หยาง อู๋เสินให้คนออกตามหามาสองวันแล้วแต่ข่าวของอวี้หลันยังคงเงียบราวกับว่านางนั้นไม่มีตัวตน
“คุณชายงานเลี้ยงที่สกุลหวังท่านจะไปหรือไม่ขอรับ” จงซื่อเอ่ยถามเมื่อเห็นว่างานเลี้ยงต้อนรับบุตรีของสกุลหวังใกล้ถึงเวลาแล้ว
“ไปสิ” เขาเอ่ยเพียงสั้นๆ เท่านั้นแล้วออกไปขึ้นรถม้าที่รออยู่แล้ว
ณ จวนสกุลหวัง
หวัง หนี่เหลียนบุตรีสกุลหวังบิดาเป็ขุนนางขั้นสามตัวนางเป็คู่หมั้นของหยาง อู๋เสินมาั้แ่เด็กๆ อายุได้สิบปีก็ถูกส่งเข้าวังเพื่อรับใช้ข้างกายฮองเฮาเพื่อรับการฝึกมารยาทบัดนี้ผ่านไปหกปีแล้วใกล้ถึงเวลาที่สมควรจึงถูกส่งกลับจวนมา
หวัง หนี่เหลียนถูกจัดว่าเป็หญิงงามอันดับหนึ่งของแคว้นที่เพียบพร้อมไปด้วยความงามกิริยามารยาททั้งความรู้ที่ได้ข้อยกเว้นได้เข้าเรียนร่วมกับพี่ชายของนางมาั้แ่เด็กๆ
“ท่านพี่หยางหนี่เหลียนคารวะท่านเ้าค่ะ” หวัง หนี่เหลียนออกมารอต้อนรับหยาง อู๋เสินอยู่หน้าจวน
“เ้าสบายดีหรือไม่” หยาง อู๋เสินกล่าวออกไปอย่างมารยาท
“สบายดีเ้าค่ะอยู่ในวังมานานก็มีเบื่อบ้างเล็กน้อยเ้าค่ะ” หวัง หนี่เหลียนเอ่ยด้วยความเขินอายที่เขานั้นกล่าวใส่ใจ
หยาง อู๋เสินเพียงยิ้มออกมากับคำตอบของนางแล้วจึงได้เดินเข้าจวนตระกูลหวังไปเพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงที่ถูกจัดขึ้น ในใจยังคงคิดเื่ของอวี้หลันที่ยังหาไม่พบจนแทบไม่ได้ใส่ใจในสิ่งที่หวัง หนี่เหลียนเอ่ยถาม ทำให้นางนั้นต้องเรียกเขาอยู่หลายครั้งเวลาที่เอ่ยถามคำถามกับเขาท่าทางเช่นนี้ก็ทำให้หวัง หนี่เหลียนรู้สึกแปลกไม่เข้าใจว่าเขานั้นคิดอะไรอยู่ถึงได้เลื่อนลอยเพียงนี้
ด้านอวี้หลันเองยังคงนอนไม่ได้สติเนื่องจากพิษของสุราอยู่ที่จวนสกุลฟงโดยไม่รู้เลยว่าคนของหยาง อู๋เสินนั้นได้ออกตามหาทุกหนทุกแห่งให้วุ่นวายไปหมด
“คุณชายขอรับเห็นคนว่าคนของบุตรชายคนโตสกุลหยาง หยาง อู๋เสินกำลังตามหาสาวใช้ของตนอยู่รูปร่างหน้าตาอายุรุ่นราวพอดีกับแม่นางน้อยเลยขอรับ” โย่วเผยเอ่ยถึงสถานการณ์ด้านนอกให้แก่คุณชายฟงได้รับฟัง
“แล้วคนของเราสืบข่าวนางได้ว่าอย่างไรบ้าง”
“เห็นว่ามารดาของนางตอนนี้เสียไปแล้วจากนั้นก็ไม่มีใครพบนางอีกเลยขอรับ” โย่วเผยหยุดไป่หนึ่งก่อนเอ่ยต่ออย่างเพิ่งนึกได้
