"ท่านน้าเ้าคะ"
ข้าที่เดินมาที่ร้านขายผ้าร้านหนึ่งในเมืองหลวงที่เนื้อผ้าสวยและดีมากแต่ไม่มีคนเข้าออกมากนักทำให้ข้ามีเป้าหมายที่จะปฏิรูปร้านนี้ใหม่โดยเมื่อวารข้ามาเจรจาด้วยแล้วและวันนี้คือวันแรกที่จะลงมือ
"อ้าวเ้ามาแล้วรึ"
"เ้าค่ะ"
"เข้ามาสิ"
ข้าก็เริ่มเนรมิตรชุดอาภรที่ดูแปลกตาและสวยหรูมาให้ในร้านจัดการจ้างพนักงานมาสวมใส่แล้วเดินไปทั่วทั้งเมืองจนวันต่อมาชุดอาภรของร้านตงกั่วก็ถูกซื้อไปหมดจนร้านขายดิบขายดีจนท่านน้าตงอี้กั่วขอบคุณข้าและจ้างข้าออกแบบเสื้อผ้าในร้านจนเวลาผ่านมาสามเดือนกว่าแล้วที่ข้ามาเมืองหลวงและเข้าร่วมกับร้านตงกั่วจนขายดิบขายดีขึ้นทุกวันแม้แต่ในวังหลวงก็ยังมาสั่งเสื้อผ้าและเชิญตัวข้าไปตัดชุดให้เหล่าสนมที่มาใหม่ทำให้ข้าเข้าออกวังเป็ว่าเล่น
"หงอี้เ้าซื้อที่ข้างๆร้านข้าหรือ"
"เ้าค่ะข้าจะเอาไว้สร้างเป็ที่พักและสถานเริงรมเ้าค่ะ"
"เ้ามีทุนมากกว่าข้าคิดจะทำอะไรก็ทำเถอะข้าว่ามันก็ดี"
"เ้าค่ะ"
ตอนนี้ข้าซื้อที่ข้างๆร้านตงกั่วหลายที่และคิดจะเปิดที่พักและสถานเริงรมที่เคยอ่านเจอว่าให้ที่พักและนารีย์แก่บุรุษแต่ไม่ค้าประเวณีแต่มอบเพียงกาพย์กลอน และ การแสดงต่างๆ เช่น รำ ระบำ ร้องเพลง เล่นดนตรี แขนงต่างๆเป็ต้น และอีกพื้นที่หนึ่งไว้สำหรับการประมูลสินค้าที่ไม่มีขายในท้องตลาดและไม่เคยมีผู้ใด
"แล้วเ้าจะลาออกจากร้านข้าหรือไม่"
"ลาออกเ้าค่ะ แต่ข้าจะยังออกแบบให้ท่านอยู่"
"แล้วเื่กำไรละ"
"ไม่มีปัญหาเ้าค่ะขอเพียงข้าได้ทำงานที่ข้ารักบ้างก็ยังดีเ้าค่ะ"
"อย่าหักโหมนักเ้าเป็เพียงสตรีอย่าหักโหมมาก"
"เ้าค่ะ"
ตลอดเวลาที่อยู่กับท่านน้าตงอี้กั่วนางเหมือนแม่ที่ดูแลสั่งสอนข้าดั่งลูกในไส้ตลอดมาเพราะอย่างไรเสียนางก็เหมือนแม่ที่ให้กำเนิดข้าจริงๆ
"หงอี้"
"เ้าคะ"
"เ้ามาจากที่ใดข้าไม่อยากรู้หรอกนะแต่ตอนนี้ข้านั้นรักเ้าเหมือนบุตรสาวในไส้เสียแล้ว"
"ข้าก็รักท่านเ้าค่ะท่านน้า"
"ต่อไปเรียนกข้าว่าแม่ตงก็ได้นะถ้าเ้าอยาก"
"เ้าค่ะท่านแม่ตง"
และด้วยท่านน้าตงอี้กั่วนั้นเป็หม้ายั้แ่ยังสาวจึงไม่มีบุตรเพราะสามีตายในสนามรบทำให้นางรักเด็กและรักข้าเหมือนดั่งลูกในไส้
=================================
