ตอนที่ 21 สิบภพชาติ
ดาบขนาดั์พลางเปลวเพลิงสุดร้อนระอุที่แผ่ซ่านบริเวณโดยรอบ อุณหภูมิกำลังเพิ่มสูงขึ้นจนน่าวิตกผืนหญ้าถูกเผาไหม้กลายเป็เถ้าถ่านเพียงชั่วพริบตา ฝ่ามืออันบอบบางกำลังเคลื่อนไหวราวกับระบำ ดาบใหญ่ที่ตั้งตระหง่านพลันเพ่งเล็งมายังลูซิเฟอร์ด้วยความฉับไวหากตัวมันมีความรู้สีกแล้วละก็ คงจะถูกแรงกดดันจากดาบภูติทำให้สิ้นสติเป็แน่ราวกับกำลังยืนอยู่ต่อหน้าาาแห่งภูติเพลิง
"น้ำหนักคงราวๆ 5ตัน" ลูซิเฟอร์เอ่ยคำก่อนร่ายท่าทาง
ฝ่ามือโครงกระดูกั์อันเคลือบไปด้วยออร่าแห่งความมืดพลันพุ่งทะยานเข้าหาดาบแห่งภูติด้วยความเร็วดุจสายอัสนี ทว่า ยิ่งเข้าใกล้ยิ่งถูกแผดเผาไปด้วยเปลวเพลิง เพียงสามลมหายใจทักษะ 'ฝ่ามือโครงกระดูก' 'ััแห่งอันเดด' พลันสลายหายไปทันที
"นอกจากเปลวเพลิงยังมีพลังศักดิ์สิทธิ์"ลูซิเฟอร์กล่าว
"สายตาเฉียบคมยิ่ง...เ้าเป็เผ่าพันธุ์แบบไหนกัน" เด็กน้อยกล่าวชมก่อนเอ่ยต่อ "จะผีดิบก็ไม่ใช่จะผีร้ายก็ไม่ใช่หรือกระทั่งเผ่าปีศาจเ้าก็ไม่มีลักษณะเช่นนั้น"
"ข้าคืออันเดด!!" ลูซิเฟอร์กล่าวด้วยเสียงสุดเย็นะเืก่อนร่างอันสูงใหญ่จะพุ่งทะยานเข้าหาศัตรูตน
ระยะห่างพลันลดลงเหลือเพียงแค่เอื้อม ดาบภูติยังคงแผ่อุณหภูมิสุดสูงลิ่วถึงกระนั้นลูซิเฟอร์มันไร้ซึ่งความรู้สึก มันไม่รู้สึกถึงความร้อนแม้แต่น้อยและด้วยร่างกายของอันเดดระดับราชวงศ์ ต่อให้ตัวมันอาบลาวาก็มิอาจสะทกสะท้าน ในเสี้ยววินาทีแววตาของเด็กน้อยผู้หาญกล้าพลันเบิกโพลงเนื่องจากอุณหภูมิที่มีมากกว่าสามพันองศาทำให้เด็กน้อยนึกว่าความร้อนของดาบภูติจะแผดเผามันให้ตายไปแล้ว ทว่า ความเป็จริงกลับไม่เป็เช่นนั้น!!
