จิ้งจอกเก้าหางข้ามภพ ระบบเติมแต้มสุขสม

    บทที่ 43: ผลลัพธ์แห่งชัยชนะและการบำเพ็ญบทรัก(NC เล็กๆ)

    กลิ่นอายปีศาจที่เคยคละคลุ้งอยู่ในห้องโถงงานเลี้ยงเริ่มสลายไปอย่างช้าๆ พร้อมกับเถ้าธุลีของปีศาจทั้งสามตนที่ค่อยๆ กระจายไปในอากาศราวกับฝุ่นละอองสีดำ ภาพลวงตาอันซับซ้อนที่หลินเฟิงสร้างขึ้นด้วยพลังจิ้งจอกหกหางค่อยๆ จางหายไป เผยให้เห็นสภาพความเป็นจริงของงานเลี้ยงที่เงียบสงัดและเต็มไปด้วยบรรยากาศหลังสงคราม

     

    ในห้องโถงใหญ่ที่เคยเต็มไปด้วyเสียงหัวเราะและการสนทนา บัดนี้มีเพียงกลุ่มคนสนิทของหลินเฟิงและเหล่าบุคคลสำคัญที่เพิ่งรอดพ้นจากความตายมาได้อย่างหวุดหวิด โต๊ะอาหารที่เคยจัดเรียงอย่างสวยงามบัดนี้กลายเป็นซากปรักหักพังจากการต่อสู้ที่เพิ่งผ่านไป เศษแก้วและจานชามกระจัดกระจายไปทั่ว แสงเทียนส่วนใหญ่ดับลงจนเหลือเพียงแสงสลัวๆ ที่ส่องให้เห็นใบหน้าซีดเซียวของผู้รอดชีวิต

     

    หมอหลวงชราซึ่งเป็นบุคคลที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากการแฝงตัวของปีศาจแมงมุมในร่างคนรับใช้ ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้แกะสลักด้วยความอ่อนแรง มือที่เคยมั่นคงในการจับยาและเข็มฝังแผลบัดนี้สั่นเทาอย่างไม่หยุด ใบหน้าที่เคยซีดเซียวจนเกือบจะเป็นสีขาวเริ่มมีเลือดฝาดขึ้นเล็กน้อยหลังจากที่ปีศาจแมงมุมที่ดูดเลือดและพลังชีวิตของเขาถูกกำจัดไป

     

    เขาหันไปมองชิงเย่วที่ยืนอยู่อย่างสง่างามข้างหลินเฟิงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้งและความกตัญญู แววตาของเขาสะท้อนถึงความตระหนักในความใกล้ชิดกับความตายที่เพิ่งผ่านไป และความขอบคุณที่มีต่อผู้ที่ช่วยชีวิตเขาไว้

     

    "แม่นางชิงเย่ว... ท่านหลินเฟิง..." หมอหลวงเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือที่แฝงไปด้วยอารมณ์หลายชั้น "ข้าใช้ชีวิตคลุกคลีกับตำราและการรักษามาทั้งชีวิต ศึกษาเรื่องราวของสิ่งมีชีวิตนานาชนิด แต่ไม่นึกเลยว่าภัยร้ายจะแฝงตัวอยู่ใกล้ตัวเพียงนี้ หากไม่ได้พวกท่านช่วยเปิดโปงและกำจัดมันไป ข้าคงกลายเป็นเครื่องมือในการสังหารผู้คนในวังหลวงไปเสียแล้ว"

     

    เขาหยุดพักเพื่อหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงขึ้น "ปีศาจแมงมุมตนนั้นแฝงตัวเป็นคนรับใช้ของข้ามานานหลายเดือน มันค่อยๆ ดูดเลือดและพลังชีวิตของข้าทีละน้อย จนข้าเริ่มอ่อนแรงและไม่สามารถวินิจฉัยโรคได้อย่างแม่นยำเหมือนเดิม หากปล่อยให้เป็นไปอีกนาน ข้าอาจจะกลายเป็นหุ่นเชิดของมันไปเสียแล้ว"

     

    ในขณะเดียวกัน แม่ทัพใหญ่ผู้เกรงขามซึ่งบัดนี้ไร้องครักษ์คู่ใจที่เป็นปีศาจพยัคฆ์ขาวที่แฝงตัวมาเป็นเวลานาน ก็ก้าวเข้ามาหาหลินเฟิงด้วยท่าทางที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ความหยิ่งยโสในยศถาบรรดาศักดิ์และความมั่นใจในพลังทางทหารถูกแทนที่ด้วยความเคารพในพลังที่เหนือชั้นและความกตัญญูต่อผู้ที่ช่วยเหลือ

     

    ใบหน้าที่เคยแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งบัดนี้เต็มไปด้วยความจริงใจ เขาถอดหมวกทหารออกและโค้งคำนับอย่างสุภาพ ก่อนจะเล่าถึงสิ่งที่เกิดขึ้น

     

    "ข้าเป็นนักรบมาทั้งชีวิต เชื่อมั่นในคมดาบและพละกำลัง คิดว่าไม่มีศัตรูใดที่จะเอาชนะข้าได้หากเผชิญหน้ากันอย่างเปิดเผย แต่สิ่งที่ข้าเห็นในวันนี้... มันเหนือกว่าที่ข้าจะจินตนาการได้" แม่ทัพใหญ่กล่าวพลางประสานมือคารวะหลินเฟิงอย่างนอบน้อม "ปีศาจพยัคฆ์ขาวที่แฝงตัวเป็นองครักษ์ของข้านั้น มันไม่ได้เพียงแค่ปกป้องข้า แต่มันกำลังรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับจุดอ่อนของกองทัพ แผนการป้องกันเมืองหลวง และแม้แต่ความลับทางทหารที่สำคัญที่สุด"

     

    เขาหยุดพักแล้วส่ายหน้าด้วยความเศร้าโศกและโกรธแค้น "การที่ท่านกำจัดปีศาจที่แฝงตัวเป็นองครักษ์ของข้า ไม่เพียงแต่ช่วยชีวิตข้า แต่ยังช่วยรักษาความมั่นคงของกองทัพและความปลอดภัยของเมืองหลวงไว้ด้วย นับจากนี้ไป ตระกูลแม่ทัพของข้าเป็นหนี้ชีวิตท่าน หากมีสิ่งใดที่ข้าพอจะสนับสนุนท่านได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องในราชสำนักหรือกำลังพล ขอให้ท่านบอกข้ามาคำเดียว"

     

