
แคเรนกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนเก้าอี้นวมในห้องนอนสำหรับรับรองแขกของคฤหาสน์ฮาฟก้าก่อนจะได้ยินเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น แคเรนเดินไปเปิดประตูจึงเห็นว่าเป็คาร์ลที่กำลังถือกล่องทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้ายืนอยู่หน้าห้องเขากล่าวกับแคเรน
“ตระกูลฮาฟก้าให้ข้านำชุดสำหรับงานเต้นรำมาให้ท่านหญิง”
แคเรนเปิดประตูห้องให้คาร์ลถือกล่องใส่เสื้อผ้าเข้ามาวางลงบนโต๊ะตัวเตี้ยหน้าเก้าอี้นวมเขาเปิดกล่องเผยให้เห็นชุดกระโปรงสีแดงเข้มปักขอบลวดลายสีดำคาร์ลเงยหน้ามองแคเรนก่อนจะกล่าวถามเธอ
“ท่านหญิงท่านเปลี่ยนชุดก่อน เสร็จแล้วถ้า้าให้ข้าช่วยก็เรียกได้”
แคเรนส่ายหน้าก่อนจะกล่าวตอบ“ช่วยเรียกสาวใช้ของคฤหาสน์มาช่วยข้าดีกว่า ชุดดูท่าทางจะยุ่งยากอยู่”
คาร์ลพยักหน้าก่อนเดินออกจากห้องเพื่อทำตามคำสั่งแคเรน
งานเต้นรำถูกจัดขึ้นภายในห้องโถงใหญ่ที่ถูกเนรมิตให้กลายเป็ห้องอาหารขนาดใหญ่และกินพื้นที่กว้างรวมทั้งชั้นล่างของคฤหาสน์ถึงแม้จะบอกว่าเป็ห้องอาหารแต่อาหารจำนวนมากถูกจัดเรียงในถาดใหญ่วางเสริฟไว้บนโต๊ะยาวสามโต๊ะที่ริมหนึ่งของห้องมีจานเปล่าและอุปกรณ์ในการรับประทานอาหารวางเรียงไว้ให้แขกในงานบริการตนเองแต่มีบริกรคอยเดินเสริฟเครื่องดื่มให้
ภายในห้องโถงบนพื้นยกสูงด้านหน้าถูกจัดให้เป็เวทีของวงที่มีนักดนตรีเล่นเครื่องดนตรีหลากหลายอย่างเปียโนไวโอลิน หรือฟลุต และนักร้องสาวเสียงใสที่ทำให้บรรยากาศในงานคึกคักมีเสียงสนทนาของผู้คนเคล้าคลอกับเสียงดนตรีเบาๆ แสงสีส้มจากโคมไฟสลัวรอบงานสร้างสีสันให้กับคู่เต้นรำที่กำลังเพลิดเพลินอยู่ด้านหน้าเวที
คาร์ลไกอัสและทากัสต่างก็ได้รับเสื้อผ้าจากคฤหาสน์ตระกูลฮาฟก้าเพื่อให้เข้าร่วมงานเลี้ยงในค่ำคืนนี้ด้วยชุดสำหรับงานเลี้ยงของผู้ชายมีรูปแบบไม่แตกต่างกันเท่าใดนักคือเป็ชุดสูททักซิโด้สีขาววันนี้ทั้งสามคนจึงดูหล่อแบบสุภาพชนและต้องพยายามรักษาภาพลักษณ์สำรวมเอาไว้ด้วย
โครนิคเดินเข้ามาหาทั้งสามคนก่อนมองสำรวจท่าทางประหลาดใจเขากล่าวขึ้น
“จับแต่งตัวแบบนี้ก็ดูดีไปอีกแบบนะ”
ทากัสกระแอมแก้เขินก่อนจะตั้งคำถามกลับไป“ข้าคิดว่าตระกูลฮาฟก้าจะไม่อนุญาตให้ตระกูลอื่นก้าวก่ายเื่ในเมืองที่ตนเองปกครองอยู่เสียอีกทำไมถึงให้เรามาร่วมงานเลี้ยงวงสังคมแบบนี้ล่ะ”
“ก็แค่ให้รู้จักกันไว้ไม่ได้หมายความว่าให้ก้าวก่ายได้” โครนิคตอบด้วยน้ำเสียงเรียบแต่สื่อความหมายชัดเจน
“แล้วท่านเอ็ดเวิร์ด พ่อของเ้าล่ะ” ไกอัสถามขึ้นโครนิคจึงชี้ไปทางชายวัยกลางคนที่กำลังพูดคุยอยู่กับแขกในงานคนแล้วคนเล่า ไม่มีโอกาสได้หยุดพักเลย
