บทที่ 6ภาพจำของเยว่หมิงเหม่ย
โลกแห่งนี้ถูกกล่าวเรียกว่า หวงอี้ มีตำนานเล่าขานว่าถูกสรรสร้างโดยเจ้าแม่หนี่วาและเทพบิดาฝูซี ประกอบด้วยสองทวีปที่ถูกกั้นขวางโดยคาบสมุทรทั้งสี่ ชิงหลง จูเชว่ ไป๋หู่ และเสวียนอู่ โดยสองทวีปนั้นประกอบด้วยมหาทวีป เสียนหลง ที่เจ้าของร่างหมิงเหม่ยอาศัยอยู่ และอีกทวีปที่ถูกกล่าวขานว่าทวีปดำ ทวีปที่เต็มไปด้วยสัตว์อสูรมากมายหลากหลายสายพันธุ์
มหาทวีป เสียนหลง นั้น แท้จริงถูกปกครองด้วยราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์ภายใต้นามแห่งจักรวรรดิ หวงหลง แต่นั่นก็เป็นการปกครองแค่เพียงในนามเท่านั้น นานแล้วที่จักรวรรดิหวงหลงมิได้ยื่นมือเข้ามายุ่งเกี่ยวกับแว่นแคว้นต่าง ๆ ซึ่งหลัก ๆ แล้วประกอบด้วยแคว้นใหญ่จำนวนถึงแปดแคว้นด้วยกัน
เซี่ย ซาง โจว ฉิน ฮั่น ซ่ง หมิง ถัง คือรายนามของแคว้นทั้งแปดนั้น และเยว่หมิงเหม่ยก็อยู่อาศัยในแคว้นที่เรียกว่า เซี่ย
โดยตอนนี้ดูเหมือนนางจะอยู่ในผืนป่าด้านล่างของน้ำตกสวรรค์หม่าซือ ไกลจากเมืองหลวงของแคว้นเซี่ยที่นางเคยอาศัยอยู่ไม่ไกลมากนัก โดยผืนป่าที่นางน่าจะอยู่นี้ ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของป่าใหญ่ที่ถูกเรียกว่า ป่าเจ็ดดารา
ตระกูลเยว่นั้นถือได้ว่าเป็นหนึ่งในห้าตระกูลหลักที่มีอำนาจมากในแคว้นเซี่ย แม้แต่ทางราชวงศ์ซึ่งปกครองแคว้นเซี่ยก็ยังต้องเกรงใจมากถึงสี่ส่วน เหตุเพราะตระกูลทั้งห้านั้นเปรียบได้ดั่งแขนและขาที่สำคัญของทางราชวงศ์ที่ใช้ทั้งป้องกัน และโจมตีศัตรูจากต่างแคว้นที่ยกทัพมาบุกพวกเขานั่นเอง
ในโลกที่ผู้ใช้เวทย์ศาสตราถือเป็นที่สุดนี้ ผู้เปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ล้วนได้รับการยอมรับอย่างที่สุด ตรงข้ามกับผู้ไร้เวทย์ศาสตราที่จะถูกปฏิบัติอันใดมิได้ต่างจากทาสในเรือนเบี้ยเลย แม้คนผู้นั้นจะร่ำรวยเงินทอง เกิดในตระกูลใหญ่ มีหน้ามีตา หรือมีรูปโฉมติดตาตรึงใจมากเพียงใดก็ตาม
เช่นนั้นแล้วแม้จะเป็นคุณหนูของตระกูลเยว่ ผู้งามล่มแคว้นล่มนคร แต่หากใช้เวทย์ศาสตรามิได้ นั่นก็ย่อมมิต่างอันใดจากเศษขยะไร้ค่า เป็นเพียงแค่ทาสที่มีความเป็นอยู่ดีกว่าทาสโดยทั่วไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ความจริงแล้วแค่เยว่หมิงเหม่ยได้รับการศึกษาเฉกเช่นบุตรตระกูลสูงทั่วไป นั่นก็นับเป็นความเมตตาของทางบิดาพอแล้ว
