ นั่นหมายความว่าพวกมันถูกกวาดล้างไปจนหมดแล้ว”
“และถ้าคนที่ทำมันสามารถล้มเหรินได้ มันก็ย่อมไม่ใช่คนธรรมดา”
รองหัวหน้ากล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม ซึ่งตงชิงพอได้ฟังแล้วก็ขมวดคิ้ว
“เ้าหมายความว่ามีใครบางคนที่แข็งแกร่งพอจะจัดการเหรินกับพวกของมันได้?”
ภายในห้องประชุมบรรยากาศเงียบลงทันที เหล่าโจรทั้งหลายต่างพากันสบตากันด้วยความรู้สึกไม่สบายใจ
ขณะเดียวกัน ในเงามืดของป่าใหญ่เทียนหวิน ห่างจากฐานของพวกโจรไปไม่ไกลนัก
เทียนจุนยืนอยู่บนกิ่งไม้สูง มองลงไปยังป้อมปราการชั่วคราวของพวกมันด้วยสายตาเ็า
“หึ? ในที่สุดก็เจอพวกมันเสียที”
ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเอง ก่อนที่มุมปากจะยกยิ้มขึ้นอย่างเยือกเย็น
“ได้เวลา.. ส่งพวกมันไปกราบพระพุทธองค์แล้ว!”
ทว่าเสียงของระบบกลับดังก้องขึ้นในหัว
【อย่าเพิ่งมั่นใจในพลังของตนเองเกินไปโฮสต์】
【อย่าลืมนะว่าไม่ได้มีแค่หัวหน้าของพวกมัน ยังมีกลุ่มโจรอีกเป็โขยง แตกต่างไปจากก่อนหน้านี้อย่างลิบลับ】
【พระอรหันต์น่ะ ต้องใช้ความคิดมากกว่าพละกำลัง จงมองไปรอบๆค่ายของมันและใช้บางสิ่งให้เป็ประโยชน์สิ】
คำพูดของระบบทำให้เทียนจุนกลับมาครุ่นคิด ขมวดคิ้วแน่นก่อนที่จะสังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่ดูสะดุดตา
ในม่านตาที่กำลังจ้องมองไปอยู่นั้น บริเวณรอบกำแพงไม้ด้านนอกที่สูงกว่าสองจั้ง มันมีผงสีขาวที่ถูกเทกระจัดกระจายไปทั่วทั้งบริเวณ
“นั่นมัน.. ผงขับไล่อสูรเรอะ?”
สิ่งที่เทียนจุนพูดนั้นถูกต้อง ผงสีขาวที่ถูกเทกระจัดกระจายไปทั่วและล้อมรอบกำแพงเ่าั้
คือสิ่งที่ทำให้สัตว์อสูรระดับต่ำไม่กล้าที่จะเข้ามาใกล้ค่ายพักของกลุ่มโจร
มันมีคุณสมบัติทำให้สัตว์อสูรที่มีระดับต่ำกว่าขั้นทะเลิญญา เกิดความรู้สึกที่หลอนประสาทและหวาดกลัว ทำให้พวกมันไม่กล้าเข้ามาในอาณาเขตบริเวณ ถือเป็ที่นิยมกันมากในผู้ฝึกตนเลยก็ว่าได้
【เป็อย่างที่โฮสต์คิดนั่นแหละ มันคือผงขับไล่อสูรจริงๆ】
【ไม่แปลกที่พวกมันจะสามารถตั้งค่ายอยู่กลางดงสัตว์อสูรระดับต่ำมากมายได้】
【แต่ช่างเื่นั่นไปก่อน ถ้าเกิดว่าเราจัดการผงขับไล่อสูรเหล่านี้ออกไปละ ผลลัพธ์ที่ออกมามันจะเป็ยังไงกันน้า】
เสียงของระบบเต็มไปด้วยความเ้าเล่ห์ ซึ่งมันก็ทำให้เทียนจุนต้องชะงัก ก่อนที่จะแสยะยิ้มบริเวณมุมปาก
“ไหนบอกว่าผู้ที่เดินบนเส้นทางสายพุทธะ จะต้องเที่ยงตรง ไม่เ้าเล่ห์และใช้เล่ห์กลใดๆน่ะ?”
