ร้านชำคนเป็ คนตาย
ตอนที่ 14: ร่องกลิ่นที่ไม่ใช่ของคนผิด
"กลาง..."
เสียงจากแผงสดร้างลากคำเดียวผ่านความมืดเหมือนลากมีดทื่อบนเขียงเปียก
เทียนเฝ้าประตูเล่มขวาไม่ดับ แต่เปลวไฟเอนเข้าหาด้านในร้าน ทั้งที่ลมจากฝนดาวตกพัดอยู่นอกประตู มันเหมือนหูกระดาษเล็ก ๆ ที่กำลังฟังเสียงจากซอยหลังตลาด ใบเสร็จบนเคาน์เตอร์ยังอุ่นอยู่ตรงบรรทัด `ร่องกลิ่น: ซอยหลังตลาด` หมึกดำใต้คำนั้นค่อย ๆ ไหลยาวออกจากตัวอักษร เป็เส้นบาง ๆ ชี้ไปทางประตู
"กลาง..." เสียงเดิมเรียกอีกครั้ง
คนในฐานขยับพร้อมกัน
ไม่ใช่การก้าวหนี เป็การหันไปมองบาส
บาสยืนอยู่ใกล้เสาเหล็กหน้าร้านตามมาตรการคุมเข้ม มือหนึ่งจับเชือกข้อมือรหัส `คิวเฝ้าแถวหนึ่ง` อีกมือเกาะชายเสื้อจนผ้ายับ เขาไม่ได้พูด แต่หน้าซีดลงในแบบที่ทำให้คนกลัวเขามากขึ้น ไม่ใช่น้อยลง
"มันเรียกคำเดียวกับใบเสร็จ" คิวสิบสองพูดเสียงแข็ง "ยังต้องรออะไรอีก"
"รอให้คุณหยุดช่วยมันทำงานก่อนค่ะ" รินตอบทันที
คิวสิบสองชะงัก "ผมช่วยใคร"
"สิ่งนอกเขต" รินยกใบเสร็จขึ้นให้ทุกคนเห็น แต่ไม่ยื่นให้ใครแตะ "มันเลียนคำบนใบเสร็จได้ แปลว่ามันกำลังใช้ภาษาของร้านเป็เหยื่อล่อ ไม่ได้แปลว่ามันเป็กรรมการตัดสินคดี"
"แต่คำว่าเสี่ยงกลาง..."
"เป็ผลตรวจ ไม่ใช่คำสั่งไล่คนไปตาย" รินวางใบเสร็จกลับใต้แก้ว "และั้แ่นี้ ห้ามพูดคำบนใบเสร็จซ้ำเล่น ๆ ห้ามเรียกชื่อจริง ห้ามออกจากเขตคนเดียว ใครอยากมีส่วนร่วมกับงานผีโดยไม่รับค่าจ้าง เชิญไปสมัครข้างนอก ฉันไม่หักภาษีให้"
ไม่มีใครหัวเราะ แต่หลายคนหุบปาก
ดีพอ
รินหันไปทางหมอก เขายืนใกล้ประตู มือหนึ่งแตะขอบชั้นวางไฟฉาย ดวงตายังมองต่ำที่พื้น เหมือนเห็นเส้นทางที่คนอื่นเห็นเพียงกระเบื้องสกปรก
"ยังเห็นร่องอยู่ไหม" เธอถาม
หมอกพยักหน้า "ยังอยู่ มันออกจากขอบเงาเขา ไปทางหลังตู้ขายน้ำเก่า"
คำว่า `เขา` ทำให้บาสเงยหน้าขึ้นนิดหนึ่ง เหมือนคนที่ได้รับอนุญาตให้ยังเป็คนโดยไม่ต้องมีชื่อประกอบ
รินไม่ปล่อยให้ความรู้สึกนั้นอยู่นาน เธอหยิบกระดาษใหม่ เขียนหัวข้อด้วยปากกาหมึกดำ
`งาน 12-A: ตรวจร่องกลิ่นแผงสด`
เครื่องพิมพ์ใบเสร็จใต้เคาน์เตอร์ดังกรึกเบา ๆ เหมือนรับรู้
"ทีมเล็กเท่านั้น" รินประกาศ "ฉันคุมดีล หมอกอ่านกลิ่น คิวถือไฟส่องทาง คิวถือเชือกคุมระยะกลับร้าน"
คิวสิบห้าซึ่งถือไฟฉายอยู่แล้วกลืนน้ำลาย "คิวถือไฟคือผมใช่ไหม"
"ตอนถือไฟฉายอยู่ในมือ ถ้าไม่ใช่คุณก็มีปัญหาใหญ่กว่าผีแล้วค่ะ"
คิวสิบห้าพยักหน้าเร็ว ๆ
รินมองไปทางคิวสิบสอง "คุณถือเชือก"
"ทำไมผมต้องออกไปด้วย"