    ทางด้านตัวแทนจากหอคณิกาอันดับหนึ่ง ซึ่งเป็นสตรีวัยกลางคนที่ยังคงความงามและเฉลียวฉลาดแม้จะผ่านการต่อสู้ที่น่าสะพรึงกลัวมา นางก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความนับถือและความชื่นชม เสื้อผ้าของนางแม้จะยังเรียบร้อย แต่ก็มีรอยฝุ่นและความยุ่งเหยิงจากเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านไป

     

    "ปีศาจแมวตนนั้นสร้างความปั่นป่วนให้หอของเรามานานหลายเดือน" นางเล่าด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโล่งใจ "มันแฝงตัวเป็นลูกค้าที่มาซื้อข้อมูลเป็นประจำ แต่แท้จริงแล้วมันกำลังขโมยความลับทางการค้าและข่าวสารสำคัญของเรา แล้วนำไปขายให้กับคู่แข่งหรือศัตรูของลูกค้าเรา ทำให้หอคณิกาของเราเสียชื่อเสียงและสูญเสียลูกค้าสำคัญหลายราย"

     

    นางหยุดพักแล้วโค้งคำนับอย่างสุภาพ "ขอบพระคุณท่านหลินเฟิงที่ช่วยขจัดเนื้อร้ายนี้ออกไป ทางหอคณิกาของเรายินดีที่จะเป็นหูเป็นตาให้ท่าน ข่าวสารทุกอย่างที่ไหลผ่านเมืองหลวงแห่งนี้ จะถูกส่งถึงมือท่านก่อนใครเพื่อน และหากท่านต้องการข้อมูลเฉพาะเจาะจงใดๆ เราจะจัดหาให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย"

     

    หลินเฟิงรับฟังคำขอบคุณเหล่านั้นด้วยรอยยิ้มสงบนิ่งที่ไม่เผยให้เห็นความคิดที่แท้จริงในใจ แต่ภายในจิตใจของเขากลับวางแผนการขั้นต่อไปไว้อย่างแยบยลและละเอียดรอบคอบ ดวงตาสีทองของเขาเปล่งประกายแห่งความพึงพอใจเมื่อคิดถึงโอกาสใหม่ๆ ที่เปิดขึ้นจากเหตุการณ์ในคืนนี้

     

    การได้หมอหลวงมาเป็นพวก หมายถึงการเข้าถึงข้อมูลสุขภาพและจุดอ่อนของเหล่าเชื้อพระวงศ์ รวมถึงความลับเกี่ยวกับโรคภัยไข้เจ็บที่อาจจะใช้เป็นจุดอ่อนในการต่อรองหรือควบคุมได้ นอกจากนี้ หมอหลวงยังมีการเข้าออกวังหลวงอย่างสม่ำเสมอ ทำให้เป็นช่องทางที่ดีในการสอดแนมและแทรกซึมเข้าไปในวงในของราชสำนัก

     

    การมีแม่ทัพใหญ่หนุนหลัง คือการมีอำนาจทางทหารและทางผ่านเข้าสู่วังหลวงที่สำคัญยิ่ง แม่ทัพใหญ่ไม่เพียงแต่มีอิทธิพลต่อกองทัพเท่านั้น แต่ยังมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับขุนนางและเจ้านายชั้นสูงในราชสำนัก การได้รับการสนับสนุนจากเขาเท่ากับได้รับการรับรองจากกลุ่มทหารและขุนนางฝ่ายอำนาจ

     

    และเครือข่ายข่าวสารจากหอคณิกาจะทำให้เขาไม่พลาดความเคลื่อนไหวใดๆ ในใต้หล้า ข้อมูลคือพลังอำนาจ และการมีแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้และครอบคลุมทั่วทั้งเมืองหลวงจะช่วยให้เขาสามารถวางแผนและตัดสินใจได้อย่างแม่นยำ

     

    หลินเฟิงเก็บความคิดเหล่านี้ไว้ในใจแล้วเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลังแต่อ่อนโยน "พวกท่านไม่ต้องเกรงใจไป การกำจัดสิ่งชั่วร้ายเป็นหน้าที่ของผู้มีพลังอยู่แล้ว แต่การที่พวกท่านยินดีจะร่วมมือกับข้าในอนาคต นั่นถือเป็นเรื่องที่น่ายินดียิ่งนัก ข้าเชื่อว่าด้วยความร่วมมือของพวกเรา เมืองหลวงแห่งนี้จะปลอดภัยจากภัยคุกคามของปีศาจและสิ่งชั่วร้ายอื่นๆ"

     

    ชิงเย่วที่ยืนอยู่ข้างๆ ลอบมองหลินเฟิงด้วยความภาคภูมิใจและความชื่นชม นางรู้ดีว่าแผนการล่อเหยื่อในครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มพลังให้หลินเฟิง แต่ยังเป็นการวางรากฐานที่มั่นคงที่สุดเท่าที่เคยมีมานับตั้งแต่ก้าวเข้าสู่เมืองหลวงแห่งนี้ การได้รับการสนับสนุนจากบุคคลสำคัญสามกลุ่มนี้เท่ากับการมีเครือข่ายอำนาจที่ครอบคลุมทั้งด้านการแพทย์ ทหาร และข่าวสาร

     

    หลังจากที่การสนทนาเสร็จสิ้นลงและทุกคนต่างแยกย้ายกันกลับไปยังที่พักของตน หลินเฟิงก็รวบรวมพรรคพวกของตนเตรียมตัวกลับไปยังที่พักลับ แววตาของเขาเริ่มเปลี่ยนจากความสุขุมเป็นความเร่าร้อนที่ยากจะปกปิด เขาหันไปมองสตรีแต่ละคนที่อยู่รอบกาย ซึ่งแต่ละคนต่างก็เหน็ดเหนื่อยจากการเตรียมการและเฝ้าระวังในคืนนี้

     

    ชิงเย่วยังคงรักษาท่าทางสง่างามแม้จะผ่านการต่อสู้ที่ตึงเครียดมา แต่ดวงตาของนางเปล่งประกายแห่งความตื่นเต้นเมื่อสัมผัสได้ถึงพลังปีศาจที่เพิ่มขึ้นในร่างของหลินเฟิง มู่หรงชิงซึ่งเป็นนักรบสาวก็มีสีหน้าที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจในชัยชนะ ส่วนสตรีคนอื่นๆ ก็ต่างมีแววตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังและความปรารถนา

     

    "คืนนี้พวกเจ้าทุกคนทำหน้าที่ได้ยอดเยี่ยมมาก" หลินเฟิงกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ทำให้สาวๆ ถึงกับใจสั่น เสียงของเขาทุ้มต่ำและเซ็กซี่ แฝงไปด้วยพลังปีศาจที่ทำให้ผู้ฟังรู้สึกเสียวซ่าน "และข้า... มีรางวัลพิเศษที่จะมอบให้พวกเจ้าทุกคนอย่างทั่วถึง"

