วันที่สองสาวจะเดินทางไปวัดเพื่อบวชชีพราหมณ์ก็มาถึงแต่ชมพู่กลับไปด้วยไม่ได้ซะอย่างนั้นเพราะลูกน้องเกิดไม่สบายกะทันหันจนเธอต้องอยู่ดูแลร้านได้แต่ขอโทษขอโพยเมลดาเสียยกใหญ่ เมื่อตัดสินใจจะไป เมลดาก็เดินหน้าต่อแม้จะต้องไปคนเดียวก็ตามที
สามวันสองคืนคือกำหนดที่เธอจะไปบวชชีพราหมณ์ ดีหน่อยที่เป็่วันหยุดยาวติดกันจึงไม่ต้องยื่นเื่ขอวันลาเพิ่ม
“เฮ้อ! จะรอดไหมเน้อเรา” แม้จะมีความตั้งใจ แต่ลึกๆ เมลดาก็กังวลอยู่ไม่น้อยแต่กว่าจะตัดสินใจออกจากบ้านได้ก็นานพอดู นั่นเพราะกลัวแขกไม่ได้รับเชิญโผล่หน้ามาจ๊ะเอ๋เข้าอีก
แต่กลับผิดคาดเพราะวันนี้รวมถึงหลายวันก่อน ไม่ยักจะเห็นิญญามาวอแวใกล้ๆ ตัวเธอสักเท่าไหร่จะมีก็แค่แวบๆ โผล่มาแล้วก็ไป คิดแล้วก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน
“สงสัยคงกลัวเราแช่งไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดมั้ง”เมลดาคิดเอง เพราะหลายครั้งที่บรรดาผีๆ โผล่มาให้ได้เห็น ทำให้เธอใ ขวัญกระเจิงจนต้องหลุดคำแช่งออกจากปากแบบไม่ได้ตั้งใจซึ่งคำเ่าั้คงไม่ดีสำหรับิญญาสักเท่าไหร่นัก
เมลดาขับรถไปตามเส้นทางที่ชมพู่ได้บอกไว้กระทั่งมาถึงวัด เธอก็ตรงไปลงทะเบียนแล้วรับชุดสีขาวมาเปลี่ยนจากนั้นก็ไปไหว้พระประธานและหลวงพ่อเ้าอาวาส
“บาปบุญกำหนดชะตาเ้าเองก็ด้วย แต่อีกไม่นานก็จะผ่านไป” คำทักของพระท่าน ทำให้เมลดาอ้าปากค้างเพราะเธอยังไม่ทันจะได้ถามอะไรเลยด้วยซ้ำและนั่นทำให้เธอกลายเป็จุดสนใจขึ้นมาทันที หลังจากนั้นหลวงพ่อก็ไม่ยอมพูดอะไรกับเธออีกเลย
คืนแรกของการมานอนวัดเมลดายอมรับว่ากลัวอยู่ไม่น้อย เพราะเธอต้องนอนคนเดียวแต่มาถึงตอนนี้ก็คงถอยกลับไม่ได้แน่ จึงพยายามข่มใจให้นิ่งเข้าไว้กระทั่งทำวัดเย็นเสร็จ เตรียมตัวจะเข้านอน งานก็เข้าเธอจังๆ เพราะอยู่ๆ แขกไม่ได้รับเชิญก็โผล่พรวดมาตรงหน้าแถมยังห้อยหัวลงมาจากคานอีกต่างหาก
“หืม…นี่คิดว่าตัวเองเป็นักยิมนาสติกลีลาอยู่หรือไงคุณผี โอ๊ย! เดี๋ยวแช่งเลยนี่” นั่นไง คำว่าแช่งหลุดออกจากปากเธออีกแล้ว
“อย่านะ อย่าแช่งข้า”
“ไม่ให้แช่งก็ลงมาคุยกันดีๆเร็วๆ” น้ำเสียงตึงๆ ของเมลดาเอ่ยบอกออกไป
“ข้าลงก็ได้” เอ่ยจบก็ลงจากคานมานั่งนิ่งๆอยู่ตรงหน้าเมลดา เธอเพ่งมองผีห่มสไบสีสวยตรงหน้า บวกกับคำพูดคำจาก็พอจะเดาได้ว่าน่าจะเสียชีวิตมานานแล้ว ดีไม่ดีก็อาจเกิดในยุคก่อนกรุงแตก (มั้ง)
