เมื่อคิดฝากความหวังของมวลมนุษย์ไว้กับถ่านไฟฉาย ไรเซลรู้สึกละอายตัวเองนักที่เผลอคิดเหลวไหลพรรค์นี้ เขาควรจะคิดหาหนทางอื่น ดีกว่าฝากอนาคตไว้กับความหวังล้มๆ แล้ง
"เก็บไว้ใช้เวลาเจอตัวที่เก่งจริงๆ ละกัน ไม่ก็ใช้อย่างอื่นรอไปก่อน จนกว่าจะหาแบตเตอรี่ได้" ไรเซลสรุปได้ทันที แม้ว่าเขาจะถนัดสู้มือเปล่าและอาวุธนี้ก็เข้ากับเขาพอดี แต่ว่าถ้าเก็บไว้ใช้เวลาคับขัน ตอนนั้นมันจะมีประโยชน์กว่า
คิดได้ดังนั้นไรเซลก็ตัดสินใจหาของทดแทนซักอย่าง อาวุธลับที่เขาเก็บไว้เป็ลูกเล่นเขามีครบหมดแล้ว ตอนนี้เขาอยากได้ของดีๆ ที่เอาไว้ใช้งานซักอย่างนึง
"แท่งนั่นหน้าตาคุ้นๆ… " เหลือบไปเห็นบางอย่างที่คุ้นตา ไรเซลก็รีบปรี่เข้าไปหาในทันที ด้วยความผูกพันธ์อะไรซักอย่าง พวกมนุษย์ต่างดาวนี่มีของเล่นที่เขาชอบมาเซอร์ไพรส์เสมอ สิ่งที่คุ้นตาบางทีอาจจะเป็ของดีก็ได้
"นี่มัน….. ที่สุดในตำนานจริงๆ……." เมื่อเห็นชัดถนัดตา ไรเซลน้ำตาไหลด้วยความซาบซึ้งใจ มนุษย์ต่างดาวนี่ไม่เคยทำให้เขาผิดหวังจริงๆ
"ขอบคุณนะที่ทำให้ความฝันในวัยเด็กของชั้นเป็จริง" ไรเซลหลับตาพริ้มอธิษฐานขอพรให้ผู้ที่สร้างของชิ้นนี้พบแต่ความสุขความเจริญ
"ไหนลองดูซิ.. ใช่อย่างที่คิดมั้ย" ว่าแล้วก็ต้องลองใช้งานดู ถ้ารูปลักษณ์เป็อย่างที่เขาคิดแต่ไส้ในเป็อีกอย่าง นั่นคงทำให้เขาเกี้ยวกราดจากความผิดหวังแน่ เพราะเมื่อกี้เขาพึ่งขอพรให้พวกมันไปหยกๆ
ครึ่ก… ไรเซลบิดด้ามของแท่งทรงกระบอกที่เขาเจอ
ฟรึ่บบ… วึ่งงงงงงงง วึ่งงงง
"เข้!! นี่มันของแท้เกรดพรีเมี่ยม….!!" งานดี นี่มันงานดีจริงๆ ในใจไรเซลร่ำร้องด้วยความปิติยินดี เขาไม่้าอะไรอีกแล้ว เขาปิดการใช้งานมันไว้ แต่ในระหว่างที่กำลังจะเก็บกลับ เขาก็สะดุดตากับปุ่มเล็กๆ ที่อยู่บนด้ามจับ "กดอย่างไม่ลังเล"
ตื่อๆ… ตื่อตื้อตือ เสียงเพลงดังออกมาจากแท่งทรงกระบอกที่อยู่ในมือ
"ต้องไปแล้ว รอไม่ได้อีกต่อไปแล้วววว…..!! " ไรเซลทนอุดอู้หาของต่อไม่ได้แล้ว ตัวเขาในตอนนี้้าปลดปล่อย
ไรเซลเร่งร้อนรีบออกจากห้องเก็บอาวุธก่อนที่จะพุ่งตรงไปห้องควบคุมเพื่อบอกกับสองสาวที่เขาให้ล่วงหน้ามาก่อน
"เฮ้.. ไปละนะ" ไรเซลรีบร้อนจนไม่รอฟังเสียงตอบรับซักนิด เขาบึ่งออกไปนอกยานก่อนจะพุ่งเขาไปในป่า สูทเสริมพลังทำให้เขากลายเป็ยอดมนุษย์แม้ว่าจะไม่ได้ใช้พลังจิตก็ตาม