“จริงสิคุณชายเด็กรับใช้ที่สำนักหมอเ้าว่านางไปถามหาท่านว่า้าแทนคุณที่ช่วยเหลือแต่พวกเรากลับเจี้ยนเฉิงมาเสียก่อนขอรับ”
“หาข้าเพื่อแทนคุณหรือ” เขาเอ่ยพลางยิ้มออกมาสายตามองนางอย่างเอ็นดู
“ขอรับแล้วเราจะแจ้งต่อคนของคุณชายหยางหรือไม่ขอรับ”
“หากนางเป็สาวใช้คุณชายหยางจริงพอนางตื่นก็ค่อยให้นางกลับไปเองตอนนี้ก็เงียบไว้ก่อนเถอะ”
“ขอรับคุณชายยาสร่างเมาที่ท่านให้ซื้อจากร้านหมอต้มเสร็จแล้วท่านจะให้ข้านำให้นางดื่มเลยหรือไม่ขอรับ”
“เ้าเอามาให้ข้าเดี๋ยวข้าทำเอง” คุณชายฟงเอ่ยทั้งยื่นมือไปรับถ้วยยา
โย่วเผยลังเลที่จะยื่นให้จึงได้เอ่ยถามเพื่อให้แน่ใจ
“คุณชายจะทำเองจริงหรือขอรับ”
คุณชายฟงหันไปมองเขาอย่างเรียบเฉยเพื่อยืนยันในคำพูดตน โย่วเผยจึงได้ยื่นถ้วยยาให้เขาแล้วเดินออกไป
คุณชายฟงค่อยๆ ตักยาสร่างเมานั้นเป่าให้เย็นลงเล็กน้อยก่อนค่อยๆ ใส่ปากให้นางดื่มลงไปเขาทำทุกอย่างอย่างเบามือ ในเย็นวันเดียวกันนั้นอวี้หลันก็รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองตื่นขึ้นในห้องที่ไม่ใช่ของตนก็ใมากมองซ้ายขวาจะลุกเดินลงจากเตียงก็ไม่มีแรงคล้ายโลกหมุนไปทั้งสิ้น ทั้งยังพะอืดพะอมอย่างบอกไม่ถูกคุณชายฟงที่จะเดินเข้ามาดูนางในห้องเพียงแค่เปิดประตูมาอวี้หลันก็ทนต่ออาการเช่นนี้ไม่ไหวจึงได้ปล่อยให้สิ่งที่ได้กินลงไปออกมาเลอะเต็มชุดสีขาวของเขาไปทั่ว
ทั้งสองมองหน้ากันอย่างอึ้งตะลึงอวี้หลันจะเข้าไปช่วยเช็ดก่อนสะกิดใจได้ว่าไม่รู้จักเขาจึงได้รีบถอยออกมาอย่างรีบร้อน
“ท่านคือข้าขอโทษ แต่…แต่ท่านเป็ใคร”
คุณชายฟงจ้องมองชุดขาวของตัวเองก่อนเงยหน้าขึ้นมองนางอย่างประหลาดใจ
“เ้าจำข้าไม่ได้หรือ”
อวี้หลันเมื่อได้ฟังเขาพูดเช่นนั้นก็มองดูใบหน้าของเขาอยู่นานก่อนจะจำได้ว่าเขานั้นก็คือคุณชายฟงผู้มีพระคุณของนาง
“ท่านนี่เอง” อวี้หลันกล่าวขึ้นพลางจะเข้าไปช่วยเช็ดแต่ก็มีทีท่าพะอืดพะอมอีกครั้ง
คุณชายฟงจึงได้เพียงยกมือขึ้นห้ามแล้วเดินออกไปเพื่อเปลี่ยนชุดอวี้หลันเองที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหนจะเดินออกไปไหนก็กลัวว่าจะหลงทางอีกจึงได้แต่รออยู่ในห้องเงียบๆ