“วันนี้เขาไม่ว่างหรอกเขายกหน้าที่ต้อนรับพวกเ้าให้ข้าน่ะ”โครนิคกล่าวพลางหันรีหันขวางก่อนกล่าวถามคาร์ล “แล้วท่านหญิงแคเรนยังไม่ลงมางั้นหรือ”
“ท่านหญิงให้สาวใช้ช่วยแต่งตัวให้ข้าก็เลยลงมาก่อน”
“ท่านรอสักหน่อยเถอะงานเลี้ยงเช่นนี้ ภาพลักษณ์สำหรับสตรีเป็เื่สำคัญ” ไกอัสแทรกขึ้นบ้าง
ไม่นานนักก็มีเสียงฮือฮาดังขึ้นในหมู่แเื่ที่ยืนอยู่หน้าประตูทางเข้าห้องโถงพวกเขาหลีกทางให้หญิงสาวในชุดกระโปรงยาวสีแดงเข้มที่กำลังเดินผ่านเข้ามาแคเรนในยามนี้ดูสง่างามและเป็ผู้ใหญ่ผิดกับภาพลักษณ์ตามปกติอาจเป็เพราะเธอแต่งหน้าเป็ครั้งแรกผมสีน้ำตาลเข้มประดับด้วยดอกไม้แก้วสะท้อนแสงไฟยิ่งทำให้ั์ตาสีเทอร์คอยส์กลมโตบนดวงหน้าขาวมนนั้นเด่นสะดุดตาทั้งสามคนพึ่งเคยเห็นแคเรนแต่งตัวจึงนิ่งตะลึงตาค้างไป
“นี่พวกเ้าทำอย่างกับพึ่งเคยเห็นท่านหญิงเป็ครั้งแรก”
โครนิคกล่าวขึ้นเมื่อเห็นทั้งสามคนยังยืนนิ่งไม่ขยับตัวก่อนจะเป็คนเดินเข้าไปหาแคเรนแล้วกล่าวกับเธอ
“สมกับเป็ท่านหญิงงดงามมากครับ”
โครนิคผายมือไปทางหน้าเวทีซึ่งมีคู่ชายหญิงเต้นรำกันอยู่ครึกครื้น
“ให้เกียรติเต้นรำกับข้าสักเพลงได้หรือไม่”
แคเรนรู้มารยาทว่าไม่ควรปฏิเสธในสถานการณ์แบบนี้เธอจึงเดินตามโครนิคเพื่อไปเป็คู่เต้นรำให้กับเขาในค่ำคืนนี้ไกอัสรีบเดินตามไปดูโดยมีคาร์ลกับทากัสเดินตามหลังไปติดๆ
ท่วงท่าตามทำนองเพลงของแคเรนและโครนิคเคลื่อนไหวอย่างเป็ธรรมชาติท่ามกลายสายตาชื่นชมของแเื่ผู้มาร่วมงานยิ่งมองก็ยิ่งเพลินละสายตาได้ยากจนกระทั่งเสียงเพลงจบลงก่อนที่เสียงปรบมือจะดังก้องไปทั่วทั้งห้องโถงโครนิคโค้งให้แคเรนในขณะที่แคเรนก็ย่อเข่าลงให้เกียรติเขาตามมารยาทโครนิคใช้โอกาสนี้แนะนำแคเรนให้คนทั้งห้องโถงได้รู้จักเธอ
“ค่ำคืนนี้เราได้รับเกียรติจากแขกคนพิเศษคือท่านหญิงแคเรน แอนเชสก้า ผู้สืบทอดราชบัลลังก์แห่งราชวงศ์แอนเชสก้าซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากองค์ราชินีอย่างเป็ทางการแล้ว”
แขกในงานต่างแสดงท่าทีให้ความเคารพเธอในฐานะท่านหญิงแม้ว่าในใจของแคเรนจะตื่นเต้นกับการเปิดตัวแบบไม่คาดฝันนี้ แต่เธอก็ย่อเข่าเพื่อตอบรับทุกคนและควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ดีจนแม้แต่โครนิคก็ยังคิดชื่นชมในใจ
หลังจากการเปิดตัวสิ้นสุดลงโครนิคก็พาแคเรนมาสมทบกับพวกไกอัสแล้วกล่าวกับทั้งสามคน
“ข้าจะพาพวกเ้าไปทำความรู้จักหัวหน้าหน่วยงานต่างๆที่ดูแลเมืองลูน่า และอย่าลืมว่าที่นี่อยู่ภายใต้การปกครองของตระกูลฮาฟก้า”
“ข้าคิดว่าองค์ราชินีคงไม่ชอบใจนักหากได้ยินท่านกล่าวเช่นนี้”แคเรนเตือนเขาด้วยน้ำเสียงจริงจังเธอรู้ดีว่ามันอาจกลายเป็การแสดงออกถึงความ้าแข็งข้อต่อองค์ราชินี
