ณ ริมน้ำในหมู่บ้านหวังเจีย ชาวบ้านต่างพากันมามุงดูเหตุการณ์ด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"ถุ้ย!! เจียงซื่อผู้นี้ช่างไร้ยางอายนัก ถึงขั้นจะทิ้งลูก ๆ เพื่อหนีตามชู้ไป ใจง่ายไร้ยางอายเช่นนี้ตายจมน้ำไปก็ดีแล้ว"
"อย่างไรเสีย เด็ก ๆ เ่าั้ก็ยังเรียกนางว่าแม่ ใจคอทำด้วยอะไรกัน ไม่ใช่คนเลยจริง ๆ !"
"ปกติก็ทุบตีด่าทอเด็ก ๆ อยู่เป็ประจำมีแม่แบบนี้สู้ตายไปเสียยังดีกว่า"
เจียงเหลียนจูรู้สึกอื้ออึงไปทั้งหัว
นางไม่ได้ตายระหว่างปฏิบัติภารกิจหรอกหรือ เหตุใดจึงยังได้ยินเสียงคนพูดอยู่ อีกทั้งยังมีละอองน้ำลายกระเด็นมาโดนใบหน้าของนางด้วย สมจริงขนาดนี้ไม่เหมือนกำลังฝันอยู่เลยสักนิด
ทันใดนั้น นางก็รู้สึกปวดหัวแทบะเิและก่อนที่จะทันได้ตั้งตัว ความทรงจำสายหนึ่งก็หลั่งไหลเข้ามาในหัว
ปรากฏว่านางทะลุมิติมาเสียแล้ว!
ร่างนี้เดิมทีชื่อว่าเจียงซื่อ อายุสิบแปดปี ชื่อเสียงฉาวโฉ่ทั้งี้เีสันหลังยาวและนิสัยเลวร้าย ถูกทางบ้านขายให้หวังเหล่าอู่แห่งหมู่บ้านหวังเจียเพื่อเป็ภรรยาใหม่และกลายเป็แม่เลี้ยงของเด็กสามคนในทันที!
ทว่าในวันที่แต่งงาน หวังเหล่าอู่กลับหายตัวไปนางจึงกลายเป็ตัวตลกของคนทั้งหมู่บ้าน
ด้วยจิตใจที่บิดเบี้ยวนางจึงมักทารุณเด็กทั้งสามไม่ให้ข้าวให้น้ำ เมื่อเด็ก ๆ ถูกผู้อื่นรังแกจากภายนอก พอกลับมานางก็ระบายด้วยการทุบตีด่าทอและครั้งนี้ถึงขั้นทิ้งเด็ก ๆ เพื่อหนีตามชายนอกหมู่บ้าน!
...
เจียงเหลียนจูรู้สึกเหมือนถูกสายฟ้าฟาดลงกลางหัว นางกลายเป็แม่เลี้ยงใจร้ายอย่างนั้นหรือ แถมยังหนีตามชายเสเพลไปอีก?
"อ้วก!" นางสำลักน้ำโคลนออกมาคำใหญ่
ทุกคนต่างใ "เจียงซื่อฟื้นแล้ว!"
"ฟื้นก็ดี พวกเราลากนางไปพบผู้ใหญ่บ้าน ผู้หญิงเช่นนางต้องถูกขับไล่ออกไปจากหมู่บ้านหวังเจีย..."
เจียงเหลียนจูเพิ่งฟื้นคืนสติ ใบหน้าก็ซีดเผือดร่างกายไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่น้อย
ในขณะนั้นเองก็เห็นเด็กสองคนในชุดเสื้อผ้าเก่าขาดวิ่น วิ่งเข้ามาขวางหน้าปกป้องเจียงเหลียนจู
พวกเขาเอ่ยอย่างดื้อรั้นว่า "พวกท่านอย่าเข้ามา! ท่านแม่ของข้าไม่ได้หนีตามใครไป ท่านแม่ไม่มีทางทิ้งพวกข้า... อย่าจับนาง!"
"หากจะจับท่านแม่ก็ต้องข้ามศพข้าหวังเอ้อร์เป่าไปก่อน!"
เจียงเหลียนจูเงยหน้ามองเ้าตัวเล็กทั้งสองอย่างอ่อนแรง อายุประมาณห้าหกขวบใบหน้าซีดเหลืองซูบผอม เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งไม่พอดีตัว เท้าเปล่า ทั้งผอมทั้งเล็กจนน่าสงสาร
ตามความทรงจำของเ้าของร่างเดิม เด็กที่ตัวสูงกว่าเล็กน้อยหน้าตาหมดจดจิ้มลิ้มน่าจะชื่อว่าหวังซี ชื่อเล่นคือต้าเป่า
เด็กที่ตัวเตี้ยกว่าเล็กน้อย ดวงตาสดใสยิ่งนักดูปราดเดียวก็รู้ว่าเป็เด็กฉลาดชื่อว่าหวังเยว่ ส่วนชื่อเล่นคือเอ้อร์เป่า
ชาวบ้านบางคนเอ่ยด้วยน้ำเสียงระอาใจ "ต้าเป่า เอ้อร์เป่า เจียงซื่อทุบตีพวกเ้าทุกวัน ทิ้งพวกเ้าไว้ในป่าตั้งหลายครั้ง พวกเ้ายังจะปกป้องนางอีก!"