"นี่นายจะรีบไปตายที่ไหนกัน!!" สตางค์ร้องเรียกตามหลัง แต่ก็ไม่ทันจะได้เห็นแม้แต่ฝุ่น ไรเซลไปไกลแล้ว
"มานี่เถอะ เราดูสถานการณ์ผ่านจอมอนิเตอร์ในยานก็ได้ บางทีอาจช่วยอะไรคุณไรเซลได้ซักอย่าง" มลฤดีเรียกเพื่อนเธอให้กลับเข้ามาประจำตำแหน่ง พวกเธอตอนนี้ต้องเรียนรู้ระบบของยานไว้เผื่อกรณีฉุกเฉิน
"จ้าๆ" สตางค์ตอบเพื่อนของเธอ
**********************************************
ฟุ่บบบบบ….. วูบบบบบบ
เสียงบางอย่างเคลื่อนตัวในป่า ความเร็วนี้ทำให้เกิดคลื่นลมเสียงหวีดหวิว
"มีบางอย่าง ฟรืดดดด.. เคลื่อนตัวใกล้เข้ามา" สี่แขนหยุดกับที่เมื่อจับััได้ถึงบางสิ่งเบื้องหน้า ความเร็วที่มันเคลื่อนไหวหากนับไปถือว่าใกล้เคียงกับตัวมันที่กำลังเปิดการใช้งานชุดรบเต็มกำลัง นี่ค่อยข้างกดดันทีเดียว
ทันใดนั้นความเร็วของอีกฝ่ายก็ตกลงหลังจากที่สี่แขนหยุดเคลื่อนไหว เสียงนั้นเข้าใกล้อย่างช้า ๆ
ตึงๆ ตึงงงง… เสียงดังนี้คล้ายกับเสียงดนตรีอะไรบางอย่าง ทันใดนั้นเงาของสิ่งที่สี่แขนรออยู่ก็ปรากฏให้เห็น พร้อมกับเสียงเพลงที่ดังจนเริ่มจับใจความได้
**********************************************
**********************************************
**********************************************
**********************************************
"เสียงนั่น… ฟรืดดดด… แก….. ฟรืดดดด…. เข้าไปในยานข้าข้า.. ฟรืดดด… สินะ.." เสียงอาฆาตเคียดแค้นที่เปล่งออกมานี้มากพอจะเดาได้เลยว่าอีกฝ่ายโกรธแค่ไหน ชาวกอร์ก็อธนั้นหวงแหนห้องสะสมของตัวเองมาก มันเป็สิ่งที่บันทึกความสำเร็จที่ผ่านมาทั้งหมด พวกมันชอบที่จะชื่นชมสิ่งของที่มันฆ่าเพื่อแย่งชิงมา ฉะนั้นการที่มีใครเข้าไปยังพื้นที่ต้องห้ามอันศักดิ์สิทธิ์ของมัน นั่นก็เปรียบได้การแตะเกล็ดย้อนของั
"ฟรืด… ข้าจะฉีกเ้าและดื่มกินเืเนื้อให้เ้าทรมานที่สุดดดดดด……!!" สี่แขนคำรามลั่นจนลืมหายใจ ตัวมันพุ่งเข้าจู่โจมโดยทิ้งภาพติดตาไว้เื้ั
ทอนแขนด้านขวาทั้งสองข้างอยู่ในท่าโคลสไลน์ ภายในวงแขนปรากฏลำแสงเป็ใบมีดเลเซอร์คล้ายกับเคียวแห่งความตาย สายลมหวีดหวิวจากความเร็วสูงสุด ทำให้รุดมาถึงไรเซลในเสี้ยวอึดใจ
วึ้งงงง…. ฟุ่บบบบบบ..