"เพราะคุณอยากได้หลักฐานเร็วที่สุด" รินตอบ "ร้านรับแรงงานตามความขยันในการกล่าวหา"
คิวสิบสองหน้าแข็ง แต่รับม้วนเชือกจากเธอไป
รินหันไปทางบาส "คิวเฝ้าแถวหนึ่ง อยู่จุดควบคุมข้างประตู ไม่ออกไป ไม่ถือหลักฐาน ไม่ยืนใกล้กระจก ไม่พูดแทรกถ้าไม่ถูกถามด้วยรหัส"
บาสพยักหน้า "ครับ"
"ดีลงานฐาน" รินพูดชัด ๆ ให้เครื่องพิมพ์และทุกคนได้ยิน "งาน 12-A ตรวจร่องกลิ่นแผงสด สิ่งแลกเปลี่ยนคือแรงงานตรวจทาง ข้อมูลเส้นทาง และสิทธิ์รับของตามรอบหลังกลับ ข้อห้ามคือไม่ใช้ชื่อจริง ไม่แตะหลักฐานก่อนใบเสร็จอนุญาต และไม่ตัดเชือกกลับร้าน"
เครื่องพิมพ์ทำงาน
กระดาษเลื่อนออกมาช้า ๆ
```text
งาน: 12-A ตรวจร่องกลิ่นแผงสด
ผู้ถือสิทธิ์ชั่วคราว: ทีมงาน 12-A
สิ่งแลกเปลี่ยน: แรงงานตรวจทาง / ข้อมูลเส้นทาง / สิทธิ์รับของตามรอบหลังกลับ
ข้อห้าม: ไม่ใช้ชื่อจริง / ไม่แตะหลักฐานก่อนอนุญาต / ไม่ตัดเชือกกลับร้าน
ระดับเสี่ยง: กลาง-สูง
```
รินอ่านบรรทัดสุดท้ายแล้วถอนหายใจทางจมูก
"กลาง-สูงนี่อ่านแล้วอบอุ่นใจมาก" คิวสิบห้าพึมพำ
"อย่างน้อยมันยังไม่เขียนว่าสูงมากพร้อมส่วนลดศพ" รินตอบ "ไปค่ะ"
เธอหยิบถาดพลาสติกแบนหนึ่งใบ ผ้าขาวที่ยังแห้งหนึ่งผืน และถุงซิปเล็กจากหลังเคาน์เตอร์ หลักฐานก็เป็ของ ถ้านำออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยไม่มีดีล ร้านอาจนับเป็ช่องโหว่เดิมอีกครั้ง เธอไม่อยากให้ผีแผงปลามีสิทธิ์ทำรายการย้อนหลังกว่าเดิม
ประตูร้านเปิดแค่พอให้คนลอดออกไปทีละคน
กลิ่นคาวปลาเก่าตีเข้ามาก่อนฝน
มันไม่ใช่กลิ่นของตลาดสดธรรมดาที่เลิกขายแล้วลืมล้างพื้น กลิ่นนี้เย็นกว่า หนืดกว่า เหมือนน้ำคาวถูกผสมหมึกเก่าแล้วเททิ้งไว้ในสมุดบัญชีเปียก รินรู้สึกเหมือนปลายลิ้นมีรสเหล็กและกระดาษชื้น แม้เธอยังไม่ได้ก้าวพ้นเส้นเกลือ
"เชือก" เธอสั่ง
คิวสิบสองผูกปลายเชือกกับเสาเหล็กด้านในร้าน อีกปลายคล้องผ่านข้อมือตัวเองและยื่นต่อให้คิวสิบห้า หมอกแตะเชือกแค่ปลายนิ้ว รินจับถาดกับใบเสร็จไว้แน่น
พวกเขาก้าวออกจากเขตปลอดภัยทีละก้าว
ซอยหลังตลาดมืดกว่าที่ควรเป็
แสงฝนดาวตกจากฟ้า้าเป็สีซีด ๆ คล้ายไฟหน้าจอโทรศัพท์ใกล้หมดแบต ตู้ขายน้ำเก่าตั้งเอียงอยู่ริมทาง ฉลากเครื่องดื่มบนตู้ลอกครึ่งหนึ่ง รอยน้ำบนพื้นไหลสวนทางฝนไปด้านหลังแผงสดร้าง เหมือนพื้นตลาดกำลังดูดอะไรบางอย่างกลับเข้าไปในท้องตัวเอง
แกรก
แกรก
เสียงนั้นดังจากความมืดข้างหน้า จังหวะเหมือนเครื่องพิมพ์ใบเสร็จ แต่ไม่มีเครื่องพิมพ์อยู่ตรงนั้น
"คิว...ถือ...ไฟ..."
