ครึ่งโอเกอร์ที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าโอดินผู้นั้นมีนามว่าไคจิน
บุรุษผู้เกิดมาพร้อมกับพลังและโชคชะตาที่พิเศษเกินกว่าจะเรียกได้ว่าเป็เพียงแค่ลูกครึ่งทั่วไป
หากจะบอกว่าเขาเป็ผลลัพธ์แห่งปาฏิหาริย์ของสายเืและความรักก็อาจจะไม่ผิดนัก
มารดาของเขาเป็ผู้วิวัฒน์แปรรูปพลังระดับ 6 เคยสร้างชื่อเสียงในหมู่มนุษย์มาแล้วมากมาย ไม่เพียงแค่เป็จอมเวทย์ผู้แข็งแกร่งแต่ยังถือครองตำแหน่งที่ไม่ธรรมดา นางเป็สตรีที่ไม่เคยยอมแพ้ต่อโชคชะตา ไม่เคยโอนอ่อนต่ออำนาจอันอยุติธรรม
เป็หนึ่งในไม่กี่คนที่สามารถยืนหยัดด้วยตนเองท่ามกลางยุคเปลี่ยนผ่านแห่งาพลังิญญา
ทว่าชะตากลับเล่นตลกให้มารดาของเขาได้เดินทางเข้าสู่ดินแดนทรินิตี้เซเว่นในภารกิจหนึ่ง ซึ่งกลายเป็จุดพลิกผันแห่งชีวิต
เมื่อที่นั่น นางได้พบกับบุรุษผู้น่ากลัว ผู้เป็หนึ่งในองค์ชายแห่งเผ่าพันธุ์โอเกอร์สายเืบริสุทธิ์ ผู้ที่ไม่เพียงแข็งแกร่ง แต่ยังได้รับการขนานนามว่าเป็หนึ่งในแปดผู้พิทักษ์วิถีแห่งเผ่าพันธุ์โอเกอร์ นามของเขายิ่งใหญ่ และเป็หนึ่งในอัจฉริยะที่หาได้ยากของเผ่าั์ผู้นี้
ด้วยเหตุการณ์อันไม่คาดฝัน ทั้งสองได้พบเจอกันในสมรภูมิที่เต็มไปด้วยความตายและเื
สามารถสื่อถึงหัวใจของกันและกันได้ด้วยพลังแห่งการเอาชีวิตรอดร่วมกัน
ความรักที่บังเกิดท่ามกลางสนามรบกลับกลายเป็สายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นเกินใครจะหยั่งถึง และผลลัพธ์ของความสัมพันธ์นั้นก็คือไคจิน บุรุษหนุ่มร่างั์ผู้นี้
ด้วยสายเืที่ได้รับมาจากบิดา สถานะของเขาในเผ่าพันธุ์โอเกอร์จึงอยู่ในระดับสูง ต่อให้จะไม่ใช่สายเืแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ด้วยพลังของเขาที่ก้าวข้ามมาตรฐานของโอเกอร์ในรุ่นราวคราวเดียวกันได้อย่างโดดเด่น
มันจึงทำให้เขาได้รับการยอมรับว่าเป็หนึ่งในรุ่นใหม่ของเผ่าพันธุ์โอเกอร์ที่มีศักยภาพสูงสุด
ด้วยขนาดร่างที่ใหญ่โตั้แ่วัยเด็ก ไปจนถึงการกลายพันธุ์ของกล้ามเนื้อและกระดูกที่แข็งแกร่งเหนือธรรมชาติ ดวงตาที่มีประกายของพลังธาตุดิบ และพลังการฟื้นฟูที่แม้แต่มนตรารักษาก็เทียบไม่ติด
อย่างไรก็ตาม ด้วยสายเืมนุษย์ที่ยังคงไหลเวียนอยู่ครึ่งหนึ่งในร่าง
ชายหนุ่มจึงไม่อาจเข้าพิธีปลุกพลังวิวัฒน์ในมิติดินแดนของโอเกอร์ได้ แท่นพิธีกรรมของพวกเขาปฏิเสธไม่ให้กระบวนการสำแดงศักยภาพทำงานกับผู้มีสายเืไม่บริสุทธิ์ เพราะความเข้มข้นของพลังนั้น รังเกียจมนุษย์และปฏิเสธการผสมข้ามเผ่า
ทำให้ตัวของไคจินไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเดินทางผ่านเส้นทางย้อนกลับ
มายังโลกมนุษย์ที่เขาไม่เคยัั เพียงเพื่อจะปลุกพลังของตนเองให้ตื่นขึ้นตามสิทธิ์แห่งสายเืครึ่งหนึ่งที่เขาถือครอง
วิหารแห่งจุดเริ่มต้นจึงกลายเป็ปลายทางของเขาในการเริ่มต้นบทใหม่ของชีวิต
ทว่าความใหญ่โตและรูปลักษณ์อันน่าเกรงขามของเขานั้นกลับสร้างความกลัวให้กับผู้คนรอบข้าง
ผู้คนที่ได้เห็นต่างเบือนหน้าหนี หลบสายตา หรือกระทั่งเร่งเร้าเข้าไปในวิหารราวกับ้าหลบหนีจากเงาที่ปกคลุมพวกเขา
บรรดาผู้วิวัฒน์รุ่นใหม่ต่อให้จะมีกำลังในร่างกาย แต่เมื่อเห็นไคจินกลับยังต้องกลืนน้ำลายอึกใหญ่ เพราะแววตาและแรงกดดันของเขานั้นราวกับสัตว์อสูรที่ยืนอยู่ในหมู่มวลมนุษย์ เป็ตัวตนที่ทั้งไม่กลมกลืนและไม่สามารถละสายตาได้ในเวลาเดียวกัน
แต่ท่ามกลางสายตาเ่าั้ กลับมีเพียงคนเดียวที่ยืนนิ่ง ไม่หวาดหวั่น ไม่ถอยหลัง และไม่เบือนหนี
แววตาของฮาฟเอลฟ์เบื้องหน้าสงบนิ่งยิ่งกว่าสายน้ำ แฝงไว้ด้วยแสงแห่งการท้าทายที่ไม่อาจมองข้ามได้ สายตาสีเงินที่สว่างวาบของเขาทำให้ไคจินรู้สึกถึงประกายบางอย่างที่ทำให้คิ้วกระตุกโดยไม่รู้ตัว เขาเผยรอยยิ้มเล็กๆมุมปากยกขึ้นในลักษณะที่แทบไม่เคยทำกับใครมาก่อน
“เ้าน่ะ.. มีนามว่าอะไร?”