ท่อนแขนทั้งคู่ปะทะกับลำแสงที่พุ่งขึ้นมาจากมือของไรเซล สิ่งที่เขาถืออยู่ตอนนี้มันก็คือดาบเลเซอร์นั่นเอง
"เห็นตั้งท่าทำหน้าตาน่ากลัว นึกว่าจะเจ๋งกว่านี้ซะอีก" ไรเซลพูดด้วยเสียงที่เรียบเฉย เขากำลังเยาะเย้ยเ้าสี่แขนนี่อยู่
"พวกหน้าโง่… ฟรืดดดด" สี่แขนเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน ทั้งสองตอนนี้กำลังอยู่ในท่าค้ำยันกันด้วยอาวุธลำแสง
วูบบบบ…
สี่แขนปล่อยหมัดซ้ายอีกสองข้างเข้าโจมตีที่หน้าของไรเซล
ฟุ่บบ.. หมัดต่อยได้เพียงอากาศ ไรเซลก้มตัวหลบพร้อมลดดาบลงหมุนตัวไปอยู่ด้านหลังของสี่แขน ไรเซลเงื้อดาบขึ้นสูงฟาดลงที่ลำคอสี่แขนอย่างสุดแรง
วึ้งงงงงง …… เปรี้ยงงงงงงง
สี่แขนปฏิกิริยาตอบสนองว่องไว ใช้มือซ้ายยันแขนขวาเอาไว้และหันไปรับดาบ ไม่น่าเชื่อเลยว่าอีกด้านนึงก็จะมีช่องปล่อยเลเซอร์เหมือนกัน เลเซอร์ที่อยู่แขนด้านในตอนนี้อยู่ที่แขนด้านนอกแล้ว
"ฮ่าห์!!" ไรเซลเปร่งเสียงพร้อนดันให้สี่แขนกระเด็นออกไป
สี่แขนนั้นลอยตามแรงไป 10 เมตรก่อนจะหมุนตัวใช้ขาถีบกับต้นไม้
แคร่กกกก…. ตึง!!
ต้นไม้หักโค่นลงเพราะแรงปะทะ สี่แขนกลับมาอยู่ในท่ายืนด้วยอาการหอบเล็กน้อย
"แฮ่กกก ๆ … ฟรืดดดดดดด…. ฮาาาาาาา…" สี่แขนระบายลมหายใจออกมา ตัวมันนั้นไม่คิดเลยว่าเ้ามนุษย์นี่จะมีพลังขนาดนี้
"ไม่นึกว่าเ้าจะดึงพลังในชุดมาใช้ได้ขนาดนี้ น่าทึ่งจริงๆ" สี่แขนตอนนี้เลิกหายใจฟืดฟาดแล้ว มันเปลี่ยนจังหวะหายใจยาวเป็ถี่กระชั้น ตอนนี้อาจเป็ไปได้ว่ามันจะเข้าสู่สภาวะเอาจริง
"นี่ก็แค่เล็กน้อย ถ้าแค่นี้ยังทำไม่ได้มันก็น่าอายอยู่" ไรเซลตอบกลับไป ตอนนี้เขากำลังอยากวัดศักยภาพของตัวเองอยู่
" หึหึ… อย่าทำเป็ได้ใจไปนัก เ้าน่าจะรู้ว่าพลังงานของมันไม่พอให้ใช้งานได้เป็เวลานาน" สี่แขนตอบกลับอย่างผู้ที่อยู่เหนือกว่า มันรู้จักพลังของสูทดี นั่นเพราะว่ามันเคยสู้กับคนที่ใส่ชุดนี้มาแล้ว