คิวสิบห้าสะดุ้ง ไฟฉายส่ายไปชนผนังปูน รอยนิ้วหมึกเก่าบนผนังสะท้อนแสงขึ้นมาหลายจุด
"ไม่ตอบ" รินพูดเสียงต่ำ
"คิว...ถือ...เชือก..."
คิวสิบสองกำเชือกแน่นกว่าเดิม "มันเรียกรหัสได้แล้ว"
"มันอ่านป้ายได้ ไม่ได้แปลว่ามันคิดเลขเป็" รินตอบ "ลูกค้าบางคนอ่านป้ายราคาแล้วแกล้งถามซ้ำ ฉันยังไม่ลดราคาให้เลย"
หมอกหายใจเข้าอย่างระวัง เขาย่อตัวลงใกล้พื้น แต่ไม่แตะน้ำ รินเห็นขนแขนเขาลุกขึ้นเป็เส้น ๆ
"ร่องจากคิวเฝ้าแถวหนึ่งอยู่ตรงนี้" เขาพูด "บางมาก เหมือนเชือกเปียก"
รินมองตาม แต่เห็นแค่น้ำดำบาง ๆ บนพื้น
หมอกชี้ไปข้างหน้า "มันไม่ได้วิ่งจากแผงเข้าไปหาเขา มันเหมือนถูกผูกไว้ที่ขอบเงา แล้วดึงกลับ"
"เหมือนป้ายราคาที่แปะผิดสินค้า แล้วเ้าของร้านเพิ่งนึกได้ว่าติดผิด"
"ประมาณนั้น" หมอกตอบ เบากว่าเดิมนิดหนึ่ง
รินเกือบมองเขานานเกินจำเป็ จึงเลือกมองพื้นแทน ความไว้ใจในวันสิ้นโลกควรใช้พอดีเหมือนถ่านไฟฉาย ไม่ใช่เปิดค้างเพราะบรรยากาศดี ซึ่งตอนนี้บรรยากาศก็ไม่ได้ดีเลย
พวกเขาเดินตามรอยน้ำไปอีกไม่กี่เมตร
แผงปลาเก่าโผล่จากความมืดก่อนเสียงเคี้ยว
เคี้ยว
เคี้ยว
เสียงนั้นดังจากใต้แผง ไม่ดังมาก แต่มีจังหวะเปียกเหนียวเหมือนบางสิ่งกำลังบดกระดาษเปื้อนน้ำคาวปลา แผงสแตนเลส้ามีคราบเกลือจับเป็ปื้น ขอบแผงด้านล่างดำเหมือนถูกหมึกซึมจากข้างใน
คิวสิบห้าส่องไฟลงพื้น
เศษกระดาษเล็ก ๆ ติดอยู่ตามร่องน้ำ เหมือนใบเสร็จถูกเคี้ยวแล้วคายออกมา บางชิ้นมีตัวอักษรขาด ๆ
`...รับของ...`
`...แทนชื่อ...`
หมอกยกมือห้ามก่อนคิวสิบสองจะก้มลงดูใกล้ "อย่าให้เงาทับมัน"
คิวสิบสองแข็งค้าง "ผมยังไม่ได้แตะ"
"เงาก็แตะได้" หมอกพูด
ความเงียบตกลงทันที
รินยกถาดขึ้นขวางระดับเอว "ไม่มีใครแตะอะไรทั้งนั้นจนกว่าร้านอนุญาต"
เธอคุกเข่าลงโดยให้ปลายรองเท้าอยู่ห่างจากรอยน้ำหนึ่งฝ่ามือ แสงไฟฉายส่องใต้ขอบแผงปลา เห็นเศษใบเสร็จชิ้นใหญ่กว่าชิ้นอื่นติดอยู่ตรงรอยแตกของปูน
หมึกบนเศษกระดาษยังเปียก
ข้อความสามบรรทัดอ่านได้ไม่ครบ แต่พอทำให้หัวใจของรินนับสต็อกผิดไปครึ่งจังหวะ
```text
...รับของแทนชื่อ...
