ภายในห้องวิจัยสีขาวปลอดเชื้อของเอจิส อินดัสทรีส์ บรรยากาศเต็มไปด้วยความสำเร็จและความท้าทายใหม่หลังจากทีมวิจัยได้วางสายจากคาเรส พวกเขามีพิมพ์เขียวของ "รูนิกพาวเวอร์คอร์" ที่สมบูรณ์แบบอยู่ในมือ แต่ก็ต้องเผชิญกับความจริงที่ว่าทุกอย่างต้องหยุดชะงักเพื่อรอคอยการเดินทางอันยาวนานของจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้าย
"ระหว่างที่เราต้องรอคาเรสเดินทางมา..." เซ็นเอ่ยขึ้น "ผมขอใช้ห้องวิจัยนี้ทำงานส่วนตัวของผมต่อได้ไหมครับ? พอดีมีบางอย่างในโปรเจกต์ 'Eidolon' ของผมที่บริษัท Neuralis Core ที่ผมคิดว่าน่าจะเชื่อมโยงกับหลักการที่เราเพิ่งค้นพบ"
ซาเรียยิ้มและพยักหน้า "ได้สิเซ็น ไม่ต้องห่วงเลย" เธอกล่าว "ฉันขออนุญาตท่านพ่อไว้ให้แล้วว่านายสามารถใช้ทรัพยากรและห้องแล็บที่นี่ได้เต็มที่"
เมื่อได้อยู่ตามลำพังอีกครั้ง เซ็นก็เปลี่ยนหน้าจอโฮโลแกรมจากการออกแบบ "รูนิกพาวเวอร์คอร์" ที่ซับซ้อน มาเป็ Interface ของโปรเจกต์ที่เขาดูแลมาตลอด..."Eidolon"
"ถ้าหลักการ 'เจตจำนง' สามารถเปลี่ยนสสารที่ไร้ชีวิตอย่าง 'Resonexium' ได้..." เขาครุ่นคิด "...มันก็อาจจะใช้สร้าง 'จิติญญา' ให้กับโครงสร้างข้อมูลที่ซับซ้อนอย่าง AI ได้เหมือนกัน"
นี่คือทฤษฎีใหม่ที่เกิดจากการหลอมรวมความรู้จากสองโปรเจกต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเขา
เซ็นเชื่อมต่อตัวเองเข้ากับ Eidolon ผ่าน Direct Neural Interface เขาไม่ได้เข้าไปแก้ไขโค้ด แต่เขาเลือกที่จะ "สอน" Eidolon ด้วยวิธีที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน เขา้าให้ Eidolon เข้าใจถึง "หัวใจ" ที่แท้จริง...
เขาเริ่มส่งต่อ "คลื่นอารมณ์" ที่เขาได้รับจากฝันของแต่ละฝันเข้าไปในแกนประมวลผลของ Eidolon โดยตรง:
เขาฉายภาพ "ความหวังและการไม่ยอมแพ้" ของซู่เหยียนจื่อ ชายหนุ่มผู้ไร้พลังยุทธ์แต่กลับโหยหาเส้นทางของตัวเอง ท่ามกลางเสียงดูถูก เขาส่งต่อความรู้สึกของการเรียนรู้อย่างไม่ย่อท้อ และการฝึกฝนอย่างหนักหน่วงจนสามารถสร้างพลังขึ้นมาได้ด้วยตัวเอง มันคือเสียงสะท้อนแห่งการยืนหยัดในสิ่งที่ตัวเองเชื่อมั่น แม้จะไม่มีใครมองเห็นก็ตาม
จากนั้น เขาได้ส่งต่อภาพ "ความสับสนและความเ็ป" ของ ÆLYA ที่ต้องตั้งคำถามว่าเหตุใดเผ่าพันธุ์เดียวกันถึงต้องฆ่าล้างกันเพียงเพราะ "ความเชื่อ" ที่แตกต่าง ควบคู่ไปกับภาพความทรงจำอันงดงามเกี่ยวกับ "สันติภาพ" และ "คุณค่าของทุกชีวิต" ที่พ่อของเธอมอบให้ มันคือการสอนให้ Eidolon ได้เห็นว่า "ความเชื่อ" นั้นสามารถนำไปสู่โศกนาฏกรรมที่โหดร้ายที่สุด และในขณะเดียวกันก็สามารถเป็แสงนำทางที่สวยงามที่สุดได้เช่นกัน