"เออ… เื่นั้นไม่ต้องให้แกบอกก็รู้ แต่ท่าทางแกมันก็พอๆ กันนั่นแหละ" ไรเซลรู้ดีว่าสูททำงานได้แค่ไหน นั่นก็เพราะแหล่งพลังงานของมันหายไป ทำให้มันมีเวลาที่กำจัดในการใช้แต่ละครั้ง และมันจะกลับไปสู่สถานะฟื้นฟูพลังงานเพื่อชาร์จพลังทันทีที่เวลาใช้งานหมดลง
"ฮ่าๆๆ… ข้ายอมรับว่าข้ากำลังใช้งานสูทเกินประสิทธิภาพอยู่ แต่ศักยภาพทางกายของข้า ต่อให้สูทหมดพลังข้าก็ยังไม่เสียเปรียบเ้า…… มนุษย์!!" สี่แขนกล่าวอย่างลำพองใจ ถ้าเ้ามนุษย์นี่คิดจะสู้กับมันตัวเปล่าละก็ นั่นก็เท่ากับรนหาที่ตายแล้ว
"นั่นก็ต้องถามดาบในมือชั้นดูก่อน" ไรเซลทำหน้านิ่งๆ พร้อมตั้งท่าเตรียมจู่โจม ตอนนี้พลังงานของสูทเหลือพอให้สู้ได้อย่างเต็มกำลังแค่ 5 นาทีเท่านั้น
"ดาบของเ้า..? นี่เ้าคิดว่าเ้าเป็ชาวเจดาวัลรึไงกัน ของปลอมอย่างเ้าไม่มีทางใช้มันทำอะไรข้าได้หรอก" สี่แขนไม่ได้กลัวเลยซักนิด หากเป็พวกอัศวินของดาวเจดาวัลถืออยู่ มันอาจจะระวังบ้าง แต่นี่อยู่ในมืุ์โลกมันก็ไม่ต่างกับท่อนไม้เมื่ออยู่ต่อหน้าเขา
"เจดาวัลบ้าบอไรวะ ตอนนี้ข้าน่ะคืออัศวินเจไดโว้ย!! " ไรเซลอินกับดาบเลเซอร์ในมือมาก ตอนนี้เขาคิดว่าตัวเองเป็อัศวินเจไดจากหนังดังที่เขาเคยดูในอดีต "ขอพลังจงสถิตย์อยู่กับข้า…!! "
ไรเซละโลั่นพร้อมปาดาบเป็บูมเมอแรงไปทางสี่แขน ดาบหมุนเป็วงพุ่งไปอย่างรวดเร็ว
วูบบ วูบบบ วูบบบบ…. ครั้นเมื่อถึงตัว สี่แขนก็เอนตัวหลบอย่างสบายๆ มันไม่ได้รู้สึกคุกคามเลยแม้แต่น้อย
"เ้าโง่!! โยนอาวุธออกมาแบบนั้น รนหาที่ตานแล้ว" สี่แขนพูดพลางพลิกตัวพุ่งโจมตีไรเซล
แต่ยังไม่ทันออกตัวได้ถึงสามก้าว ดาบที่ไรเซลปาออกไปก็ลอยนิ่งอยู่บนอากาศ รอบตัวของสี่แขน ตอนนี้ปรากฏวัตถุทรงกลมขนาดเล็กพุ่งเข้าหาจากทิศทางที่ต่างกัน มันก็คือะเิขนาดเท่าลูกปัดที่ไรเซลเจอในยานนั่นเอง
"บ้าน่า!! ะเิไมครอน… นี่มันมาจากที่ไหนกัน" สี่แขนแตกตื่นมันขบคิดหาความเป็ไปได้หัวแทบแตก ทันทีเมื่อหันไปเจอกับดาบเลเซอร์ที่ลอยกลางอากาศ มันนั้นเข้าใจได้ทันที "หรือว่ามันใช้พลัง (Force) ได้เหมือนพวกนั้นกัน" สี่แขนถามตัวเองในใจ
วิ้งงงง…. บรึ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!