หากจะกล่าวมันก็ดูเป็นความโชคร้ายของคุณหนูผู้แสนอาภัพมากมายเสียจริง เพราะความเป้นไปได้ที่นางจะไร้เวทย์ศาสตรานั้น นับว่ามีน้อยยิ่งนัก จนแทบเป็นไปไม่ได้เลย
บิดาและผู้นำตระกูลเยว่คนปัจจุบัน เป็นถึงแม่ทัพสูงสุดของแคว้นเซี่ย รบทัพจับศึกมาก็มาก ความแข็งแกร่งนั้นเป็นที่เลื่องลือไปทั้งแปดแคว้นแปดดินแดน การศึกที่ใดไม่เคยพบกับความพ่ายแพ้ ด้วยความแข็งแกร่งทางเวทย์ศาสตราที่สูงส่งยิ่งของเขาเอง ขณะเดียวกันเขาก็มีสติปัญญาที่เลิศล้ำอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว
ด้านมารดานั้น นางเองก็หาใช่ธรรมดาไม่ แม้ต้นตระกูลจะมิได้เรืองอำนาจหรือสลักสำคัญเฉกเช่นตระกูลเยว่ แต่กระนั้นรูปโฉมที่งดงามจนเป็นที่กล่าวถึงไปทั่วแคว้น พร้อมแนบด้วยอัจฉริยะอันดับหนึ่งของสถาบันศึกษาเวทย์ศาสตร์ จึงทำให้สถานะของนางดูสูงส่งยิ่งนัก และนั่นเองทำให้แม่ทัพสูงสุดผู้ไม่เคยรักใครอย่างจริงแท้ ตกหลุมรักนางทันทีเมื่อครั้งแรกเห็น
ชะตาของเยว่หมิงเหม่ยดูคล้ายจะพบเจอแต่เรื่องราวดี ๆ มีบิดาที่มีชื่อเสียงเป็นที่เคารพยำเกรงไปทั่วทั้งแว่นแคว้น ทั้งมารดายังมีความงดงามและฉลาดเฉลียวอย่างหาได้ยาก จวบจนวันที่เยว่หมิงเหม่ยลืมตาดูโลก ฝันร้ายของนางก็เริ่มนับแต่นั้นเป็นต้นมา
แรกเกิดไร้ตราเวทย์ ทั้งสีผมยังไม่มีเปลี่ยนแม้เพียงสักสี ชัดเจนว่านางเป็นผู้ไร้เวทย์ศาสตราอย่างแท้จริง ซ้ำร้ายหลักจากนั้นเพียงสองชั่วยาม มารดาของนางก็มาตกตายจากโลกนี้ไปก่อนเวลาอันควรเสียอีก สร้างความโกรธแค้นและอับอายให้แก่บิดาเป็นอย่างมาก และนับแต่นั้นการมีบุตรีเช่นนางก็ไม่เคยมีอยู่ในหัวของเขาอีกเลย
โดยที่เยว่หมิงเหม่ยมิได้รับรู้ ท่ามกลางความสูญเสียและอับอายครั้งใหญ่ของตระกูลเยว่นั้น ท่ามกลางเงามืดหญิงชั่วร้ายหลายคน พลางลอบยิ้มด้วยความสาสมใจ พวกนางเฝ้ารอเวลานี้มาเสียเนิ่นนาน เปลืองทรัพย์ไปก็มากกว่าจะเสาะหาพิษร้ายตัวนั้นมาได้ แต่เมื่อถึงเวลานี้. ..เวลาที่เสียไปรวมถึงทรัพย์เหล่านั้นนับว่าให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ามากนัก