เพียงไม่นานคุณชายฟงก็ได้เปลี่ยนชุดใหม่มาแล้วเดินเข้ามาในห้องอย่างระวัง อวี้หลันที่เห็นเขาก็รีบลุกขึ้นโค้งตัวเพื่อขอโทษต่อเขา
“คุณชายข้าไม่ตั้งใจจริงๆ ข้าเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองเป็อะไรไป”
“เ้าเมาน่ะไม่เป็ไร ตอนนี้ดีขึ้นแล้วหรือยัง” เขาเอ่ยถามโดยที่ไม่มีทีท่าว่าจะโกรธนางแม้แต่น้อย
“ท่านไม่โกรธข้าหรือ” อวี้หลันกล่าวขึ้นอย่างสงสัย
คุณชายฟงเพียงยิ้มออกมาอย่างใจดีต่อนาง ก่อนที่จะได้เอ่ยสิ่งใดสาวใช้คนหนึ่งก็ได้นำเสื้อผ้าชุดใหม่เข้ามาให้พร้อมทั้งชาเพื่อให้นางได้ดื่ม
“เ้าไปเปลี่ยนชุดก่อนเถอะแล้วค่อยออกมาคุยกัน” คุณชายฟังกล่าวพลางชี้ให้นางได้เห็นว่าที่ชุดนางนั้นก็เปื้อนไปด้วยอาเจียนของนาง
อวี้หลันมองดูจึงเพิ่งรู้ตัวรีบหยิบชุดเข้าไปเปลี่ยนด้านในด้วยกลัวว่าคุณชายฟงนั้นจะรังเกียจนาง อวี้หลันเปลี่ยนชุดอยู่นานก่อนก้าวย่างออกมาพอเปลี่ยนเป็ชุดใหม่ก็ราวกับว่าเปลี่ยนเป็คนละคนคุณชายจ้องมองตาค้างอยู่สองนาน อวี้หลันเองก็ยิ้มออกมาอย่างเก้อเขิน
“ข้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรหรือเ้าคะ” นางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเกรงใจ
“ข้าเห็นชายสองคนกำลังฉุดรั้งเ้าอยู่ที่ตรอกมืดจึงได้ช่วยออกมา” เขาเอ่ยแล้วกวักมือเรียกนางให้มานั่งที่โต๊ะกับเขา
อวี้หลันเข้านั่งลงอย่างระมัดระวังก่อนกล่าวอย่างรู้สึกผิดอีกครั้ง
“คุณชายท่านช่วยข้าไว้อีกครั้งหนึ่งแล้วข้าขอบคุณท่านมากจริงๆ เ้าค่ะ”
“คนตกยากสมควรช่วยเหลือ”
คำพูดของเขาช่างดูเป็คนแสนดีทั้งสองมองหน้ากันทั้งเผยยิ้มที่อ่อนโยนต่อกันออกมา
“จริงสิเห็นว่าเ้าตามหาข้างั้นหรือ”
“เ้าค่ะบุญคุณอย่างไรก็ควรทดแทนแม้ท่านแม่จะจากไปแล้ว อีกทั้งครั้งนี้อีกข้าควรทดแทนท่านเช่นไรเ้าค่ะ”
สายตาโศกเศร้าทั้งใสซื่อของนางที่เอ่ยถามออกมาเช่นนั้นถูกใจเขาไม่น้อย
“ไม่รู้สิเ้าว่าควรทดแทนเช่นไร”
“ไม่รู้สิเ้าคะหากท่านอยากให้ข้าทำสิ่งใดบอกข้าได้เลยเ้าค่ะข้าจะทำให้เต็มที่หากสิ่งนั้นไม่เกินความสามารถนี้ของข้า”
“ข้าเองก็ยังไม่รู้เช่นนั้นให้เ้าสัญญาทำให้ข้าสามเื่เช่นนี้เป็อย่างไร”
“สามเื่หรือเ้าคะ” อวี้หลันดูลังเลที่เอ่ยสัญญาเพราะไม่รู้ว่าสิ่งที่เขาจะขอให้ทำนั้นนางจะทำได้หรือไม่ แต่เมื่อมองดูแล้วเขาเองไม่น่าใช่คนไม่ดีทั้งมีแล้วทุกอย่างเื่ที่้าคงไม่ยากเกินไปนักจึงได้ยิ้มออกมาอย่างมั่นใจแล้วเอ่ยกล่าว