หมัดของอสูรกายถูกง้างออกก่อนปล่อยออกไปด้วยพลังเต็มพิกัด ไม่มีการออมมือใดๆทั้งสิ้นถึงศัตรูตรงหน้าจะเป็เด็กแต่ทว่าสิ่งที่ถูกอัญเชิญออกมานั้นมันเหนือจินตนาการเกินไป เป็สิ่งที่เด็กไม่อาจกระทำได้นับว่ามันเป็ตัวอันตราย
'มหาเวทย์การป้องกันแห่งเทวาปีก์'
ตรึบ
ราวกับหมัดกระทบเข้ากับกำแพงบางอย่างปรากฏเป็กำแพงวงกลมสีทองคำห่อหุ้มร่างของเด็กน้อยเอาไว้ มันมีอักขระบางอย่างถูกไว้ทั่วกำแพงสีทองคำมันดูซับซ้อนเป็อย่างยิ่งราวกับเป็ภาษาั้แ่โบราณกาล เด็กน้อยเผยยิ้มร่าก่อนร่ายบท
'มหาเวทย์แสงหนึ่งดัชนีแห่งสรวง์'
ลูซิเฟอร์พลันแข็งทื่ออย่างไร้สาเหตุมิอาจรับรู้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นร่างกายไม่อาจขยับราวกับถูกสาปกลายเป็หินก่อนแสงสีทองอร่ามในนิ้วชี้ของเด็กปริศนาจะแสดงปฏิกิริยาของแสงที่กำลังวิบวับวิบวับ พลังเวทย์ที่เอ่อล้นออกมาพลันทำให้สิ่งมีชีวิตโดยรอบรู้สึกหวั่นเกรงกระทั่งลูซิเฟอร์ที่ไม่มีความรู้สึกยังััได้ถึงบางสิ่งบางอย่างสุดทรงพลัง
ซู่...!
แสงสีทองอร่ามถูกปล่อยออกพร้อมกับอนุภาคพลังเวทย์สุดมากมายมหาศาลเป็ระดับพลังเวทย์ที่สูงล้ำยิ่ง มันเป็พลังเวทย์ที่เทียบเท่าได้กับัราชวงศ์!!
กร๊าซซซซซซ
โครงกระดูกั์ถูกลำแสงจี้ทะลุอกจุดที่ถูกยิงพลันเริ่มแตกร้าวละเอียดไปยังกระดูกบริเวณโดยรอบ ลูซิเฟอร์แข็งค้างทั้งกายและความคิด มันไม่รู้เลยว่าจะรับมือกับสถานการณ์แบบนี้ได้ยังไง
ทักษะติดตัวสำหรับ 'อันเดด(ราชวงศ์)' 'ทวงคืน' :ค่าพลังชีวิตต่ำกว่าหรือเท่ากับ10% เพิ่มค่าพลังป้องกัน ค่าพละกำลัง ค่าพลังเวทย์สูงขึ้น3เท่า เป็ระยะเวลา30วินาที
"กะ..โกหก...เื่ตลกอะไรกัน!!" ลูซิเฟอร์รู้สึกเคียดแค้นอย่างที่สุดราวกับถูกพรากสิ่งของที่รักยิ่งไป
อสูรกายพลันสวนกลับหมัดขนาดใหญ่ถูกหุ้มด้วยออร่าสีดำทมิฬพลางจิตสังหารที่โพยพุ่งสู่์
ตรึบ
!!!
หมัดระดับพลังกายหนึ่งล้านถูกกำแพงสีทองอร่ามป้องกันได้โดยสมบูรณ์แบบราวกับฝันร้ายไม่มีผิด เด็กตรงหน้าไม่ต่างอันใดไปกว่าสัตว์ประหลาดโบราณเลยมนุษย์ต่างกล่าวขานลูซิเฟอร์ว่าเป็ "าาปีศาจ" แล้วเด็กคนนี้ละ? เขาแข็งแกร่งยิ่งกว่าแข็งแกร่งระดับที่าาปีศาจยังไม่อาจััได้ถึงชัยชนะ!!
เหล่าผู้ปกป้องแห่งป้อมปราการราวกับกำลังพบจุดจบของโลก ทว่า พวกเขากลับรู้สึกได้รับความอบอุ่นจากเด็กคนนี้ราวกับเด็กน้อยตรงหน้าเป็เทพีผู้ปกป้อง ใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยทุกข์กลับแปรเปลี่ยนกลายเป็รอยยิ้ม เหล่าผู้ปกป้องเริ่มจะส่งเสียงเชียร์เด็กน้อย
"สู้ๆ ฆ่ามันให้ตายเลย!!"
"เ้าเอาชนะมันได้!...เ้าเอาชนะมันได้!!"
"ฮ่าๆๆๆ...เซอร์วอสจะไม่มีวันพ่ายยยยย"
"สะ...์!....บทมหาเวทย์สามบทติด!!....เขาเป็เทพจำแลงมารึไง!!!"
