ซูหมิงเยว่ : ทะลุมิติมาเป็นยอดหญิงหมอเทวดา [จบ]

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 100 เกินกว่าเหตุผลปกติ

            “เพราะว่าฐานะของเสด็จแม่ของข้าหลังจากเสด็จแม่สิ้นพระชนม์ไปก็ไม่มีใครปกป้องข้าตอนนั้นร่างกายของเสด็จพ่อไม่ค่อยดีอีกทั้งตอนนั้นครอบครัวมารดาของกู้ไท่เฟยก็มีอำนาจมากในราชสำนักเขากลัวว่าจะปกป้องข้าไม่ได้ จึงส่งข้าออกจากวัง เขาคิดว่าถ้าส่งข้าไปที่ไกลๆ ข้าก็จะไม่ถูกลากเข้ามาเกี่ยวข้อง ที่พี่สามมักจะมาหาข้าบ่อยๆเป็นเพราะเสด็จพ่อเคยกำชับเขาไว้ เรื่องพวกนี้ล้วนเป็นพี่สามมาบอกข้าทีหลังแต่ราชวงศ์นี้อย่างไรก็โหดเหี้ยมอยู่แล้ว หลังจากข้าถูกส่งออกไปก็เริ่มมีคนมาไล่ฆ่าไม่หยุด”

            “ข้าไม่รู้ว่าเป็นคนของใครแต่คนที่ต้องการจะเอาชีวิตข้ามีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น โชคดีที่เสด็จพ่อส่งคนจำนวนมากมาแอบปกป้องอยู่ข้างกายข้าข้าถึงได้รอดปลอดภัย”

            ซูหมิงเยว่ก็พลันรู้สึกเอ็นดูจี๋โม่หานขึ้นมาเมื่ออยู่ในวังแห่งนี้ ชะตาชีวิตก็ไม่อาจควบคุมได้ด้วยตัวเองตอนนั้นจี๋โม่หานยังเด็กมาก นางไม่รู้ว่าหลายปีก่อนเขาผ่านมันมาได้อย่างไร

            จี๋โม่หานเหมือนรู้สึกถึงอารมณ์ที่สั่นไหวของซูหมิงเยว่เขาเอาหน้าผากมาสัมผัสกับหน้าผากของนางแล้วพูดเสียงอ่อนโยน “ข้าไม่เป็นไร แม่หนูอย่างน้อยโชคดีทั้งหมดของข้าก็ทำให้ข้าได้มาเจอกับเจ้า แค่นี้ข้าก็พอใจแล้ว”

            ซูหมิงเยว่ทำเสียงขึ้นจมูก “จากนั้นล่ะ?”

            “ต่อมา”จี๋โม่หานนึกย้อนกลับไปในอดีตแล้วเล่าต่อ

            “ตอนที่ข้าอายุสิบสองปี เสด็จพ่อก็สิ้นพระชนม์ข้าถึงได้ถูกเรียกกลับเข้าวังอีกครั้ง ในช่วงเวลาที่เสด็จพ่อสิ้นพระชนม์เขาได้ส่งคนให้เอาป้ายเหมี่ยนเซ่อมาให้ข้า หลังจากเสด็จพ่อสิ้นพระชนม์แล้ว ฮ่องเต้ก็ขึ้นดำรงตำแหน่งองค์ชายหลายคนก็ต่างประดับยศองค์ชายแล้วมีเมืองเป็นของตัวเองหลังจากข้ากลับมาที่วัง พี่สามกลัวว่าข้าจะถูกรังแก เขาจึงทิ้งที่ดินมาแล้วทำตัวเป็นองค์ชายว่างงานเพื่ออยู่ดูแลข้าที่เมืองหลวงต่อมาฮ่องเต้เริ่มให้ข้าเข้าร่วมราชสำนัก แล้วก็ติดตามทหารออกไปทำสงครามใหญ่เล็กต่อจากนั้น ข้าก็นำทัพเข้าสงครามด้วยตัวเอง”

            เรื่องพวกนี้ซูหมิงเยว่เองก็รู้จี๋โม่หานอายุมากกว่านางครึ่งรอบ นางเริ่มจะจำเรื่องราวขึ้นมาได้เล็กน้อย ทั้งยังได้ยินชื่อเสียงผลงานของจี๋โม่หานมาไม่น้อยจี๋โม่หานในตอนที่เพิ่งจะสิบเจ็ดสิบแปดก็ได้กลายเป็นวีรบุรุษเทพแห่งสงครามของเมืองหลวงแล้วผู้ที่รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง

            “ตอนข้าอายุสิบแปด ตงฉือมาโจมตี ข้าถูกสั่งให้ไปอยู่แนวหน้า”พูดถึงตรงนี้ ซูหมิงเยว่ก็รู้สึกว่าเสียงของเขาอึมครึมลง สงครามครั้งนี้ทำให้จี๋โม่หานตาบอดและพิการ