"เจียงซื่อน่ะ วัน ๆ เอาแต่ี้เีไม่ดูแลพวกเ้า ครั้งนี้ยังหนีตามชายชู้ไป แม่เลี้ยงแบบนี้มีอะไรน่าอาลัยอาวรณ์นัก?"
ไม่ว่าชาวบ้านจะพูดอย่างไรเด็กทั้งสองก็ยังคงปกป้องเจียงเหลียนจูอย่างดื้อรั้น ไม่ยอมให้ชาวบ้านลงมือ สุดท้ายชาวบ้านจึงได้แต่แยกย้ายกันกลับบ้านไปด้วยความขัดใจแล้วก็เลิกสนใจเื่ของครอบครัวนี้ไป
เจียงเหลียนจูรู้สึกซาบซึ้งใจเล็กน้อยที่เด็กน้อยทั้งสองปกป้องนาง ในใจรู้สึกอบอุ่นขึ้นมา
เมื่อชาวบ้านจากไป เด็กทั้งสองก็ช่วยกันพยุงเจียงเหลียนจูกลับบ้านอย่างทุลักทุเล บ้านหลังนี้เป็เพียงกระท่อมมุงหญ้า เข้าไปข้างในไม่มีแม้แต่เตียง บนพื้นมีกองฟางแห้ง ๆ ซึ่งปกติจะใช้นอนตรงนี้ เ้าตัวเล็กทั้งสองโยนตัวนางลงบนกองฟางอย่างไม่เบามือนัก
เจียงเหลียนจูที่เดิมทีก็ร่อแร่เต็มที พอถูกโยนเช่นนี้ก็เกือบจะสลบไปอีกรอบ เ้าตัวเล็กทั้งสองไม่ได้สนใจนางและเดินออกไปคุยกันนอกบ้าน
"พี่ เราพยุงนางกลับมาทำไมกัน ปล่อยให้นางตายอยู่ข้างนอกไม่ดีกว่าหรือ นางไม่้าพวกเราแล้ว!" เอ้อร์เป่าถามอย่างไม่เข้าใจ
ต้าเป่าตอบกลับด้วยน้ำเสียงเ็า "พวกเรายังเด็กเกินไป ยัง้าผู้ใหญ่มาคอยดูแลบ้าน มิเช่นนั้นพวกเราจะกลายเป็เด็กกำพร้าและถูกคนภายนอกรังแกสารพัด รอให้พวกเราโตกว่านี้อีกสองปี ค่อยให้นางไปตายก็ยังได้"
เจียงเหลียนจูที่แอบฟังอยู่ข้างใน... ความอบอุ่นในใจเมื่อครู่หายวับไปจนหมดสิ้น นางว่าแล้วว่าเด็กสองคนนี้ไม่มีทางใจกว้างขนาดนั้นที่จะมาพูดแทนเจียงซื่อและเชื่อว่านางไม่ได้หนีตามใครไป ทั้งหมดล้วนเป็คำลวงทั้งสิ้น!
เสียแรงที่ก่อนหน้านี้นางรู้สึกซาบซึ้งใจ ช่างเปล่าประโยชน์จริง ๆ แต่จะว่าไปเจียงซื่อเลวทรามต่ำช้าขนาดนั้น ลูก ๆ ไม่เกลียดนางสิถึงจะแปลกซึ่งนางก็เข้าใจได้
ทันใดนั้นก็มีเสียงด่าทอดังมาจากนอกบ้าน "หวังเอ้อร์เป่า เ้าลูกหมาน้อย เ้ากล้าขโมยไข่ไก่บ้านข้า! ไข่ไก่มันของล้ำค่า คนจนข้นแค้นอย่างพวกเ้ามีปัญญาได้กินหรือ?"
เจียงเหลียนจูมองลอดช่องประตูออกไป เห็นหญิงชราหลังค่อมคนหนึ่งนำกลุ่มคนเดินเข้ามาที่หน้าบ้านด้วยท่าทางดุดัน
เอ้อร์เป่ารู้สึกงุนงง "ยายเฒ่าจ้าว ท่านพูดเหลวไหลอะไรกัน ข้าไปขโมยไข่ไก่บ้านท่านั้แ่เมื่อไหร่ วันก่อนตอนที่ข้าหาไข่ป่าในเขา หลานชายสองคนของท่านยังแอบกินไข่ป่าของข้าไปสองฟองเลย ข้ายังไม่ได้คิดบัญชีกับพวกท่านเลยนะ! ท่านยังจะมาใส่ร้าย..."