แต่ระบบก็ตอบกลับในทันที
【การปราบมารส่งคนชั่วไปหาพระพุทธองค์น่ะ ย่อมไม่เลือกวิธีการอยู่แล้ว】
【ขอแค่ผลลัพธ์ถึงปลายทางที่้า พวกเราย่อมจะใช้วิธีการไหนๆก็ได้】
“หึหึ ร้ายกาจเหมือนกันนะเนี่ย”
【หึหึ โฮสต์ก็เหมือนกันแหละ】
【อย่ามัวแต่พูดมาก ไปจัดการซะ】
【ไอ้พวกชั่วนี้มันก็โง่จริงๆ สร้างกำแพงสูงไว้ซะใหญ่โต แต่ดันไม่มีแม้แต่ยามเฝ้า สงสัยคิดว่าคงไม่มีใครกล้ามามั้ง?】
เทียนจุนหัวเราะเบาๆ ก่อนจะก้าวออกมาจากพงไพรกำลังเข้าหากำแพงไม้สูงที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า
เสียงลมเย็นที่พัดผ่านดงไม้แ่เบาดังคล้ายเสียงกระซิบ ปลายผมของเขาปลิวไสวไปตามกระแสลม แต่สายตากลับจ้องตรงไปยังสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็ช่องโหว่ในความแ่าของค่ายพักเหล่ากลุ่มโจร
“ถ้าพวกมันไม่มีใครเฝ้า เช่นนั้นข้าคงไม่ต้องรอให้ถึงยามดึกถึงจะลงมือ!”
เทียนจุนครุ่นคิดกับตัวเอง พร้อมทั้งขยับกายเข้าใกล้กำแพงนั้น เสียงฝีเท้าที่เบาหวิว ทำให้ไม่มีใครรู้ตัวว่าเงาร่างหนึ่งกำลังคืบคลานเข้าใกล้พวกมัน ด้วยความสามารถในการควบคุมลมปราณ เขาสามารถซ่อนตัวตนจนไม่มีใครสามารถััได้
เมื่อเข้าถึงบริเวณใกล้กำแพงไม้สูง เขาก็หยุดนิ่ง และครุ่นคิดหาวิธีที่จะกำจัดผงขับไล่อสูรโดยไม่ให้กลุ่มโจรรู้ตัว
คำพูดของระบบนั้นมีเหตุผล แม้จะเต็มไปด้วยความเ้าเล่ห์ก็ตาม หากผงขับไล่อสูรถูกทำลายไป ผลลัพธ์ก็คืออสูรระดับต่ำที่อยู่รอบๆ จะสามารถเข้าสู่บริเวณค่ายได้อย่างอิสระ เมื่อถึงตอนนั้น เหล่าโจรคงไม่มีทางต้านทานกระแสของสัตว์อสูรได้
“นั่นสินะ ปกติถ้าอยากจะทำลายมัน...”
ขณะที่พูด เทียนจุนก็เริ่มยกมือขึ้นอย่างช้าๆ และส่งปราณเซียนพุทธะที่แฝงอยู่ในนิ้วทั้งห้าออกไป
ััแตะต้องกับผงขับไล่อสูรที่ถูกกระจัดกระจายอยู่ทั่ว และใช้กระแสปราณเซียนในการดูดซับ ทำลายคุณสมบัติของผงเ่าั้ทีละน้อยๆ โดยไม่ทำให้พวกโจรรู้ตัวเลยซักนิด
การกระทำของเขานั้นไม่ได้เร่งรีบและดำเนินไปอย่างประณีตเป็อย่างมาก
【ฮ่าๆ โฮสต์นี่แหละฉลาดจริงๆ】
เสียงของระบบเต็มไปด้วยความยินดี และเหมือนตัวของมันกำลังรอคอยต่อหายนะที่กำลังบังเกิดขึ้น
ไม่นานนัก พื้นที่ที่เคยถูกปกคลุมด้วยผงขับไล่อสูรกลับกลายเป็เพียงแค่ดินเปล่าๆ ความหนาวเย็นของอากาศยามค่ำคืนที่เคยเงียบสงบกลับเริ่มแปรเปลี่ยน สายลมเย็นที่พัดผ่านเริ่มหนักขึ้น ราวกับบางสิ่งบางอย่างกำลังขยับตัวเข้ามาใกล้
“เป็อันเสร็จสิ้น.. ทีนี้ก็ปล่อยให้ธรรมชาติจัดการกับพวกมัน!!”
เทียนจุนกล่าวเบาๆ พลางหลบออกจากบริเวณอย่างรวดเร็ว
ทิ้งให้ค่ายของเหล่าโจรอยู่ท่ามกลางแสงสว่างอันพลบค่ำ ค่อยๆเต็มไปด้วยเสียงคำรามของสัตว์อสูรที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