พลังงานอันอบอุ่นและบริสุทธิ์จาก "กำแพงยันต์" ของหลวงปู่แก้วไหลเข้าสู่ร่างของคำอินทร์ราวกับสายน้ำแห่งชีวิต ความเ็ปจากาแที่สีข้างทุเลาลง พละกำลังที่เหือดแห้งไปกลับฟื้นคืนขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เขายืนหยัดขึ้นอีกครั้ง ดวงตาจับจ้องไปยังหน่วยทะลวงฟันอสูรทั้งสิบตนที่กำลังคำรามและเตรียมจะพุ่งเข้ามา
"ข้าจะปลดเปลื้องอาคมให้พวกเ้าไปสู่สุขคติเอง"
คำอินทร์ไม่ได้ยืนรอรับอีกต่อไป แต่เขากลับเป็ฝ่ายเคลื่อนไหวก่อน เขาวิ่งเลียบไปตามแนวกำแพงยันต์ที่เรืองรอง
อสูรตนหนึ่งที่อยู่ใกล้ที่สุดเห็นดังนั้นก็พุ่งเข้าใส่ทันที เหวี่ยงขวานั์ในมือหมายจะบดร่างของเขาให้เละ
แต่คำอินทร์กลับใช้ท่าเท้า พยัคฆ์ย่างสามขุม ก้าวหลบไปด้านข้างเพียงเล็กน้อยในวินาทีสุดท้าย มันคือการเคลื่อนไหวที่คำนวณมาแล้วอย่างพอดิบพอดี
โครม!
อสูรตนนั้น ซึ่งทุ่มกำลังทั้งหมดไปกับการโจมตี ไม่สามารถหยุดตัวเองได้ทัน ร่างมหึมาของมันพุ่งถลาไปกระแทกเข้ากับกำแพงหินที่สลักยันต์อาคมเอาไว้เต็มแรง
เปรี้ยง!
อักขระยันต์บนกำแพงพลันส่องสว่างวาบขึ้นมาเป็สีทองเจิดจ้า! พลังงานศักดิ์สิทธิ์เข้าเผาไหม้ร่างที่เปี่ยมด้วยมนต์ดำของอสูรตนนั้น มันกรีดร้องอย่างโหยหวน ผิวกายของมันร้อนแดงราวกับถูกเผาไฟ ก่อนที่ร่างนั้นจะล้มลงไปนอนชักกระตุกแน่นิ่ง
คำอินทร์ยิ้มเยือกเย็น เขารู้แล้วว่าจะสู้กับพวกมันอย่างไร
เขาไม่ได้สู้กับอสูรสิบตน แต่เขาจะสู้กับอสูรทีละตน...โดยใช้พวกมันเองเป็อาวุธทำลายล้างกันเอง
"มาสิ!" เขาท้าทาย
เหล่าอสูรที่เหลือยิ่งคลุ้มคลั่ง พวกมันกรูกันเข้ามา การต่อสู้กลายเป็การระบำมรณะที่น่าตื่นตาตื่นใจ คำอินทร์ใช้กำแพงยันต์เป็คู่หู เขาเคลื่อนไหวไปตามแนวกำแพง ล่อหลอกให้อสูรแต่ละตนพุ่งเข้ามาโจมตี เขาใช้ เพลงดาบพยัคฆ์สงบนิ่ง ในการปัดป้องและเปลี่ยนทิศทางของขวาน ทำให้พวกมันฟันถูกกำแพงยันต์หรือแม้แต่ฟันถูกพวกเดียวกันเอง
เขาใช้ท่า พยัคฆ์ตวัดเกี่ยวขา ทำให้อสูรตนหนึ่งเสียหลักล้มลงไปบนพื้นยันต์ที่เรืองแสง ปล่อยให้พลังศักดิ์สิทธิ์จัดการกับมัน เขาใช้ท่า พยัคฆ์กระทุ้งถ้ำ ไม่ใช่เพื่อทำลาย แต่เพื่อกระแทกร่างของอสูรอีกตนให้กระเด็นไปอัดกับกำแพง
มันคือการต่อสู้ที่ชิงไหวพริบอย่างแท้จริง พละกำลังที่บ้าคลั่งของเหล่าอสูรกลับกลายเป็จุดอ่อนที่ร้ายแรงที่สุดเมื่ออยู่ต่อหน้ากลยุทธ์ของคำอินทร์ จำนวนของพวกมันลดลงอย่างรวดเร็ว จากสิบ เหลือแปด เหลือห้า...
