ร้านชำ คนเป็น คนตาย

    ตอนที่ 14: ร่องกลิ่นที่ไม่ใช่ของคนผิด

     ร้านชำคนเป็๲ คนตาย


     ตอนที่ 14: ร่องกลิ่นที่ไม่ใช่ของคนผิด



    "กลาง..."


    เสียงจากแผงสดร้างลากคำเดียวผ่านความมืดเหมือนลากมีดทื่อบนเขียงเปียก


    เทียนเฝ้าประตูเล่มขวาไม่ดับ แต่เปลวไฟเอนเข้าหาด้านในร้าน ทั้งที่ลมจากฝนดาวตกพัดอยู่นอกประตู มันเหมือนหูกระดาษเล็ก ๆ ที่กำลังฟังเสียงจากซอยหลังตลาด ใบเสร็จบนเคาน์เตอร์ยังอุ่นอยู่ตรงบรรทัด `ร่องกลิ่น: ซอยหลังตลาด` หมึกดำใต้คำนั้นค่อย ๆ ไหลยาวออกจากตัวอักษร เป็๞เส้นบาง ๆ ชี้ไปทางประตู


    "กลาง..." เสียงเดิมเรียกอีกครั้ง


    คนในฐานขยับพร้อมกัน


    ไม่ใช่การก้าวหนี เป็๞การหันไปมองบาส


    บาสยืนอยู่ใกล้เสาเหล็กหน้าร้านตามมาตรการคุมเข้ม มือหนึ่งจับเชือกข้อมือรหัส `คิวเฝ้าแถวหนึ่ง` อีกมือเกาะชายเสื้อจนผ้ายับ เขาไม่ได้พูด แต่หน้าซีดลงในแบบที่ทำให้คนกลัวเขามากขึ้น ไม่ใช่น้อยลง


    "มันเรียกคำเดียวกับใบเสร็จ" คิวสิบสองพูดเสียงแข็ง "ยังต้องรออะไรอีก"


    "รอให้คุณหยุดช่วยมันทำงานก่อนค่ะ" รินตอบทันที


    คิวสิบสองชะงัก "ผมช่วยใคร"


    "สิ่งนอกเขต" รินยกใบเสร็จขึ้นให้ทุกคนเห็น แต่ไม่ยื่นให้ใครแตะ "มันเลียนคำบนใบเสร็จได้ แปลว่ามันกำลังใช้ภาษาของร้านเป็๞เหยื่อล่อ ไม่ได้แปลว่ามันเป็๞กรรมการตัดสินคดี"


    "แต่คำว่าเสี่ยงกลาง..."


    "เป็๞ผลตรวจ ไม่ใช่คำสั่งไล่คนไปตาย" รินวางใบเสร็จกลับใต้แก้ว "และ๻ั้๫แ๻่นี้ ห้ามพูดคำบนใบเสร็จซ้ำเล่น ๆ ห้ามเรียกชื่อจริง ห้ามออกจากเขตคนเดียว ใครอยากมีส่วนร่วมกับงานผีโดยไม่รับค่าจ้าง เชิญไปสมัครข้างนอก ฉันไม่หักภาษีให้"


    ไม่มีใครหัวเราะ แต่หลายคนหุบปาก


    ดีพอ


    รินหันไปทางหมอก เขายืนใกล้ประตู มือหนึ่งแตะขอบชั้นวางไฟฉาย ดวงตายังมองต่ำที่พื้น เหมือนเห็นเส้นทางที่คนอื่นเห็นเพียงกระเบื้องสกปรก


    "ยังเห็นร่องอยู่ไหม" เธอถาม


    หมอกพยักหน้า "ยังอยู่ มันออกจากขอบเงาเขา ไปทางหลังตู้ขายน้ำเก่า"


    คำว่า `เขา` ทำให้บาสเงยหน้าขึ้นนิดหนึ่ง เหมือนคนที่ได้รับอนุญาตให้ยังเป็๞คนโดยไม่ต้องมีชื่อประกอบ


    รินไม่ปล่อยให้ความรู้สึกนั้นอยู่นาน เธอหยิบกระดาษใหม่ เขียนหัวข้อด้วยปากกาหมึกดำ


    `งาน 12-A: ตรวจร่องกลิ่นแผงสด`


    เครื่องพิมพ์ใบเสร็จใต้เคาน์เตอร์ดังกรึกเบา ๆ เหมือนรับรู้


    "ทีมเล็กเท่านั้น" รินประกาศ "ฉันคุมดีล หมอกอ่านกลิ่น คิวถือไฟส่องทาง คิวถือเชือกคุมระยะกลับร้าน"