เยว่หมิงเหม่ยในครานั้นมิได้รับรู้เลยว่าเบื้องหลังการตายของมารดาอย่างรวดเร็วก่อนเวลาอันควร รวมถึงการที่นางไร้ซึ่งการแสดงออกทางเวทย์ศาสตรานับแต่กำเนิดนั้น หลัก ๆ แล้วล้วนเป็นฝีมือของหญิงสารเลวพวกนั้นนั่นเอง ภรรยาเอกที่สวมหน้ากากความเมตตาเอาไว้ และบรรดาอนุภรรยาที่สวมหน้ากากแห่งความเป็นมิตรอยู่เสมอพวกนั้น
เยว่หมิงเหม่ยที่สูญเสียทั้งมารดา และบิดาที่มิใคร่จะสนใจ ซ้ำร้ายยังไม่มีพลังเวทย์ศาสตราในร่างแม้เพียงน้อยนิด จึงกลายเป็นดั่งตัวอัปมงคลในตระกูล ไร้ซึ่งการเหลียวแลและสนใจ ราวกับจะตายก็ดีจะอยู่ก็ได้ โชคยังดีนักที่หญิงรับใช้ที่แสนซื่อสัตย์ของมารดานามว่า มี่หง คอยดูแลนางประดุจบุตรสาว มิเช่นนั้นแล้วนางคงมิอาจเติบโตเป็นผู้คนได้อีกเลย
วันเวลาผันผ่านความเป็นอยู่ของคุณหนูที่ถูกลืม และหญิงแก่นาม มี่หง นั้น นับว่าแร้นแค้นและยากลำบากอยู่มาก เงินทองและเสื้อผ้าที่ถูกจัดสรรมายังคุณหนูแสนอาภัพกลับหายไปมากกว่าเก้าในสิบส่วน แต่กระนั้นนางก็หาได้เอื้อนเอ่ยและแจ้งสิ่งใดกับผู้เป็นบิดาไม่ เพียงท่านพ่อให้นางอาศัยอยู่ในเรือนหลังนี้ เรือนของท่านแม่ เพียงเท่านี้นางก็พอใจแล้ว. ..
ขณะเดียวกัน เมื่อถูกเกลียดชังจากบรรดาภรรยาของบิดา เหล่าพี่น้องของนางเองก็หาได้ชื่นชอบนางไม่ แม้จะเป็นพี่น้องสายเลือดเดียวกัน แต่สำหรับนางที่เป็นเพียงแกะดำด้วยแล้ว เหล่าพี่น้องล้วนแล้วระอาที่จะนับญาติกับนาง สำหรับพวกเขาคุณหนูสี่ผู้นี้ ก็มิได้ต่างอันใดกับข้าทาสคนหนึ่ง
นี่นับว่าดีนักที่ความฉลาดของ มี่หง ช่วยซุกซ่อนใบหน้างามของเยว่หมิงเหม่ยให้รอดพ้นจากการถูกทำลายมาได้ หลายครั้งต่อหลายครั้ง หาไม่แล้วนางคงอยู่ราวตายทั้งเป็นเสียยิ่งกว่าที่เคย
ทางฟากบิดาเองแม้พบเห็นการกลั่นแกล้งของบรรดาเหล่าพี่น้องที่มีต่อนาง แทนที่จะกล่าวห้าม สิ่งที่เขาทำกลับเย็นชายิ่งกว่าอะไรทั้งหมด เยว่หมิงเหม่ยจดจำวันนั้นได้เป็นอย่างดี วันที่พี่สาวคนโตและพี่รองร่วมมือกันกร้อนเส้นผมของหญิงสาวเสียจนยับเยิน ผู้เป็นบิดาทำเพียงกล่าวห้ามพอเป็นพิธี ไร้การกล่าวเตือนหรือลงโทษใด ๆ กี่พี่สาวทั้งสองนั้นอย่างสิ้นเชิง
ณ วันนั้นเยว่หมิงเหม่ยจึงเริ่มรู้ตัวว่าตัวตนของนางในตระกูลล้วนต่ำตมกว่าข้าทาสเสียอีก