...ผู้ถือเครดิตแทน...
...ค้างชีวิตหนึ่งคืน...
```
ใต้เศษกระดาษมีรอยนิ้วหมึกสองชุด
ชุดแรกอยู่ระดับขอบแผง เป็รอยนิ้วคนเป็ ขนาดปกติ กดไม่ลึก เหมือนคนรีบเซ็นหรือรีบแตะก่อนถอยหนี
ชุดที่สองต่ำติดพื้น
ต่ำเกินมือคนปกติ
รอยนิ้วสีดำนั้นยาวและแบน เหมือนเงาของนิ้วมากกว่านิ้วจริง มันลากจากพื้นขึ้นไปแตะขอบเศษใบเสร็จ แล้วหายเข้าใต้แผง เหมือนมีบางสิ่งเซ็นรับจากด้านล่าง
คิวสิบสองเสียงแห้ง "นั่น...ไม่ใช่มือคน"
"ยินดีด้วยค่ะ" รินพูด "หลักฐานเริ่มทำตัวเป็หลักฐานแล้ว"
หมอกขยับไปด้านซ้ายของแผงปลา ใบหน้าซีดขึ้น "มีร่องอีกเส้น"
"จากไหน"
"ไม่ใช่จากคิวเฝ้าแถวหนึ่ง" หมอกหลับตาครึ่งหนึ่ง "กลิ่นแป้งทอด...น้ำจิ้มหวานจาง ๆ แล้วก็ควันเตาถ่าน"
รินนิ่งไป
`แม่ค้าป... / ขอค้างชีวิตหนึ่งคืน`
คำจากหน้าบัญชีแผงปลาแวบขึ้นมาในหัวทันที
ในร้าน แม่ค้าลูกชิ้นยังนั่งกอดเด็กอยู่หลังลังน้ำ ดูแลคนเจ็บ และยังไม่เคยแตะหลักฐานพวกนี้ต่อหน้าริน
น่าสงสัย
ยังไม่ใช่ผิดจริง
รินกดคำสองคำนั้นไว้ในหัวเหมือนกดฝาปากกาที่หมึกกำลังรั่ว
"ไม่พูดโยงชื่อใคร" เธอสั่งก่อนคิวสิบสองจะอ้าปาก "โดยเฉพาะชื่ออาชีพที่ยังมีคนเป็อยู่ในร้าน"
คิวสิบสองเม้มปาก
ดี เขายังมีสัญชาตญาณเอาตัวรอดมากกว่าสัญชาตญาณนินทาเล็กน้อย
เสียงแกรกดังขึ้นอีกครั้งจากใต้แผงปลา
คราวนี้เสียงนั้นเลียนเครื่องพิมพ์ได้ใกล้ขึ้น
แกรก
แกรก
"รายการ...รอ..."
