ตอนที่ 1
ยุคปัจจุบัน
“ไอ้เหอ ไอ้เหอหยุดก่อนมึงจะกลับบ้านกับกูไหมวันนี้”
คนที่ถูกเอ่ยเรียกหยุดเดินค่อยๆ หันหลังมามองคนที่เอ่ยเรียกอย่างไม่สบอารมณ์นักชื่อเต็ม ๆเขามันไม่เคยเรียกเรียกคำสั้นๆ จนติดปาก เขาจำน้ำเสียงได้ไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็เพื่อนสนิทที่เรียนด้วยกันมาั้แ่เด็กบ้านอยู่ใกล้กันแต่พอเข้ามหาวิทยาลัยต่างก็แยกย้ายไปเรียนคนละคณะ
“ไม่ วันนี้กูว่าจะไปทำธุระก่อนกลับบ้านมึงกลับก่อนกูเลย”
“เออแล้วจะให้กูไปเป็เพื่อนไหม”
“ไม่ต้องหรอกกูไปแปบเดียวและไปคนเดียวได้”
“ อืม งั้นกูกลับก่อนนะ่เย็นแวะหากูด้วยที่บ้าน”
“เออเดี๋ยวกูไป”
ไป๋เหอหลังจัดการเื่สำคัญเสร็จกำลังจะกลับบ้านในระหว่างที่เขากำลังจะเดินไปข้ามสะพานลอยจังหวะนั้นเองก็มีชายชราคนหนึ่งเกิดล้มลงต่อหน้าเขา ไป๋เหอใกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรีบเข้าไปประคองช่วยเหลือทันทีอย่างไม่รีรอ
“ลุง! ลุงเป็ยังไงบ้างไม่สบายเหรอเปล่าครับ ” ขณะประคองร่างนั้นขึ้นมาไป๋เหอก็ถามด้วยความเป็ห่วงสีหน้าของลุงไม่ค่อยสู้ดีนักแล้วคิดว่าลูกหลานทำไมถึงปล่อยออกมาเดินแบบนี้รู้สึกโมโหพวกเขาทันที
“ข้า ข้าหิว ข้าไม่ได้กินข้าวมาหลายวันแล้วหมดแรงที่จะเดินต่อ” เสียงที่เอ่ยออกมานั้นเหนื่อยล้าเต็มทนแทบจะเปล่งออกมาไม่ไหวใบหน้าที่เหี่ยวย่นดูอิดโรยเหนื่อยล้าเต็มทน
“งั้นเดี๋ยวลุงไปนั่งพักตรงป้ายรถเมล์ก่อน เดี๋ยวผมจะไปซื้อข้าวมาให้รอผมแปบนึงนะ”
“ขอบใจเ้ามาก”
ชายหนุ่มไม่อาจทนเห็นคนแก่ที่ลำบากต้องทุกข์เพราะความหิวเขารีบวิ่งไปยังร้านขายของชำใกล้ๆเพื่อซื้อของกิน
เพียงชั่วครู่ไป๋เหอเดินกลับมาพร้อมกับข้าวในมือน้ำและขนมเต็มไปหมดเขากลัวว่าชายแก่ที่เขาได้ช่วยเหลือไม่อิ่มท้องจึงได้ซื้อมาเยอะแยะและให้แกเก็บไว้กินวันอื่นด้วย
“นี่ครับลุงกินข้าวก่อนนะจะได้มีแรง”
“ขอบใจมาก” ชายชรารีบหยิบของจากมือชายหนุ่มอย่างเร็วและแกะข้าวกล่องนั้นตักข้าวใส่ปากอย่างเร่งรีบแทบจะไม่ได้เคี้ยวเพราะความหิวโหย
“ลุงค่อย ๆกินนะระวังติดคอ”
ไป๋เหอด้วยความหวังดีเห็นว่าลุงแกตักข้าวเข้าปากแทบจะไม่ได้เคี้ยวก็กลัวว่าข้าวจะติดคอเพราะหวังดีไม่อยากให้แกเป็อะไรมากกว่านี้ดูการแต่งตัวแล้วแทบจะเหมือนขอทานไม่ผิดถ้าหากเขาจะคิดอย่างนั้น เสื้อผ้าที่ขาดวิ่นหลายจุดไม่มีการเย็บปะและมันเลอะเถอะแต่กลิ่นตัวไม่มีเหมือนอย่างกับคนจรจัดที่เขาเคยเจอมาแต่เพื่อนมนุษย์แล้วเขาย่อมที่จะไม่รังเกียจที่จะยื่นมือเข้าช่วยเหลือ