เสียงดังสนั่นหวั่นไหว พัดมวนอากาศกระจายไปรอบทิศทาง เกิดเป็เสาไฟสูงนับสิบเมตรพุ่งขึ้นฟ้ารัศมีะเิโดยรอบกระจายตัวออก ต้นไม้ในระยะยี่สิบเมตรกระจุยกระจาย
ไรเซลตอนนี้นั้นถอยออกมาั้แ่สั่งะเิทำงานแล้ว เขาเรียกดาบเลเซอร์กลับมาพร้อมรักษาระยะห่าง 50 เมตร
"ไม่คิดว่าระเบิกลูกเล็กๆ สี่ลูกจะทำได้ขนาดนี้ แม้ว่ารัศมีจะไม่ไกล แต่พลังงานความร้อนนั่นประมาทไม่ได้เลย" ไรเซลใจหายกับสิ่งที่ตัวเองทำ นี่ถ้าเขาไม่เคลื่อนไหวอย่างรอบคอบและดีดตัวเองออกมา ไม่แน่ว่าตอนนี้คงอาการสาหัสแล้ว
"ไม่ตายก็น่าจะสาหัสล่ะนะ ต้องดูท่าทีซะก่อน" ไรเซลไม่รีบร้อนเข้าไปซ้ำอีกฝ่าย เขาแค่รอดูสภาพของศัตรูอยู่ห่างๆ
ฟรึ่บ… จู่ๆ ไฟร้อนลวกก็ดับลงทันควัน ภายในปรากฏร่างสี่แขนยืนนิ่งอยู่ นอกจากด้านหลังที่มีรอยไหม้ดำปี๋แล้ว ส่วนอื่นๆ ยังสภาพอยู่ดีไม่มีบุบบสลาย
"นี่มัน.. งานหยาบเหมือนกันนะเนี่ย" ไรเซลบ่นกับตัวเองอย่างปลดปลง เขาไม่กลัวศัตรูที่เก่ง เขากลัวที่สุดคือศัตรูที่อึดต่างหาก นั่นเพราะแม้มันจะเก่งยังไง โดนชุดใหญ่ไปซักป้าบมันก็เดี้ยง แต่ถ้ามันอึดละก็ กว่าจะฆ่ามันได้เขาก็ต้องหอบเหมือนกัน
"ต้องชมเลยว่าเ้าทำให้ข้าใ ไม่นึกว่าเ้าจะมีพลัง (Force) แบบเดียวกับพวกเจดาวัลอยู่… แต่ว่าการที่เ้าคิดที่จะเอาอาวุธของพวกขี้แพ้นั่นมาเล่นงานข้า นับว่าเ้านั้นไร้สมองอย่างแท้จริง" สี่แขนกล่าวชมเชยไรเซล แต่หน้าตาของมันนั้นบอกเลยว่าเหยียดหยามสุดขีด
"ไร้สมงสมองเห้ไร!! หลังเอ็งไหม้ส่งกลิ่นคลุ้งอยู่ไม่เห็นรึไง ทำพูดจากลบเกลื่อน ไม่ใช่ว่าตอนนี้อยากกลับบ้านไปขอให้แม่ทายาให้หรอกเหรอ" ไรเซลเฉยๆ กับสิ่งนี้ เื่กวนตีนข่มชาวบ้าน ไอ้ต่างดาวแม่ไม่รักนี่มันยังอ่อนอยู่
"ฮึ่มมมม….. ข้าจะฆ่าแก!!" พูดจบสี่แขนก็ชักปืนเลเซอร์ออกมายิงอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
"ว้าวววววว…… " แต่กระนั้นแทนที่ไรเซลจะตื่นกลัว เขาในตอนนี้ดันตาลุกวาวแทน นั่นก็เพราะเขาอยากจะลองประสบการณ์ในหนังแบบ 4DX มานานแล้ว
วึ่งงงง วึ้งงงง เปรี้ยง เปรี้ยง…..
