บทที่ 25
หัวใจแห่งการค้าขาย
เสบียงส่วนกลางของหมู่บ้าน ถูกแยกออกไปส่งให้มิสเตอร์โจนาธานตรวจสอบ ในขณะที่เสบียงสนับสนุนจากศาสนจักรกลางถูกส่งไปยังโบสถ์เรดวู้ด เกวียนส่งของถูกม้าศึกตัวใหญ่ลากมันขึ้นไปบนเส้นทางขึ้นเชิงเขา เหล่าทหารที่มีแรงเหลือเฟือเพราะของกินแสนอร่อย กำลังช่วยกันดันท้ายเกวียนอย่างขยันขันแข็ง
กระสอบธัญพืชแห้งที่หลัก ๆ เป็ข้าวสาลีกับข้าวบาร์เลย์ จำนวนรวมถึงยี่สิบกระสอบถูกขนย้ายมาวางหน้าลานกว้างของโบสถ์เพื่อตรวจนับ นอกเหนือจากนี้ยังมีเกลืออีกสามกระสอบใหญ่ เด็กหลายคนตาลุกวาวในขณะที่สองแม่ชีกำลังลงนามยืนยันการรับของตามกระบวนการของศาสนจักร
เสบียงสนับสนุนปีนี้มีมากกว่าเดิมเกือบ 1 ใน 3 ฟาเธอร์แจคสันจึงชี้แจงเพิ่มเติมว่าของที่เพิ่มขึ้น เป็ผลจากการตัดสินใจของเหล่าคาดินัลที่ตกลงร่วมกันว่าจะช่วยเหลือโบสถ์น้อยใหญ่ในที่ห่างไกลให้ได้มากที่สุด
ข้อสงสัยเกี่ยวกับที่มาของข้าวบาร์เลย์ที่คิทเคยมีในหัวจึงได้รับคำตอบในวันนี้ เด็กหนุ่มคิดมานานแล้วว่าหมู่บ้านที่ไม่ได้ปลูกพืชชนิดนี้ มีพวกมันเป็เสบียงได้อย่างไร ในใจพลันนึกถึงกระบวนการหมักเบียร์โดยใช้ข้าวบาร์เลย์ สงสัยเขาคงต้องรีบหาต้นฮอปส์ แล้วติดต่อขอซื้อหัวเชื้อหมักเหล้ามี้ดในหมู่บ้านมาทดลองดูเสียหน่อย
เทพบางองค์...ผู้ชื่นชอบสุราจะได้รู้สึกประทับใจในของถวายบ้าง
เมื่อเสบียงถูกส่งมอบเรียบร้อย ทหารสิบกว่านายก็เข้าพักที่โบสถ์แห่งเรดวู้ด พวกเขามีความสุขกับเตียงผ้าหยาบที่ปูบนกองฟางแห้งแบบง่าย ๆ มากกว่าการนอนในป่าที่กลางคืนหนาวเย็น แถมบรรยากาศบนเชิงเขาแห่งนี้ยังสดชื่นและสวยงามไร้กลิ่นเหม็นที่ทุกคนคุ้นจมูก พืชไร่ที่ทางโบสถ์ปลูกใหม่ยังแตกยอดอ่อนสวยงาม เื่อาหารการกินคงไม่ต้องพูดถึง... มันยอดเยี่ยมยิ่งกว่าที่ใด
วันรุ่งขึ้นพวกเขาก็ได้ถูกขอให้ใช้แรงงานนิดหน่อย เพราะทางโบสถ์้าสร้างโกดังเก็บเสบียงจากการเก็บเกี่ยวผลผลิตเพิ่มเติม ทุกคนล้วนแปลกใจเพราะว่าคำพยากรณ์จากองค์แลนด์บรูห์บอกว่าผลผลิตจะย่ำแย่ มิใช่หรือ?
