บทที่ 1
การฝึกฝนของข้าคือการนอนหลับ
ราชวงศ์ต้าเหยียน
มณฑลชิงหลาน
อำเภอเมืองไป๋สือ
เมืองไป๋สือเป็เพียงแค่เมืองเล็กๆแห่งนึงภายในราชวงศ์ต้าเหยียน แสงแดดยามเที่ยงวันกำลังสาดส่องลงมาปกคลุมไปทั่วทั้งเมือง
ลานบ้านขนาดเล็กแห่งนึงตั้งอยู่บนถนนเส้นเล็กทางทิศตะวันออกของเมือง ร่างของชายหนุ่มผู้นึงกำลังเอนกายนอนอยู่บนเก้าอี้หวายอย่างผ่อนคลาย ต้นไม้สูงใหญ่ตั้งตระหง่านภายในลานเรือนคอยบดบังแสงแดดที่สาดส่องจาก้าให้
เปลือกตาที่กำลังพับปิดของชายหนุ่มค่อยๆเปิดขึ้นอย่างช้าๆ ทันทีที่เขาเปิดตาตื่นจากภวังค์แห่งความฝันอันแสนหอมหวานหน้าต่างโปร่งใส่ก็ปรากฏขึ้นด้านหน้า
[เคล็ดวิชาทั้งหมดได้รับค่าประสบการณ์ +100]
สวีหยางมองหน้าต่างโปร่งใสที่ปรากฏอยู่ด้านหน้าของตนเอง จนถึงตอนนี้แม้จะผ่านมาสามเดือนแล้วแต่เขาก็ยังไม่อยากเชื่ออยู่บ้าง
เมื่อสามเดือนที่แล้วเขาลืมตาตื่นขึ้นมาภายในร่างกายของชายหนุ่มผู้นึงภายในเมืองไป๋สือ ใช่แล้วมันคือการทะลุมิติที่เขาพบเห็นภายในนิยายอยู่หลายครั้ง
แต่ว่าเขาไม่ได้เหมือนกับตัวเอกนิยายหลายคนที่เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาแล้ว ก็มีความทรงจำมากมายหลั่งไหลเข้ามาภายในหัว
ในทางกลับกันหลังจากที่เขาลืมตาตื่นขึ้นมา ความทรงจำของเขาเกี่ยวกับโลกใบนี้และเ้าของร่างนี้กับว่างเปล่า
เพราะแบบนั้นใน่สามเดือนที่ผ่านมา สวีหยางจึงทำการศึกษาเกี่ยวกับเ้าของร่างนี้ และเกี่ยวกับโลกใบนี้มาตลอด
ผ่านมาสามเดือนเขาก็เข้าใจสถานการณ์ของตนเองอย่างงทะลุปรุโปร่งหมดแล้ว อย่างแรกก็คือเ้าของร่างนี้มีชื่อว่าสวีหยาง ปัจจุบันอายุยี่สิบปี เคยเป็มือปราบภายในเมืองไป๋สือแห่งนี้
ใช่แล้วเคยเป็!
เพราะในตอนที่เขาลืมตาตื่นขึ้นมา สวีหยางผู้นี้ก็โดนขับไล่ออกจากกองมือปราบแห่งเมืองไป๋สือเพราะอาการาเ็
นั่นคือเื่คร่าวๆของสวีหยางก่อนที่เขาจะฟื้นตื่นขึ้นมา ส่วนที่ว่าสวีหยางมีครอบครัวหรือไม่หรือเป็ใครมาจากไหนเขาไม่รู้เลยสักนิด
ในตอนที่เขาลืมตาตื่นขึ้นมาใช้ข้ออ้างที่ว่าความจำเสื่อมในการปิดบังความผิดปกติของเขาที่มาอยู่ภายในร่างกายนี้ จึงทำให้ไม่มีผู้ใดสงสัยเกี่ยวกับตัวของเขาที่เปลี่ยนไป และเขาก็ใช้ข้ออ้างนี้ในการสืบหาข้อมูลของเ้าของร่างนี้ที่ชื่อว่าสวีหยาง
แต่หลังจากที่สอบถามคนรอบกายดูแล้วปรากฏว่าก็ไม่มีผู้ใดรู้เลยว่าเ้าของร่างอย่างสวีหยางเขามาจากไหน รู้เพียงแต่ว่าตัวของเขาปรากฏตัวที่เมืองไป๋สือเมื่อสองปีก่อน จากนั้นก็ใช้เงินเป็ตัวเบิกทางและเข้ารับตำแหน่งมือปราบของเมืองไป๋สือ