ชายชรามองหน้าชายหนุ่มแล้วพยักหน้าก่อนจะก้มลงกินข้าวต่อไม่ได้สนใจคนที่เดินผ่านไปผ่านมาหยุดมองมาที่ตนตอนนี้เขาไม่ได้สนอะไรทั้งสิ้นเพียง้าเติมข้าวเอาแรงจากความหิวโหยที่ไม่ได้กินข้าวมาหลายวัน อาหารที่กินเข้าไปแม้จะธรรมดาแต่มันกลับเลิศรสมากราวกับเป็อาหารชั้นดี
ชายชราวางกล่องข้าวในมือลงเมื่อกินข้าวจนหมดกล่องและหยิบน้ำจากมือชายหนุ่มที่ยื่นให้ยกดื่มก่อนจะวางมันลงมองหน้าชายหนุ่มที่ใจดีมีเมตตากับคนแก่อย่างเขาและไม่รังเกียจที่จะช่วยเหลือ
“พ่อหนุ่มช่วยพาข้ากลับบ้านทีได้หรือไม่ ข้าอยากกลับบ้านแล้วแต่ระยะทางมันไกลข้ากลับคนเดียวไม่ไหว” น้ำเสียงคล้ายกับจะเป็การอ้อนวอนไม่เชิงดวงตามีแวว้าขอความช่วยเหลือ
“ได้ครับว่าแต่บ้านลุงอยู่ที่ไหนผมจะพาไปส่ง” ไป๋เหอไม่อาจทนเห็นแววตาขอความช่วยเหลือนั้นได้เสียเวลานิดหน่อยไปส่งแกคงไม่เป็อะไรหรอก
“โน่นเดินแค่ 5 กิโลก็ถึงแล้ว” ชายชราชี้มือไปยังที่เดินมาเขาเดินมาเรื่อยๆ คิดว่าจะเจอคนใจดีให้ข้าวให้น้ำกินและก็ได้เจอจริง ๆ ชายหนุ่มผู้นี้มีจิตใจดีไม่คิดรังเกียจตนยังช่วยเหลือเขาไม่ให้รู้สึกซาบซึ้งใจได้อย่างไรกันเขารู้ว่าเขาได้เจอคนที่จะฝากความหวังไว้แล้ว
“โหไกลนะลุงเดินมาได้ยังไงกันเดี๋ยวผมนั่งแท็กซี่ไปส่งแล้วกัน”
ไป๋เหอลากเสียงยาวเมื่อได้ยินชายชราบอกถ้าเป็เขาคงไม่เดินไกลขนาดนี้แค่1กิโลที่เขาเดินออกกำลังกายก็เหนื่อยพอแรงนี่ลุงแกเดินถึง 5 กิโลข้าวไม่ได้กินแกทำได้ยังไงเขาใเมื่อได้ยินแบบนั้น
“อืม” ชายชราพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเดินขึ้นรถที่ชายหนุ่มโบกมา
เมื่อไป๋เหอถึงบ้านที่ลุงคนนี้อยู่มันเป็ตึก3ชั้นเก่าแก่ดูทรุดโทรมไม่มีการซ่อมแซมตกแต่งทำอะไรเลยพลางคิดในใจว่าลูกหลานอยู่ไหนหมดทำไมไม่มาดูแลแกเมื่อเกิดคำถามย่อมที่จะหาคำตอบ
“ลุงอยู่คนเดียวเหรอลูกหลานลุงไปไหนหมดทำไมไม่มาดูแลละครับ”
“ข้าไม่มีลูกไม่มีหลานข้าอยู่คนเดียวมาตลอดหลายร้อยปีแล้ว”
คำพูดธรรมดาแต่คนฟังกลับนึกขำมันใช่ที่ไหนที่คนเราสามารถมีชีวิตอยู่ได้หลายร้อยปีอย่างสูงสุดที่เขาเคยเจอก็แค่ร้อยนิดๆ เท่านั้นนั่นถือว่าอายุเยอะที่สุดแล้วในยุคปัจจุบัน แต่ชายตรงหน้ากลับบอกว่าอยู่มาหลายร้อยปีคนฟังอย่างไป๋เหอถึงกับนึกขำภายในใจ
“อ้าว งั้นคงลำบากแย่สินะครับแบบนี้” แม้ว่าอยากจะหัวเราะในคำพูดที่เกินจริงของชายตรงหน้าแต่ก็สงวนท่าทีนั้นไว้ด้วยเห็นว่าไม่เหมาะสม
“ใช่ลำบากแต่ข้าก็อยู่กับมันมาได้ตั้งนานเ้านั่งรอข้าอยู่ที่นี่เดี๋ยวข้ามา”ชายชราพูดเสร็จก็เดินเข้าไปด้านในปล่อยให้ชายหนุ่มนั่งอยู่คนเดียวไปก่อน
ไป๋เหอนั่งลงบนเก้าอี้ไม้สภาพเกือบจะพุพังแต่เขาก็หย่อนตัวลงนั่งคิดว่าตัวนี้น่าจะพอรับน้ำหนักเขาได้และมองสำรวจภายในห้องนั้นก็เกิดความสงสัยมากมาย นั่งได้สักพักเ้าของบ้านก็เดินออกมาพร้อมกับในมือถือห่อผ้าออกมาด้วยแล้วเอามาวางไว้บนโต๊ะตรงหน้าของเขา
