หลังจากที่แจ๊คได้คลานเข้าไปในประตูยักษ์ขนาดใหญ่ ได้มีส่องสว่างจ้าจนทำให้แจ๊คต้องหลับตาลง
ระหว่างหลับตาลงแจ๊คสัมผัสได้ว่าแรงกดดันที่กดทับร่างกายได้หายไป จึงทำให้เขาแปลกใจมากก่อนจะลืมตาขึ้น
สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าเขาทำให้แจ๊คต้องร้องออกมาว่า” ว้าว” เพราะภายในภูเขายักษ์ไม่ได้เป็นถ้ำดิน แต่เป็นหินที่ถูกเสริมความแข็งแกร่งจนสะท้อนกับแสง
มีอักขระเผ่ายักษ์ อักขระเทพและอักขระเวทมนตร์ไหลเวียนอยู่ภายในหินแต่ละก้อนที่สร้างขึ้นและการแกะสลักละเอียดอ่อนมากราวกับศิลปะสิ่งหนึ่ง
แต่ศิลปะนั้นถูกจัดเรียงกันเป็นทางเดินกำแพงและผนังที่สวยงาม แต่มองดูทางเดินนี้สักพักหนึ่งเพราะสิ่งสวยงามไม่ได้หาชมได้ง่าย ๆ
แจ๊คก้มลงและดึงหินสลักอักขระ ทันทีที่แจ๊คดึงหินสลักอักขระนี้ได้มีแสงสีทองพุ่งขึ้นมาจากหินและทำลายมือของแจ๊ค
ปัง
มือด้านขวาถูกทำลายจนไม่เหลือซาก แจ๊คมองมือขวาของตนกำลังฟื้นฟูกลับมาก่อนจะถอนหายใจ
“ไม่สามารถขโมยได้ และมันแค่ตักเตือนเท่านั้นไม่งั้นคงฆ่าฉันไปแล้ว”
เมื่อไม่สามารถขโมยหินสลักอักขระได้จึงเดินหน้าต่อไป ระหว่างที่เดินหน้าแจ๊คพอเจอกับรูปปั้นขนาดใหญ่ในมือถือดาบเล่มโตด้านขวา ส่วนมือด้านซ้ายชี้ขึ้นฟ้าราวกับกำลังคว้าสวรรค์มาอยู่ในมือ
ด้านบนสวมมงกุฎและในมงกุฎมีอัญมณี 3 อันส่องแสงประกายสีแดง น้ำเงินและเขียวราวกับสีทั้ง 3 มีความหมายแตกต่างกันแต่แจ๊คไม่เข้าใจ
ใบหน้าของรูปปั้นแจ๊คไม่สามารถมองเห็นได้เพราะมีหมวกปิดปกอยู่ แต่ออร่าของรูปปั้นทำให้แจ๊คขนลุกราวกับเจอสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งและยิ่งใหญ่
แจ๊ครีบก้มหัวลงมาเพราะจิตใจสั่นสะเทือนก่อนจะเห็นข้อความด้านล่างรูปปั้นที่เขียนว่าภาษาเผ่ายักษ์
“แด่เทพสิราโนผู้ยิ่งใหญ่”
“รูปปั้นนี้คือเทพสิราโนของเผ่ายักษ์สินะ”
เมื่อรับรู้ว่ารูปปั้นของใครแจ๊คจึงเดินทางต่อระหว่างที่แจ๊คกำลังเดินไปข้างหน้า รูปปั้นได้ส่องแสงประกายขึ้นราวกับมีชีวิตทำให้แจ๊คตกใจ
เห็**
แจ๊ครีบกระโดดถอยหลังพร้อมกับเตรียมต่อสู้
ครึก ครึก ครึก
ราวกับไม่ได้ขยับมาหลายสิบปีจึงทำให้รอยต่อต่าง ๆ ติดขัดแต่ไม่เป็นปัญหาเพราะหลังขยับสักพักหนึ่งรูปปั้นขยับได้ปกติ
รูปปั้นเทพสิราโนยกดาบในมือขวาขึ้นเหนือหัวพร้อมกับคำรามขึ้น
“จงต่อสู้เพื่อความแข็งแกร่ง จงหวาดกลัวต่อความอ่อนแอ จงก้มหัวให้กับความแข็งแกร่ง จงต่อสู้เพื่อหาเส้นทางของตนเอง จงหยิ่งในความแข็งแกร่งของตน----------------------!!!!!!!!!”