จนกระทั่งเมื่อสามเดือนก่อนมีภารกิจนึงของกองมือปราบ ที่ต้องให้ไปล้อมจับผู้ฝึกยุทธ์ระดับปราณโลหิตผู้นึง สวีหยางเองก็เป็หนึ่งในมือปราบที่ออกไปทำภารกิจ แต่ทว่าภารกิจครั้งนั้นล้มเหลวนั่นทำให้สวีหยางที่เป็ผู้ฝึกยุทธ์ระดับหลอมกายาขั้นกลางาเ็สาหัสและต้องตกตายไปในเวลาต่อมา จนสุดท้ายเขาที่เป็ดวงิญญาของอีกโลกนึงก็มาอยู่ในร่างของสวีหยางในตอนนี้
นี่คือข้อมูลและความเข้าใจของเขาเกี่ยวกับเ้าของร่างนี้ในตอนนี้
ส่วนใน่สามเดือนที่ผ่านมาเขาก็ทำความเข้าใจเกี่ยวกับโลกใบนี้มาพอสมควรแล้ว ทำให้เขาได้รู้ว่าในโลกใบนี้มีเส้นทางแห่งการฝึกตนอยู่จริง
จากที่มองดูภายในเมืองไป๋สือก็พอจะมองเห็นว่า โลกใบนี้ทั้งสิ่งก่อสร้างเครื่องแต่งกายผู้คนเหมือนกับหลุดออกมาจากนิยายแนวจีนโบราณอย่างไรอย่างนั้น เหมือนกับย้อนกลับไปในยุคของราชวงศ์
แต่แน่นอนว่ามันไม่เหมือนกันเสียทีเดียว เพราะว่าโลกใบนี้มีความพิเศษมีเส้นทางแห่งการฝึกตนจึงทำให้โลกใบนี้นั้นแตกต่างออกไปจากยุคโบราณในโลกของเขา
อย่างเช่นเมืองไป๋สือที่เขาอยู่ในยามนี้ จะพูดถึงเมืองไป๋สือก็เป็เพียงแค่เมืองขนาดกลางเมืองนึงในมณฑลตงหยางเท่านั้น
ราชวงศ์ที่อยู่ในยามนี้คือต้าเหยียน ต้าเหยียนเป็ราชวงศ์ขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่กว้างขวางสุดลูกหูลูกตา ภายในต้าเหยียนมีเขตแดนปกครองอยู่ทั้งหมดหกสิบมณฑล
พื้นที่แต่ละมณฑลก็กว้างขวางมาก เพียงแค่เมืองในการปกครองก็มีหลายร้อยถึงพันเมืองแล้ว
เพียงแค่นี้ก็จะมองเห็นได้ว่าโลกใบนี้กว้างใหญ่ขนาดไหน และนี่ก็ยังเป็เพียงแค่อาณาเขตของราชวงศ์ต้าเหยียนเท่านั้น
ส่วนเมืองไป๋สือแห่งนี้ก็เป็เมืองขนาดกลางที่มีคนอยู่ภายในเมืองหลายแสนคน ความกว้างขวางของเมืองเองก็ไม่ต้องพูดถึงเรียกว่ากว้างมากเสียจนถ้าเกิดคนธรรมดาเดินเท้าวันนึงด้วยตนเองก็คงเดินไม่หมด
ในเมื่อทะลุมิติมาอยู่ที่โลกใบนี้แล้วนอกจากเื่ที่มาที่ไปของเ้าของร่างนี้ และเื่ของโลกใบนี้สิ่งที่สวีหยางให้ความสำคัญอีกอย่างก็คือ การฝึกตน
ในโลกใบนี้บอกว่ามีเส้นทางแห่งการฝึกตน ผู้บำเพ็ญสามารถเหินทะยานกลางนภา มีพลังอำนาจเหนืุ์มีอายุขัยยืนยาวเทียมฟ้าดิน
แต่มันก็เป็เื่ที่ไกลตัวมาก ลำพังภายในเมืองไป๋สือแห่งนี้ก็ไม่มีผู้ฝึกตนปรากฏตัวให้ได้เห็น อย่างน้อยในสามเดือนที่ผ่านมาเขาในฐานะสวีหยางก็ไม่เคยเห็นเลยสักครั้ง
แต่นอกจากเส้นทางแห่งการฝึกตนที่อยู่ไกลตัวแล้ว สิ่งที่สามารถยืนยันได้ว่าเส้นทางเหนืุ์นั้นมีอยู่จริงก็คือการฝึกยุทธ์
มีผู้คนบอกว่าต้องสำเร็จเส้นทางแห่งการฝึกยุทธ์ก่อน ถึงสามารถก้าวเข้าสู่วิถีเซียนและบำเพ็ญเพียรได้
เพราะแบบนั้นเส้นทางแห่งการฝึกยุทธ์นั้นมีอยู่จริง ภายในเมืองไป๋สือเองก็มีผู้ฝึกยุทธ์อยู่มากมาย