“นี่ก็ว่าง่ายไป๊”
“ก็ข้าไม่รู้จะทำตัวยากๆไปทำไมนี่นา”
“แล้วตะกี้จะห้อยหัวลงมาทำไมละคะ”เมลดาส่ายศีรษะไปมา ดีแค่ไหนแล้วที่เธอไม่หัวใจวายตายเอา
“ข้าก็แค่อยากเปิดตัวให้มีเอกลักษณ์หน่อยก็เท่านั้นเอง”
“จ้ะ…เอาที่สบายใจเนอะ”
“สรุปแล้วนี่เ้ามองเห็นข้าจริงๆใช่ไหม”
“จริง…ว่าแต่คุณมีอะไรกับฉันหรือเปล่า” น้ำเสียงจริงจังของเมลดาเอ่ยถามขึ้น
“ข้าไม่ได้มีอะไรให้เ้าช่วยหรอกข้าแค่อยากมาคุยด้วยเท่านั้น”
“แค่มาคุยด้วย” คนฟังย้ำประโยคที่ได้ยิน
“อื้อ…ข้าชื่อต้องตาหรือจะเรียกว่าพี่ตาเฉยๆ ก็ได้เพราะข้าอายุมากกว่าเ้าหลายปีอยู่ ยินดีที่ได้รู้จักอย่างเป็ทางการนะเม”
“ถามฉันสักคำไหมว่ายินดีที่จะรู้จักหรือเปล่า แล้วนี่รู้จักชื่อฉันได้ยังไง” เมลดายิงคำถามกลับบ้าง
“ก็อ่านจากป้ายชื่อที่ติดอยู่บนอกเ้าน่ะแหละ”
“ฉลาด”
“ก็นิดหน่อยข้าดีใจนะที่เ้ามองเห็นข้าได้ เพราะข้าเหงาปากมาก ไม่มีคนคุยด้วยมาตั้งหลายวัน” ผีต้องตาย้ำคำว่าคนชัดๆเพราะปรกติเธอจะคุยแต่กับผีด้วยกัน ยังไม่ทันจะได้สนิทก็จะมีชายใส่สูทสีดำหรือเรียกสั้นๆ ว่า ‘ยมทูต’ มารับตัวไปตลอด
“หลายวันแสดงว่าเพิ่งเสียชีวิต”
“ถ้านับรวมวันนี้ก็ครบเจ็ดวันพอดี”
“แล้วทำไมถึงแทนตัวเองว่าข้าด้วยแล้วไหนจะแต่งตัวแบบนี้อีก” แต่งตัวแบบที่ว่าคือสวมชุดไทยเต็มยศนึกว่าหลุดออกมาจากวรรณคดีเสียอีก
“อ้อ…ข้าชอบ เลยแต่งตัวแบบนี้ตลอด แล้วข้าก็ชอบพูดเหมือนลิเกด้วย”
“หงะ…นี่สินะ เขาเรียกว่าผีหลอกของจริง” เมลดาคอตก รู้สึกขำตัวเองจริงๆแต่แปลกที่ขำไม่ออกอย่างที่คิด
“แต่ที่นี่ไม่ได้มีแค่ข้าที่อยากมาคุยกับเ้าหรอกนะ”
“นั่นไงคิดแล้วไม่มีผิด”
“ยิ่งเ้ามองเห็นผีหรือิญญาได้เ้าก็ยิ่งเนื้อห้อมหอม” คำพูดของต้องตา ทำเอาเมลดาขนลุกเพราะเธออยากเนื้อหอมในกลุ่มหนุ่มหล่อ ไม่ได้อยากเนื้อหอมในกลุ่มผีกลุ่มิญญาแบบนี้เลย
“แล้วทำไมพี่ตาถึงเข้ามาคุยกับเมได้ก่อนแบบนี้”เมลดาถือวิสาสะเรียกผีต้องตาว่าพี่ตามันเสียเลย อย่างน้อยๆ การได้ผูกมิตรกับผีดีๆสักตน มันก็น่าจะดี(มั้ง)
“ก็ข้าดวงดี จับฉลากได้เบอร์หนึ่งน่ะสิ”
“โวะ! มีจับฉลาก แบบนี้ที่นี่ผีต้องเยอะมากแน่ๆ” เมลดาถามไปตรงๆ
“ก็เยอะแต่เ้าไม่ต้องกลัวไปหรอก” คนฟังส่งยิ้มแห้งๆ ให้ ไอ้ประโยคนี้เธอบอกตัวเองตลอดแต่พอเจอจริงๆ ขวัญก็กระเจิงอยู่บ่อยๆ