ไรเซลตีโต้สะท้อนลำแสงอย่างสนุกสนาน ด้วยปฏิกิริยาร่างกายและการตอบสนองของเขา การปัดลำแสงสั่วๆ พวกนี้ไม่ได้ทำให้เขาลำบากอะไรเลย เขาเคยสู้อย่างอลังการมาตลอดห้าปี เื่แค่นี้มันจิ๊บๆ
แต่ความชิลล์ของเขาสำหรับคนอื่นมันไม่ตลกเลยซักนิด สี่แขนตอนนี้อึ้งจนทำอะไรไม่ถูกแล้ว ในอดีตเขาเคยทำากับพวกเจดาวัล ต่อให้แน่แค่ไหนเจอระดมยิงเข้าใส่มันก็มีเสียท่าบ้าง แต่ไอ้นี่มันบ้าอะไร มันปัดลำแสงอย่างกับตีตัวตุ่น
"เอ้าๆ ขออะไรที่มันเร้าใจหน่อย นี่เรามีเวลากันไม่ค่อยมากนะ" ไรเซลถากถางเ้าสี่แขน ถึงจะเล่นกับมันแต่เขาก็ดูเวลาตลอด ตอนนี้ยังพอมีเวลาสนุกอีกนิด
และแล้วห่าะุลำแสงก็หยุดลง สี่แขนจ้องมองไรเซลก่อนจะเอ่ยขึ้น
"เ้าถือว่ามีฝีมือ… ข้าจะยกสถานะของเ้าจากเหยื่อเป็คู่ต่อสู้" สี่แขนเว้นวรรคก่อนจะกล้าวต่อ "ตัวข้ามีนามว่า คิรุส บุตรแห่ง รอเรล ข้าคือนักสู้ชนชั้นแม่ทัพ แห่งดาวเทร่า" สี่แขนแนะนำตัวตามฉบับนักรบโบราณกับไรเซล
"อ๋อ.. จะเอาจริงสินะ…… ข้าชื่อไรเซล แห่งดาวโลก และข้าคือ…. คนที่ฆ่าพ่อเ้า!! " ไรเซลไม่คิดจะเล่นตามมันซักนิด พวกมันบุกโจมตีและฆ่าคนไปมากมาย เขาไม่มีทางให้เกียรติอะไรกับมันเด็ดขาด
"มนุษย์…. อย่าได้ดูิ่เกียรติแห่งนักรบ" คิรุสจ้องมองด้วยสายตาอาฆาต ตัวมันหรือเผ่าพันธุ์ของมันไม่เคยสนใจเหยื่อของมันซักนิด หากแต่เมื่อมันยกเกียรติให้กับบุคคลผู้หนึ่ง แต่แล้วอีกฝ่ายกลับไม่ใส่ใจ เผ่าพันธุ์นักรบเช่นมันไม่อาจปล่อยวางเื่นี้ไปได้
"ข้าจะละเลงผืนดินด้วยเืของเ้าเพื่อขอขมาแด่เกียรติยศของเผ่าพันธุ์ข้า" คิรุสกล่าววาจาพร้อมดึงแท่งเหล็กยาวออกมาจากใต้ชุดเกราะ เหล็กที่ยาวเพียงแค่ 50 เิเ เมื่อหลุดออกมาจากชุดเกราะทันใดนั้นมันก็ประกอบตัวเองให้กลายเป็หอกสามง่าม
"เหอๆ ท่าทางขึงขัง นึกว่าจะมีลูกเล่นแปลกใหม่ ที่ไหนได้แค่หยิบไม้จิ้มฟันโง่ๆ ออกมาอันหนึ่ง" ไรเซลหยามหยันมันเท่าที่จะทำได้ เขาจะทำลายเกียรติแห่งนักรบที่มันภูมิใจนักหนาทิ้งให้หมด "อ้างเกียรติห่าเหวอะไร พวกแกมันก็แค่พวกโจรที่บุกปล้นฆ่าไปเรื่อยเท่านั้น" นี่คือสิ่งที่อยู่ในใจไรเซลตอนนี้ ยิ่งพวกมันทำตัวมีอารยธรรมก็ยิ่งทำให้เขาโมโห
"อย่าได้ลำพองใจเพียงเพราะมีดาบของเจดาวัลอยู่ในมือ ข้าบั่นคอพวกมันด้วยหอกของข้ามามากมายนัก" สิ้นสุดเสียง สองคนก็เข้าปะทะกันดุเดือด เทคนิคการต่อสู้นั้นทั้งคู่ไม่เป็รองกัน
เปรี้ยงๆๆๆ วูบบ ฟุ่บบบบ..