    คิวสิบห้าซึ่งถือไฟฉายอยู่แล้วกลืนน้ำลาย "คิวถือไฟคือผมใช่ไหม"


    "ตอนถือไฟฉายอยู่ในมือ ถ้าไม่ใช่คุณก็มีปัญหาใหญ่กว่าผีแล้วค่ะ"


    คิวสิบห้าพยักหน้าเร็ว ๆ


    รินมองไปทางคิวสิบสอง "คุณถือเชือก"


    "ทำไมผมต้องออกไปด้วย"


    "เพราะคุณอยากได้หลักฐานเร็วที่สุด" รินตอบ "ร้านรับแรงงานตามความขยันในการกล่าวหา"


    คิวสิบสองหน้าแข็ง แต่รับม้วนเชือกจากเธอไป


    รินหันไปทางบาส "คิวเฝ้าแถวหนึ่ง อยู่จุดควบคุมข้างประตู ไม่ออกไป ไม่ถือหลักฐาน ไม่ยืนใกล้กระจก ไม่พูดแทรกถ้าไม่ถูกถามด้วยรหัส"


    บาสพยักหน้า "ครับ"


    "ดีลงานฐาน" รินพูดชัด ๆ ให้เครื่องพิมพ์และทุกคนได้ยิน "งาน 12-A ตรวจร่องกลิ่นแผงสด สิ่งแลกเปลี่ยนคือแรงงานตรวจทาง ข้อมูลเส้นทาง และสิทธิ์รับของตามรอบหลังกลับ ข้อห้ามคือไม่ใช้ชื่อจริง ไม่แตะหลักฐานก่อนใบเสร็จอนุญาต และไม่ตัดเชือกกลับร้าน"


    เครื่องพิมพ์ทำงาน


    กระดาษเลื่อนออกมาช้า ๆ


    ```text

    งาน: 12-A ตรวจร่องกลิ่นแผงสด

    ผู้ถือสิทธิ์ชั่วคราว: ทีมงาน 12-A

    สิ่งแลกเปลี่ยน: แรงงานตรวจทาง / ข้อมูลเส้นทาง / สิทธิ์รับของตามรอบหลังกลับ

    ข้อห้าม: ไม่ใช้ชื่อจริง / ไม่แตะหลักฐานก่อนอนุญาต / ไม่ตัดเชือกกลับร้าน

    ระดับเสี่ยง: กลาง-สูง

    ```


    รินอ่านบรรทัดสุดท้ายแล้วถอนหายใจทางจมูก


    "กลาง-สูงนี่อ่านแล้วอบอุ่นใจมาก" คิวสิบห้าพึมพำ


    "อย่างน้อยมันยังไม่เขียนว่าสูงมากพร้อมส่วนลดศพ" รินตอบ "ไปค่ะ"


    เธอหยิบถาดพลาสติกแบนหนึ่งใบ ผ้าขาวที่ยังแห้งหนึ่งผืน และถุงซิปเล็กจากหลังเคาน์เตอร์ หลักฐานก็เป็๞ของ ถ้านำออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยไม่มีดีล ร้านอาจนับเป็๞ช่องโหว่เดิมอีกครั้ง เธอไม่อยากให้ผีแผงปลามีสิทธิ์ทำรายการย้อนหลังกว่าเดิม


    ประตูร้านเปิดแค่พอให้คนลอดออกไปทีละคน


    กลิ่นคาวปลาเก่าตีเข้ามาก่อนฝน


    มันไม่ใช่กลิ่นของตลาดสดธรรมดาที่เลิกขายแล้วลืมล้างพื้น กลิ่นนี้เย็นกว่า หนืดกว่า เหมือนน้ำคาวถูกผสมหมึกเก่าแล้วเททิ้งไว้ในสมุดบัญชีเปียก รินรู้สึกเหมือนปลายลิ้นมีรสเหล็กและกระดาษชื้น แม้เธอยังไม่ได้ก้าวพ้นเส้นเกลือ


    "เชือก" เธอสั่ง


    คิวสิบสองผูกปลายเชือกกับเสาเหล็กด้านในร้าน อีกปลายคล้องผ่านข้อมือตัวเองและยื่นต่อให้คิวสิบห้า หมอกแตะเชือกแค่ปลายนิ้ว รินจับถาดกับใบเสร็จไว้แน่น