            “สงครามครั้งนี้ ตงฉือมาด้วยอำนาจเต็มเปี่ยม ฮ่องเต้ส่งพี่สามติดตามข้ามาออกรบด้วยกันแต่ต่อมาเป็นเพราะแนวหน้าไปสืบข้อมูลมาผิด พวกเราจึงติดกับดักคนเป็นพันล้มตายทั้งหมด ข้ากับพี่สามหนีมาด้วยกัน เพราะขาของข้าได้รับบาดเจ็บตาก็ถูกพิษ เพื่อปกป้องข้าพี่สามได้ล่อศัตรูออกไป ไม่เช่นนั้นคนที่ตายในคืนนั้นก็คงจะเป็นข้า”

            ลมหายใจของซูหมิงเยว่หยุดชะงักแววตาฉายความตกใจแล้วหันไปมองใบหน้าของจี๋โม่หานที่หลับตาอยู่ ใบหน้านิ่งสงบมากมองแทบไม่ออกเลย

            ปกติแล้วเขาก็เป็นเช่นนี้ ไม่แสดงความรู้สึกผ่านทางใบหน้าแต่ซูหมิงเยว่กลับรู้ดี ในใจของจี๋โม่หานจะต้องตำหนิตัวเองอย่างหนัก หลายปีมานี้สำหรับเขาแล้วเรื่องนี้ถือเป็นหนามทิ่มแทงใจที่ไม่อาจกำจัดออกไปได้

            ซูหมิงเยว่ไม่รู้ว่าควรจะพูดปลอบใจอย่างไรในเวลาแบบนี้การปลอบโยนภาษาใดใดก็ไม่อาจช่วยได้ นางทำได้แค่ฝืนความเจ็บปวดบนร่างกายแล้วหันไปกอดจี๋โม่หาน

            จี๋โม่หานก้มหน้าไปซบที่คอของนางก่อนจะหัวเราะเบาๆ 

            “ข้าไม่เป็นไรแม่หนูน้อย ที่ข้าพูดเรื่องนี้ไม่ใช่เพื่อให้ใครมาเห็นใจแต่ข้าแค่อยากจะเล่าอดีตของข้ากับเจ้า อนาคตของข้าจะมีเจ้ามาเข้าร่วมด้วยโชคดีทั้งหมดในชีวิตครึ่งแรกของข้าได้ใช้หมดไปแล้วเพื่อมาเจอเจ้า ข้าดีใจมาก”

            ซูหมิงเยว่ยกยิ้ม “หม่อมฉันเองก็ด้วย”

            เมื่อชาติก่อนนางมีชีวิตอยู่กับการหักหลัง สวรรค์จึงให้นางมาเกิดใหม่ยังดีที่นางได้เจอเขา

            จี๋โม่หานสูดหายใจเข้าลึกๆ น้ำเสียงไม่ได้อึมครึมเหมือนเมื่อครู่ในที่สุดก็กลับไปที่ประเด็นหลัก

            “ฮองเฮาเวินเยว่เป็นบุตรสาวคนเดียวของสกุลเวินตอนนั้นราชครูเวินเป็นขุนนางที่ได้รับความชื่นชอบจากเสด็จพ่อมากที่สุดต่อมาก็มีพระดำรัสว่า ต่อไปไม่ว่าองค์ชายคนไหนจะได้ตำแหน่งฮ่องเต้ไป เวินเยว่นั้นจะต้องมาเป็นฮองเฮาของเขาเวินเยว่กับกลุ่มองค์ชายเติบโตมาด้วยกัน คนที่เล่นกับนางนานมากที่สุดก็คือพี่สามทั้งสองคนถือว่าเป็นเพื่อนสนิทกัน”

            จี๋โม่หานพูดถึงตรงนี้ในที่สุดซูหมิบเยว่ก็เข้าใจ 

            “เพียงเพราะพระดำรัสเดียวสุดท้ายเวินเยว่ก็ไม่สามารถอยู่กับพี่สามได้ ต่อมาเวินเยว่ก็กลายเป็นฮองเฮา พี่สามจึงไม่แต่งงานมาตลอดข้าติดหนี้ชีวิตพี่สาม ดังนั้นเวินเยว่ถึงได้มั่นใจว่าข้าจะต้องช่วยนาง”

            จี๋โม่หานพูดจบก็จมอยู่กับความเงียบซูหมิงเยว่หันไปมองใบหน้าด้านข้างเงียบๆ ตอนนั้นไม่รู้ว่าควรจะพูดอย่างไรดีจากนิสัยของจี๋โม่หาน พี่สามดีกับเขาขนาดนั้นดังนั้นเรื่องนี้เขาจะไม่สนใจได้อย่างไร

            ซูหมิงเยว่ถอนหายใจเบาๆ“ดังนั้นเพราะเวินเยว่ไม่ชอบฮ่องเต้ก็เลยวางยาพิษเขา?”