หมอกลืมตาทันที "ถอยครึ่งก้าว"
ทุกคนถอย ยกเว้นรินที่ยังคุกเข่าอยู่ เธอถอยไม่ได้เร็วเพราะถาดในมือและใบเสร็จในมืออีกข้าง แต่หมอกคว้าข้อศอกเธอไว้พอดี แรงดึงสั้น ๆ ทำให้เธอลุกขึ้นโดยไม่เสียหลัก
ปลายนิ้วเขาเย็นจัด
"ขอบคุณ" รินพูด
"ค่อยคิดค่าขอบคุณทีหลัง" หมอกตอบ
รินมองเขาแวบหนึ่ง
นั่นเป็มุกแห้งที่เธอควรเป็คนพูดเอง แต่สถานการณ์ยังไม่เหมาะให้ทวงลิขสิทธิ์
จากในร้าน เครื่องพิมพ์ใบเสร็จดังขึ้นจริง ๆ เสียงมันทะลุผ่านระยะเชือกมาเหมือนอยู่ใต้แผงปลา
แกรก
แกรก
คิวถือไฟหันแสงกลับไปทางประตู ร้านชำมิติอยู่ห่างออกไปไม่กี่เมตร แต่ดูเหมือนกล่องไฟเล็ก ๆ กลางตลาดที่กำลังถูกความมืดดมกลิ่น
เสียงแม่ค้าลูกชิ้นจากข้างในร้องถาม "เป็อะไรไหม"
"ไม่ตอบชื่อ ไม่ออกมา" รินะโกลับโดยไม่เรียกใคร "อยู่ในเขต"
เครื่องพิมพ์ในร้านพิมพ์ต่อ
บาสซึ่งยืนจุดควบคุมใกล้ประตูอ่านข้อความด้วยเสียงสั่น แต่ยังใช้รหัสเรียกงานตามที่ถูกสั่ง
"รายการรออนุญาต: หลักฐานจากแผงปลา"
เขากลืนน้ำลาย
"ผู้ถือสิทธิ์ชั่วคราว: งาน 12-A"
เครื่องพิมพ์ดังอีกครั้ง
"ระดับเสี่ยง: กลาง-สูง"
ใต้แผงปลา เสียงเคี้ยวหยุดลง
ความเงียบที่ตามมาทำให้รินอยากให้มันกลับไปเคี้ยวต่อ นั่นเป็ความคิดที่แย่มาก และยิ่งแย่กว่านั้นคือเธอเข้าใจตัวเอง
"ร้านอนุญาตให้เคลื่อนหลักฐานเข้าถาดหรือยัง" คิวสิบห้าถามเสียงเบา
รินมองใบเสร็จในมือ ข้อความ `ผู้ถือสิทธิ์ชั่วคราว: งาน 12-A` ยังไม่จาง
"อนุญาตแบบไม่แตะตรง" เธอตัดสินใจ "คิวถือไฟ ส่องพื้น คิวถือเชือกดึงระยะ หมอกดูเงา ฉันใช้ถาดกับผ้า ใครพูดคำว่ารีบ ฉันจะให้เขาเป็คนกรอกแบบฟอร์มหลังตาย"
ไม่มีใครพูดว่ารีบ
รินวางถาดลงบนพื้นแห้งด้านข้างแผงปลา ใช้ปลายผ้าขาวรองใต้เศษใบเสร็จโดยไม่ให้มือแตะกระดาษ หมึกดำซึมเข้าผ้าทันทีเป็รูปนิ้วแบน ๆ เธอเม้มปาก แต่ยังขยับช้า ๆ จนเศษใบเสร็จเลื่อนเข้าถาด
ตอนกระดาษหลุดจากรอยแตก ใต้แผงปลามีเสียงหายใจเข้า
ไม่มีลมหายใจออก
คิวสิบห้าส่องไฟลงไปโดยไม่ตั้งใจ
ใต้แผงไม่มีร่างคน ไม่มีสัตว์ ไม่มีปากที่ควรเคี้ยวกระดาษ มีแต่เงาดำขยับอยู่ในน้ำคาวปลา เงานั้นยื่นบางส่วนออกมาเหมือนแขนที่ไม่มีกระดูก ปลายนิ้วแบนแตะรอยที่เศษใบเสร็จเคยอยู่
แล้วมันเขียนบนพื้นเปียกช้า ๆ
`คืน`
คิวสิบสองกระตุกเชือกจนเกือบทำคิวสิบห้าล้ม
"ถอย" หมอกพูด
"ถอยเป็แถว" รินเสริม "ไม่วิ่ง เชือกไม่ตัด ไฟไม่ดับ"
ทุกคนถอยตามเชือกกลับไปทางร้าน
เสียงจากลานจอดรถดังขึ้นในจังหวะนั้น
ไม่ใช่เสียงแผงสดร้าง
เสียงคนเป็หลายคน ะโปนกันมาจากทางลัดหลังตู้ขายน้ำเก่า
"มีใครอยู่ไหม"
"ร้านตรงนั้นมีไฟ!"
"เขาว่ามีน้ำ มียา!"
