ฮึบ… ฮึบ… ท่าทางมุ่งมั่นและสายตาเมียงมองไปทางนั้นทีทางนู้นทีดึงดูดสายตาของเหล่านักศึกษาที่เดินผ่านไปผ่านมาได้เป็อย่างดีบ้างก็มองอย่างสงสัยและไม่เข้าใจแต่ก็มีบางคนที่ถึงขนาดเดินผ่านน่านฟ้าไปแล้วก็ยังหันกลับมามองและส่งยิ้มให้อย่างเอ็นดูในท่าทางละล้าละลัง
“ปีหนึ่งเหรอเรา”และก็มีหนึ่งคนที่ถึงกับต้องหยุดเอ่ยทักขึ้นเพราะขืนให้น้องมันยืนทำใจอยู่แบบนี้เห็นทีคงฟ้ามืดกว่าจะได้เข้าไปข้างใน
“ครับ… ใช่ครับ”น่านฟ้าที่ยืนอยู่ที่เดิมมาสักพักโดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าท่าทางราวลูกนกพลัดถิ่นนั้นน่าเอ็นดูขนาดไหนเอ่ยตอบ
“พี่ชื่อยู เข้าไปพร้อมกันไหม”ยูชักชวนอย่างเป็กันเอง ด้วยความเป็คนอัธยาศัยดีเป็ทุนเดิม ท่าทางเป็กันเองเอ่ยพูดกับเด็กรุ่นน้องก็ทำให้คนที่เก้ๆกังๆ ก่อนหน้ามีสีหน้าผ่อนคลายขึ้นมาได้
น่านฟ้าพยักหน้าหงึกๆ มือจับกระเป๋าเดินทางใบเดียวที่ติดตัวมาสำหรับย้ายเข้าหอในของมหาวิทยาลัยเป็วันแรก“ผมชื่อน่านฟ้านะครับ”
“มาคนเดียว ตื่นเต้นมากเลยละซิ”ยูยังคงชวนคุยแกมแซวไปด้วยอย่างลื่นไหล
น่านฟ้าก็ได้แต่วางหน้าตอบรับเพราะเขาก็เป็แบบที่พี่ยูว่าจริงๆ ตื่นเต้นจนยืนทำตัวไม่ถูกอยู่หน้าหอเป็นานสองนานก็เฟรชชี่อะ ตื่นเต้นเพราะตื่นสถานที่ไง ชีวิตปกติสมัยเรียนมัธยมก็แค่เรียนแล้วตรงดิ่งกลับบ้านเพื่อจะได้อ่านหนังสือการ์ตูนอนิเมะที่ชอบนอกจากเข้าค่ายที่โรงเรียนที่ต้องค้างคืนแล้ว ครั้งนี้นับเป็ครั้งแรกที่จะได้นอนนอกบ้านแถมยังเป็ครั้งที่น่าจะนานสุดแล้วด้วย
“ลงทะเบียนรับกุญแจห้องตรงนั้นแค่บอกรหัสนักศึกษากับเ้าหน้าที่ ไม่ยาก” ยูบอกขั้นตอนอย่างใจดีในฐานะรุ่นพี่ช่วยอะไรรุ่นน้องได้ก็ช่วย
“พี่ขึ้นไปก่อนเลยก็ได้นะครับเดี๋ยวที่เหลือผมจัดการต่อเอง” น่านฟ้ามองไปทางที่พี่ยูชี้บอกเขาเห็นว่ามีนักศึกษาคนอื่นอยู่หลายคนและยังมีเ้าหน้าที่ท่าทางเป็มิตรเลยไม่อยากรบกวนรุ่นพี่ไปมากกว่านี้
ยูมองหน้าเชิงถามว่าแน่ใจนะถึงท่าทางจะดูมั่นใจขึ้นมาแล้วแต่หากให้เขารออีกสักหน่อยก็ไม่ได้เสียเวลาอะไรมากนักหรอกแต่พอเห็นสายตามั่นอกมั่นใจและท่าทางที่อยากจะจัดการด้วยตัวเองแล้วนั้นเขาก็ไม่อยากขัดการเรียนรู้ของเด็กที่อยากจะเติบโตเต็มแก่