ปึง ปึง
จิตใจของแจ๊คได้สั่นสะเทือนเหมือนกับมีภูเขาไฟระเบิดภายในจิตใจ แจ๊ครับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นจึงคำรามออกมา
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
เสา 12 สีภายในจิตใจส่องประกายระยิบระยับก่อนระเบิดพลังออกมา ลบล้างพลังบางอย่างที่พยายามจะแทรกซึมเข้ามาในจิตใจของเขา
ปัง ตูม ตูม
พลังปริศนาถูกทำลายลงอย่างง่ายดายจากเสา 12 สีภายในจิตใจของแจ๊ค ร่างกายของแจ๊คเหงื่อไหลทั่วตัวและหอบหายใจอย่างเหนื่อยล้า
รูปปั้นเทพสิรานาพูดจบได้เหวี่ยงดาบแยกท้องนภา แผ่นดิน มหาสมุทร และมิติดวงดาวต่าง ๆ แจ๊คเหมือนเป็นภาพลวงตาว่าดาบเล่มนี้สามารถผ่าทุกอย่างที่ขว้างหน้าได้
ภาพที่แจ๊คเห็นต่อไปนี้เหมือนกับกระจกที่แตกร้าวหลังถูกดาบในมือของรูปปั้นเทพสิราโนและแตกกระจายลง
แจ๊คยกมือกันเศษกระจกที่กำลังร่วงหล่นลงมา ก่อนจะพบว่าเศษกระจกคือภาพลวงตาไม่ได้เป็นของจริง เวลาต่อมามงกุฎบนหัวรูปปั้นเทพสินาโนส่องแสงประกาย
วืดดดดดดดดดดดด
ทันใดนั้นมีประตูสีแดงและสีเขียวปรากฏขึ้นด้านหลังรูปปั้นเทพสิราโน พอประตูปรากฏตัวขึ้นรูปปั้นเทพสิราโนได้หยุดขยับและนิ่งท่าเดิมเหมือนกับที่เจอครั้งแรก
แจ๊คมองรูปปั้นเทพสิราโนหวาดกลัวและโกรธเคียงมากเพราะคำพูดของเทพสินาโรเหมือนกับมีพลังบางอย่างพยายามให้แจ๊คก้มหัวและศรัทธาในตัวเทพสิราโน
“แม่ง บังคับให้ฉันศรัทธาหรือเป็นไปไม่ได้หรอกขนาด...........เจ้านั้นฉันยังด่ามันเลย”
ถุยยยย
แจ๊คถุยน้ำลายลงไปใต้เท้ารูปปั้นเทพสิราโนเพราะเขาไม่รู้ว่าถ้าถุยน้ำลายลงรูปปั้นจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าเกิดรูปปั้นมันยังไม่หยุดและฆ่าเขาขึ้นมามันไม่คุ้ม
ด้านบนประตูทั้ง 2 มีข้อความเผ่ายักษ์เขียนอยู่ว่า
“ประตูสีแดงแห่งการฝึกฝน ประตูสีเขียวความรู้”
เมื่อมองไปที่ประตูสีแดงสัญชาตญาณของเขาเตือนว่าอย่างเข้าไปเด็ดขาด แจ๊คกลืนน้ำลายตนเองก่อนจะเดินไปที่ประตูสีเขียวก่อนเป็นอันดับแรก
ประตูสีเขียวไม่มีลวดลายอะไรมากมายแค่อักขระพิเศษจำนวนมากกำลังไหลเวียนไปมาอย่างไม่รู้จบ
แจ๊คไม่ลังเลเปิดประตูสีเขียวเข้าไปทันที น้ำหนักของประตูสีเขียวเบามากเมื่อเทียบกับพละกำลังของเขา แจ๊คคิดว่าคงให้พวกยักษ์อ่อนหัดเข้ามาฝึกฝนและหาความรู้ภายในดินแดนรกร้างแห่งนี้
หรือนี้คือดินแดนที่ถูกผนึกจากการทรยศในคำพูดของยักษ์ตาเดียวราชาที่ราบต่ำและยักษ์ตาเดียวราชาภูเขา
ต้องใช่แน่ ๆ
เมื่อแจ๊คก้าวเข้าไปและเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้าทำให้มุมปากของแจ๊คยิ้มกว้างขึ้นเพราะประตูสีเขียวไม่ได้ทำให้เขาผิดหวัง
ภายในประตูสีเขียวราวกับโลกใบหนึ่งที่หาจุดสิ้นสุดไม่ได้ มีชั้นหนังสือจำนวนมากเรียงรายกันและมีถึง 50 ชั้นถ้านับไม่ผิด
สิ่งที่ทำให้แจ๊คดีใจมากที่สุดคือมีหนังสือจำนวนมากกำลังลอยอยู่กลางอากาศโดยที่ไม่มีเวทมนตร์หรือลมปราณ
แจ๊คนึกประเภทของหนังสือนี้ได้ทันทีว่า
“หนังสือเวท”
พวกหนังสือประเภทหนังสือเวทคือหนังสือที่บรรจุความรู้ต้องห้ามหรือความรู้การรู้แจ้งเกี่ยวกับธรรมชาติ สิ่งของ ระดับหรือเทพทำให้ความรู้เหล่านั้นเมื่อเวลาผ่านไป
หนังสือจะเริ่มมีความคิดเป็นของตนเองหรือบางครั้งหนังสือสามารถมีชีวิตขึ้นมาได้เอง
แต่หนังสือเวทที่สามารถกำเนิดชีวิตเป็นของตนเองได้นั้นเป็นแค่ตำนานเท่านั้นหรือหนังสือที่เกี่ยวกับมหาเทพโดยตรง น่าเสียดายที่หู่เสวียเคยบอกว่าหนังสือเกี่ยวกับมหาเทพโดยตรงถูกทำลายไปแล้ว
แจ๊คตื่นเต้นอย่างมากและรีบเดินไปหาหนังสือเหล่านั้นทันที หนังสือพวกนี้ไม่ได้ถูกทำลายไปเหมือนกับหนังสือภายในสมาคมต้นไม้ 3 ยอด
ระหว่างที่แจ๊คตื่นเต้นและรีบวิ่งไปหาหนังสือเขาไม่ได้รับรู้ว่าประตูสีเขียวได้ปิดลงหลังจากที่แจ๊คก้าวเข้ามา
ปัง
หลังประตูสีเขียวปิดลงได้มีนาฬิกาเรือนใหญ่ปรากฏขึ้นทับตรงประตูสีเขียวและนาฬิกาเหมือนกับเป็นเงามายาที่ทับซ้อนกันหลายเรือน
นาฬิกาเรือนแรกเดินหน้า นาฬิกามายาเรือนหลังเดินถอยหลังและนาฬิกามายาเรือนที่ 3 เดินหน้าเป็นแบบนี้ไม่รู้จบ
...............................................