            จี๋โม่หานไม่ได้พูดอะไร

            ซูหมิงเยว่ยกมือไปนวดใบหน้าของจี๋โม่หานแผ่วเบา“ท่านไม่จำเป็นต้องตำหนิตัวเอง หากพี่สามของท่านรู้ เขาคงจะหวังให้ท่านมีชีวิตดีๆ แน่นอน"

            จี๋โม่หานกุมมือซูหมิงเยว่แน่นขึ้น น้ำเสียงแฝงไปด้วยความเศร้าอยู่หลายส่วน“ความจริงแล้วไม่ใช่แค่เพราะเรื่องนี้อย่างเดียว”

            ซูหมิงเยว่ชะงักไป

            เสียงของจี๋โม่หานอึมครึมไปหลายส่วน “ต่อมาข้าก็ได้รู้ว่าแนวหน้าที่มาโกหกข่าวนั้นคือคนที่ฮ่องเต้สั่งให้มาอยู่ข้างกายข้าให้พวกข้าติดกับดัก นี่เป็นแผนของฮ่องเต้ เขาต้องการชีวิตของพวกเราสองคนหลังจากข้ากลับมาแล้ว ตาก็บอด ขาก็พิการ แต่หลังจากรักษาขาหายแล้ว แต่นี่ก็ไม่ได้ลดความระมัดระวังของฮ่องเต้ลงข้าไม่ได้บอกเรื่องขาของข้ากับภายนอก”

            ดวงตาของซูหมิงเยว่เบิกกว้าง ใบหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึงนางคิดไม่ถึงว่าเรื่องที่จี๋โม่หานได้รับบาดเจ็บจะมีเบื้องหลังแบบนี้อยู่ถึงว่าจี๋โม่หานถึงต้องเสแสร้ง

            ที่แท้ที่เขาบาดเจ็บทั้งหมดก็เป็นเพราะฮ่องเต้เป็นคนสร้างสถานการณ์ขึ้นมาฮ่องเต้ได้ขึ้นครองตำแหน่งตามที่ปรารถนาแล้วก็ยังใช้วิธีการแบบไม่เลือกอีก

            ซูหมิงเยว่กุมมือจี๋โม่หานแน่น ในใจปวดร้าว “จะต้องหายแน่หม่อมฉันจะต้องรักษาดวงตาของท่านให้ได้”

            จี๋โม่หานตบเบาๆที่บ่าของนางสองทีเป็นการปลอบนาง ในเวลาแบบนี้จี๋โม่หานก็ยังคิดถึงนาง ตอนนั้นในใจของซูหมิงเยว่ก็ยิ่งทรมาน

            “ไม่เป็นไร มันจะดีขึ้นทั้งหมดเอง”ซูหมิงเยว่รู้สึกว่าในเวลาแบบนี้คำพูดที่ออกมาล้วนแสดงถึงความอ่อนแอซึ่งจี๋โม่หานไม่มีทางแสดงความอ่อนแอของเขาออกมา แต่นางกลับเข้าใจมันทั้งหมด

            “แม่หนู” จี๋โม่หานพูดเสียงเบา “ข้าไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเจ้าแต่ว่าข้าหวังว่าข้าจะเป็นที่พึ่งของเจ้าได้ ต่อไปหากมีเรื่องอะไรก็อย่าฝืนเอาไว้ หากครั้งนี้ไม่ได้เกิดเรื่องนี้ขึ้นเจ้าก็ยังคิดจะแอบจัดการเรื่องของเวินเยว่เองเพียงคนเดียวโดยไม่บอกข้า”

            ซูหมิงเยว่เงียบไปนางไม่อยากจะรบกวนจี๋โม่หานจริงๆ แต่ไม่ใช่เพราะนางไม่เชื่อใจจี๋โม่หานเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวนางมันเกินกว่าที่จะใช้เหตุผลปกติอธิบายได้

            ตอนที่นางเกิดใหม่อีกครั้งก็ยังสงสัยว่าเรื่องราวทั้งหมดที่เคยประสบมานั้นเป็นเพราะนางฝันไปใช่หรือไม่กระทั่งนางได้เจอเสี่ยวหยวนที่มาขโมยของที่เรือนหลัง

     

    คล้ายกับเรื่องซูหมิงเยว่ : ทะลุมิติมาเป็นยอดหญิงหมอเทวดา [จบ] ที่คุณอ่าน

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592