ทุกครั้งที่หอกปะทะดาบเลเซอร์ ไรเซลสังเกตุได้ว่านอกจากหอกเหล็กจะไม่มีรอยอะไรแล้ว แสงเลเซอร์ที่ดาบเขามันก็ดูอ่อนกำลังลงอย่างเห็นได้ชัด
เปรี้ยงงงๆๆๆ วึ้ง…… ฟลุ่บบบบบ.. ไรเซลถอยตัวออกห่างก่อนจะปาดาบออกไป เขาควบคุมดาบด้วยพลังจนทำให้การรุกไล่นั้นคาดเดาทิศทางไม่ได้
คิรุสปัดดาบที่ลอยมาออกและพุ่งตัวพร้อมหอกเข้าใส่ จังหวะนั้นเองที่ไรเซลใช้มือกดหอกไว้พร้อมดีดตัวเองขึ้นฟ้า จังหวะที่ััตัวเหล็กเขาเข้าใจทันที "หอกนี่มัน ดูดซับพลังงานได้!!" ไรเซลลอยเคว้งบนฟ้าพลางเรียกดาบเข้ามาสู่มือ เขาควบรวมอากาศที่เท้าด้วยพลังจิตให้แข็งตัวก่อนจะใช้เป็แท่นเหยียบพุ่งเข้าใส่ ไรเซลใช้แรงส่งเพื่อเพิ่มกำลังให้กับการโจมตีนี้
"อ่อนด้อย" คิรุสแสยะยิ้ม แขนทั้งสี่จับหอกแน่น ทันใดนั้นปลายหอกก็เปลี่ยนเป็สีแดงร้อนลวก ดูเหมือนพลังงานทั้งหมดจะถูกปล่อยออกมาแล้ว
"รีเวิร์ส" คิรุสะโลั่นปลดปล่อยพลังที่เก็บสะสมไว้ออกมา ฟาดสวนกลับไปที่ไรเซล
"อุ๊บบบส์…. ถอยไม่ได้แล้ว" ไรเซลที่พุ่งใส่เต็มกำลังถอยหลบไม่ได้อีกต่อไป เขาเร่งกำลังของชุดสูทก่อนจะเสริมพลังจิตที่ตัวดาบเลเซอร์ ครั้งนี้ต้องวัดกันที่พลังล้วน ๆ
เปรี้ยงงงงงงงง!!
.
.
.
วุ่บบบบ..
ดาบและหอกปะทะกันเกิดคลื่นอากาศกระจายรอบทิศทาง อุณหภูมิร้อนลวกในอาวุธทั้งสองส่งผลให้ป่าเกิดการลุกไหม้
ทั้งสองผลักดันกันอยู่ชั่วครูก่อนที่ดาบเลเซอร์ของไรเซลจะเริ่มบิดเบือน
วิ้งๆ วิ้งๆๆ วิ้งงงงงง….
ตอนนี้เองที่แสงเลเซอร์ของตัวดาบกระพริบหายไป ร่างไรเซลตรงเข้าหาคิรุส หอกสามง่ามในมือคิรุสเองก็พุ่งเข้าหาไรเซล
ไรเซลเบี่ยงหัวเพื่อหลบจุดสำคัญ ทำให้หอกพุ่งเข้าใส่ที่กลางอก
คิรุสแสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย
อ่อกก……..
ตูมมมมมม…. เสียงทุบทึมคล้ายหวดโดนเหล็กเกิดขึ้นกับไรเซล เขาสำลักเืออกมาพร้อมถูกส่งกระเด็นออกไป
"ตายซะ!!" คิรุสะโลั่นตั้งท่าเขวี้ยงหอกใส่ไรเซลอีกครั้ง
ทว่าเพียงสิ้นสุดคำพลันรู้สึกถึงบางสิ่งในปาก
"หรือว่า" คิรุสคิดในใจ ัักลมๆ เล็กๆ นี้คงไม่ใช่อย่างที่คิดหรอกกระมัง
"ไอ้โง่!!" ไรเซละโอย่างสะใจ ทันใดนั้นภายในปากคิรุสก็เกิดสะเก็ดไฟพุ่งออกมา
บรึ้มมมมมมมมม…..