แม้ว่าจะงงอยู่ว่าแกถืออะไรออกมาสายตายังคงจับจ้องมองการกระทำของแกเรื่อยๆ ห่อผ้านั้นมันเก่ามากแต่แกจะห่ออะไรไว้ในนั้นไป๋เหอไม่อาจจะรู้ได้เพียงแค่นั่งมองอย่างตั้งใจ
ชายชราแกะห่อผ้าช้า ๆด้วยวัยที่มากขึ้นทำให้การทำงานช้าลงเขาค่อย ๆหยิบบางอย่างออกมาและยื่นให้คนที่นั่งอยู่
“ข้าให้เ้า”
“หนังสืออะไรกันเหรอลุงเล่มนี้มันเก่ามากดูจากสีของมันว่าแต่ทำไมลุงถึงให้ผม”
เขารับมันเพียงมองดูข้างนอกแต่ยังไม่ได้เปิดเข้าไปดูมันเล่มไม่หนาไม่บางไม่มีอักษรอะไรเขียนไว้บนปกมันเป็หนังสือที่คนจีนในยุคโบราณใช้กันเขางงว่าให้เขาทำไมกัน
“เ้าลองเปิดมันดู”
ไป๋เหอเปิดมันขึ้นมาแล้วเขาก็ต้องแปลกใจมันมีรูปภาพสมุนไพรหลายชนิดที่เขาไม่เคยพบไม่เคยเห็นมากมายและการฝึกท่วงท่าราวกับเป็วิชากำลังภายในเขาคิดในใจว่ามันเป็วิชายุทธพลังภายในพลังวิเศษที่คนยุคโบราณไว้ฝึกกันแต่ลุงคนนี้จะมาให้เขาทำไมไม่เห็นว่าสำคัญอะไรเลยสำหรับเขา และคนทั่วไปก็ไม่มีใครมาฝึกวิชาโบราณกันแล้วมันแค่เื่สมมติขึ้นมีที่ไหนวิชาพวกนี้เขาไม่เคยคิดเชื่อเลยแม้ว่าตัวเขาจะชอบอ่านหนังสือจอมยุทธ์ชอบดูการ์ตูนมังงะอนิเมะก็ตามเถอะมันเป็แค่เื่แต่งขึ้นมาไม่ใช่เื่จริงสักหน่อย
“ทำไมลุงให้ผมเหรออย่าบอกนะให้ผมฝึกท่วงท่าพวกนี้”เขาเกือบจะหลุดขำถ้าหากเป็เื่จริงอย่างที่เขาคิด
“สักวันมันจะสำคัญกับเ้ารับมันไว้ซะถือว่าเป็คำขอบคุณที่เ้าได้ช่วยเหลือข้าไว้และอีกอย่างอย่าดูถูกหนังสือเล่มนี้” ชายชราเหมือนจะหัวเสียนิด ๆคล้ายกับว่าเด็กหนุ่มผู้นี้กำลังดูถูกหนังสือที่เขาให้
เมื่อไม่รู้จะปฏิเสธยังไงไป๋เหอรับมันแต่โดยดีและกล่าวขอบคุณชายชราแล้วคิดในใจว่า
..เขาได้เจอคนบ้าแล้ว!
ไป๋เหอก่อนจะออกมาก็ได้ให้เงินแกไว้ใช้เล็กน้อยเขาเดินออกมาจากบ้านชายชรามุ่งหน้าเดินออกมาทางถนนใหญ่เพื่อเรียกรถกลับบ้านทันที เขาเสียเวลาอยู่ข้างนอกนานแล้วและวันนี้ก็นัดเพื่อนไว้ด้วยว่าจะไปหามันขืนชักช้าอีกมันก็จะว่าเขาได้ ระหว่างที่เขายืนรอรถอยู่นั้นเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
“ว่าไงแม่ผมกำลังจะกลับ”
“แม่จะให้เอ็งแวะซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อหน้าปากซอยบ้านให้หน่อยก่อนเข้าบ้านได้เหรอเปล่า”
“ได้ บอกมาเลยจะซื้ออะไรบ้างผมจะได้ซื้อเข้าไปให้”
“แม่จะให้ลูกซื้อ......”
ยังพูดไม่ทันจบเสียงโทรศัพท์ก็ตัดขาดไป ก่อนที่มันจะตัดผู้เป็แม่ได้ยินเสียงลูกชายเรียกตนดังลั่นตามด้วยเสียงโครมดังสนั่นออกมาจากโทรศัพท์ก่อนมันจะตัดไปโทรอีกก็ไม่ติดสร้างความร้อนใจให้ผู้เป็แม่อย่างมาก