เขาไม่ได้คิดว่าตัวเองเว่อร์ไปหรอกนะแต่ท่าทางมุ่งมั่นของน่านฟ้าชวนให้คิดแบบนั้นจริงๆ “ตามใจเรา งั้นพี่ไปก่อนล่ะ”
“ครับ ขอบคุณมากครับ”น่านฟ้าไม่ลืมที่จะขอบคุณกับความใจดีของรุ่นพี่ทั้งเอ่ยบอกและก้มหัวไปหลายทีเลยล่ะ
หลังจากได้กุญแจห้องมาแล้วน่านฟ้าก็ลากกระเป๋าไปขึ้นลิฟต์ เขาอยู่ชั้นสี่โชคดีว่าถึงจะเป็หอในแต่ก็ยังมีลิฟต์โดยสารให้ใช้
‘404’ น่านฟ้ามองดูเลขบนกุญแจที่ถืออยู่กับหมายเลขห้องที่ติดอยู่หน้าประตูซ้ำไปซ้ำมาปกติเป็คนเซ่อซ่าอยู่แล้วเลยต้องระวังตัวเป็พิเศษเกิดไขเข้าห้องผิดั้แ่วันแรกคงได้อับอายน่าดูคนไม่อยากทำตัวเปิ่นั้แ่วันแรกไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าสิ่งที่ระวังมาตลอดนั้นได้แสดงออกมาทางท่าทางและบุคลิกจนหมดสิ้น
“อ๊ะ มีคนอยู่เหรอ” ถามออกไปแล้วก็ได้แต่เบิกตากว้างกับสายตาที่มองกลับมาเขารู้แหละว่าตัวเองเป็พวกรับมือกับคนแปลกหน้าไม่เก่งเอาซะเลยแล้วคนที่อยู่ก่อนเล่นต้อนรับกันด้วยสายตาดุดันั้แ่แรกแบบนี้เขาจะไหวได้ไง
ก็ยืนนิ่งไปสิ
“ยืนหัวโด่อยู่นี้ผีมั้ง”
“ผะ… ผีเหรอ” น่านฟ้าใจนเสียงสั่นเมื่อคิดว่าเป็ผีที่โต้ตอบกลับมาจริงๆ“เรากลัว”
“ประสาทไปกันใหญ่ เข้ามาแล้วก็ปิดประตูด้วย”ไนท์ที่อยู่ในห้องอยู่ก่อนตอบกลับอย่างนึกรำคาญ พลางก็คิดว่าเ้าของใบหน้าเหลอหลาต้องเป็คนยังไงถึงพูดอะไรก็เชื่อไปหมด
“คนเหรอ” น่านฟ้ายังคงถามต่อเพื่อความแน่ใจแต่เหมือนคนคนนี้จะขี้รำคาญเพราะไม่ตอบแล้วหันกลับไปจัดข้าวของตัวเองต่อไม่สนใจกันอีก น่านฟ้าอดไม่ได้ที่จะมุ่ยหน้า แต่ไม่วายสังเกตจนแน่ใจแล้วว่าเป็คนจริงๆถึงได้ย่องเข้าห้องตัวเอง พยายามย่างก้าวแ่เบาเพื่อไม่ให้รบกวนรูมเมทหน้าดุ
…จะรอดไหมเนี่ยน่านฟ้าเอ๊ย
“เราชื่อน่านฟ้านะ”หลังจากจัดของตัวเองไปได้สักพัก น่านฟ้าก็เป็ฝ่ายเปิดบทสนทนาขึ้นมาก่อน โดยการแนะนำตัวกับคนที่นั่งเหยียดขาเล่นโทรศัพท์อยู่บนเตียงเดี่ยวฝั่งเ้าตัว
“ไนท์”
ปึก!