     

    คำพูดเหล่านี้ทำให้บรรยากาศในกลุ่มเปลี่ยนไปทันที สตรีทุกคนต่างรู้สึกถึงกลิ่นอายปีศาจที่แผ่ออกมาจากร่างของหลินเฟิงที่เข้มข้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พลังที่เขาได้รับจากการกำจัดปีศาจทั้งสามตนในคืนนี้ทำให้ออร่าของเขาทรงพลังและเย้ายวนใจยิ่งกว่าเดิม

     

    การเดินทางกลับสู่ที่พักของหลินเฟิงในคืนนั้นเต็มไปด้วยบรรยากาศที่ตึงเครียดและเร่าร้อน สตรีทั้งแปดเดินตามหลังเขาด้วยท่าทางที่แสดงออกถึงความคาดหวังและความปรารถนา กลิ่นอายปีศาจที่แผ่ออกมาจากร่างของหลินเฟิงทำให้พวกนางรู้สึกเหมือนถูกแม่เหล็กดึงดูด

     

    ชิงเย่วเดินอยู่ข้างๆ หลินเฟิงด้วยท่าทางที่พยายามรักษาความสง่างาม แต่การหายใจที่เร็วขึ้นและแก้มที่แดงระเรื่อก็ไม่อาจปกปิดความรู้สึกภายในได้ นางรู้ดีว่าคืนนี้จะเป็นคืนที่พิเศษ เพราะพลังที่หลินเฟิงได้รับจากการกำจัดปีศาจจะทำให้การบำเพ็ญคู่ในคืนนี้เข้มข้นและทรงพลังกว่าที่เคย

     

    มู่หรงชิงซึ่งเป็นนักรบสาวที่เคยเผชิญหน้ากับอันตรายมามากมาย กลับรู้สึกตื่นเต้นและกระวนกระวายใจเหมือนสาวน้อยที่กำลังจะได้รับของขวัญครั้งแรก นางรู้สึกได้ถึงพลังที่เปลี่ยนแปลงไปในร่างของหลินเฟิง และสัญชาตญาณของนักรบบอกนางว่าคืนนี้จะเป็นประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครเลย

     

    ฮูหยินซุนซึ่งเป็นสตรีที่มีประสบการณ์มากที่สุดในกลุ่ม กลับรู้สึกเหมือนหญิงสาวที่เพิ่งเริ่มรู้รสชาติแห่งความรัก ความเร่าร้อนในดวงตาของนางชัดเจนจนแทบจะมองเห็นเป็นเปลวไฟ นางเดินด้วยท่าทางที่เย้ายวนใจ สะโพกโคลงเคลงตามจังหวะก้าวเดิน

     

    หูเม่ยและไป๋เอ๋อร์ สองปีศาจสาวที่เคยเป็นศัตรูกับหลินเฟิง บัดนี้กลับเป็นผู้ที่ปรารถนาเขามากที่สุด พวกนางเดินเคียงข้างกันด้วยดวงตาที่เปล่งประกายแห่งความหิวกระหาย มือของพวกนางแตะต้องกันเป็นครั้งคราว ส่งผ่านความรู้สึกเดียวกันที่มีต่อหลินเฟิง

     

    ซุนซือซือและซุนเหมยเหมย สองพี่น้องฝาแฝดที่ยังคงความไร้เดียงสา เดินด้วยท่าทางที่ตื่นเต้นและกระวนกระวายใจ พวกนางกระซิบคุยกันเบาๆ เกี่ยวกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น ดวงตาใสของพวกนางเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น

     

    หลี่ซูเดินอยู่ท้ายสุดด้วยรอยยิ้มลึกลับที่เป็นเอกลักษณ์ของนาง นางสังเกตการณ์ทุกอย่างรอบตัวด้วยสายตาที่เฉียบคม แต่ก็ไม่อาจปกปิดความตื่นเต้นที่มีต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้

     

    เมื่อถึงที่พักของหลินเฟิง ซึ่งเป็นคฤหาสน์หลังใหญ่ที่ตั้งอยู่ในย่านที่เงียบสงบของเมืองหลวง หลินเฟิงก็นำพวกนางเข้าไปยังห้องโถงลับที่เขาเตรียมไว้เป็นพิเศษ ห้องนี้ถูกปิดตายจากโลกภายนอกด้วยเวทมนตราป้องกัน ทำให้เสียงและกลิ่นจากภายในไม่รั่วไหลออกไป

     

    ภายในห้องโถงลับที่ถูกปิดตายจากโลกภายนอก บรรยากาศเปลี่ยนไปทันทีที่หลินเฟิงก้าวเข้าไป กลิ่นกำยานหอมอ่อนๆ ที่จุดไว้รอบห้องผสมผสานกับกลิ่นอายปีศาจที่เข้มข้นจนแทบจะมองเห็นเป็นไอสีทองจางๆ ลอยวนอยู่ในอากาศ

     

    ห้องโถงนี้ถูกตกแต่งอย่างหรูหราและเร้าอารมณ์ พื้นปูด้วยพรมขนสัตว์นุ่มนิ่มสีแดงเข้ม ผนังห้องประดับด้วยผ้าไหมสีทองที่ส่ายไหวตามลมเบาๆ แสงเทียนจากโคมไฟทองคำส่องให้เห็นเตียงกว้างขนาดใหญ่ที่วางอยู่กึ่งกลางห้อง เตียงนี้ปูทับด้วยขนสัตว์หนานุ่มหลายชั้น และมีหมอนไหมนุ่มๆ กระจายอยู่รอบๆ

     

    หลินเฟิงเดินเข้าไปยังกึ่งกลางห้องแล้วหันมาหาสตรีทั้งแปดที่ตามเขาเข้ามา เขานั่งเอนกายอยู่บนตั่งกว้างที่ปูทับด้วยขนสัตว์หนานุ่ม ท่าทางของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจและอำนาจ เสื้อคลุมตัวนอกของเขาถูกถอดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่เรียงตัวสวยงาม

     

    ผิวของเขาดูราวกับทองแดงขัดมันภายใต้แสงเทียนที่วูบไหว ร่างกายที่แข็งแรงและสมส่วนเผยให้เห็นพลังอำนาจที่ซ่อนอยู่ภายใน หางทั้งหกที่โบกสะบัดอยู่เบื้องหลังดูทรงพลังและน่าเกรงขาม ขนจิ้งจอกสีทองเปล่งประกายระยิบระยับภายใต้แสงไฟ

     