    พวกเขาก้าวออกจากเขตปลอดภัยทีละก้าว


    ซอยหลังตลาดมืดกว่าที่ควรเป็๞


    แสงฝนดาวตกจากฟ้า๨้า๞๢๞เป็๞สีซีด ๆ คล้ายไฟหน้าจอโทรศัพท์ใกล้หมดแบต ตู้ขายน้ำเก่าตั้งเอียงอยู่ริมทาง ฉลากเครื่องดื่มบนตู้ลอกครึ่งหนึ่ง รอยน้ำบนพื้นไหลสวนทางฝนไปด้านหลังแผงสดร้าง เหมือนพื้นตลาดกำลังดูดอะไรบางอย่างกลับเข้าไปในท้องตัวเอง


    แกรก


    แกรก


    เสียงนั้นดังจากความมืดข้างหน้า จังหวะเหมือนเครื่องพิมพ์ใบเสร็จ แต่ไม่มีเครื่องพิมพ์อยู่ตรงนั้น


    "คิว...ถือ...ไฟ..."


    คิวสิบห้าสะดุ้ง ไฟฉายส่ายไปชนผนังปูน รอยนิ้วหมึกเก่าบนผนังสะท้อนแสงขึ้นมาหลายจุด


    "ไม่ตอบ" รินพูดเสียงต่ำ


    "คิว...ถือ...เชือก..."


    คิวสิบสองกำเชือกแน่นกว่าเดิม "มันเรียกรหัสได้แล้ว"


    "มันอ่านป้ายได้ ไม่ได้แปลว่ามันคิดเลขเป็๞" รินตอบ "ลูกค้าบางคนอ่านป้ายราคาแล้วแกล้งถามซ้ำ ฉันยังไม่ลดราคาให้เลย"


    หมอกหายใจเข้าอย่างระวัง เขาย่อตัวลงใกล้พื้น แต่ไม่แตะน้ำ รินเห็นขนแขนเขาลุกขึ้นเป็๞เส้น ๆ


    "ร่องจากคิวเฝ้าแถวหนึ่งอยู่ตรงนี้" เขาพูด "บางมาก เหมือนเชือกเปียก"


    รินมองตาม แต่เห็นแค่น้ำดำบาง ๆ บนพื้น


    หมอกชี้ไปข้างหน้า "มันไม่ได้วิ่งจากแผงเข้าไปหาเขา มันเหมือนถูกผูกไว้ที่ขอบเงา แล้วดึงกลับ"


    "เหมือนป้ายราคาที่แปะผิดสินค้า แล้วเ๯้าของร้านเพิ่งนึกได้ว่าติดผิด"


    "ประมาณนั้น" หมอกตอบ เบากว่าเดิมนิดหนึ่ง


    รินเกือบมองเขานานเกินจำเป็๞ จึงเลือกมองพื้นแทน ความไว้ใจในวันสิ้นโลกควรใช้พอดีเหมือนถ่านไฟฉาย ไม่ใช่เปิดค้างเพราะบรรยากาศดี ซึ่งตอนนี้บรรยากาศก็ไม่ได้ดีเลย


    พวกเขาเดินตามรอยน้ำไปอีกไม่กี่เมตร


    แผงปลาเก่าโผล่จากความมืดก่อนเสียงเคี้ยว


    เคี้ยว


    เคี้ยว


    เสียงนั้นดังจากใต้แผง ไม่ดังมาก แต่มีจังหวะเปียกเหนียวเหมือนบางสิ่งกำลังบดกระดาษเปื้อนน้ำคาวปลา แผงสแตนเลส๨้า๞๢๞มีคราบเกลือจับเป็๞ปื้น ขอบแผงด้านล่างดำเหมือนถูกหมึกซึมจากข้างใน


    คิวสิบห้าส่องไฟลงพื้น


    เศษกระดาษเล็ก ๆ ติดอยู่ตามร่องน้ำ เหมือนใบเสร็จถูกเคี้ยวแล้วคายออกมา บางชิ้นมีตัวอักษรขาด ๆ


    `...รับของ...`


    `...แทนชื่อ...`


    หมอกยกมือห้ามก่อนคิวสิบสองจะก้มลงดูใกล้ "อย่าให้เงาทับมัน"


    คิวสิบสองแข็งค้าง "ผมยังไม่ได้แตะ"


    "เงาก็แตะได้" หมอกพูด


    ความเงียบตกลงทันที


    รินยกถาดขึ้นขวางระดับเอว "ไม่มีใครแตะอะไรทั้งนั้นจนกว่าร้านอนุญาต"