“แล้วนี่ฉันถามได้ไหมว่าทำไมผีอย่างพี่ตาถึงยังไม่ยอมไปผุดไปเกิด”
“ข้ามีห่วงแต่วันหนึ่งถ้าข้าหมดห่วง ข้าก็ต้องไป”
“อ้อ”
“อีกคำถามพี่ตามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง หรือตายที่นี่”
“ข้าตายที่อื่นแต่พอรู้ตัวอีกที ข้าก็อยู่ที่นี่และออกไปไหนไม่ได้”
“อ้าว”
“เหตุที่ข้ายังออกไปไหนไม่ได้อาจเพราะข้าต้องรอเ้า” ต้องตายิ้มให้ แต่คนฟังมีแต่ความงง
“รอเมเหรอรอทำไม”
“อีกหน่อยเ้าก็รู้เองเอาเป็ว่าข้าไปก่อนแล้วกัน ไว้จะมาคุยด้วยใหม่” เอ่ยจบผีแต่งชุดไทยนามว่าต้องตาก็หายวับไปต่อหน้าต่อตาเมลดา
“แน่ะ…มาบอกลายังกับเป็เพื่อนสนิท” เธอส่ายหน้าให้ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนแล้วพยายามข่มตาให้หลับ กระทั่งตีสองก็นอนกระสับกระส่ายเพราะอยากเข้าห้องน้ำ
“มาปวดอะไรตอนนี้ฉี่ใส่ขวดน้ำได้ไหมเนี่ย อยากร้องไห้จริงๆ เลย” เมลดาโอดโอยนั่นเพราะห้องน้ำมันอยู่ไกลจากจุดที่เธอนอนอยู่มาก ต้องเดินฝ่าความสลัวๆไปคนเดียวด้วย บรรยากาศแบบนี้เธอจะรอดจากการถูกหลอกไหมซึ่งเปอร์เซ็นต์ที่จะรอดอาจมีน้อยมาก (เติมก.ไก่ล้านตัว)
แต่เพราะอั้นฉี่ไม่ไหวแล้วทำให้เมลดาตัดสินใจลุกไปเข้าห้องน้ำ ตลอดทางที่เธอเดินไปนั้นััได้ถึงพลังงานบางอย่าง แต่ก็พยายามทำตัวให้เป็ปรกติ
“เมััได้แต่เมจะไม่ยุ่ง ต่างคนต่างอยู่ ตกลงนะ” เมลดาเอ่ยเสียงดังหวังให้พลังงานเ่าั้ได้ยิน กระทั่งเธอทำธุระเสร็จก็กลับออกจากห้องน้ำ
และทันทีที่เธอก้าวพ้นประตูออกมาสิ่งที่ไม่อยากให้เกิดก็กำลังเกิดขึ้น เพราะอยู่ๆ ตรงหน้าก็ปรากฏร่างผู้ชายตัวสูงใหญ่เหมือนั์แล้วร่างนั้นก็ตรงเข้ามาฉุดกระฉากลากถูเมลดาเธอพยายามะโขอความช่วยเหลือจากใครก็ได้ แต่กลับไม่มีใครได้ยิน พร้อมๆกับออกแรงยื้อแต่กลับสู้ไม่ได้
จังหวะนั้นก็พยายามท่องบทสวดมนต์หนักเข้าถึงกับแช่งไม่ให้ร่างตรงหน้าได้ไปผุดไปเกิด แต่สุดท้ายทุกอย่างก็ยังคงเกิดเธอถูกฉุดไปยังที่ไหนสักแห่ง ที่มืดและเหม็นกลิ่นสาบมากเมื่อมาถึงร่างใหญ่โตนั้นก็ผลักเธอสุดแรง จนเมลดาเซถลาลงไปนอนกลิ้งกับพื้นดินชื้นๆ
“ช่วยด้วย”เมลดาะโขอความช่วยเหลือ แต่เหมือนจะไร้ประโยชน์ ตอนนี้เธอขนลุกไปทั้งตัวก็ว่าได้ยิ่งได้สบตาแดงก่ำราวกับดวงตาปีศาจนั่นด้วยแล้ว เธอก็ยิ่งกลัวจนต้องถอยหนีั้แ่พบเจอผีมา ผีตรงหน้าตอนนี้น่ากลัวที่สุด แววตาอาฆาตแฝงไว้ด้วยความร้ายกาจ