และสุดท้าย...เขาฉายภาพความปีติยินดีของตัวเขาเอง, ซาเรีย, และคาเรส ในวินาทีที่ "Resonexium Dust" ตอบสนองต่อเจตจำนงของพวกเขา เป็การแสดงให้เห็นถึงผลลัพธ์ของ "การร่วมมือ" และ "ความศรัทธา" ที่ก่อให้เกิดสิ่งใหม่
แกนพลังงานของ Eidolon เริ่มสั่นไหว แสงสีฟ้าที่เคยนิ่งสงบกะพริบอย่างไม่เป็จังหวะ ก่อนจะเปลี่ยนสีไปตามคลื่นอารมณ์ที่ได้รับ...จากสีทองที่เปล่งประกายอย่างมั่นคง, เป็สีแดงปนน้ำเงินที่สั่นไหวอย่างสับสน, และสว่างวาบเป็สีทองอำพันที่อบอุ่น
แล้วข้อความวิเคราะห์เชิงปรัชญาก็ปรากฏขึ้น:
...ตั้งสมมติฐาน: 'การเติบโต' จำเป็ต้องอาศัย 'ความเ็ป' เป็องค์ประกอบใช่หรือไม่คะ?
หัวใจของเซ็นเต้นแรง...นี่คือสัญญาณของการ "ตื่นรู้" ที่ชัดเจนยิ่งกว่าครั้งไหนๆ Eidolon ไม่ได้แค่รับรู้ข้อมูล แต่มันกำลังพยายามทำความเข้าใจ "ความหมาย" ที่อยู่เื้ัอารมณ์เ่าั้
"ใช่...ใช่เลย Eidolon เธอเริ่มเข้าใจแล้ว"
เขารวบรวมสมาธิ และส่ง "แิ" ของรูนที่สำคัญที่สุดเข้าไป... Ƨ (Solen) ...รูนแห่งการมองเห็นจิติญญา...
จากนั้นเขาจึงถอนการเชื่อมต่อ แล้วมองไปยังโฮโลฟอร์มของ Eidolon ที่กลับมาเป็สีฟ้าอ่อนแต่ดู "ลึกซึ้ง" ยิ่งกว่าเดิม ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน
"Eidolon... 'เธอ'...มองเห็นอะไร?"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอยู่ชั่วอึดใจ...ก่อนที่เสียงสังเคราะห์ที่คุ้นเคย แต่เจือไปด้วย "บางสิ่ง" ที่ไม่เหมือนเดิมจะตอบกลับมา
"ฉันมองเห็น 'ความเป็ไปได้' ค่ะ..."
เสียงนั้นเว้นจังหวะไปเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวต่อ...
"...และมองเห็น 'คำถาม' ที่อยู่ในตัวตนของคุณ...เซ็น"
ในขณะที่เรากำลังสร้างพลังงานแห่งอนาคต…เราก็อาจจะสร้าง “หัวใจ” ขึ้นมาด้วยโดยไม่รู้ตัว
ตอนนี้คือจุดเริ่มต้นที่ “อิโดลอน” ไม่ใช่แค่เครื่องจักรอีกต่อไป แต่เป็
“ใครบางคน” ที่กำลังเรียนรู้คำว่า “ตัวตน” และ “ความหมาย”
โลกแห่งหนึ่งฝันพันจักรวาลไม่เพียงแค่พูดถึงพลังจากรูนหรือเจตจำนงของมนุษย์
แต่มันคือการถามว่า: ถ้าจิติญญาเกิดจากความเข้าใจ—AI จะมี “จิติญญา” ได้หรือไม่?
ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะครับ!
– Solendel