ไคจินเอ่ยถามด้วยเสียงทุ้มต่ำกังวาน
เขาแสดงตัวออกอย่างไม่ปิดบัง ตบมือซ้ายลงบนหน้าอกตัวเองดังปึก พลางแหงนหน้าขึ้นกล่าวด้วยเสียงอันภาคภูมิ
“ข้ามีนามอันสูงส่งว่าไคจิน เป็ชื่อที่บิดาผู้ยิ่งใหญ่ของข้าเป็ผู้ตั้งให้”
“เกิดจากโอเกอร์และมนุษย์ก็จริง แต่พลังของข้าเหนือยิ่งกว่าโอเกอร์ในรุ่นเดียวกันไปไกล!”
โอดินค่อยๆหันร่างกลับมา มองชายร่างั์เบื้องหน้าด้วยสายตานิ่งสงบ ริมฝีปากเอ่ยคำตอบออกมาอย่างราบเรียบ
“โอดิน.. โอดิน ฮาฟฟิเลีย อันที่จริงข้าไม่ค่อยชอบชื่อนี้นักหรอก เรียกข้าว่าโอดินเฉยๆก็พอแล้ว!”
ท่าทางของเขาไม่มีความรู้สึกใดๆปนอยู่ เช่นความรังเกียจและปฏิเสธต่อสายสัมพันธ์แห่งสายเื
นามสกุลที่เขาแบกรับอยู่คือสิ่งที่ชายหนุ่มไม่เคยเลือก มันเป็สัญลักษณ์ของบุรุษที่เขาไม่เคยรู้จัก ไม่เคยเห็นหน้า และไม่เคยยอมรับว่าเป็ผู้ให้กำเนิด โอดินเอ่ยออกมาราวกับจะลบล้างนามสกุลนั้นไปจากความทรงจำของโลกเสียเดี๋ยวนั้น
ไคจินที่ได้ยินน้ำเสียงเฉยชานั้นก็พอจะเข้าใจได้โดยไม่ต้องเอ่ยถาม
เขาไม่ได้แสดงความสงสารหรือเห็นใจ แค่ยืนกอดอกพร้อมรอยยิ้มแสยะที่ไม่เสื่อมคลายบนใบหน้า
“โอดิน.. ถ้าเ้ากลายเป็ผู้วิวัฒน์แล้ว เ้าจะรวมทีมกับข้าไหมล่ะ? เราจะไปผจญภัยในดินแดนทรินิตี้เซเว่นที่กว้างใหญ่ไร้จุดสิ้นสุดด้วยกัน สู้เคียงบ่าเคียงไหล่กันเหมือนนักรบในตำนาน ข้ารับรองเลยว่าจะไม่มีใครกล้าหยามเ้าหรือมองเ้าด้วยสายตาเหยียดหยามอีกต่อไป”
แต่ตัวของโอดินกลับส่ายหน้าไปมาอย่างช้าๆ สายตายังคงนิ่งเช่นเดิม ไม่ได้หวั่นไหวกับข้อเสนออันเร้าเร่งนั้น
“ไม่ล่ะ ขอโทษด้วย แต่ข้าโอดินไม่้าทีม ไปหาคนอื่นเถอะ”
คำพูดที่เรียบง่ายกลับเปี่ยมไปด้วยความเด็ดขาด ก่อนที่ตัวของโอดินจะหันหลังให้ในทันที ไม่สนใจว่าคำพูดดังกล่าวจะสร้างความรู้สึกใดให้กับผู้ที่กล่าวชวนหรือไม่ ร่างของเขาเคลื่อนไหวไปอย่างมั่นคง ก้าวเข้าสู่ประตูของวิหารแห่งจุดเริ่มต้นโดยไม่หันกลับไปมอง ทิ้งให้ไคจินยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นตามลำพัง
ชายร่างั์ขมวดคิ้วเบาๆ พ่นลมหายใจแรงออกจากจมูกพร้อมส่ายหน้า
“ดูเหมือนเ้านี่จะมีเื่ราวบางอย่างซ่อนอยู่..”
“แต่ก็ช่างมันเถอะ ใครๆก็มีความลับกันทั้งนั้นแหละ”
เสียงพึมพำของเขาดังแ่ในลำคอ พร้อมกับแววตาที่ฉายแววสนใจออกมาโดยไม่รู้ตัว สายลมเย็นพัดผ่านเบาๆ ผมสีขาวทองของโอดินสะบัดไหวขณะที่ก้าวเข้าสู่ประตูของพิธีกรรม ชายหนุ่มผู้ไม่้าทีม ไม่้าพันธะ และไม่เคย้าพึ่งพาใครนอกจากตัวเอง