การร่ายบทมหาเวทย์สามบทติดนับเป็เื่เป็ไปไม่ได้! แค่ร่ายได้วันละสองบทก็นับว่าเป็สัตว์ประหลาดมากพอแล้วเหล่าผู้ปกป้องไร้สิ้นคำจะมาบรรยากาศเด็กน้อยตรงหน้า ตามตำนานเล่าขานกระทั่งท่านเทพมนุษย์ยังสามารถร่ายบทมหาเวทย์ได้เพียงสามบทต่อวัน ทว่า มันมีความต่างอันมหาศาลอยู่เนื่องจากมหาเวทย์ของเด็กคนนี้เป็วงแหวนเวทย์ที่ใหญ่มาก มันกินพลังเวทย์มากขนาดไหนให้สังเกต่ขนาดของวงแหวนเวทย์ซึ่งของเด็กน้อยมันเหนือจินตนาการเอามากๆ มันเป็วงแหวนเวทย์ขนาดมหึมา!!
ลูซิเฟอร์เริ่มจะเคร่งเครียดมันไม่อาจเข้าใจได้เลยทั้งที่สเตตัสมันต่างกันสุดกู่กระทั่งเด็กน้อยตรงหน้าไม่อาจวัดฝีมือได้เทียบเท่ามันเลยด้วยซ้ำ
ชื่อ:ลาซิเฟีย จ้าวเวลาปรมันต์(เพศหญิง) อายุ:15ปี เผ่าพันธุ์:มนุษย์(โบราณกาล) อายุขัยโดยธรรมชาติ:1ล้านปี เลเวล:3,408 พลังกาย:103,485 พลังเวทย์:108,458 อาชีพ:ราชันผู้พิชิต
"เป็อิสตรีที่แข็งแกร่ง"
"โอ้!?...ลืมร่ายเวทย์ลวงตาไปเสียสนิท ช่างเถอะยังไงเสียเดี๋ยวเ้าก็จะตายอยู่แล้ว"
หลังสิ้นคำพูดก่อนร่างชำแลงจะถูกแปรเปลี่ยนคืนสู่ร่างจริง ผมสีเงินแพลตตินั่มพลันสยายออกพลางพริ้วไหวตามกระแสลมอันรุนแรง ใบหน้าคงความสวยงามดุจเทพยดาน้างฟ้านาง์ แววตาสีแดงสดดุจโลหิตจ้องมองอสูรกายตรงหน้าไม่กระพริบ คิ้วที่โก่งดุจพระจันทร์เสี้ยวพลันเลิกสูงขึ้นพลางปากสีแดงอมชมพูโดยธรรมชาติเผยอออกเล็กน้อยด้วยรูปร่างที่สมส่วนและหน้าอกที่อวบอิ่มพร้อมผิวขาวดุจหิมะยิ่งทำให้นางดูมีเสน่ห์และน่าค้นหามากขึ้นภายใต้ผ้าอาภรณ์สีดำสนิทที่ยาวจรดเท้าถึงกระนั้นนางตอนนี้มีอายุเพียง 15ปี...
ลูซิเฟอร์แข็งทื่อยืนนิ่งสนิทมันไม่สามารถกระทำสิ่งใดได้อีกแล้วทั้งที่ทักษะติดตัวอย่าง 'ทวงคืน' แสดงผลออกมามันยังไม่อาจสร้างรอยแตกร้าวให้กับกำแพงทองคำ เป็สัตว์ประหลาดเสียยิ่งกว่าอสูรกายในตำนานเป็สัตว์ประหลาดของสัตว์ประหลาดโดยแท้!!
"ความจริงที่ข้ามาที่นี้เพราะได้ยินเสียงั เอ่อ...เ้ารู้ไหมว่าัอยู่ที่ไหน?"