    "มาเถิด..." หลินเฟิงเอ่ยด้วยเสียงที่ทุ้มต่ำและเซ็กซี่ "คืนนี้ข้าจะมอบรางวัลให้พวกเจ้าทุกคนตามที่สัญญาไว้"

     

    สตรีทั้งแปดนางยืนรายล้อมเขาอยู่ แต่ละนางมีปฏิกิริยาที่แตกต่างกันไปต่อกลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากร่างของเขา ชิงเย่วและมู่หรงชิงพยายามรักษาท่าที แต่ดวงตาที่ฉ่ำปรือและทรวงอกที่กระเพื่อมไหวตามจังหวะหายใจที่หอบถี่ก็ไม่อาจปกปิดความต้องการภายในได้

     

    ฮูหยินซุนไม่อาจรอคอยได้อีกต่อไป บัดนี้ความสง่างามแบบผู้ใหญ่ได้พังทลายลงสิ้น นางค่อยๆ คุกเข่าลงระหว่างขาแกร่งของหลินเฟิง มือเรียวสั่นเทาด้วยความตื่นเต้นขณะที่เอื้อมไปสัมผัสกับความแข็งแกร่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้กางเกงผ้าไหมเนื้อดี

     

    "ฮูหยิน... เจ้าช่างใจร้อนนัก" หลินเฟิงกระซิบเสียงพร่า เขาเอื้อมมือหนาไปขยุ้มเส้นผมสลวยของนางเบาๆ บังคับให้ใบหน้าสวยซึ้งของนางเงยขึ้นสบตา "แต่ข้าชอบความกระหายในดวงตาของเจ้า"

     

    เขาโน้มตัวลงไปบดเบียดริมฝีปากกับฮูหยินซุนอย่างรุนแรง ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปพัวพันอย่างตะกรุมตะกราม รสชาติหวานของนางผสมผสานกับพลังปีศาจที่ไหลเวียนระหว่างพวกเขา ขณะที่มืออีกข้างหนึ่งก็เอื้อมไปดึงรั้งร่างของชิงเย่วที่อยู่ใกล้ๆ เข้ามาหา

     

    เขาใช้มือบีบเค้นทรวงอกอิ่มของเทพธิดาสาวผ่านเนื้อผ้าบางเบา นิ้วมือของเขาเคลื่อนไหวอย่างช่ำชองและเร้าอารมณ์ จนชิงเย่วต้องหลุดเสียงครางหวานล้ำออกมาโดยไม่อาจควบคุมได้

     

    เพียงชั่วพริบตา พลังปีศาจที่หลินเฟิงจงใจปลดปล่อยออกมาก็ทำหน้าที่ของมัน พลังนี้ไม่ได้เพียงแค่เป็นการแสดงออกถึงความแข็งแกร่ง แต่มันยังมีคุณสมบัติพิเศษที่สามารถกระตุ้นความปรารถนาและลดการต้านทานของผู้ที่สัมผัสได้

     

    เสื้อผ้าของสตรีทุกคนค่อยๆ เลื่อนหลุดออกจากกายราวกับต้องมนต์ ผ้าไหมและผ้าฝ้ายที่เคยห่อหุ้มร่างกายสวยงามของพวกนางค่อยๆ หลุดลอยไปตามลมเบาๆ ที่เกิดขึ้นจากพลังปีศาจ เผยให้เห็นความงดงามที่แตกต่างกันไปของแต่ละคน

     

    ชิงเย่วที่มีผิวขาวผุดผ่องดุจหิมะ ร่างกายสมส่วนและเรียวเพรียวแบบเทพธิดา ทรวงอกที่อิ่มเอิบและเอวที่เล็กจนน่าทึ่ง มู่หรงชิงที่มีร่างกายสมส่วนและแข็งแรงแบบนักรบ กล้ามเนื้อที่เรียงตัวสวยงามแต่ยังคงความอ่อนหวานของผู้หญิง ผิวพรรณที่แทนอ่อนๆ จากการฝึกฝนกลางแจ้ง

     

    หูเม่ยและไป๋เอ๋อร์ที่มีส่วนโค้งเว้าเย้ายวนใจเกินมนุษย์ ร่างกายที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ปีศาจ ผิวพรรณที่เรียบเนียนและเปล่งประกายแปลกตา สองพี่น้องฝาแฝดซุนซือซือและซุนเหมยเหมยที่มีความอ่อนเยาว์น่าทะนุถนอม ร่างกายที่บอบบางแต่เต็มไปด้วยพลังชีวิต

     

    หลี่ซูที่มีเสน่ห์ลึกลับ ร่างกายที่ดูเหมือนจะซ่อนความลับมากมาย และฮูหยินซุนที่มีความอวบอิ่มเย้ายวนแบบสตรีวัยสะพรั่ง ทรวงอกที่อิ่มเอิบและสะโพกที่โค้งมนอย่างเซ็กซี่

     

    หลินเฟิงมองดูความงดงามที่แตกต่างกันของสตรีทั้งแปดด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจ เขารู้ว่าคืนนี้จะเป็นคืนที่พิเศษ ไม่เพียงแค่เพราะพลังที่เขาได้รับจากการกำจัดปีศาจ แต่ยังเพราะเขาจะได้มอบ "รางวัล" ให้กับสตรีทุกคนอย่างทั่วถึงและเข้มข้น

     

    "มาเถิด... ข้าจะเริ่มมอบรางวัลให้พวกเจ้าแล้ว" เขากระซิบด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยพลังและความเร่าร้อน

     

    หลินเฟิงเริ่มมอบรางวัลให้พวกนางอย่างทั่วถึง เขาเริ่มต้นด้วยการดึงชิงเย่วขึ้นมานั่งคร่อมบนตักแกr่ง ความบริสุทธิ์และความอ่อนนุ่มของนางปะทะกับความแข็งกร้าวและทรงพลังของเขาอย่างจัง ชิงเย่วหลับตาพริ้ม ร่างกายสั่นสะท้านเมื่อหลินเฟิงเริ่มขยับกายเข้าหาความอ่อนนุ่มของนางอย่างช้าๆ แต่หนักแน่น

     

    ทุกจังหวะที่เขากระแทกกระทั้น พลังปีศาจสีทองจะไหลเวียนจากร่างของเขาเข้าสู่ร่างของนางผ่านจุดเชื่อมต่อที่แนบชิด พลังนี้ไม่เพียงแค่ให้ความสุข แต่ยังช่วยขัดเกลาและเพิ่มพูนพลังปราณของนางด้วย

     