การกลั่นแกล้งมีขึ้นแทบทุกวันจนกลายเป็นสิ่งชินชาที่นางเผชิญ นางไม่ตอบโต้ นางไม่ดิ้นรน นางไม่ขัดขืน อยากทำอะไรก็ทำไปเถอะ นางจะปล่อยให้พวกเขากระทำ หลังจากนั้นเหล่าพี่น้องก็เริ่มรามือจากนาง เพราะพวกเขาเห็นแล้วว่า มันได้หมดความสนุกไปเสียแล้ว
จนกระทั่งเมื่อเร็ว ๆ นี้ ไม่คิดเลยว่าตนเองจะต้องกับพิษร้ายเข้า ซ้ำร้ายมี่หงยังออกไปทำธุระข้างนอกด้วยคำไหว้วานของนางเอง อันเกิดจากนางต้องการที่จะทอผ้าให้กับผู้เป็นบิดา ตอบแทนที่เขาเริ่มที่จะมองเห็นนางเป็นบุตรีนางหนึ่งของเขามากขึ้น
คิดไม่ถึงว่าหญิงชั่วพวกนั้นจะรอโอกาสนี้อยู่ก่อนแล้ว เมื่อมี่หงออกจากเรือนไปเพียงไม่นาน กลิ่นควันธูปที่แปลกประหลาดก็ได้ลอยตลบอบอวลไปทั้งห้องที่นางพักกำลังผ่อนอยู่ หน้าต่างประตูถูกปิดอย่างสนิท คล้ายมีแรงคนคร่ากุมเอาไว้ วินาทีนั้นเยว่หมิงเหม่ยมองเห็นแล้วซึ่งความตาย นางไม่คิดเลยว่าคนเหล่านั้นจะยังคงความอำมหิตได้มากถึงเพียงนี้ แม้นางเองจะเป็นฝ่ายปล่อยวางไปแล้วก็ตาม
ใช่ !! เยว่หมิงเหม่ยทราบแล้วว่ามารดาของนางตายเพราะเหตุใดแล้วทำไมนางเองจึงเกิดมาโดยใช้เวทย์ศาสตรามิได้มันเกิดขึ้นจากพิษร้ายนั่นเอง พิษร้ายที่มารดาของนางทานทานทุกวันตามลมปากที่ดูห่วงใยของหญิงสารเลวพวกนั้นโดยมิได้สะกิดใจเลยว่า พวกนางทั้งหมดได้ซ่อนเจตนาร้ายเอาไว้
ณ ตอนนั้นเยว่หมิงเหม่ยรู้สึกเศร้าเสียใจในความเขลาของตนเอง อ่า. .. นางหลงคิดว่าหญิงเลวพวกนี้จะแปรเปลี่ยนตัวเองได้บ้าง แต่ที่ไหนได้กลับมิได้เปลี่ยนแปลงไปเลย อำมหิตเช่นไรก็อำมหิตเช่นนั้น วินาทีนั้นนางได้ยินเสียงหัวเราะขบขันภายนอก คาดว่าคงเป็นเหล่าพี่น้องของนางมิผิดแน่ “อืมมม. ..สายเลือดเดียวกันยังกระทำได้ถึงเพียงนี้ แล้วนี่พวกเจ้ายังกล้าเรียกตัวเองว่ามนุษย์ได้อย่างไร !!”
ร่างของหมิงเหม่ยพลันเสียการควบคุมอย่างช้า ๆ สติคล้ายจะดับวูบได้ทุกเมื่อ เช่นเดียวกับการหายใจที่รู้สึกเจ็บแปลบราวถูกทุบตีบริเวณกลางอก ดวงตาของนางพลันปิดลงอย่างช้า ๆ นางมิได้บังเกิดความคิดอยากล้างแค้น หรือโกรธเกลียดอะไรอีก ณ ตอนนี้นางหมายจะไปพบมารดาของตนแล้ว พลางอโหสิให้คนเลวทรามทั้งหมดที่รายล้อมร่างของนางอยู่ในตอนนี้ วินาทีนั้นน้ำตาพลันไหลรินออกมาจากดวงตาที่ปิดสนิทนั่นอยู่พอควร พร้อมกับภาพจากความทรงจำของเยว่หมิงเหม่ยคนก่อนที่ดับวูบไปตลอดกาล. ..