สิ้นเสียงของอิสตรีน้อยความร้อนโดยร้อนพลันพุ่งสูงลิ่วเป็ความต่างของอุณหภูมิดุจฟ้ากับเหว ปรากฏเป็เพลิงทมิฬขนาดมหึมาพุ่งลงมาด้วยความรวดเร็วขนาดของเพลิงทมิฬกว้างเป็อันมากราวกับสามารถเผาเมืองได้ทั้งเมือง สตรีน้อยถึงกับตกตะลึงงันเป็การจู่โจมที่ไม่ทันตั้งตัวความร้อนของมันนั้นรุนแรงเอามากๆหากเป็มนุษย์ทั่วไปแล้วละก็หากมันเพียงได้ััแค่เสี้ยวของความร้อนมันคงถูกแผดเผาจนกลายเป็เถ้าธุลี
ซู้มมมมมมม
เสียงของบางสิ่งบางอย่างที่คล้ายราวกับักำลังพ่นไฟพลางเปลวเพลิงทมิฬที่ตกกระทบเข้ากับกำแพงวงกลมสีทองอร่ามมันปิดบังทัศนวิสัยของอิสตรีน้อยจนมิดไม่อาจมองเห็นข้างนอกกำแพงวงกลมสีทองได้อีกเลย ลาซิเฟียพลันหวาดวิตกเหตุการณ์นี้อยู่เหนือการคาดการไม่คาดคิดได้เลยว่าัมันจะอยู่ใกล้ตัวขนาดนี้ถึงกระนั้น เธอก็ยังไม่รู้ว่าัมันอยู่ตรงไหน
"บ้าจริง!...โล่พิทักษ์กำลังจะแตกถ้าเป็อย่างนี้ต่อไปไม่ดีแน่...ถึงจะต้องาเ็สาหัสข้าก็จำเป็ต้องรอดไปจากที่แห่งนี้!!"
ลาซิเฟียตัดสินใจก่อนจะร่ายบท 'มหาเวทย์กายาจ้าวพิภพ' 'มหาเวทย์กายาแห่งเทวา' 'มหาเวทย์จอมเทวาปีก์' 'มหาเวทย์แสงห้าดัชนีแห่งสรวง์'
มหาเวทย์คือบทเวทย์ที่ถูกนำบทต่างๆอย่างน้อยยี่สิบบทมารวมกันจนกลายเป็บทมหาเวทย์ กล่าวได้ว่า หากคัมภีร์อัสนีบาตมีบทเวทมนตร์ย่อยมากถึง 50บท และคนหนึ่งคนสามารถตัดสินใจจะรวม 20บทขึ้นไป เข้าด้วยกันซึ่งจำเป็ต้องคำนวณอนุภาคเวทมนตร์ภายในหัวให้ได้อย่างทันท่วงที ระยะเวลาในการร่ายเวทย์ขึ้นอยู่กับการคำนวณอนุภาคประจุของโครงสร้างเวทมนตร์ ยิ่งคำนวณได้ไวเท่าไหร่จะยิ่งร่ายเวทย์ได้รวดเร็วเท่านั้นเพื่อให้ได้มาซึ่งบทมหาเวทย์สุดทรงพลัง เหล่าเผ่าพันธุ์แห่งโลกต้นกำเนิดจึงเรียกการร่ายบทมหาเวทย์เหล่านี้ว่า "การร่ายมหาเวทย์แบบต้นกำเนิด"
เนื่องจากมันมีวิธีอีกวิธีที่จะสามารถร่ายมหาเวทย์ได้โดยไม่ต้องคำนวณอนุภาคประจุของโครงสร้างเลยแม้แต่น้อย เขาเพียงท่องบทเวทย์ก็สามารถร่ายเป็มหาเวทย์ได้ เหล่าเผ่าพันธุ์แห่งโลกจึงเรียกการร่ายมหาเวทย์แบบนี้ว่า "การร่ายมหาเวทย์แบบสุดปลายก้าน" ดั่งต้นไม้ั้แ่กำเนิดที่พวกเขาเลือกจะไม่สร้างรากฐานให้ต้นไม้เ่าั้ ทว่า กลับไปสร้างที่ปลายก้านในคราเดียวเพราะวิธีการร่ายที่ไร้ซึ่งการปูรากฐานทำให้บทมหาเวทย์เหล่านี้อ่อนแอกว่ามหาเวทย์แบบต้นกำเนิดอย่างมากโข!!