“อ๊ะ ขอโทษที” พอไนท์แนะนำตัวสั้นๆ กับท่าทางขอไปทีมือไม้มันก็เกิดสั่นจนเผลอปล่อยของล่วงตกพื้นจนเกิดเสียงดังทำตกเองก็สะดุ้งเอง ไม่ได้สะดุ้งเสียงของตกนะ แต่ใกับสายตาที่มองขวางมาต่างหาก
แย่แล้วซิคนเซ่อซ่าต้องมาเป็รูมเมทกับคนขี้รำคาญเนี่ยนะ
หลังจากจัดของเข้าที่เข้าทางเรียบร้อยแล้วน่านฟ้าก็รู้สึกหิวขึ้นมาเขากำลังคิดว่าจะลงไปร้านสะดวกซื้อใกล้ๆ หอพัก หรือจะออกไปเดินตลาดบริเวณหลังมอดีใจอยากไปเดินตลาดแต่เขาไม่มีรถและไม่รู้ว่าเย็นขนาดนี้แล้วยังจะมีรถรับส่งของทางมหาวิทยาลัยวิ่งอยู่ไหม
โครก~ โครก
“อ๊ะ” มัวแต่คิดทบทวนอยู่กับตัวเองแล้วดันคิดถึงเื่กินเ้ากระเพาะน้อยเลยส่งเสียงออกมาประท้วงจนได้และแน่นอนว่าโดนมองอีกแล้วแถมครั้งนี้ยังหันขวับมามองจนน่านฟ้ารู้สึกเป็ห่วงสุขภาพกระดูกคอของไนท์ซะจริงๆ
“หลังมอมีตลาด”
“ฮะ…?”
“ไม่รู้…?”
“รู้สิ” เพราะความไม่เข้าใจเลยทำให้โผงตอบออกไปเสียงดังจะไม่รู้ได้ยังไงกัน สำหรับน่านฟ้าแล้วเื่กินเื่ใหญ่ั้แ่รู้ว่าได้เข้าเรียนที่นี่เขาก็ถามอากู๋ด้วยคีย์เวิร์ดที่ว่า‘ของอร่อยย่านมหาวิทยาลัยM’ แต่ที่ร้องออกไปคือไม่เข้าใจกับคนประหยัดคำพูดแต่การกระทำไปไวมากไนท์เดินรวดเร็วไปทางประตูมือข้างหนึ่งเปิดประตูค้างไว้ส่วนอีกมือชูกุญแจที่คาดว่าน่าจะเป็กุญแจรถขึ้นให้ดูและเ้าตัวยังพยักหน้าเรียกแล้วพูดสั้นๆ ว่า…
“ไปดิ"
ผลสุดท้ายก็กลายเป็ว่าน่านฟ้ามาถึงตลาดหลังมอจนได้ถึงตลอดทางที่นั่งรถไนท์มาเขาจะยังคงเกร็งกับท่าทางเคร่งครัดของอีกฝ่ายแต่พอถึงตลาดที่มีแต่ของกินละลานตาน่านฟ้าก็หลงลืมความเกร็งจนหมดสิ้น
นี่สินะที่เขาว่ากันว่าของกินจะเยียวยาทุกอย่าง เขาที่ว่าเนี่ยก็ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอกน่านฟ้าคนชอบกินเนี่ยแหละ หุหุ
พอบรรยากาศเต็มไปด้วยของกินละลานตากับกลิ่นอาหารหอมฟุ้งท่าทางของน่านฟ้าก็เลยสดใสแฮปปี้สุดๆ
“ทาโกยากิ~” น่านฟ้าพูดเสียงร่าเริงราวกับเ้าลูกกลมๆ ในเตาหลุมร้องเรียกชื่อเขาซ้ำๆ แบบนี้ก็ต้องพุ่งเข้าไปซิครับ
และแน่นอนว่าต้องลากไนท์ให้ตามมาด้วยถึงจะหิวแต่ก็ไม่ลืมว่ามากับไนท์ก็ต้องกลับด้วยกัน เขายังต้องพึ่งอีกฝ่ายก็ลากไปด้วยกันเนี่ยแหละ
“เอาอะไรดีลูก” พอมาถึงร้านคุณป้าคนขายก็ถามอย่างเชิญชวน
“ผมเอาไส้ผสม 6 ลูกครับป้า เท่าไหร่ครับ”
“69 บาทจ้า”
น่านฟ้าเบิกตากว้างมองหน้าคุณป้าคนขายอย่างลุแก่โทษ ‘แย่แล้ว’ รีบจนลืมหยิบกระเป๋าตังค์ออกมาจนได้ก็เพราะไนท์นั่นแหละ ปกติเขาก็ขี้หลงขี้ลืมอยู่แล้วไงพอรีบออกมาแบบนี้ก็ไม่ได้พกอะไรออกมาเลยเนี่ย ครั้นรู้ตัวว่าลืมกระเป๋าตังค์ก็ตอนที่คิดขึ้นได้ว่าโทรศัพท์ก็ไม่ได้หยิบออกมาด้วย
ไนท์นะไนท์!