จากวันเป็เดือนจากเดือนเป็ปีทุกๆอย่างก็ลงตัวไปหมด หอหงอี้ โรงเตี๊ยมชิงเหอ โรงประมูลลู่อี้ ก็โด่งดังไปทั่วด้วยชื่อของ หงอี้ หรือจ้างซีหงที่ใครๆต่างรู้จักและเป็เป้าหมายของใครหลายๆคนที่มาเมืองหลวง
"นายหญิงเ้าคะนายหญิงผู้เฒ่ารอท่านอยู่ที่ห้องรับแขกเ้าค่ะ"
"อืม"
ข้าที่ตอนนี้เปิดสถานะต่อสาธารณชนว่าเป็สตรีแต่มิเคยให้ผู้ใดเห็นใบหน้าอีกทำให้ท่านแม่ตงตอนนี้ต้องรอรับของกำนัลมากมายจากคุณชายน้อยใหญ่ในเมืองหลวงและต่างแคว้นและมีบางคนมาเพื่อยลโฉมแต่ทุกครั้งก็ต้องผิดหวังเพราะข้าปิดบังใบหน้าที่แท้จริงด้วยหมวกมุ้งที่สำหรับไว้เดินทางตลอดเวลาและเวลานอนข้าก็จะเข้าห้องลับแล้วหลับนอนจนตอนนี้อีกไม่กี่วันก็หนึ่งปีเต็มแล้วและวันนั้นคือวันครบรอบที่ข้าอยู่ในราชวงศ์ถัง
"ท่านแม่พร้อมแล้วหรือเ้าคะ"
"หงอี้เ้าจะไปที่นั่นจริงๆหรือ"
"เ้าค่ะ"
"งั้นแม่ก็จะตามเ้าไป"
ข้ากับท่านแม่ตกลงกันว่าจะเดินทางไปที่หุบเขาที่ข้าจากมานั้นอีกครั้งและคงจะไปทุกปีเพื่อรำลึกถึงมัน
จากเมืองหลวงมาถึงหุบเขานี้ใช้เวลาถึงครึ่งเดือนเราก็มาถึงและผู้ที่ติดตามมามีแต่คนงานและคนสนิทของท่านแม่ตง
"ที่นี่เ้าค่ะที่ที่ข้ามาลืมตาครั้งแรกแล้วจำอะไรไม่ได้เลย"
ข้าและท่านแม่กับคนติดตามทำการบางส่วนและชาวเมืองที่อยู่ใกล้ที่สุดช่วยกันทำทางขึ้นลงจากเนินเขาสู่ยอดเขาที่ตรงกลางก็คือต้นไม้ใหญ่ต้นนั้นและร่างแบบแล้วทำทุกอย่างให้ดูเหมือนที่เคยเป็อยู่จนถึงวันที่ข้ามาถึงที่นี่ข้าก็กลับเมืองหลวงและให้คนงานที่ถูกจ้างทำงานต่อ
"กลับมาครั้งนี้คงจะได้มาอีกในปีหน้า"
"ถ้าถึงตอนนั้นที่นี่คงเสร็จพอดี"
"เ้าค่ะ"
"งั้นเ้าไปพักเถอะวันพรุ้งนี้ค่อยเดินทางกลับ"
"เ้าค่ะ"
พอข้าแยกจากท่านแม่ตงก็เริ่มเดินตามสัญลักษณ์ที่เคยทำไว้ตอนนั้นไปจนมาเห็นกระท่อมหลังเก่าที่ข้าเคยพักพิงแต่พอข้าเดินเข้าไปใกล้ก็พบกับบุรุษทั้งเป็สองคนเดิมที่เจอกันตอนนั้นเดินมาจากทิศทางของลำธารที่ตอนนี้เริ่มรกร้างดังเดิมพอข้ามองทั้งสองสักพักก็เดินเข้าไปแล้วทำเหมือนเมื่อก่อน
"พวกท่านเป็เ้าของที่นี่หรือเ้าคะ"
คนทั้งสองมองหน้ากันแล้วก็หันมามองข้าดังที่เคยทำเมื่อครั้งก่อน
"ใช่ แล้วแม่นางมาทำการใดที่นี่หรือ"
แต่คำพูดที่ผิดแปลกนี้ทำให้ข้านึกขันและเผลอหัวเราะออกมาทำให้ทั้งสองต้องมองหน้ากันอีก
"แม่นางมีอะไรน่าขันรึ"