“เช่นนั้นก็ได้เ้าค่ะ”
“เช่นนั้นก็ดีจริงสิเ้ามาเมืองหลวงเ้าอยู่ที่ใด” คุณชายฟงเอ่ยเพื่อให้ได้รู้ว่านางนั้นเป็สาวใช้ของหยาง อู๋เสินจริงหรือไม่
อวี้หลันเมื่อถูกถามว่าอยู่ที่ใดก็จำได้ว่าตัวเองนั้นต้องซื้อสุราให้คุณชายก็เกิดลุกลี้ลุกลนขึ้น
“ข้าอยู่กับคุณชายหยางเ้าค่ะ ข้าต้องรีบไปแล้วคุณชายข้าคงหาข้ายกใหญ่แล้ว”
“เช่นนั้นก็คงจะจริงคุณชายเ้าให้คนออกตามหาเ้ามาสองวันแล้ว”
“สองวันหรือเ้าคะ ข้านอนไปนานเพียงนั้นเลยหรือ”
คุณชายฟงเพียงพยักหน้าเพื่อตอบนางอวี้หลันก็ยิ่งร้อนใจทั้งมองหาไหสุราที่นางซื้อมาหลายชั่งเงิน
“เ้าหาอะไร” คุณชายฟงเอ่ยขึ้นอย่างสงสัย
“ไหสุราเ้าค่ะท่านเห็นบ้างหรือไม่เ้าคะ”
คุณชายฟงพอลองนึกๆ ดูก็จำได้ว่าเขาและโย่วเผยไม่ได้นำกลับมาด้วย อวี้หลันรู้ก็ทำท่าจะร้องไห้ออกมา
“แล้วข้าจะเอาเงินที่ไหนไปคืนคุณชายล่ะทีนี้ ซวยแล้วอวี้หลัน”
“ข้าซื้อให้ก็ได้วันนั้นเป็ข้าไม่ได้นำกลับมา”
“ได้อย่างไรล่ะเ้าคะแค่ท่านช่วยเหลือข้าก็นับว่ามากเกินพอแล้ว คุณชายไว้ข้าจะกลับมาใหม่นะเ้าคะเื่สัญญาข้าไม่ลืมแน่แต่ตอนนี้ข้าต้องกลับแล้วเ้าค่ะ” กล่าวเสร็จก้รีบเดินออกไปแต่คุณชายฟงก็เรียกนางไว้ก่อน
“เ้ารู้หรือว่าเ้าจะไปตระกูลหยางได้อย่างไร”
อวี้หลันเมื่อได้ยินเขาเอ่ยถามเช่นนั้นก็ได้แต่ยิ้มออกมาอย่างจนใจ คุณชายฟงจึงได้เสนอตัวไปส่งนางด้วยตัวเองขณะที่อยู่บนรถม้าทั้งสองก็ได้พูดคุยกันอีกหลายประโยคจนได้รู้ว่าคุณชายฟงนั้นมีนามว่าฟงอี้ ส่วนเขาเองก็ได้รู้ว่าที่นางมานั้นมาเพื่อตามหาบิดาทั้งยัง้าหาเขาด้วยเช่นกัน
“เช่นนั้นเื่บิดาเ้าให้ข้าช่วยหาอีกแรงดีหรือไม่หลายคนจะได้เร็วขึ้นอีกหน่อย”
“รบกวนคุณชายแล้วเ้าค่ะ พวกท่านดีต่อข้าจริงๆ เ้าคะ” อวี้หลันก้มหน้าลงทั้งกล่าวอย่างซึ้งใจ
“สำหรับคุณชายเ้าข้าไม่รู้แต่สำหรับข้าแล้ว ข้ารู้สึกถูกชะตาที่เ้า” เขาเอ่ยพลางมองหน้านาง
สายตาที่อ่อนโยนเช่นนั้นของฟงอี้ทำให้อวี้หลันรู้สึกดีในใจอย่างบอกไม่ถูกทั้งยิ้มออกมาอย่างขวยเขินอีกครั้ง
“จริงสิเ้าคะคุณชายสกุลฟงแล้วชื่อล่ะเ้าคะ”
“อี้ที่แปลว่าหนึ่ง”