“นี่ครับ”
เพราะความโมโหเลยทำให้น่านฟ้ากะจะหันไปโวยวายใส่เพื่อนแต่ก็ยังไม่ทันจะได้ทำอะไร กลับต้องอ้าปากค้างตาเบิกกว้างมองตามมือที่ยื่นเงินให้คุณป้าร้านขายทาโกยากิอย่างงงๆ
“ไม่ใช่ไนท์” น่านฟ้าพูดออกมาเสียงแ่คนที่คิดว่าดึงให้เดินตามมาด้วยตลอดเป็เพื่อนที่มาด้วยกัน กลับไม่ใช่คนที่คิดแต่เป็ใครก็ไม่รู้ที่ใจดีจ่ายเงินค่าทาโกยากิให้
“เราลากพี่มาด้วย” น้ำเสียงใจดีเอ่ยพูด พลางมองคนที่ใค้างด้วยรอยยิ้ม เพราะคนตรงหน้าเหมือนเด็กคนที่โดนลากมาด้วยเลยแทนตัวว่าพี่ซะเลย
“ขอโทษครับ ผมนึกว่าเป็เพื่อน”
“ไม่เป็ไร เดินมากับเราก็ไม่แย่” คนพูด บอกด้วยท่าทางสบายๆ
“ค…ครับ?” น่านฟ้าไม่รู้ความหมายแต่สายตาที่มองมาอย่างเอ็นดูนั้น ไม่ได้ทำให้รู้สึกไม่ดี
“เดินตามเราเพลินเลย บ่นอันนู้นก็น่ากินอันนี้ก็น่ากินตลอดทางพี่ก็เพลินจนลืมว่าต้องทักสักหน่อย” ประโยคยาวๆ ของคนใจดี พร้อมท่าทางที่ยกมือขึ้นลูบคอราวกับเก้อเขินทำให้น่านฟ้าเผลอยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้
ดูใจดีจังแตกต่างจากรูมเมทหน้าั์มากโข
“ผมลืมหยิบกระเป๋าตังค์มาด้วย” น่านฟ้าพูดตอนที่รับทาโกยากิมาถือไว้
“ไม่เป็ไร พี่เลี้ยง”
“ไม่ได้นะครับ” น่านฟ้าพูดตอบอย่างร้อนรน จะให้ใครก็ไม่รู้มาเลี้ยงได้ยังไงกันเอ๊ะ จริงซิ “...ผมชื่อน่านฟ้านะครับ”
“พี่ชื่อตะวัน เราปีหนึ่งใช่ไหม”
“ใช่ครับ ผมเพิ่งมาวันแรก”
สิ่งที่ตะวันคิดไม่ผิดเขาเป็รุ่นพี่เด็กที่ชื่อน่านฟ้าจริงๆ ทีแรกก็แค่เดาด้วยความไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน แต่ก็ไม่ได้มั่นใจหรอกเพราะมหาวิทยาลัย ก็ไม่ใช่เล็กๆ แค่ไม่เคยเห็นก็ใช่ว่าจะเป็เด็กปีหนึ่งทุกคน
เพียงแต่่นี้เป็่ที่เด็กปีหนึ่งต้องมาลงทะเบียนเข้าหอในและน่านฟ้าก็ดูดีระดับที่ว่าหากเรียนอยู่ก่อนแล้วก็น่าจะเคยได้ยินชื่ออีกฝ่ายบ้างแหละ
ก็มหาวิทยาลัยนี้จริงจังเื่เพจคิ้วบอยกว่าเื่เรียนซะอีก
“งั้นผมขอเบอร์ติดต่อพี่ตะวันไว้ได้ไหมครับ ถึงห้องแล้วผมจะโอนเงินคืน”
“เอาเบอร์เรามาแล้วกัน” ตะวันพูดบอก พลางยื่นโทรศัพท์ตัวเองส่งให้“เราลืมเอาโทรศัพท์มาไม่ใช่รึไง”
เพราะน่านฟ้ายังดูงงๆตะวันเลยเอ่ยสมทบให้ไม่ดูเป็เื่แปลก ที่เป็เขาซะเองเป็ฝ่ายอยากมีเบอร์ของคนตรงหน้ามาไว้ก่อน
“เราอยากซื้ออะไรอีกไหม ยังไงเราก็จะโอนคืนพี่อยู่แล้วให้พี่ออกให้ก่อนละกัน” พอได้เบอร์อีกฝ่ายแล้วตะวันกลับรู้สึกไม่อยากให้จบลงแค่นี้ เขาเสนอให้อย่างใจดี
ก่อนหน้าที่เดินตามต้อยๆก็เพราะหางเขากระดิกด้วยความถูกอกถูกใจนี่ถ้าน่านฟ้ามองออกคงเห็นตะวันติดฟิลเตอร์เ้าหมาหูตั้งหางกระดิกอยู่เป็แน่
...รู้สึกอยากถูกจูง
.