จนกระทั่งเหลือเพียงสามตนสุดท้าย พวกมันเริ่มเรียนรู้ พวกมันไม่บุ่มบ่ามพุ่งเข้ามาอีกแล้ว แต่พยายามที่จะโอบล้อม บีบให้เขาออกจากเขตป้องกันของกำแพงยันต์
"คิดช้าไปเสียแล้ว"
คำอินทร์รู้ว่าถึงเวลาต้องปิดฉาก เขาไม่รอให้พวกมันได้ตั้งตัว เขากระโจนเข้าใส่กลุ่มอสูรสามตนนั้น พลังจากกำแพงยันต์ยังคงหลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายเขาไม่หยุด
ราชันย์พยัคฆ์คืนสู่ไพร!
มันไม่ใช่ท่าไม้ตายเดียว แต่เป็สุดยอดกระบวนท่าที่หลอมรวมวิชาทั้งหมดเข้าด้วยกัน เขาใช้ พยัคฆ์ทะยาน เข้าไปกลางวง แล้วปลดปล่อย เพลงดาบพยัคฆ์คลุ้มคลั่ง ออกมาอย่างเต็มรูปแบบ ดาบในมือของเขากลายเป็พายุสีเงิน ฟาดฟันออกไปรอบทิศทาง เขาผสานการใช้ศอก พยัคฆ์ทลายซุง และเข่า พยัคฆ์เข่นเขี้ยว เข้ากับการโจมตีด้วยดาบอย่างต่อเนื่องและไร้รอยต่อ
อสูรสามตนที่เหลือทำได้เพียงยกขวานขึ้นป้องกันอย่างตื่นตระหนก แต่พวกมันก็ไม่อาจต้านทานการโจมตีที่ทั้งรวดเร็ว รุนแรงและเปี่ยมด้วยไหวพริบของจอมยุทธ์หนุ่มได้
ดาบสุดท้ายของคำอินทร์แทงทะลุิัที่หนาเหนียว ทะลวงเข้าสู่หัวใจของอสูรตนสุดท้าย.
แล้วทุกอย่างก็เงียบลง
คำอินทร์ยืนหอบหายใจอย่างหนักอยู่ท่ามกลางร่างของหน่วยทะลวงฟันอสูรทั้งสิบตน เขามีาแฉกรรจ์ที่สีข้าง และาแเล็กๆ น้อยๆ ทั่วร่างกาย เขาเหนื่อยล้าจนแทบจะยืนไม่ไหว ต้องใช้ดาบปักลงพื้นเพื่อพยุงร่าง แต่เขาก็ทำได้ เขาหยุดคลื่นอสูรระลอกแรกได้สำเร็จ
เขายืนหยัด...เป็ผู้ชนะ
แปะ...แปะ...แปะ...