เมื่อเดินมาถึงหลังโบสถ์ พวกเขาก็พบกับกองหัวมันที่ยังเปื้อนดินเล็กน้อย จำนวนมากมายกองสูงเป็ูเาจนต้องเงยหน้ามอง แถมยังไม่ได้มีแค่กองเดียว พวกมันมีถึงสี่กอง
ไม่น่าเชื่อว่าที่ดินเพียงสองเอเคอร์จะให้ผลผลิตมากมายขนาดนี้ ต่อให้เสบียงจากส่วนกลางมาไม่ถึงก็คงไม่มีผู้ใดอดตาย ทหารทุกคนได้แต่คาดเดาว่า คงเป็การช่วยเหลือจากนักบวชแห่งลัทธิเกษตรกรรมขณะที่พวกเขารอคอยอย่างเนิ่นนานในที่แห่งนี้เป็แน่ ไม่มีใครคิดถึงพลังของเด็ก ๆ แม้แต่น้อย
โกดังไม้ขนาดใหญ่ยกพื้นเหนือดิน สร้างจากไม้สนแดงเนื้อดีเป็พิเศษจากความอนุเคราะห์ของฟาเธอร์แมทธิว มีขนาดสูงเกือบเท่าโบสถ์แห่งไวท์วิงส์ พวกเขาจำต้องทำให้มันเตี้ยกว่าเล็กน้อยเพื่อคงความเคารพเอาไว้ ส่วนความยาวและความกว้างของตัวอาคารนั้น... เรียกได้ว่าจัดเต็มจนไม่เหลือแม้แต่ไม้สักชิ้น แน่นอนว่าที่พักภายในอาคารได้ถูกปรับปรุงแล้ว ชีวิตความเป็อยู่ของคนที่นี่ล้วนดีขึ้นมาก
ทหารที่พักผ่อนอยู่หลายวัน ยังช่วยดูแลบูรณะอาคารหินขนาดใหญ่ให้แข็งแรงและสะอาดสวยงามมากขึ้น หลังจากซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และเติมแต่งส่วนที่ขาดให้ไป สภาพของโบสถ์บนเชิงเขาใหญ่จึงดูดีขึ้นถนัดตา ทุกคนที่แวะมาอาศัยกับทางหมู่บ้าน รู้สึกว่าที่แห่งนี้มีมนต์ขลังบางอย่างที่ทำให้จิตใจของพวกเขาสงบได้อย่างไม่เคยรู้สึกมาก่อน
ในใจจึงได้แต่ตั้งเป้าหมายว่าจะกลับมาเยี่ยมเยียนที่แห่งนี้อีกครั้ง เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ
ขณะเดียวกัน ข่าวคราวของเพื่อนมนุษย์ในอาณาจักร ก็ถูกบอกเล่าให้ทุกคนได้รับรู้จากปากของผู้เดินทางและประสบกับสถานการณ์จริงโดยตรง... กัปตันจอห์น
“พื้นที่ทำกินภาคกลาง และภาคเหนือคงจะเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตรอบแรกแล้ว แต่อาจจะช้ากว่าที่หมู่บ้านแห่งนี้นิดหน่อย ภัยแล้งตามนิมิตจากท่านแลนด์บรูห์ยังไม่แน่ชัดว่าจะเกิดเมื่อใด ขอให้ทุกคนขยันขันแข็งและพยายามให้มากนะครับ”
“ส่วนกลางชี้แจงอะไรเพิ่มเติมหรือไม่? พวกเขาจะรับมืออย่างไร?” โจนาธานเป็ตัวแทนถามความสงสัยของหลายคน
“ทางส่วนกลางได้แจ้งข้อความด่วนถึงลอร์ดแต่ละท่านแล้ว นอกเหนือจากนี้ อาณาจักรเซริสยังเพิ่มเสบียงส่วนกลางให้อีก 1 ใน 3 ตามที่พวกท่านได้รับไปแล้ว”
“ยังจะมีการเก็บภาษีอีกหรือไม่?”