หากบทมหาเวทย์แบบต้นกำเนิดได้รวมบทย่อย 50บทย่อยเข้าด้วยกันเมื่อเปรียบเทียบกับมหาเวทย์แบบสุดปลายก้าน มันมีความต่างของพลังมากถึง 50เท่าตัว!!!
และแน่นอนเป็ที่สุดว่า "การร่ายมหาเวทย์แบบต้นกำเนิด" นั้นแทบจะสูญสลายหายไปแล้วกระทั่งผู้ที่รู้เื่นี้ก็มีจำนวนน้อยมากๆ ต้องเป็เหล่าตาเฒ่าที่มาจากยุคแห่งราชอาณาจักรเทพเมื่อสามพันปีก่อนหรือั้แ่ยุคแห่งาที่เหล่าัได้เข้ามาสู่โลกต้นกำเนิด ่เวลาเ่าั้การร่ายมหาเวทย์แบบต้นกำเนิดยังคงสามารถหยิบมาศึกษาได้จากคัมภีร์ต่างๆ ทว่า ยุคปัจจุบันนี้มันช่างแตกต่างราวกับกลายเป็ทักษะการร่ายที่สาบสูญ!!
ซึ่งลาซิเฟียตัดสินใจร่ายบทมหาเวทย์สี่บทติดและเป็มหาเวทย์แบบต้นกำเนิด!!...มันเป็เื่ที่บ้ามากและเป็สิ่งที่แทบเป็ไปไม่ได้นอกจากอิสตรีผู้นี้จะชำนาญเวทมนตร์เป็อันมาก ชำนาญในระดับที่สามารถดัดแปลงอนุภาคของประจุโครงสร้างในการร่ายเวทย์ซึ่งจำเป็ต้องเชี่ยวชาญภาษาั้แ่โบราณกาลเป็อย่างดี แต่นับเป็เื่ยากเช่นเดิม!! เพราะทุกการดัดแปลงจำเป็ต้องคำนวณค่าอนุภาคของประจุโครงสร้างย่อยๆได้อย่างเร็วไวซึ่งเธอใช้เวลาในการร่ายมหาเวทย์ทั้งสี่บท เพียงสี่ลมหายใจ...
มหาเวทย์กายาจ้าวพิภพ:เสริมพลังพื้นฐานขึ้น(เพิ่มค่าทุุกอย่าง) 2เท่าตัว
มหาเวทย์กายาแห่งเทวา:เสริมพลังพื้นฐานขึ้น(เพิ่มค่าทุกอย่าง) 2เท่าตัว
มหาเวทย์จอมเทวาปีก์:เสริมพลังพื้นฐานขึ้น(เพิ่มค่าทุกอย่าง) 2เท่าตัว
ปรากฏนิ้วทั้งห้าที่กำลังส่องแสงวิบวับวิบวับเนื่องจาก "มหาเวทย์แสงห้าดัชนีแห่งสรวง์" พลังทำลายรอบนี้สูงขึ้นมากกว่าแสงหนึ่งดัชนีถึง 5เท่าตัว
เสียงรอยแตกร้าวของกำแพงสีทองอร่ามเริ่มดังขึ้นมันต้านเพลิงทมิฬได้เพียงสิบลมหายใจเท่านั้นก่อนกำแพงจะแตก ลาซิเฟียก็อยู่ในสภาพพร้อมรบเสียแล้วนัยเนตรส่อแววถึงความสุขุมและโเี้ ไม่มีความปราณีใดๆภายในดวงตาคู่นั้น พลังเวทย์สูงสุดกู่ที่ถูกปลดปล่อยออกมามันทำให้รู้สึกหายใจได้อย่างยากลำบากราวกับถูกูเาทับอกอยู่ตลอดเวลา เหล่าผู้ปกป้องแห่งป้อมปราการบ้างตายจากเปลวเพลิงทมิฬบ้างหนีรอดได้ทันเวลา ทว่า ทั่วทั้งราชอาณาจักรต่างััได้ถึงพลังเวทย์สุดสูงล้ำยิ่งกว่าจินตนาการ ภายในห้วงความฝันยังมิอาจจินตนาการได้ถึงมัน ไม่สามารถจินตนาการได้เลยว่ามันแข็งแกร่งมากเพียงใด!!!