"นี่พวกท่านจำหงอี้ผู้นี้ไม่ได้แล้วหรือ"
ข้าพูดพร้อมกับยกหมวกผ้าคลุมออกเผยให้เห็นใบหน้าของข้า
"เ้านั่นเองแต่ตอนนั้นเ้าเป็บุรุษมิใช่หรือ"
"หากสตรีนางนึงต้องเดินทางเพียงผู้เดียวท่านจะให้แต่งเป็สตรีดังเดิมให้บุรุษฉุดคร่าหรือไร"
"เดี๋ยวก่อนนะเ้าชื่อหงอี้เ้าใช่แม่นางหงอี้หรือจ้าวซีหงใช่หรือไม่"
"ถือว่าท่านมีไหวพริบไม่น้อยข้าขอชมเชย"
"ไม่น่าเชื่อว่าเงินแค่ไม่กี่ตำลึงสามารถทำให้เ้ารอดมาถึงวันนี้"
"เ้าค่ะและข้าก็มาเพื่อนขอบคุณพวกท่านที่เคยให้ที่หลับนอนและเงินแก่ข้าในยามที่ยากลำบาก"
"ไม่เป็ไรถือเป็เื่เล็กน้อย"
"และถ้าหากพวกท่านมีเื่ให้ข้าช่วยท่านสามารถให้สิ่งนี้แก่พวกเขาแล้วเ้าจะได้พบข้า"
ข้าพูดพร้อมกับหยิบปิ่นปักผมที่เหมือนกันมาให้ทั้งสองคน
"เ้าให้กับพวกข้าจะดีหรือ"
"พวกท่านคือผู้มีพระคุณของข้าพวกท่านย่อมสมควรได้รับมัน"
"ขอบคุณแม่นางมาก"
"ข้าขอตัวก่อนนะเ้าคะ"
"ให้พวกข้าไปส่งหรือไม่"
"ไม่ดีกว่าข้ายังมาคนเดียวได้แล้วเหตุใดข้าจะกลับคนเดียวไม่ได้ละเ้าคะ"
ข้าหันไปยิ้มให้ทั้งสองคนแล้วหันหน้าไปทางเดิมสวมหมวกผ้าคลุมแล้วเดินจากไป
====================================
"นางดูเด็ดเดี่ยวมากไม่เหมือนกับสตรีบางนางที่พึ่งพาแต่บุรุษ"
"เ้าสนใจนางหรือ"
"หากเ้าสนใจนางก็บอกมาเถอะ"
"ข้าไม่..."
"เ้าอย่าปากแข็งไปหน่อยเลยฝ่าา"
"ข้าพูดตามความจริง"
"แล้วแต่เถอะว่าแต่แม่นางจินหลั่วหลานของข้าละ"
"ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร"
"ซือเฉินข้าเกลียดเ้า"
พอพูดถึงนางก็มาทำให้หลี่ซือเฉินต้องหน้าถอดสีแล้วก้าวไปหาหญิงสาวร่างบางที่ตอนนี้หน้าดำหน้าแดงเพราะความโกรธปนน้อยใจที่คู่หมั้นของนางทิ้งนางโดยไม่รอนางจนนางเกือบหลงทาง
"หลานเอ๋อข้าขอโทษข้าผิดไปแล้วให้อภัยข้านะ"
หลี่ซือเฉินพูดพร้อมกับทำหน้าอ้อนและกอดนางเหมือนลูกน้อยอ้อนแม่ทำให้จินหลั่วหลานต้องถอนใจเพราะคู่หมั้นนางอ้อนเก่งอย่างนี้อย่างไรเล่าทำให้สาวน้อยใหญ่ติดเขาและเป็นางที่ต้องตามแก้ปัญหาและเพราะเขาอ้อนเก่งเอาใจใส่นางทำให้นางเลิกรักเขาไม่ได้เสียที
"ก็ได้ข้าอภัยให้เ้า"
"ข้ารักเ้านะหลานเอ๋อ"
"อืม"
จินหลั่วหลานที่ได้ฟังก็หน้าแดงกับคำพูดและการกระทำที่ไม่เคยทำให้นางเลิกรักเขาเสียที
===============================