    เธอคุกเข่าลงโดยให้ปลายรองเท้าอยู่ห่างจากรอยน้ำหนึ่งฝ่ามือ แสงไฟฉายส่องใต้ขอบแผงปลา เห็นเศษใบเสร็จชิ้นใหญ่กว่าชิ้นอื่นติดอยู่ตรงรอยแตกของปูน


    หมึกบนเศษกระดาษยังเปียก


    ข้อความสามบรรทัดอ่านได้ไม่ครบ แต่พอทำให้หัวใจของรินนับสต็อกผิดไปครึ่งจังหวะ


    ```text

    ...รับของแทนชื่อ...

    ...ผู้ถือเครดิตแทน...

    ...ค้างชีวิตหนึ่งคืน...

    ```


    ใต้เศษกระดาษมีรอยนิ้วหมึกสองชุด


    ชุดแรกอยู่ระดับขอบแผง เป็๞รอยนิ้วคนเป็๞ ขนาดปกติ กดไม่ลึก เหมือนคนรีบเซ็นหรือรีบแตะก่อนถอยหนี


    ชุดที่สองต่ำติดพื้น


    ต่ำเกินมือคนปกติ


    รอยนิ้วสีดำนั้นยาวและแบน เหมือนเงาของนิ้วมากกว่านิ้วจริง มันลากจากพื้นขึ้นไปแตะขอบเศษใบเสร็จ แล้วหายเข้าใต้แผง เหมือนมีบางสิ่งเซ็นรับจากด้านล่าง


    คิวสิบสองเสียงแห้ง "นั่น...ไม่ใช่มือคน"


    "ยินดีด้วยค่ะ" รินพูด "หลักฐานเริ่มทำตัวเป็๞หลักฐานแล้ว"


    หมอกขยับไปด้านซ้ายของแผงปลา ใบหน้าซีดขึ้น "มีร่องอีกเส้น"


    "จากไหน"


    "ไม่ใช่จากคิวเฝ้าแถวหนึ่ง" หมอกหลับตาครึ่งหนึ่ง "กลิ่นแป้งทอด...น้ำจิ้มหวานจาง ๆ แล้วก็ควันเตาถ่าน"


    รินนิ่งไป


    `แม่ค้าป... / ขอค้างชีวิตหนึ่งคืน`


    คำจากหน้าบัญชีแผงปลาแวบขึ้นมาในหัวทันที


    ในร้าน แม่ค้าลูกชิ้นยังนั่งกอดเด็กอยู่หลังลังน้ำ ดูแลคนเจ็บ และยังไม่เคยแตะหลักฐานพวกนี้ต่อหน้าริน


    น่าสงสัย


    ยังไม่ใช่ผิดจริง


    รินกดคำสองคำนั้นไว้ในหัวเหมือนกดฝาปากกาที่หมึกกำลังรั่ว


    "ไม่พูดโยงชื่อใคร" เธอสั่งก่อนคิวสิบสองจะอ้าปาก "โดยเฉพาะชื่ออาชีพที่ยังมีคนเป็๞อยู่ในร้าน"


    คิวสิบสองเม้มปาก


    ดี เขายังมีสัญชาตญาณเอาตัวรอดมากกว่าสัญชาตญาณนินทาเล็กน้อย


    เสียงแกรกดังขึ้นอีกครั้งจากใต้แผงปลา


    คราวนี้เสียงนั้นเลียนเครื่องพิมพ์ได้ใกล้ขึ้น


    แกรก


    แกรก


    "รายการ...รอ..."


    หมอกลืมตาทันที "ถอยครึ่งก้าว"


    ทุกคนถอย ยกเว้นรินที่ยังคุกเข่าอยู่ เธอถอยไม่ได้เร็วเพราะถาดในมือและใบเสร็จในมืออีกข้าง แต่หมอกคว้าข้อศอกเธอไว้พอดี แรงดึงสั้น ๆ ทำให้เธอลุกขึ้นโดยไม่เสียหลัก


    ปลายนิ้วเขาเย็นจัด


    "ขอบคุณ" รินพูด


    "ค่อยคิดค่าขอบคุณทีหลัง" หมอกตอบ


    รินมองเขาแวบหนึ่ง


    นั่นเป็๞มุกแห้งที่เธอควรเป็๞คนพูดเอง แต่สถานการณ์ยังไม่เหมาะให้ทวงลิขสิทธิ์


    จากในร้าน เครื่องพิมพ์ใบเสร็จดังขึ้นจริง ๆ เสียงมันทะลุผ่านระยะเชือกมาเหมือนอยู่ใต้แผงปลา