แต่จังหวะที่กำลังจะลุกเพื่อวิ่งหนีมือจากไหนก็ไม่รู้มาฉุดที่ขาทั้งสองข้างของเธอไว้ เสียงหัวเราะที่แสนจะน่ากลัวของิญญาชายตรงหน้าซึ่งดังกึกก้องไปทั่ว ยิ่งทำให้เมลดาขนลุก ก่อนที่ดวงตาเธอจะเบิกกว้างเมื่อถูกมือหนาบีบคอจนรู้สึกหายใจไม่ออก เมลดากระเสือกระสนเพื่อดึงอากาศเข้าปอดแต่ยิ่งต่อต้านอากาศก็ยิ่งน้อยลงทุกที ทุกที
“ปล่อยน้องข้า” เสียงของต้องตาดังขึ้นพร้อมๆกับการปรากฏตัว เธอพยายามยื้อแย่งเพื่อดึงมือแข็งกระด้างของผีร้ายตนนั้นให้ออกไปจากคอของเมลดา แต่กลับไม่เป็ผล
“อย่ายุ่ง”เอ่ยจบก็ใช้มืออีกข้างผลักต้องตาจนเธอกระเด็นไปอีกทาง
“พะ…พี่ตา” แม้จะถูกบีบคอแค่มือเดียว แต่นั่นก็แรงพอที่ทำให้เมลดาหายใจไม่ออก เธอพยายามแกะมือแข็งๆที่บีบคออยู่ออก แต่กลับสู้แรงไม่ได้
“ข้าบอกให้เอ็งปล่อยน้องข้าเดี๋ยวนี้!” ต้องตาเืขึ้นหน้า เธอแผดเสียงดังก้องดวงตาตอนนี้เปลี่ยนเป็สีแดงเพราะอารมณ์โกรธอย่างถึงที่สุด
ั้แ่เธอมาอยู่ที่นี่เธอก็ไม่เคยมีเื่กับผีตนไหน แต่ครั้งนี้ เธออดไม่ได้จริงๆ ต้องตากัดฟันกรอดๆแล้วกระโจนเข้าใส่ผีร้ายตนนั้นอย่างไม่กลัว
และก่อนที่จะสติสุดท้ายจะหลุดลอยการต่อสู้ของผีต้องตาและผีร้ายตนนั้นกลับหยุดไปเสียดื้อๆนั่นเพราะทั้งคู่รู้ว่าใครกำลังจะปรากฏตัว
ผู้มาใหม่ยืนมองเมลดาอยู่ภายใต้ความสลัว
“ชะ…ช่วยด้วย” เมลดาที่กำลังจะหมดสติ เอ่ยขอความช่วยเหลือจากชายตรงหน้าพร้อมกับพยายามเพ่งสายตาที่กำลังพร่าเลือนมองความรู้สึกที่เกิดขึ้นตอนนี้ต่างกับเมื่อครู่นักยามอยู่ใกล้เขาเธอรู้สึกได้ถึงความปลอดภัย อบอุ่นอย่างบอกไม่ถูกและสติของเธอก็พลันดับวูบลงไป
+++++++++++++++++++++++++++++++++
สวัสดีค่ะนักอ่านที่น่ารักทุกๆ ท่าน
วรนิษฐา ได้เปิดช่องยูทูปเพื่อนำนิยายเสียงไปลงให้ฟังกันแล้วนะคะ
ชื่อช่องว่า Love novel by วรนิษฐา
พิกัดช่อง : https://www.youtube.com/@Vorranitta_Misssexy
ตอนนี้มีอยู่3 เื่ คือ
บอสขา…อย่าพึ่งมารักนามปากกา วรนิษฐา
ซ่านปรารถนานามปากกา Misssexy
รัญจวนรักนามปากกา Misssexy
ฟังจบในคลิปเดียวไม่มีแยกย่อยแต่อย่างใด
เลยอยากเชิญชวนนักอ่านเข้าไปฟังไปให้กำลังใจกันค่ะ
กด Like กด Share กด Subscribe เพื่อเป็กำลังใจสำหรับสร้างคลิปต่อๆไปด้วยน๊า
ขอบคุณทุกๆ กำลังใจที่ส่งมาให้ค่ะ
วรนิษฐา & Miss sexy