แน่นอนสวีหยางเองก็ถือว่าเป็ผู้ฝึกยุทธ์ ตามความเข้าใจของสวีหยางที่สอบถามและศึกษามาแล้ว ทำให้เขาได้รู้ว่าผู้ฝึกยุทธ์นั้นถูกแบ่งออกเป็สามระดับใหญ่
เริ่มแรกคือ หลอมกายา ต้องสำเร็จการหลอมกายาสิบขั้น ถึงสามารถก้าวเข้าไปสู่ระดับถัดไปได้นั้นคือ ปราณโลหิต เมื่อสำเร็จสิบขั้นของปราณโลหิต จึงทะลวงเข้าสู่ระดับปรมาจารย์ และเหนือปรมาจารย์นั้นคือผู้ฝึกตนหรือเซียนที่ผู้คนมากมายนั้นบอกกัน
สำหรับระดับหลอมกายานั้นถือว่ามีไม่น้อยภายในเมืองไป๋สือ อย่างเช่นพวกมือปราบทั่วไปภายในเมืองก็ต้องเป็ผู้ฝึกยุทธ์ระดับนี้ ทหารที่มียศขึ้นมาเป็หัวหน้าหมู่เองก็เป็ผู้ฝึกยุทธ์ระดับหลอมกายาเช่นเดียวกัน
ส่วนระดับ ปราณโลหิต ในเมืองไป๋สือก็มีไม่น้อยเช่นกัน อย่างเช่นพวกหัวหน้ามือปราบภายในเมือง
ระดับสุดท้ายของผู้ฝึกยุทธ์อย่างปรมาจารย์ ผู้คนบอกว่าภายในเมืองไป๋สือนั้นมีอยู่ไม่กี่คนเท่านั้น จากที่สวีหยางสืบมาได้คนที่น่าจะเป็ปรมาจารย์ภายในเมืองไป๋สืออย่างแน่นอน ก็มีหัวหน้าใหญ่ของกองมือปราบและก็อาจจะมีพวกยอดฝีมือที่รับใช้ราชสำนัก
ส่วนเกี่ยวกับเื่ที่ว่าจำนวนที่ไม่ถึง 10 คนที่ผู้คนพูดกันว่ามันจะจริงหรือไม่ สวีหยางที่ในตอนนี้เพิ่งมาอาศัยอยู่ที่เมืองแห่งนี้ได้เพียงแค่สามเดือนก็ไม่รู้อยู่แล้ว
ตามที่สวีหยางเข้าใจหลังจากลืมตาตื่นขึ้นมา เ้าของร่างเดิมนี้เคยเป็ระดับหลอมกายาขั้นหก สำหรับภายในกองมือปราบระดับนี้ก็ไม่ถือว่าเป็มือปราบธรรมดาแล้ว
แต่เพราะเมื่อสามเดือนก่อนต้องไปล้อมจับผู้ฝึกยุทธ์ระดับปราณโลหิตผู้นึง นั่นทำให้สวีหยางาเ็สาหัสตบะยุทธ์สูญสิ้น เพราะเ้าขอบเขตปราณโลหิตผู้นั้นเป็พวกเหี้ยมโหด ใช้เคล็ดวิชามารที่สามารถดูดปราณจากร่างกายของผู้ฝึกยุทธ์
สวีหยางเองก็ได้รับเคราะห์นั้นทำให้พลังยุทธ์สูญสิ้น และสุดท้ายก็ถูกขับออกจากกองมือปราบ
ถึงแม้จะบอกว่าสวีหยางใช้เงินเปิดทางเพื่อเข้ารับตำแหน่งในกองมือปราบ แต่กองมือปราบเองก็มีเงื่อนไขขั้นต่ำอย่างต้องเป็ผู้ฝึกยุทธ์
ในเมื่อเขาาเ็สาหัสและตบะพลังสูญสิ้น การจะโดนไล่ออกมันก็ไม่ใช่เื่แปลกอะไร
แน่นอนว่านั้นคือสวีหยางคนก่อนที่ตายไปแล้ว เพราะั้แ่เขาลืมตาตื่นขึ้นมาในฐานะสวีหยาง
ั้แ่ในตอนนั้นเขาเองก็ได้รับรู้ระบบโกงของเขาั้แ่ในวันแรกที่เขาหลับและตื่นขึ้นมา
นั่นก็คือความสามารถที่สามารถยกระดับของเคล็ดวิชาได้ในยามที่หลับใหล
สวีหยางที่นอนอยู่บนเก้าอี้ไม้ใช้ความคิดของตนเอง ควบคุมในหน้าต่างโปร่งใสด้านหน้าหายไปจากนั้นก็เรียกหน้าต่างอีกอันขึ้นมาแทน
[ชื่อ สวีหยาง ระดับ หลอมกายาขั้น 10 ]
[เคล็ดวิชา ลมหายใจพื้นฐาน ขั้น 9 [17700/25600] ดาบปราบมาร ขั้น 9 [17700/25600] ]
นี่คือผลลัพธ์ใน่หลายเดือนหลังจากที่เขาได้รู้ถึงความสามารถของตนเอง