.
“พี่ตะวันเรียนคณะบริหารเหรอครับ น่านก็เรียนคณะเดียวกันเลย”น่านฟ้าพูดอย่างดีใจที่ได้รู้จักรุ่นพี่ร่วมคณะ แถมคนที่อาสาเดินเป็เพื่อนยังใจดีมากๆอีกต่างหาก
“หือ น่านเองก็เรียนบริหารเหรอครับ ...ดีจัง”ตะวันเองพอรู้ว่าน่านฟ้าเป็รุ่นน้องที่คณะก็ออกอาการดีใจจนเผลอพร่ำเพ้อความรู้สึกออกมาจนได้ ก็เขารู้สึกดีจริงๆ นี่นา อะไรๆก็ดูเป็ใจไปซะหมด ภายนอกเขาดูเป็คนเข้าถึงง่ายก็จริง แต่ใจของเขาน่ะไม่ใช่ว่าจะเปิดให้ใครเข้ามาก็ได้นะ
“นั่นนะสิครับ ดีจัง”
ตะวันหันมองเสี้ยวหน้าของน่านฟ้าเด็กนี่จะรู้บ้างไหมว่าที่เอ่ยสมทบมาแบบนี้ ทำให้หัวใจเ้ากรรมโลดแล่นไม่ต่างอะไรกับต้นไม้ที่ได้รับน้ำชโลมจนชุ่มฉ่ำ
“พี่ไปส่งน่านที่หอเองดีกว่า นี่ก็ดึกแล้วด้วย”
หลังจากตกลงกันว่าระหว่างที่น่านฟ้าตามหาเพื่อนที่พลัดหลงตะวันจะอยู่เป็เพื่อน และออกค่าของกินให้น้องที่ลืมทั้งกระเป๋าตังค์และโทรศัพท์ จนเวลาล่วงเลยมาสักพักป่านนี้เพื่อนที่เ้าตัวบอกว่าเป็รูมเมทและเพิ่งรู้จักกันวันนี้เห็นทีคงกลับไปยังหอก่อนแล้วมั้ง
“แต่ว่า…” น่านฟ้าไม่แน่ใจ กลัวว่าไนท์จะยังตามหาตนอยู่หรือเปล่า
“ลองกลับไปดูที่หอก่อน ถ้าไม่เจอเดี๋ยวพี่พากลับมาหาดูอีกรอบ”ตะวันเสนอทางเลือก เพราะเป็ไปได้ว่าเพื่อนของน่านฟ้าอาจกลับไปแล้วหรือยังอยู่ที่นี่ ตลาดหลังมอไม่ใช่ตลาดเล็กๆ มหาวิทยาลัยM ตั้งอยู่ใจกลางเมืองตลาดนี้ไม่เพียงเปิดเพื่อรองรับนักศึกษาแต่ใหญ่โตชนิดที่เรียกว่าเป็แหล่งท่องเที่ยวได้เลย
“เอางั้นก็ได้ครับ เรากลับไปดูที่หอก่อนก็ได้”น่านฟ้าเองก็ต้องถอดใจที่จะตามหาในสถานที่ใหญ่ๆ แบบนี้กลับไปดูที่หอก่อนก็เป็ทางเลือกที่ดี
“นั่น…” น่านฟ้าหยุดชะงัก นิ้วชี้หน้าคนที่กำลังตามหา ไนท์เองก็เดินดุ่มๆเข้ามา ปกติก็น่ากลัวอยู่แล้ว เวลานี้ไนท์ไม่น่าเข้าใกล้เลย ขอหลบหน่อยดีกว่าน่านฟ้าขยับถอยห่างจากไนท์ที่ก้าวพรวดพราดเข้ามาใบหน้าคมราวกับอยากจะฉีกเนื้อใครสักคน
ใครสักคนที่ว่าชื่อน่านฟ้าแน่ๆ