    ในขณะที่เขากำลังปรนเปรอชิงเย่ว มือทั้งสองข้างของเขาก็ไม่ได้ว่างเว้น เขาโอบรั้งร่างของมู่หรงชิงและหูเม่ยเข้ามาบดเบียดข้างกาย ปล่อยให้พวกนางใช้ทรวงอกนุ่มหยุ่นถูไถไปตามแขนและแผ่นหลังของเขา ความอบอุ่นและความนุ่มนิ่มของผิวพวกนางทำให้เขารู้สึกเสียวซ่าน

     

    หูเม่ยใช้ลิ้นเล็กๆ เลียไล้ไปตามซอกคอของหลินเฟิงอย่างกระหาย รสชาติเค็มของเหงื่อผสมกับกลิ่นอายปีศาจทำให้นางรู้สึกเมาเหมือนดื่มสุราแกล้ว ขณะที่มู่หรงชิงใช้มือลูบไล้ไปตามมัดกล้ามท้องของเขาด้วยความหลงใหล สัมผัสถึงพลังอำนาจที่ซ่อนอยู่ภายใต้ผิวหนัง

     

    "อา... ท่านหลินเฟิง... พลังของท่าน... มันร้อนเหลือเกิน" มู่หรงชิงครางออกมาด้วยความเสียวซ่าน เมื่อหลินเฟิงเอื้อมมือไปบดขยี้จุดอ่อนไหวของนางในขณะที่เขายังคงขับเคลื่อนอยู่ในร่างของชิงเย่ว

     

    เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วห้องโถง เสียงนี้ผสมผสานกับเสียงครางระงมของสตรีทั้งแปดที่บัดนี้ต่างก็รุมล้อมเข้าหาหลินเฟิงราวกับแมลงเม่าที่หลงใหลในเปลวเพลิง บรรยากาศในห้องเริ่มร้อนระอุขึ้นเรื่อยๆ

     

    หลินเฟิงใช้พลังหางที่หกควบคุมจังหวะรักได้อย่างสมบูรณ์แบบ เขาไม่ได้เพียงแค่เสพสุข แต่เขากำลัง 'หลอมรวม' พลังกับพวกนางทีละคนอย่างประณีตและเร่าร้อนที่สุด การบำเพ็ญคู่ในแบบของปีศาจจิ้งจอกไม่ใช่เพียงการสนองความต้องการทางกาย แต่เป็นการแลกเปลี่ยนและเพิ่มพูนพลังร่วมกัน

     

    ฮูหยินซุนที่รอคอยอยู่เบื้องล่าง บัดนี้ได้รับโอกาสของนาง หลินเฟิงพลิกกายชิงเย่วลงอย่างอ่อนโยนแล้วดึงฮูหยินซุนขึ้นมาแทนที่ เขาจับขาเรียวอวบอิ่มของนางแยกออกกว้างก่อนจะโถมกายเข้าใส่ด้วยความรุนแรงที่มากกว่าเดิม

     

    ฮูหยินซุนกรีดร้องออกมาด้วยความสุขสมที่ท่วมท้น ดวงตาของนางเบิกกว้างเมื่อสัมผัสได้ถึงพลังหยางอันมหาศาลที่พุ่งพล่านเข้าสู่ร่างกาย ความรู้สึกนี้แตกต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะพลังปีศาจที่หลินเฟิงได้รับจากการกำจัดปีศาจทำให้การบำเพ็ญคู่ในคืนนี้เข้มข้นและทรงพลังกว่าเดิมหลายเท่า

     

    ค่ำคืนแห่งการบำเพ็ญคู่เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น และหลินเฟิงก็ตั้งใจจะทำให้สตรีทุกคนของเขาจดจำความรู้สึกในคืนนี้ไปจนวันตาย ความเร่าร้อนที่เกิดขึ้นในห้องโถงลับนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในพลังของพวกนางทุกคน

     

    ภายในห้องโถงลับที่บัดนี้กลายเป็นสรวงสวรรค์แห่งกามารมณ์ กลิ่นอายปีศาจจิ้งจอกที่เข้มข้นจนแทบจะกลายเป็นของเหลวสีทองไหลวนอยู่รอบกายของทุกคน หลินเฟิงยืนตระหง่านอยู่กลางเตียงกว้างที่บัดนี้เต็มไปด้วยร่างเปลือยเปล่าของสตรีทั้งแปดนาง ดวงตาของเขาเปล่งประกายสีทองเจิดจ้าสะท้อนถึงพลังอำนาจที่ล้นปรี่

     

    หางทั้งหกที่โบกสะบัดอยู่เบื้องหลังเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงที่น่าอัศจรรย์ ขนจิ้งจอกที่เคยนุ่มนิ่มค่อยๆ หดหายไป แทนที่ด้วยผิวหนังสีแดงระเรื่อที่ตึงเปรี๊ยะและร้อนระอุ หางแต่ละหางขยายขนาดขึ้นจนดูราวกับแก่นกายยักษ์ที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดปูดโปนและปุ่มปมปีศาจที่พร้อมจะมอบความเสียวซ่านเกินพิกัด

     

    การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นผลมาจากพลังปีศาจที่เขาได้รับจากการกำจัดปีศาจทั้งสามตนในคืนนี้ พลังเหล่านั้นไม่เพียงแค่เพิ่มความแข็งแกร่งให้เขา แต่ยังปลดปล่อยศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในหางปีศาจของเขาด้วย

     

    "คืนนี้... ข้าจะทำให้พวกเจ้าทุกคนกลายเป็นส่วนหนึ่งของข้าอย่างแท้จริง" เสียงของหลินเฟิงทุ้มต่ำและกังวานราวกับเสียงคำรามของสัตว์ป่าที่ทรงอำนาจ

     

    เขาเริ่มขยับกายเข้าหา ฮูหยินซุน ที่นอนหอบหายใจรวยรินอยู่เบื้องล่าง หลินเฟิงจับขาเรียวอวบอิ่มของนางแยกออกกว้างจนสุด ก่อนจะโถมกายเข้าใส่ด้วยความรุนแรงที่ทำให้นางถึงกับเบิกตาค้าง เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วห้อง

     

    ขณะที่ร่างกายหลักของเขากำลังขับเคลื่อนอยู่ในร่างของฮูหยินซุน หางปีศาจทั้งหกก็เริ่มทำงานอย่างอิสระราวกับมีชีวิตเป็นของตัวเอง พวกมันเคลื่อนไหวด้วยจังหวะที่แตกต่างกัน แต่ประสานกันอย่างลงตัว

     

    หางแรกพุ่งเข้าหา ชิงเย่ว ที่กำลังนอนบิดเร้าอยู่ข้างๆ มันสอดแทรกเข้าสู่ความอ่อนนุ่มของนางอย่างรวดเร็วและลึกซึ้ง ชิงเย่วกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจผสมผสานกับความเสียวซ่านที่ท่วมท้น ปุ่มปมบนหางปีศาจครูดไล้ไปตามผนังเนื้อนุ่มภายในร่างของนาง กระตุ้นจุดอ่อนไหวทุกอณูจนนางต้องแอ่นกายรับสัมผัสอย่างไม่อาจต้านทาน