เสียงปรบมือที่เชื่องช้าและเย้ยหยันดังขึ้นมาจากทางชายป่า
คำอินทร์เงยหน้าขึ้น ราชครูมินจอส่วยได้เดินออกมาจากแนวไม้ ยืนมองเขาด้วยสายตาที่ทึ่งและชื่นชมอย่างเปิดเผย
"ยอดเยี่ยม...ยอดเยี่ยมมาก. การแสดงของเ้าสนุกกว่าที่ข้าคาดไว้นักเ้าหนุ่มน้อย" มันกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
เสียงปรบมืออันเย้ยหยันของราชครูมินจอส่วยดังก้องไปทั่วช่องเขาที่บัดนี้เต็มไปด้วยซากศพ มันมองคำอินทร์ที่ยืนหอบหายใจ ร่างกายเต็มไปด้วยาแ ด้วยสายตาที่เหมือนนักล่ากำลังมองเหยื่อที่น่าสนใจ
"ข้ายอมรับ...เ้าเก่งกว่าที่ข้าคาดไว้มาก เ้าหนุ่มน้อย" ราชครูกล่าว "น่าเสียดายที่ต้องทำให้เ้าาเ็เกือบตาย ข้าหวังว่าจะจับเ้าตัวเป็ๆ แต่การต่อสู้ของเ้าทำให้ข้าเห็นแล้วว่า...ข้าต้องใช้แรงมากขึ้นเพื่อจับเ้า จงภูมิใจเสียเถอะ”
ราชครูยังคงไม่ก้าวลงมาจากรถศึกของมัน มันเพียงแค่ยกมือขึ้นแล้วเริ่มบริกรรมคาถาบทใหม่ ครั้งนี้เสียงสวดของมันต่ำและน่าขนลุก ภาษาที่ใช้ฟังดูเก่าแก่และชั่วร้ายยิ่งกว่าครั้งก่อนๆ
"ด้วยเืที่หลั่งริน...ด้วยิญญาที่ยังเร่ร่อน...จงตื่นขึ้นมาจากความตาย...และรับใช้ข้า...เหล่าทหารไร้ิญญา!"
ทันใดนั้น สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดก็เกิดขึ้น
ร่างของเหล่าทหารพม่าที่คำอินทร์เพิ่งสังหารไป รวมถึงร่างของหน่วยทะลวงฟันอสูรทั้งสิบตน ก็เริ่มกระตุกอย่างรุนแรง าแฉกรรจ์ของพวกมันถูกเชื่อมติดกันด้วยพลังงานสีเขียวปนดำน่าขยะแขยง ดวงตาที่เคยไร้แววของพวกมันบัดนี้กลับลุกโพลงขึ้นด้วยแสงสีเขียวเย็นเยียบไร้อารมณ์
พวกมันค่อยๆ พยุงร่างที่บิดเบี้ยวของตนเองลุกขึ้นยืน. การเคลื่อนไหวของพวกมันติดๆ ขัดๆ และผิดธรรมชาติ แต่กลับทรงพลังและไร้ซึ่งความลังเล พวกมันคือ "ศพทมิฬ"...กองทัพคนตายที่ถูกปลุกขึ้นมาด้วยมนต์ดำ
คำอินทร์เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงและขยะแขยง นี่คืออาคมที่บิดเบือนกฎเกณฑ์แห่งความเป็และความตาย มันคือศาสตร์ที่ชั่วร้ายที่สุด
"ฆ่ามัน" ราชครูสั่งเสียงเรียบ
ฝูงศพทมิฬคำรามลั่นแล้วกรูกันเข้าใส่คำอินทร์
คำอินทร์ แม้จะเหนื่อยล้าและาเ็ ก็กัดฟันตั้งดาบขึ้นสู้ เขาแทงดาบเข้าที่หัวใจของศพทมิฬตนแรกที่พุ่งเข้ามา...แต่กลับไร้ผล มันไม่รู้สึกเ็ป ไม่สะทกสะท้าน และยังคงเหวี่ยงขวานเข้าใส่เขา