    แกรก


    แกรก


    คิวถือไฟหันแสงกลับไปทางประตู ร้านชำมิติอยู่ห่างออกไปไม่กี่เมตร แต่ดูเหมือนกล่องไฟเล็ก ๆ กลางตลาดที่กำลังถูกความมืดดมกลิ่น


    เสียงแม่ค้าลูกชิ้นจากข้างในร้องถาม "เป็๞อะไรไหม"


    "ไม่ตอบชื่อ ไม่ออกมา" ริน๻ะโ๷๞กลับโดยไม่เรียกใคร "อยู่ในเขต"


    เครื่องพิมพ์ในร้านพิมพ์ต่อ


    บาสซึ่งยืนจุดควบคุมใกล้ประตูอ่านข้อความด้วยเสียงสั่น แต่ยังใช้รหัสเรียกงานตามที่ถูกสั่ง


    "รายการรออนุญาต: หลักฐานจากแผงปลา"


    เขากลืนน้ำลาย


    "ผู้ถือสิทธิ์ชั่วคราว: งาน 12-A"


    เครื่องพิมพ์ดังอีกครั้ง


    "ระดับเสี่ยง: กลาง-สูง"


    ใต้แผงปลา เสียงเคี้ยวหยุดลง


    ความเงียบที่ตามมาทำให้รินอยากให้มันกลับไปเคี้ยวต่อ นั่นเป็๞ความคิดที่แย่มาก และยิ่งแย่กว่านั้นคือเธอเข้าใจตัวเอง


    "ร้านอนุญาตให้เคลื่อนหลักฐานเข้าถาดหรือยัง" คิวสิบห้าถามเสียงเบา


    รินมองใบเสร็จในมือ ข้อความ `ผู้ถือสิทธิ์ชั่วคราว: งาน 12-A` ยังไม่จาง


    "อนุญาตแบบไม่แตะตรง" เธอตัดสินใจ "คิวถือไฟ ส่องพื้น คิวถือเชือกดึงระยะ หมอกดูเงา ฉันใช้ถาดกับผ้า ใครพูดคำว่ารีบ ฉันจะให้เขาเป็๞คนกรอกแบบฟอร์มหลังตาย"


    ไม่มีใครพูดว่ารีบ


    รินวางถาดลงบนพื้นแห้งด้านข้างแผงปลา ใช้ปลายผ้าขาวรองใต้เศษใบเสร็จโดยไม่ให้มือแตะกระดาษ หมึกดำซึมเข้าผ้าทันทีเป็๞รูปนิ้วแบน ๆ เธอเม้มปาก แต่ยังขยับช้า ๆ จนเศษใบเสร็จเลื่อนเข้าถาด


    ตอนกระดาษหลุดจากรอยแตก ใต้แผงปลามีเสียงหายใจเข้า


    ไม่มีลมหายใจออก


    คิวสิบห้าส่องไฟลงไปโดยไม่ตั้งใจ


    ใต้แผงไม่มีร่างคน ไม่มีสัตว์ ไม่มีปากที่ควรเคี้ยวกระดาษ มีแต่เงาดำขยับอยู่ในน้ำคาวปลา เงานั้นยื่นบางส่วนออกมาเหมือนแขนที่ไม่มีกระดูก ปลายนิ้วแบนแตะรอยที่เศษใบเสร็จเคยอยู่


    แล้วมันเขียนบนพื้นเปียกช้า ๆ


    `คืน`


    คิวสิบสองกระตุกเชือกจนเกือบทำคิวสิบห้าล้ม


    "ถอย" หมอกพูด


    "ถอยเป็๞แถว" รินเสริม "ไม่วิ่ง เชือกไม่ตัด ไฟไม่ดับ"


    ทุกคนถอยตามเชือกกลับไปทางร้าน


    เสียงจากลานจอดรถดังขึ้นในจังหวะนั้น


    ไม่ใช่เสียงแผงสดร้าง


    เสียงคนเป็๞หลายคน ๻ะโ๷๞ปนกันมาจากทางลัดหลังตู้ขายน้ำเก่า


    "มีใครอยู่ไหม"


    "ร้านตรงนั้นมีไฟ!"


    "เขาว่ามีน้ำ มียา!"