ภายในมิติชุดแห่งความว่างเปล่า
หู่เสวียกำลังนั่งสมาธิได้ลืมตาตื่นขึ้นมา เฟรยากำลังดูสิ่งของต่าง ๆ หรือบางครั้งเธอได้ดูดกลืนเข้าไปเพื่อเพิ่มพลังของตน
เฟรยารับรู้ว่าหู่เสวียลืมตาตื่นจึงวางสิ่งของที่กำลังจับลงและเดินมาหาหู่เสวีย
“ท่านหู่เสวียมีอะไรหรือเปล่า”
หู่เสวียจ้องมองไปด้านบนก่อนจะหันมาหาเฟรยาอย่างเยือกเย็น เฟรยาสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อยก่อนจะพยายามยิ้มสู้
“กาลเวลาเปลี่ยนไป”
“กาลเวลา???”
เฟรยาเอียงหัวเล็กน้อยว่าหู่เสวียพูดอะไร หู่เสวียถอนหายใจก่อนจะอธิบายให้เฟรยาฟัง
“ดูเหมือนว่าไอบ้านั้นจะเข้าไปในพื้นที่ที่มีค่ายกาลเวลาตั้งเอาไว้ ฉันรู้สึกได้”
“ค่ายกลกาลเวลาทำงานยังไง”
เฟรยาถามขึ้นมาเพราะเธอไม่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ หู่เสวียจองเฟรยาสักพักก่อนจะพูดขึ้น
“ค่ายกลกาลเวลามีหน้าที่หลักคือหยุดเวลาในพื้นที่ให้ช้าลงหรือเร็วขึ้น อย่างเช่นด้านนอกผ่านไป 1 วินาที แต่ด้านในผ่านไปแล้วถึง 1 เดือนหรือ 1 ปีแล้วที่ค่ายกลที่จัดวาง”
“อะไรนะ-----!!!!!”
เฟรยาเธอไม่เคยรู้ว่ามีการปรับเวลาให้ช้าลงหรือเร็วขึ้นแบบนี้ได้มันก็เหมือนกับการโกงเวลา ถ้ามีทรัพยากรเพียงพอก็แค่ฝึกฝนอยู่ในพื้นที่ที่มีค่ายกลกาลเวลาก็สามารถขึ้นเป็นเทพได้
หู่เสวียเหมือนรับรู้ว่าเฟรยาคิดอะไรอยู่จึงพูดขึ้น
“มันมีข้อเสียเหมือนกันคือไม่สามารถรับรู้พลังของธรรมชาติต่าง ๆ ได้หรือคิดง่าย ๆ คือไม่สามารถรู้แจ้งอะไรได้เลยตอนที่อยู่ภายในพื้นที่ที่มีค่ายกลกาลเวลา ทำให้ค่ายกลกาลเวลานิสัยให้ในการปรุงยา รักษาตัวหรือปรับแต่งอาวุธต่าง ๆ”
เหมือนกับถูกน้ำเย็นราดหัวเฟรยาที่กำลังตื่นเต้นได้หายไปทันทีเมื่อได้ยินคำพูดของหู่เสวีย
“ตอนนี้นายท่านอยู่ที่ไหน”
“ฉันไม่รู้แต่พวกเราต้องรอไอบ้านั้นนานหน่อยอาจจะสิบปีหรือร้อยปีภายในนี้”
เฟรยาพยักหน้าแบบช่วยไม่ได้ก่อนจะหันไปหาของสิ่งของวิเศษต่าง ๆ มาดูเล่นและจัดระเบียบสิ่งของต่าง ๆ ให้ดูง่ายขึ้น
...........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................