โพล๊ะ…
เสียงะเิและสะเก็ดไฟส่งผลให้หัวของคิรุสถูกเป่ากระจุย ร่างมันตอนนี้ล้มลงข้างหลังทั้งที่ยังตั้งท่าปาหอกอยู่ ไม่มีเืซักหยดไหลออกมา าแของมันถูกเผาไหม้จนไม่เหลือเืซักหยด
ไรเซลปรับท่าทางในอากาศก่อนจะพลิกตัวลงมาคุกเข่าอยู่ที่พื้น
อ่ออกกกก…. เืของเขาพุ่งออกมาจากปากปานเขื่อนทะลัก
"แค่ก ๆ นี่ถ้าไม่ใช้เกราะพลังจิตเสริมไว้คงสาหัสไปแล้ว" ไรเซลเกือบไปแล้วจริงๆ ไม่คิดว่าดาบเลเซอร์ที่เสริมพลังจิตจะแพ้หอกของไอ้สี่แขน ศรัทธาแห่งเจไดของเขาตอนนี้ดิ่งวูบลงไปในเหว
"เพราะงี้แหละพ่อแม่ถึงได้พร่ำบอกว่าอย่ากินของที่ได้จากคนแปลกหน้า" ไรเซลเงยหน้ากล่าวกับร่างของคิรุสอย่างสะใจ เขาไม่นึกว่ามันจะโง่ปล่อยช่องว่างเบ้อเริ่มขนาดนี้
*********************************************
"สุดยอดด… เธอเห็นอย่างที่ชั้นเห็นใช่มั้ย" สตางค์พูดออกมาด้วยความทึ่ง เธอรู้สึกตื่นตาตื่นใจกับการต่อสู้ที่เห็นมาก
"ตอนแรกนึกว่าจะไม่รอดแล้ว ไม่คิดว่าจะพลิกกลับมาชนะได้" มลฤดีเองก็ทึ่งกับลูกไม้ของไรเซลนัก เธอนึกว่าไรเซลจะพลาดท่าซะแล้ว
สองสาวเฝ้ามองการต่อสู้ผ่านจอมอนิเตอร์ในยานบินตลอด
"นี่แปลว่าพวกเรารอดแล้วสินะ พวกเราจะได้กลับบ้านแล้ว!!" สตางค์ดีใจพลางกอดเพื่อนเธออย่างแแ่
"อื้อออ!! คิดไว้แล้วว่าคุณไรเซลต้องทำได้" มลฤดีเองก็ไม่ต่างกัน แม้ว่าจะห่วงไรเซลอยู่ตลอด แต่พอรู้ว่าเขาชนะแล้ว มันก็เหมือนูเาทั้งลูกถูกยกออกจากอก
แต่ว่ายังไม่ทันจะดีใจได้นานเท่าไหร่ ภาพไรเซลที่อยู่ในหน้าจอก็ทำให้สตางค์กรี๊ดออกมาเสียงหลง
"ไอ้วิตถารรรรรรรรรรร!!!!!!! " สตางค์ะโ เธอรับความเป็จริงตรงหน้าไม่ไหว
ชุดสูทของไรเซลตอนนี้หมดพลังงานแล้ว มันเปลี่ยนตัวเองเป็นาฬิกาข้อมือสีดำเรือนหนึ่งเพื่อกลับไปชาร์จพลังงานอีกครั้ง
.
.
.
.
.
นั่นทำให้ตอนนี้…….
.
.
.
….. บรุษที่กำราบนักรบกอร์ก็อธได้ด้วยตัวคนเดียว….
.
.
.
.
…. อยู่ในสภาพเปลือยเปล่า นอนหันหน้าขึ้นฟ้า ส่งอาวุธลับในร่มผ้าให้ตั้งตระหง่าน……..