“เพื่อนน่านรึเปล่าครับ” ตะวันเอี่ยวใบหน้าไปถามเพราะน่านฟ้าตัวเล็กกว่าเขามาก สูงเลยไหล่เขามานิดเดียวพอมองจากมุมนี้ก็เห็นตาแป๋วๆ ได้ชัดเจน ใกล้แต่ชัด แต่บรรยากาศรอบข้างกลับพร่าเบลอ
“น่านฟ้า” เสียงที่เรียกแม้จะยังเหนื่อยหอบ แต่ความดุไม่ลดลงเลย
“อะ …อะไร ไนท์อย่าดุเรา” น่านฟ้าไม่รู้ว่าต้องทำยังไง เลยพูดดักไปก่อน
“หายไปไหนมา”
“เราก็เดินอยู่ดีๆ ไนท์นั่นแหละหาย” ถึงจะตอบกลับได้ และดูไม่กลัวแต่ใครจะรู้ว่าที่จริงแล้วเขากลัวจนต้องเกาะชายเสื้อพี่ตะวันแน่น
“แล้วนี่ใคร” พอเห็นท่าทางของน่านฟ้าแล้วอารมณ์ที่พลุกพล่านก่อนหน้าก็คลายลง ถึงยังไงน่านฟ้าก็ยังอยู่รอดปลอดภัยดีเขาก็เลยหันมายืนเท้าเอวมือก็ชี้หน้าคนที่เป็โล่กำบังให้เพื่อนตัวเองแทน
“นี่แหนะ…” น่านฟ้าถึงจะยังกลัว แต่ก็ทนมองพฤติกรรมก้าวร้าวของเพื่อนไม่ไหวเอี่ยวตัวออกมาเยอะหน่อยเพื่อตีนิ้วที่ชี้หน้าพี่ตะวันลง “…อย่าชี้หน้ารุ่นพี่นี่พี่ตะวันเป็รุ่นพี่คณะเรา”
“แล้ว…?” ไนท์ยอมเอานิ้วลงก็จริงแต่ขายังเหยียดไปข้างหนึ่ง มือเท้าสะเอวอย่างหาเื่เหมือนเดิมเขายังอยากได้คำอธิบายว่ามาอยู่ด้วยกันได้ไง แถมยังไว้ใจไอ้รุ่นพี่นี่ง่ายๆ อีก
“ก็เราหลงกับไนท์ ไม่มีเงิน พี่ตะวันก็เลยให้ยืม แล้วช่วยตามหาไนท์ด้วย”
“เจอแล้วนี่ไง กลับได้ยัง”
“หาเื่สุดๆ”
น่านฟ้าพึมพำทั้งยังหลบซ่อนใบหน้ามู่ทู่อยู่ด้านหลังของตะวันจนคนที่นึกเอ็นดูทุกการกระทำของคนน่ารักก็อดจะขำพรืดออกมาอย่างช่วยไม่ได้
ส่วนไนท์ก็มองมาตาเขียวคิ้วเข้มเลิกขึ้นส่งสายตามองดุคนพลัดหลงให้เขาตามหาซะทั่ว
“น่านกลับก่อนนะพี่ตะวัน อย่าลืมทักน่านมานะ”
“โอเคครับ กลับดีๆ”
“ทักทำไม ทำไมต้องทัก”
“เื่ของเรา”
“เฮ้ย ไอ้น่าน เดินหนีเหรอ เดี๋ยวเถอะเดี๋ยวจะโดนไม่ใช่น้อย” ไนท์เดินโวยวายตามหลังคนที่ปีกกล้าขาแข็งไม่ทันไรก็ไม่กลัวกันแล้ว ถ้าอย่างนั้นท่าทางเจี๋ยมเจี้ยมก่อนหน้าคืออะไร
ตะวันมองตามหลังเด็กปีหนึ่งสองคนที่เดินเถียงกันไปตลอดทางพลางก็อดยิ้มเอ็นดูกับความดื้อเล็กๆ ของน่านฟ้าไม่ไหวพอเป็เด็กคนนี้แล้วรู้สึกว่า ไม่ว่าจะเป็แบบไหนก็น่าเอ็นดูสินะ
.