เพล้ง...!
กำแพงพลันแตกร้าวและในเสี้ยววินาทีดัชนีทั้งห้าพลันตวัดกวาดในอากาศด้วยความเร็วยิ่งดุจเป็จ้าวเวลา พลังทำลายพลันฉีกห้วงอากาศออกเป็ห้าส่วนพร้อมกับเพลิงทมิฬที่ถูกตัดออกดุจความฝัน ใครในกันเล่าจะเคยเห็นเปลวเพลิงถูกตัดได้ราวกับเื่ราวในจินตนาการไม่มีผิด ก่อนเสียงกรีดร้องสุดน่าสะพรึงจะดังกึกก้องะเืท้องนภาและผืนธรณี
กร๊าซซซซซซซซซซซซซ
เพลิงทมิฬพลันสลายหายไปปรากฏเป็เรือนร่างขนาดมหึมาที่ใหญ่ดุจูเาขนาดย่อมๆ ทว่า หน้าอกของมันนั้นกลับมีาแขนาดใหญ่ดุจกรงเล็บทั้งห้าของัประทับอยู่ นับเป็ความอับอายอย่างยิ่งของัเป็ความอับอายจนแทบกระอักเื!! ร่างกายที่แข็งแกร่งเหนือสรรพสิ่งถูกกระทำให้มีรอยาแความโกรธกริ้วพุ่งสู่์ถึงฉะนั้น ัตนนี้ไม่โง่พอจะต่อสู้ต่อ อิสตรีน้อยตรงหน้าอาจมีไพ่ลับมากมายที่ยังไม่อาจรู้ได้ ไม่จำเป็ต้องเสี่ยงชีวิตที่สองทิ้งไว้ที่นี้!!
อสูรกายขนาดมหึมาพลันเอื้อมฝ่ามือขนาดั์จับร่างของลูซิเฟอร์ไว้ภายในกำมือพลางสยายปีกสุดกว้างใหญ่และบินกลับสู่ราชอาณาจักรวินเทอร์เฟียไป...
"มะ...ั!!....หะ..ใหญ่มากกกกก...อะไรกัน...สิบภพชาติของข้ายังไม่เคยเห็นัที่ใหญ่ขนาดนั้น!!!...หรือมันจะเป็ัระดับราชวงศ์" ลาซิเฟียกล่าวอย่างตกตะลึงงัน
"เฮอะๆ...ข้าก็แค่ัระดับสูงเท่านั้นแหละอย่าริอาจเอาตัวข้าไปเทียบกับพวกท่านราชวงศ์เป็อันขาด" ัทมิฬกล่าวสุดเสียงพลางเพ่งจิตสังหารสุดท่วมท้นเข้าใส่คนๆเดียว
"ระดับสูง..กะ..โกหก...ประสบการณ์สิบภพชาติของข้ายังเคยพบเห็นัระดับสูงมันใหญ่แค่เพียงหนึ่งหมู่บ้านเท่านั้น!!"
ัทมิฬไม่กล่าวตอบมันเร่งกระพือปีกให้เร็วยิ่งขึ้นเพื่อที่จะกลับไปหานายท่านได้โดยไวการค้นพบครั้งนี้ไม่รู้จะกล่าวว่าโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่
...สเตตัสปัจจุบัน...
ชื่อ:กาติรัส อันเดลัส(เพศชาย) อายุ:15ปี เผ่าพันธุ์:มนุษย์กึ่งอันเดด อายุขัยโดยธรรมชาติ:อนันต์
เลเวล:4,978 พลังกาย:54,852 พลังเวทย์:600,112