รินหยุดแค่ครึ่งก้าว
กลิ่นฝนหนาขึ้นทันที เหมือนตลาดทั้งตลาดหันมาหายใจทางเดียวกัน เสียงจากแผงสดร้างหัวเราะเบา ๆ แล้วพูดแทรกด้วยน้ำเสียงที่คล้ายคนจริงเกินไป
"มีน้ำ..."
เสียงคนเป็อีกกลุ่มตอบโต้จากลานจอดรถ "เปิดประตู!"
"มียา!"
"พวกในร้านกักของไว้!"
คิวสิบสองหน้าซีด "กลุ่มลานจอดรถ"
"ใช่" รินจับถาดแน่น "ปัญหากองใหม่กำลังเดินมา"
ใต้แผงปลา เงาดำเขียนคำเดิมซ้ำในน้ำคาว
`คืน`
แล้วเสียงแผงสดร้างพูดตามกลุ่มคนเป็อย่างอ่อนหวาน
"แจกฟรีสิ..."
รินไม่เสียเวลาตอบ เธอพาทุกคนถอยเข้าร้านทีละคน คิวสิบห้าปิดไฟฉายลงต่ำก่อนผ่านเส้นเกลือ คิวสิบสองดึงเชือกกลับโดยไม่ตัด หมอกเข้ามาคนสุดท้ายก่อนริน เธอวางถาดหลักฐานบนเคาน์เตอร์ จุดที่ใบเสร็จอนุญาต แล้วปิดประตูทันที
เสียงคนจากลานจอดรถยังใกล้ขึ้น
คนในฐานลุกฮือด้วยความใ เด็กเริ่มร้อง แม่ค้าลูกชิ้นกอดเด็กไว้แน่น บาสยืนอยู่จุดเดิม ไม่ขยับเข้าหาหลักฐาน ไม่ขยับออกจากประตู
อย่างน้อยเขาทำตามกฎ
นั่นยังไม่ใช่ความบริสุทธิ์ แต่มันเป็ข้อมูล
รินกดถาดหลักฐานไว้ด้วยแก้วเปล่าอีกใบ แล้วหันไปหาทุกคน
"สรุปสั้น ๆ" เธอพูด "คิวเฝ้าแถวหนึ่งยังไม่พ้นสงสัย"
บาสก้มหน้าลงนิดหนึ่ง แต่ไม่เถียง
"แต่หลักฐานเริ่มชี้ว่ามีคนหรือสิ่งอื่นใช้เขาเป็ผู้ถือเครดิตแทน" รินพูดต่อ "ร่องกลิ่นถูกผูกกับเงาแล้วดึงออกไป ไม่ใช่หลักฐานว่าเขากินชื่อเอง"
คิวสิบสองอ้าปาก
รินชี้ปากกาใส่เขาก่อนเสียงจะออก "น่าสงสัยไม่เท่ากับผิดจริง ถ้าใครยังแยกสองคำนี้ไม่ได้ ให้ไปอยู่หลังลังข้าวสารก่อน อย่าเพิ่งช่วยสืบ ช่วยเงียบมีประโยชน์กว่า"
เครื่องพิมพ์ใบเสร็จทำงานเอง
ทุกคนเงียบ
กระดาษเลื่อนออกมาจากใต้เคาน์เตอร์ กลิ่นหมึกใหม่ปนกับกลิ่นคาวปลาจากถาดหลักฐาน รินดึงกระดาษขึ้นอ่าน
```text
กลุ่มลูกค้าใหม่: ลานจอดรถ
เงื่อนไขเข้าแถว: ไม่ยอมรับใบเสร็จ
คำเตือน: คนหิวต่อรองยากกว่าผีบางตน
```
นอกประตู มีคนทุบเหล็กม้วนดังปัง
"ในร้านมีน้ำใช่ไหม!"
เสียงนั้นเป็เสียงคนเป็ แน่น เหนื่อย และหิว
ก่อนใครในร้านจะตอบ เสียงจากแผงสดร้างก็ดังตามมาเบา ๆ ใกล้กว่าที่ควร
"แจกฟรีสิ..."
รินวางใบเสร็จลงบนเคาน์เตอร์ช้า ๆ
ดี
ตอนนี้มีทั้งผีที่อยากได้ชื่อ และคนเป็ที่อยากได้ของ
แย่
ทั้งสองฝ่ายเริ่มใช้ประโยคเดียวกันแล้ว