.
“ไว้ใจได้เหรอรุ่นพี่คนนั้นน่ะ”
“…”
“ดูก็รู้แล้วว่าคิดไม่ดี”
“…”
“ท่าทางไม่น่าไว้ใจ”
“…”
“อย่าติดต่อกลับไปเด็ดขาดเลยนะ”
“…”
“เข้าใจไหม! นี่!”
“อะไร” น่านฟ้าละความสนใจจากหน้าจอมือถือ หันไปถามเพื่อนร่วมห้อง ที่เอาแต่บ่นพร่ำไม่หยุดั้แ่กลับมาถึงทีแรกก็ดูพูดน้อยๆ ไหงตอนนี้พูดอย่างกลับกลัวว่าพรุ่งนี้โลกจะแตก
“ที่พูดไปนี่เข้าใจไหม”
“ไม่ได้ฟัง”
“ว่าไงนะ”
“นี่ไนท์ อย่าะโได้ไหม”
“เหอะ… ไม่รู้แหละ บอกว่าอย่าติดต่อไอ้รุ่นพี่นั่นกลับไปเด็ดขาด!”
“ไม่ทันแล้ว” น่านฟ้าพูดเสียงเรียบเรื่อย พลางโชว์หน้าจอมือถือให้ดู หลังจากส่งสลิปโอนเงินคืนไปแล้วพี่ตะวันก็ชวนคุยต่อจนยาวมาถึงตอนนี้นี่แหละสาเหตุ ที่เขาไม่ได้สนใจเสียงโวยวายของไนท์ก็เพราะคุยเพลินกับพี่ตะวันอยู่
“หน็อยยย ไอ้เด็กไม่รักดี ไอ้เด็กใจแตก”
“เว่อร์ไปไหมเนี่ยไนท์ เราก็แค่คุยปกตินั่นแหละ แล้วอีกอย่าเราก็ไม่เห็นว่าพี่เขาจะเป็คนไม่ดีอย่างที่ไนท์ว่าเลย”น่านฟ้าพูดออกมายาวเหยียดหลังจากที่ปล่อยให้เพื่อนพูดอยู่คนเดียวมาสักพักล่าสุดเขาบอกพี่ตะวันว่าจะไปอาบน้ำ พี่เขาก็ส่งสติ๊กเกอร์ฝันดีกลับมาแล้ว
ถึงได้ละมือมาใส่ใจรูมเมทสักหน่อย
“เราจะไปอาบน้ำแล้ว”
“ก็ไปสิ นั่งตัวเหม็นอยู่ได้ตั้งนาน”
“เดี๋ยวเถอะ” หลังจากกลับมาที่หอคราวนี้เราสองคนเปิดโหมดเพื่อนรักเพื่อนร้ายตีกันจนรู้สึกเหนื่อยน่านฟ้าไม่กลัวแล้วเพื่อนที่ดูเหมือนจะดุ ที่แท้ก็เด็กน้อยดีๆ นี่เอง
“เหอะ คนอะไรเชื่อใจคนง่ายชะมัด” หลังจากมองลับจนน่านฟ้าหายเข้าห้องน้ำไปตะวันก็บ่นออกมากับตัวเองอีกครั้ง
“แล้วทำไมกูต้องสนใจด้วยวะเนี่ย” ไนท์บ่นพลางดึงทึ้งผมตัวเองไปที พื้นฐานเขาก็ไม่ใช่พวกชอบยุ่งเื่ชาวบ้านชาวช่องเขาเท่าไหร่หรอกนะเรียกว่ามนุษยสัมพันธ์ห่วยก็ว่าได้ แต่ก็ไม่ใช่คนเลือกคบเพื่อนยาก จะว่ายังไงดีล่ะก็ถ้าถูกชะตาคำว่าเพื่อนไนท์ก็ให้เต็มร้อย
…แล้วทำไมกูต้องมาถูกชะตากับคนที่ดูน่าเป็ห่วงขนาดนี้วะไนท์คลั่งความสงบสุข แต่ดันจับพลัดจับผลูมาเป็เพื่อนกับคนอย่างน่านฟ้า
แล้วตอนนี้เขาว่าเขาไม่เหมือนเพื่อนมันแล้วจากที่บ่นมันเป็วรรคเป็เวรไป เขาเหมือนพ่อมันมากกว่า