     

    มือเรียวของนางจิกเกร็งลงบนผ้าปูที่นอนจนยับยู่ยี่ ดวงตาของนางเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจและความสุขสมที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน พลังปีศาจที่ไหลเข้าสู่ร่างของนางผ่านหางปีศาจทำให้นางรู้สึกเหมือนถูกไฟไหม้จากภายใน แต่เป็นไฟที่ให้ความสุขมากกว่าความเจ็บปวด

     

    หางที่สองและสามพุ่งเข้าหา ซุนซือซือ และ ซุนเหมยเหมย สองพี่น้องฝาแฝดที่บัดนี้กอดก่ายกันแน่นด้วยความหวาดหวั่นที่ปนเปไปด้วยความปรารถนา หางปีศาจที่ร้อนระอุสอดแทรกเข้าสู่ร่างของพวกนางพร้อมๆ กัน

     

    สองพี่น้องครางประสานเสียงกันอย่างน่าฟัง เสียงของพวกนางกลมกลืนกันราวกับเพลงบรรเลงคู่ ร่างกายของพวกนางสั่นสะท้านตามจังหวะการขยับของหางปีศาจที่รัวเร็วและหนักแน่น พลังปีศาจสีทองไหลเวียนจากหางเข้าสู่จุดกึ่งกลางกายของพวกนาง กระจายไปทั่วร่างจนผิวพรรณที่เคยขาวนวลกลายเป็นสีชมพูระเรื่อ

     

    ในขณะเดียวกัน หูเม่ย และ ไป๋เอ๋อร์ สองปีศาจสาวที่บัดนี้ความต้องการพุ่งพล่านจนถึงขีดสุด พวกนางไม่ได้รอให้หลินเฟิงเป็นฝ่ายเข้าหาเพียงอย่างเดียว หูเม่ยคลานเข้าไปหาไป๋เอ๋อร์ ใช้ลิ้นร้อนเลียไล้ไปตามทรวงอกอิ่มของเพื่อนสาว ขณะที่ไป๋เอ๋อร์ก็ใช้มือเรียวรูดรั้งจุดอ่อนไหวของหูเม่ยอย่างช่ำชอง

     

    ทั้งคู่แลกเปลี่ยนจุมพิตที่เร่าร้อนและหิวกระหาย แบ่งปันรสชาติแห่งกามารมณ์ให้แก่กันและกัน ลิ้นของพวกนางพัวพันกันอย่างตะกรุมตะกราม ก่อนที่หางที่สี่และห้าของหลินเฟิงจะพุ่งเข้ามาร่วมวงไพบูลย์ สอดแทรกเข้าสู่ร่างของพวกนางจากทางด้านหลัง เพิ่มทวีความเสียวซ่านจนพวกนางต้องครางออกมาไม่เป็นภาษา

     

    มู่หรงชิง นักรบสาวผู้แข็งแกร่ง บัดนี้กลับพ่ายแพ้ต่อมนตราแห่งราคะ นางนอนอยู่ท่ามกลางวงล้อมของสตรีคนอื่นๆ โดยมี หลี่ซู คอยปรนเปรออยู่ข้างกาย หลี่ซูใช้เรือนร่างที่บอบบางแต่แฝงไปด้วยเสน่ห์ลึกลับบดเบียดเข้ากับมู่หรงชิง

     

    มือของนางลูบไล้ไปตามมัดกล้ามเนื้อที่สวยงามของนักรบสาว ปลุกเร้าอารมณ์ให้พุ่งสูงขึ้น จนกระทั่งหางที่หกของหลินเฟิงพุ่งเข้ามาจัดการกับมู่หรงชิงอย่างรุนแรง หลี่ซูไม่รอช้า นางโน้มตัวลงไปใช้ปากและลิ้นช่วยเล้าโลมมู่หรงชิงในขณะที่หางปีศาจกำลังทำงาน ทำให้มู่หรงชิงถึงกับกรีดร้องออกมาด้วยความสุขสมที่รุนแรงที่สุดในชีวิต

     

    หลินเฟิงมองดูภาพความโกลาหลแห่งราคะตรงหน้าด้วยความภาคภูมิใจ เขาเร่งจังหวะร่างกายหลักที่กำลังจัดการกับฮูหยินซุนให้เร็วขึ้นและแรงขึ้น ทุกครั้งที่เขากระแทกกาย พลังหยางอันมหาศาลจะถูกฉีดพ่นเข้าสู่ร่างของนาง พร้อมๆ กับที่หางทั้งหกก็ปลดปล่อยพลังปีศาจเข้าสู่สตรีคนอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง

     

    ห้องโถงลับบัดนี้เต็มไปด้วยเสียงครางระงม เสียงเนื้อกระทบเนื้อที่ดังไม่ขาดสาย และกลิ่นคาวราคะที่อบอวลไปทั่ว อากาศในห้องร้อนระอุจนแทบจะหายใจไม่ออก แต่ไม่มีใครสนใจ เพราะทุกคนต่างจมอยู่ในความสุขสมที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน

     

    สตรีทุกคนบัดนี้ไม่ได้เพียงแค่รับความสุขจากหลินเฟิงเท่านั้น แต่พวกนางยังเริ่มเล้าโลมและช่วยเหลือกันเองเพื่อแบ่งปันความสุขที่ล้นปรี่ ชิงเย่วเอื้อมมือไปกุมมือของฮูหยินซุนไว้แน่น ขณะที่ซุนซือซือและซุนเหมยเหมยก็จูบซับเหงื่อให้กันและกัน

     

    ทุกคนต่างหลอมรวมกลายเป็นหนึ่งเดียวภายใต้การนำของจิ้งจอกหกหาง พลังหยินจากสตรีทั้งแปดถูกดูดซับและหมุนเวียนผ่านร่างกายของหลินเฟิง ก่อนจะถูกส่งกลับคืนไปในรูปแบบของพลังปีศาจที่บริสุทธิ์และแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม

     

    เวลาผ่านไปนานเท่าใดไม่มีใครทราบได้ ความเร่าร้อนในห้องโถงลับยังคงทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ หลินเฟิงใช้พลังหางปีศาจสลับสับเปลี่ยนปรนเปรอสตรีแต่ละคนอย่างทั่วถึงและลึกซึ้ง ไม่มีใครถูกทอดทิ้ง ทุกคนต่างได้รับ 'รางวัล' อย่างสาสมและเร่าร้อนที่สุด