โครนิคยิ้มมุมปากความคิดของเขายามนี้คาดเดาได้ยากเกินไป เขากล่าวตอบเธอสั้นๆ
“ท่านอย่าพึ่งรีบตัดสินจะดีกว่า”
หลังจากนั้นโครนิคก็พาแคเรนไกอัส ทากัสและคาร์ลไปทำความรู้จักกับบุคคลสำคัญของเมืองลูน่าและโซน่าก่อนจะปล่อยให้พวกเขาได้ใช้เวลาอิสระในงานเลี้ยง
ทากัสขอตัวไปมองหาคู่เต้นรำในงานเลี้ยงไกอัสกำลังจะเดินมาขอแคเรนเต้นรำแต่กลับถูกคนรู้จักของตระกูลชาฟเวิร์นเชิญตัวไปพูดคุยด้วยทางหนึ่ง
แคเรนที่มีโอกาสเดินไปหาอะไรเป็มื้อค่ำแล้วจึงหยิบจานแล้วคีบเอาเนื้อไก่ย่างสองสามชิ้นกับขนมปังพายใส่จานแล้วเดินไปยืนรับประทานข้างๆคาร์ล คาร์ลเห็นว่าอาหารพวกนี้ตักมาจากถาดรวมจึงไม่ได้ทำหน้าที่ชิมอาหาร
หลังทานอาหารในจานหมดแล้วบริกรคนหนึ่งก็เดินถือถาดใส่เครื่องดื่มเข้ามายื่นให้เธอแคเรนไล่นิ้วเลือกระหว่างแก้วน้ำองุ่นสีม่วงกับน้ำแอ็ปเปิ้ลสีเหลืองทองในที่สุดเธอก็ตัดสินใจหยิบแก้วน้ำองุ่นขึ้นมาถือเอาไว้ในมือกำลังจะยกดื่มคาร์ลเห็นเข้าก็รีบร้องห้าม
“ท่านหญิงข้าต้องชิมก่อนท่านถึงจะดื่มได้”
“แต่นี่มันเครื่องดื่มในงานเลี้ยงนะถ้ามีคนวางยา ทุกคนในงานก็คงตายกันหมดแล้ว”
“ถึงอย่างนั้นก็เป็หน้าที่ข้าที่ต้องลองชิมอาหารก่อน”
“แล้วถ้าถูกวางยาจริงเ้าไม่ตายก่อนหรือไง”
“ท่านหญิงปลอดภัยก็พอแล้ว”
แคเรนสีหน้าบูดบึ้งขึ้นมาพลางมองสำรวจคาร์ลั้แ่หัวจรดเท้าเธอเปลี่ยนเื่คุยกะทันหัน
“วันนี้เ้าดูดีทีเดียวนะ”
“ท่านหญิงก็เช่นกัน”คาร์ลกล่าวพลางเบือนสายตาหนีท่าทางเขินๆ “น่าเสียดายที่ข้าแต่งตัวให้ผู้หญิงไม่เป็ไม่เช่นนั้นภาพลักษณ์ตามปกติของท่านคงไม่ต่างจากงานวันนี้มากนัก”
“แล้วภาพลักษณ์ตามปกติของข้ามันเป็ยังไงหรือ”
แคเรนจ้องหน้าคาร์ลอย่าง้าคำตอบคาร์ลได้แต่นึกในใจว่าเหมือนเด็กกะโปโลแต่ก็ไม่กล้าพูดออกไปแคเรนหันคาร์ลปิดปากเงียบก็กล่าวขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์นัก
“ชักอยากรู้แล้วว่าไกอัสกับทากัสคิดยังไงกับภาพลักษณ์ตามปกติของข้า”
คาร์ลเห็นแสงจากพลุไฟหลากสีกระจายขึ้นสู่ท้องฟ้าเหนือชุมชนเมืองก็หันไปมองแคเรนเขารวบรวมความกล้าอยู่พักใหญ่จึงตัดสินใจถามเธอ
“ถ้างานเลี้ยงในคฤหาสน์เลิกแล้วท่านหญิงไปเที่ยวงานในเมืองลูน่ากับข้าได้มั้ย”
แคเรนหันขวับมองหน้าคาร์ลั์ตาเป็ประกายไม่คิดว่าเขาจะเป็ฝ่ายชวนก่อน เธอรีบบอกเขา
“ไปสิว่าจะชวนเ้าไปดูงานเต้นรำของพวกชาวเมืองด้วย”คาร์ลแอบดีใจจนกระทั่งแคเรนกล่าวต่อไป “แล้วก็จะชวนไกอัสกับทากัสไปด้วยนะ”
แคเรนจะยกแก้วน้ำองุ่นขึ้นดื่มคาร์ลจึงฉวยหยิบแก้วจากมือของแคเรนมาดื่มเองเธอใเพราะปกติคาร์ลจะแบ่งเครื่องดื่มใส่ภาชนะชิมอาหารที่พกมาด้วยก่อนเสมอคาร์ลจิบน้ำองุ่นไปนิดหนึ่ง รู้รสชาติหวานหอมแต่กลับเฝื่อนลิ้นอย่างน่าประหลาด