ยายเฒ่าจ้าวตวาด "ถุ้ย! หลานบ้านข้ามีกินมีใช้จะไปขโมยไข่ป่าของเ้าเด็กอัปมงคลอย่างเ้าหรือ อายุแค่นี้กล้าชูคออวดดีต่อหน้าใครกัน เ้าเด็กกำพร้าไร้พ่อแม่ ไม่มีคนสั่งสอน เดี๋ยวข้านี่แหละจะสอนเ้าเอง!"
"เพียะ!" ไม้กวาดถูกฟาดลงบนร่างของเอ้อร์เป่าจนเอ้อร์เป่าล้มลงไปกองกับพื้น
ต้าเป่ารีบวิ่งเข้ามาคว้าไม้กวาดไว้ "ยายแก่ปากเสีย ข้าจะสู้กับท่าน!"
แต่เขาอายุเพียงเท่านี้จะสู้ได้อย่างไรก็ไม่มีแรง แม้แต่ไม้กวาดก็ยังจับไว้ไม่อยู่ ยายเฒ่าจ้าวเงื้อไม้กวาดเตรียมจะฟาดต้าเป่าอีกครั้งแต่กลับมีคนมารับไว้ได้ทัน ทุกคนหันไปมองปรากฏว่าเป็เจียงเหลียนจู!
เจียงเหลียนจูยกเท้าขวาขึ้นอย่างแรง แล้วถีบเข้าที่ท้องของยายเฒ่าจ้าวเต็มแรงจนยายเฒ่าจ้าวกระเด็นลอยออกไป...
"ลูกบ้านข้าไม่ต้องลำบากให้ยายแก่มาช่วยสอนหรอก ถึงข้าจะเป็แม่เลี้ยง แต่แม่เลี้ยงก็คือแม่ ลูกของข้า ข้าย่อมสอนเองได้ ตอนนี้ไสหัวออกไปจากบ้านข้าเดี๋ยวนี้!"
ทุกคนต่างอึ้ง นี่ใช่เจียงซื่อจริง ๆ หรือ?
เพื่อนบ้านละแวกนั้นต่างออกมามุงดู เมื่อเห็นเหตุการณ์นี้ก็พากันตกตะลึง
"เจียงซื่อ... เ้าเป็อะไรไป จมน้ำครั้งหนึ่งแล้วสติกลับคืนมาแล้วหรือ นางรู้จักปกป้องลูกแล้ว!"
"ใครจะรู้ว่านางคิดอะไร รอคอยดูเถอะ เดี๋ยวเอ้อร์เป่าก็คงไม่พ้นถูกนางทุบตีเหมือนเดิม..."
ยายเฒ่าจ้าวที่ถูกเจียงเหลียนจูถีบจนหงายหลัง ร้องห่มร้องไห้ว่า "โอ๊ย! ทำร้ายคนแล้ว! เจียงซื่อ นังแพศยานี่ทำร้ายคน ลูกตัวเองขโมยของยังกล้าทำร้ายคน ข้าจะไปหาผู้ใหญ่บ้านให้มาตัดสินให้ขับพวกเ้าออกไปจากหมู่บ้านหวังเจีย!"
ชาวบ้านเริ่มชี้หน้าด่าทอเจียงเหลียนจู
เจียงเหลียนจูเอ่ยด้วยสายตาเ็า "จะไปหาผู้ใหญ่บ้านให้ตัดสินก็ได้นะ ถึงตอนนั้นเรามาเผชิญหน้ากันว่าใครกันแน่ที่ใส่ร้ายคนอื่น! ลูกข้าบอกว่าไม่ได้ขโมยก็คือไม่ได้ขโมย ใครจะรู้ว่าไข่ไก่บ้านท่านถูกคนในบ้านแอบกินเองแล้วคิดจะโยนความผิดให้ลูกข้า! ทำลายชื่อเสียงลูกข้า ขอให้ท่านผู้ใหญ่บ้านคืนความยุติธรรมให้ครอบครัวข้าด้วย หากยังไม่ได้ผลเราก็ไปแจ้งทางการกันเลย! กลางวันแสก ๆ คิดจะรังแกแม่ม่ายลูกกำพร้า ท่านยังไม่มีปัญญาทำได้หรอก!"
คราวนี้ยายเฒ่าจ้าวเริ่มหวาดกลัวขึ้นมาแล้ว นางก็แค่หงุดหงิดใจที่ไข่ไก่ในบ้านหายไปแล้วหาขโมยไม่เจอ พอคิดได้ว่าครอบครัวนี้มีเพียงแม่ม่ายลูกกำพร้าที่รังแกได้ง่าย จึงหวังจะมาลงระบายอารมณ์โกรธใส่ก็เท่านั้น ไม่ได้คิดจะให้เื่ราวลุกลามใหญ่โต
นางไม่รู้เลยว่าเหตุใดจู่ ๆ เจียงซื่อถึงได้แข็งกร้าวขึ้นมาขนาดนี้ พอได้ยินคำว่า 'ไปแจ้งทางการ' ขาทั้งสองข้างของนางก็พลันสั่นขึ้นมา พวกชาวบ้านชั้นต่ำอย่างพวกนางจะมีความกล้าไปพบขุนนางได้อย่างไร?