     

    บทรักในค่ำคืนนี้ไม่ใช่เพียงการเสพสม แต่มันคือพิธีกรรมแห่งการยกระดับดวงวิญญาณและพลังบำเพ็ญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เมืองหลวงแห่งนี้เคยมีมา การแลกเปลี่ยนพลังระหว่างหลินเฟิงและสตรีทั้งแปดไม่เพียงแค่ให้ความสุข แต่ยังเป็นการขัดเกลาและเพิ่มพูนพลังของทุกคนด้วย

     

    เมื่อพายุแห่งราคะค่อยๆ สงบลงพร้อมกับแสงรำไรของรุ่งเช้าที่ลอดผ่านรอยแตกของม่านไหม ห้องโถงลับที่เคยเต็มไปด้วยเสียงครางระงมบัดนี้กลับคืนสู่ความเงียบสงบที่แฝงไปด้วยกลิ่นอายแห่งความศักดิ์สิทธิ์ หลินเฟิงนั่งสมาธิอยู่กึ่งกลางเตียงกว้าง หางทั้งหกที่เคยดุดันบัดนี้กลับคืนสู่สภาพขนฟูนุ่มนิ่มสีทองอร่าม

     

    รอบกายของเขาคือร่างของสตรีทั้งแปดที่นอนหลับใหลด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสุขสม แต่สิ่งที่น่าอัศจรรย์คือออร่าพลังที่แผ่ออกมาจากร่างของพวกนางแต่ละคน พลังที่เคยอ่อนแอหรือไม่เสถียรบัดนี้กลายเป็นกระแสพลังที่แข็งแกร่งและมั่นคง

     

    การบำเพ็ญคู่ในค่ำคืนที่ผ่านมา ภายใต้พลังของจิ้งจอกหกหางที่เพิ่งดูดซับพลังหยินจากปีศาจระดับสูงมาได้ ทำให้สตรีทุกคนได้รับการยกระดับพลังอย่างก้าวกระโดด:

     

    ชิงเย่ว: เทพธิดาสาวผู้มีความบริสุทธิ์เป็นทุนเดิม บัดนี้พลังปราณในร่างของนางถูกชำระล้างจนใสกระจ่างดุจแก้ว พลังปีศาจของหลินเฟิงช่วยให้นางสามารถเข้าถึงเคล็ดวิชาลับของตระกูลที่เคยติดขัดได้สำเร็จ ผิวพรรณของนางเปล่งประกายรัศมีจางๆ ราวกับเทพธิดาที่จุติลงมาจริงๆ

     

    มู่หรงชิง: นักรบสาวสัมผัสได้ถึงพละกำลังที่เพิ่มขึ้นมหาศาล เส้นชีพจรที่เคยแข็งตึงจากการฝึกฝนอย่างหนักถูกพลังปีศาจของหลินเฟิงทำให้ยืดหยุ่นและกว้างขึ้น นางบัดนี้สามารถโคจรพลังปราณได้รวดเร็วกว่าเดิมถึงสามเท่า และมีสัมผัสที่เฉียบคมขึ้นจนสามารถรับรู้ถึงอันตรายได้แม้เพียงมดเดินผ่าน

     

    ฮูหยินซุน: การเปลี่ยนแปลงของนางนั้นชัดเจนที่สุดในด้านความเยาว์วัย พลังปีศาจช่วยย้อนวัยให้ผิวพรรณของนางกลับมาเต่งตึงและนุ่มนวลราวกับสาวแรกรุ่น แต่ยังคงความอวบอิ่มเย้ายวนใจแบบสตรีวัยสะพรั่งไว้ พลังบำเพ็ญของนางก้าวข้ามคอขวดที่ติดอยู่มานานหลายปี ทำให้ความงามของนางบัดนี้แฝงไปด้วยมนตราสะกดใจผู้คน

     

    หูเม่ย และ ไป๋เอ๋อร์: สองปีศาจสาวได้รับผลประโยชน์สูงสุดในด้านเผ่าพันธุ์ พลังของหลินเฟิงช่วยขัดเกลาสายเลือดปีศาจของพวกนางให้บริสุทธิ์ขึ้น หูเม่ยสัมผัสได้ว่าหางของนางกำลังจะงอกเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งหางในไม่ช้า ส่วนไป๋เอ๋อร์ก็มีพลังมนตราลวงตาที่แข็งแกร่งขึ้นจนสามารถสร้างภาพมายาที่ซับซ้อนได้นานนับวัน

     

    ซุนซือซือ และ ซุนเหมยเหมย: สองพี่น้องฝาแฝดบัดนี้มีพลังที่เชื่อมโยงกันอย่างสมบูรณ์ พลังปีศาจที่ได้รับพร้อมกันทำให้พวกนางสามารถสื่อสารทางจิตและแบ่งปันพลังปราณให้กันและกันได้ในยามต่อสู้ ความไร้เดียงสาของพวกนางบัดนี้แฝงไปด้วยพลังทำลายล้างที่ไม่อาจดูแคลนได้

     

    หลี่ซู: สตรีผู้ลึกลับบัดนี้กลายเป็น "หูและตา" ที่แท้จริงของหลินเฟิง พลังปีศาจช่วยขยายขอบเขตการรับรู้ของนางผ่านเครือข่ายชาวบ้านที่นางสร้างขึ้น นางสามารถรับรู้ข่าวสารจากทั่วเมืองหลวงได้เพียงแค่หลับตาลง และพลังลึกลับในร่างของนางก็เริ่มก่อตัวเป็นรูปร่างที่ชัดเจนขึ้น

     

    หลินเฟิงลืมตาขึ้น ดวงตาสีทองของเขาทอประกายแห่งความพึงพอใจ เขาไม่ได้เพียงแค่สร้างกองกำลังสตรีที่งดงาม แต่เขากำลังสร้าง "อาณาจักร" ที่แข็งแกร่งที่สุด พลังที่เพิ่มขึ้นของพวกนางคือรากฐานสำคัญที่จะช่วยให้เขาเข้าสู่วังหลวงและบรรลุเป้าหมายในการงอกหางที่เก้า

     

    "ด้วยพลังของพวกเจ้า... และความทะเยอทะยานของข้า" หลินเฟิงพึมพำพลางลูบไล้ใบหน้าของชิงเย่วอย่างอ่อนโยน "ใต้หล้านี้จะไม่มีใครหยุดยั้งพวกเราได้อีกต่อไป"

     

    เขาลุกขึ้นยืนจากเตียงอย่างช้าๆ ร่างกายที่เปลือยเปล่าเปล่งประกายแห่งพลังอำนาจที่เพิ่งได้รับการเสริมสร้าง หางทั้งหกโบกสะบัดอย่างสง่างาม แต่ละหางดูแข็งแกร่งและมีชีวิตชีวามากกว่าเดิม เขาเดินไปยังหน้าต่างที่มองเห็นวิวของเมืองหลวงที่ยังคงหลับใหลในยามเช้าตรู่

     

    เสียงเศร้าโศกเบาๆ ดังขึ้นจากเตียง ชิงเย่วค่อยๆ ลืมตาขึ้น ดวงตาของนางยังคงมีแววเมาเหมือนดื่มสุรา แต่เมื่อเห็นหลินเฟิงยืนอยู่ที่หน้าต่าง นางก็รีบลุกขึ้นนั่งและใช้ผ้าห่มคลุมร่างกาย

     

    "ท่านหลินเฟิง..." นางเรียกด้วยเสียงที่ยังแหบพร่าจากการครางในคืนที่ผ่านมา "ท่านคิดอะไรอยู่?"