    รินหยุดแค่ครึ่งก้าว


    กลิ่นฝนหนาขึ้นทันที เหมือนตลาดทั้งตลาดหันมาหายใจทางเดียวกัน เสียงจากแผงสดร้างหัวเราะเบา ๆ แล้วพูดแทรกด้วยน้ำเสียงที่คล้ายคนจริงเกินไป


    "มีน้ำ..."


    เสียงคนเป็๞อีกกลุ่มตอบโต้จากลานจอดรถ "เปิดประตู!"


    "มียา!"


    "พวกในร้านกักของไว้!"


    คิวสิบสองหน้าซีด "กลุ่มลานจอดรถ"


    "ใช่" รินจับถาดแน่น "ปัญหากองใหม่กำลังเดินมา"


    ใต้แผงปลา เงาดำเขียนคำเดิมซ้ำในน้ำคาว


    `คืน`


    แล้วเสียงแผงสดร้างพูดตามกลุ่มคนเป็๞อย่างอ่อนหวาน


    "แจกฟรีสิ..."


    รินไม่เสียเวลาตอบ เธอพาทุกคนถอยเข้าร้านทีละคน คิวสิบห้าปิดไฟฉายลงต่ำก่อนผ่านเส้นเกลือ คิวสิบสองดึงเชือกกลับโดยไม่ตัด หมอกเข้ามาคนสุดท้ายก่อนริน เธอวางถาดหลักฐานบนเคาน์เตอร์ จุดที่ใบเสร็จอนุญาต แล้วปิดประตูทันที


    เสียงคนจากลานจอดรถยังใกล้ขึ้น


    คนในฐานลุกฮือด้วยความ๻๷ใ๯ เด็กเริ่มร้อง แม่ค้าลูกชิ้นกอดเด็กไว้แน่น บาสยืนอยู่จุดเดิม ไม่ขยับเข้าหาหลักฐาน ไม่ขยับออกจากประตู


    อย่างน้อยเขาทำตามกฎ


    นั่นยังไม่ใช่ความบริสุทธิ์ แต่มันเป็๞ข้อมูล


    รินกดถาดหลักฐานไว้ด้วยแก้วเปล่าอีกใบ แล้วหันไปหาทุกคน


    "สรุปสั้น ๆ" เธอพูด "คิวเฝ้าแถวหนึ่งยังไม่พ้นสงสัย"


    บาสก้มหน้าลงนิดหนึ่ง แต่ไม่เถียง


    "แต่หลักฐานเริ่มชี้ว่ามีคนหรือสิ่งอื่นใช้เขาเป็๞ผู้ถือเครดิตแทน" รินพูดต่อ "ร่องกลิ่นถูกผูกกับเงาแล้วดึงออกไป ไม่ใช่หลักฐานว่าเขากินชื่อเอง"


    คิวสิบสองอ้าปาก


    รินชี้ปากกาใส่เขาก่อนเสียงจะออก "น่าสงสัยไม่เท่ากับผิดจริง ถ้าใครยังแยกสองคำนี้ไม่ได้ ให้ไปอยู่หลังลังข้าวสารก่อน อย่าเพิ่งช่วยสืบ ช่วยเงียบมีประโยชน์กว่า"


    เครื่องพิมพ์ใบเสร็จทำงานเอง


    ทุกคนเงียบ


    กระดาษเลื่อนออกมาจากใต้เคาน์เตอร์ กลิ่นหมึกใหม่ปนกับกลิ่นคาวปลาจากถาดหลักฐาน รินดึงกระดาษขึ้นอ่าน


    ```text

    กลุ่มลูกค้าใหม่: ลานจอดรถ

    เงื่อนไขเข้าแถว: ไม่ยอมรับใบเสร็จ

    คำเตือน: คนหิวต่อรองยากกว่าผีบางตน

    ```


    นอกประตู มีคนทุบเหล็กม้วนดังปัง


    "ในร้านมีน้ำใช่ไหม!"


    เสียงนั้นเป็๞เสียงคนเป็๞ แน่น เหนื่อย และหิว


    ก่อนใครในร้านจะตอบ เสียงจากแผงสดร้างก็ดังตามมาเบา ๆ ใกล้กว่าที่ควร


    "แจกฟรีสิ..."


    รินวางใบเสร็จลงบนเคาน์เตอร์ช้า ๆ


    ดี


    ตอนนี้มีทั้งผีที่อยากได้ชื่อ และคนเป็๞ที่อยากได้ของ


    แย่


    ทั้งสองฝ่ายเริ่มใช้ประโยคเดียวกันแล้ว