เขาตระหนักในทันทีว่าการโจมตีจุดตายแบบเดิมใช้ไม่ได้ผล ศัตรูเหล่านี้ไม่มีชีวิตให้ปลิด หนทางเดียวที่จะหยุดพวกมันได้คือการทำลายร่างกายให้สิ้นซาก
เขาเปลี่ยนมาใช้ เพลงดาบหางพยัคฆ์สะบัด กวาดดาบเป็วงกว้าง ตัดขาของศพทมิฬสองตนจนล้มลง แต่ถึงจะเหลือแค่ครึ่งท่อนบน พวกมันก็ยังใช้แขนตะเกียกตะกายพยายามจะคลานเข้ามาหาเขา
มันคือฝันร้ายที่ไม่สิ้นสุด
คำอินทร์ต้องต่อสู้อย่างบ้าคลั่ง เขาฟัน ตัด สับ พยายามทำลายล้างกองทัพฆ่าไม่ตายพวกนี้ที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุด แต่ยิ่งเขาทำลายไปหนึ่ง ราชครูก็เหมือนจะปลุกศพอื่นขึ้นมาทดแทนได้เรื่อยๆ พลังของเขาค่อยๆ ถูกบั่นทอนลง าแที่สีข้างเริ่มเปิดออกอีกครั้ง โลหิตไหลรินไม่หยุด
แล้วเขาก็เพลี่ยงพล้ำอีกครั้งจนได้
ขณะที่เขากำลังใช้ดาบงัดอยู่กับขวานของศพอสูรตนหนึ่ง ศพทมิฬอีกตนก็พุ่งเข้ามาจากด้านหลัง คำอินทร์รู้สึกถึงมันแต่ร่างกายที่อ่อนล้าตอบสนองได้ไม่เร็วพอ
ฉึก!
ดาบสั้นที่หักครึ่งของศพทมิฬตนนั้นแทงทะลุเข้ามาที่ต้นขาซ้ายของเขา
"อ๊าค!"
คำอินทร์ร้องลั่นด้วยความเ็ป เขาใช้แรงเฮือกสุดท้ายเตะศพตนนั้นกระเด็นไปแล้วดึงดาบที่หักคาอยู่ออกจากขา เืทะลักออกมาเป็สาย ขาซ้ายของเขาแทบจะไร้เรี่ยวแรง
เขาทรุดลงคุกเข่า ใช้ดาบยันพื้นไว้ หอบหายใจอย่างหนัก ฝูงศพทมิฬกำลังล้อมเข้ามาจากทุกทิศทาง ความตายอยู่ใกล้แค่เอื้อม
"จบสิ้นกันแค่นี้รึ..." เขาคิดในใจ
ราชครูมินจอส่วยหัวเราะอย่างมีความสุข "งดงาม...ช่างเป็ภาพที่งดงาม จงกลายเป็อาหารของเหล่าข้ารับใช้ของข้าซะเถิด เ้าหนุ่ม"
แต่ในวินาทีที่ฝูงศพทมิฬกำลังจะรุมเข้าขย้ำร่างของคำอินทร์...
เปรี้ยง!
ปราการยันต์ที่อยู่เื้ัคำอินทร์ก็พลันส่องสว่างเจิดจ้าขึ้นมาเป็สีทองอร่าม! แสงศักดิ์สิทธิ์ะเิออกมาราวกับดวงอาทิตย์ ซัดร่างของเหล่าศพทมิฬที่อยู่ใกล้ๆ จนกระเด็นถอยหลังไป ร่างของพวกมันบางส่วนลุกไหม้เป็ไฟเมื่อัักับพลังงานบริสุทธิ์นั้น
คำอินทร์หันกลับไปมอง ร่างของหลวงปู่แก้วมายืนอยู่เื้ัเขาั้แ่เมื่อใดก็ไม่ทราบ พระภิกษุชรามีสีหน้าเคร่งขรึม สองมือของท่านกำลังประสานอิน (ทำมือเป็สัญลักษณ์) ที่ซับซ้อน แม้หน้าซีดเซียว แต่ดวงตาของท่านกลับลุกโชนไปด้วยพลังที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่ง
"หลวงปู่" คำอินทร์กล่าวเสียงแหบแห้ง