     

    หลินเฟิงหันกลับมามองนางด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน "ข้ากำลังคิดถึงอนาคตของพวกเรา เจ้ารู้สึกอย่างไรบ้าง? พลังในร่างของเจ้าเปลี่ยนแปลงไปมากเลยทีเดียว"

     

    ชิงเย่วหลับตาลงแล้วสำรวจพลังภายในร่างกายของตนเอง ดวงตาของนางเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ "นี่... นี่มันเป็นไปได้อย่างไร? พลังปราณของข้าเพิ่มขึ้นมากมายมหาศาล และยังใสกระจ่างกว่าเดิมด้วย"

     

    "นั่นคือผลจากการบำเพ็ญคู่กับข้า" หลินเฟิงอธิบายด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ "พลังปีศาจของข้าไม่เพียงแค่ให้ความสุข แต่ยังช่วยขัดเกลาและเพิ่มพูนพลังของคู่บำเพ็ญด้วย เจ้าบัดนี้แข็งแกร่งกว่าเดิมหลายเท่า"

     

    ในขณะนั้น สตรีคนอื่นๆ ก็เริ่มตื่นขึ้นทีละคน แต่ละคนต่างแสดงความประหลาดใจเมื่อสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงในร่างกายของตนเอง มู่หรงชิงลุกขึ้นยืนแล้วกำมือทดสอบพลัง เสียงแตกของอากาศดังขึ้นเมื่อนางเหวี่ยงหมัด

     

    "พลังของข้าเพิ่มขึ้นมากมาย!" นางอุทานด้วยความตื่นเต้น "และความเร็วในการโคจรพลังปราณก็เร็วขึ้นมาก"

     

    ฮูหยินซุนมองดูใบหน้าของตนเองในกระจกเงาที่วางอยู่ข้างเตียง นางแทบจะไม่เชื่อสายตาตนเอง ผิวพรรณที่เคยเริ่มมีริ้วรอยบัดนี้กลับมาเรียบเนียนและเต่งตึงราวกับสาวแรกรุ่น

     

    "นี่... นี่คือความมหัศจรรย์จริงๆ" นางกระซิบด้วยความทึ่ง "ข้ารู้สึกเหมือนกลับไปเป็นสาวน้อยอีกครั้ง"

     

    หูเม่ยและไป๋เอ๋อร์ที่เป็นปีศาจด้วยกันรู้สึกได้ชัดเจนที่สุดถึงการเปลี่ยนแปลง สายเลือดปีศาจในร่างของพวกนางบริสุทธิ์ขึ้นมาก หูเม่ยสัมผัสได้ว่าหางของนางกำลังจะงอกเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งหาง ส่วนไป๋เอ๋อร์ก็พบว่าพลังมนตราลวงตาของนางแข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก

     

    "ท่านหลินเฟิง" หูเม่ยกราบไหว้อย่างสุภาพ "ข้าขอบพระคุณท่านอย่างสุดซึ้ง การได้รับพลังจากท่านทำให้ข้าก้าวข้ามขีดจำกัดที่ติดอยู่มานานได้สำเร็จ"

     

    ซุนซือซือและซุนเหมยเหมยสองพี่น้องฝาแฝดลองสื่อสารกันทางจิต พวกนางพบว่าการเชื่อมโยงระหว่างกันแข็งแกร่งขึ้นมาก จนสามารถรู้สึกและแบ่งปันความคิดของกันและกันได้อย่างชัดเจน

     

    "พี่สาว เจ้ารู้สึกอย่างไรบ้าง?" ซุนเหมยเหมยถามทางจิต

     

    "ข้ารู้สึกเหมือนเราสองคนกลายเป็นหนึ่งเดียวกัน" ซุนซือซือตอบกลับ "พลังของเราเชื่อมโยงกันอย่างสมบูรณ์แบบ"

     

    หลี่ซูที่เงียบขรึมมาตลอดค่อยๆ ลุกขึ้นยืน นางหลับตาลงแล้วขยายการรับรู้ออกไป ทันใดนั้นนางก็สามารถรับรู้ได้ถึงความเคลื่อนไหวของผู้คนทั่วเมืองหลวง ราวกับมีเครือข่ายใยแมงมุมที่เชื่อมโยงนางกับทุกซอกทุกมุมของเมือง

     

    "น่าอัศจรรย์..." นางกระซิบ "ข้าสามารถรับรู้ได้ถึงทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในเมืองหลวง"

     

    หลินเฟิงมองดูการเปลี่ยนแปลงของสตรีทั้งแปดด้วยความพึงพอใจ เขารู้ว่าการลงทุนในคืนนี้คุ้มค่ามาก ไม่เพียงแค่เขาได้รับพลังจากการกำจัดปีศาจ แต่ยังได้เสริมสร้างกองกำลังของตนให้แข็งแกร่งขึ้นด้วย

     

    หลินเฟิงมองออกไปยังวังหลวงอีกครั้ง ดวงตาของเขาเปล่งประกายแห่งความมุ่งมั่น "อีกไม่นาน หางที่เก้าจะเป็นของข้า และเมื่อนั้น... ข้าจะกลายเป็นปีศาจจิ้งจอกที่ทรงพลังที่สุดในใต้หล้า"

     

    คล้ายกับเรื่องจิ้งจอกเก้าหางข้ามภพ ระบบเติมแต้มสุขสม ที่คุณอ่าน

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    นิยาย อีโรติก
    2.40M 1665
    เทพมังกรเหนือโลก

    เทพมังกรเหนือโลก

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    104K 62
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    9.93M 1273
    อสูรพลิกฟ้า ( Against the Gods )

    อสูรพลิกฟ้า ( Against the Gods )

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    58.22M 2245
    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    791K 1635
    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    279K 178
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808