“จำนวนภาษีที่อัตรา 1 ต่อ 10 ยังคงเท่าเดิม การเก็บจะเริ่มระหว่างเดือนที่ห้าถึงเดือนที่หก ขอให้ทุกท่านเตรียมตัวให้พร้อมด้วย” จอห์นพูดด้วยสีหน้าหนักใจ แม้อัตราภาษีจะคงเดิม แต่ระยะเวลาถูกเลือนมากระชั้นชิดเร็วขึ้นกว่าเดิมเกือบหนึ่งเดือน
ชาวบ้านและบรรดาผู้ค้าขายจึงพูดคุยกันจนเสียงในห้องโถงใหญ่ดังอื้ออึงไปหมด พวกเขา...กำลังไม่พอใจ แต่รู้ดีว่าเหตุผลคืออะไร
อาณาจักรจะต้องบริหารทรัพยากรที่ขาดแคลนเพราะแจกจ่ายออกไปช่วยเหลือคนทุกหย่อมหญ้า นับว่าองค์าาแห่งเซริส ยังมีน้ำใจมากล้นแล้วที่ไม่ขึ้นภาษีให้มากกว่าเดิม เพียงแต่...พวกเขาต้องจ่ายมันเร็วขึ้นนิดหน่อย
แต่เมื่อนึกถึงผลผลิตเหลือเฟือที่ทางโบสถ์มีแล้ว ทุกคนก็เบาใจมากขึ้น
ผู้ที่เคยรับแต่ของบริจาคเพื่อความอยู่รอด กลายมาเป็ที่พักพิงอันแสนอุ่นใจให้กับชาวบ้านทั้งหลาย โจนาธานถึงกับตัดสินใจเปิดที่ทำกินผืนใหม่ด้านล่างเชิงเขา ถัดจากเส้นทางขึ้นโบสถ์เรดวู้ดเพียงเล็กน้อย ก่อนจะตกลงจัดกลุ่มเกษตรกรที่้าเรียนรู้การปลูกมันหวานเพื่อใช้ประทังชีพ แน่นอนว่ามีคนสนใจล้นหลาม นอกจากเกษตรกรที่ว่างจากการรอคอยธัญพืชออกรวง ยังมีคนตัดไม้อีกจำนวนหนึ่งที่ขอร่วมด้วย
การประชุมครั้งใหญ่ประจำหมู่บ้านจึงราบรื่นกว่าที่คิด ครึ่งวันหลังจากนั้นไม่มีใครกล่าวโทษส่วนกลางอีก สถานการณ์ของที่นี่ช่างต่างจากที่จอห์นเคยเจอมาในทุกหมู่บ้าน ทหารสูงวัยจึงตัดสินใจสอบถามผู้คน ว่าพวกเขายินดีจะให้ตนเขียนจดหมายเสนอการปลูกมันหวานไปยังเมืองรัสเซลหรือไม่ เผื่อว่าสถานการณ์จะดีขึ้นกว่าที่เป็อยู่นี้
“เ้าคิดเห็นว่าอย่างไร แอน ลิซ่า?” ฟาเธอร์แจคสันถามพอเป็พิธีเพราะรู้คำตอบอยู่แล้ว
“แน่นอนสิ ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ เป็สิ่งประเสริฐยิ่ง คิดว่าคนที่ริเริ่มนำมันหวานจากป่ามาปลูกคงยินดีเช่นกัน” ซิสเตอร์แอนมองมายังหนุ่มน้อยคนเก่งที่กำลังรู้สึกเขิน
“แต่พวกท่าน... เอ่อ จะทำให้ผู้คนหันมากินของพวกนี้ได้เหรอคะ? มัน...อาจจะยากอยู่สักหน่อย” ลิซ่าบอกความกังวลของตนเองออกมาโดยไม่ปิดบัง จอห์นได้ยินดังนั้นก็แสดงความลังเลออกมาเด่นชัด
เหล่าพ่อค้าแม่ค้าเองก็คิดถึงเื่นี้ได้สักพักแล้ว หนทางที่เหมาะสมนั้นมีแน่นอน คงต้องขอดูสักหน่อยว่าเ้าหนูคิทจะนึกออกหรือเปล่า... แล้วก็เป็ตามคาด พวกเขาไม่ต้องรอนานนัก
“ผม...ขอเสนอความคิดหน่อยได้ไหมครับ?” เด็กหนุ่มตาสีเขียวสดใสยกมือขึ้นสูงสุดแขน ท่าทางเหมือนมีไอเดียบรรเจิดอะไรสักอย่าง
“ถ้าหาก พวกเราแนบวิธีการปรุงอาหารชนิดนี้ไปด้วย... เอาให้หลาย ๆ รูปแบบ พร้อมกับส่งตัวอย่างมันหวานเหล่านี้ออกไปให้ผู้คนตามชุมชนต่าง ๆ ได้ลิ้มลอง น่าจะพอทำให้พวกเขาเปลี่ยนความคิดได้บ้าง... ถ้าให้ดี ฝากกลุ่มพ่อค้าจากบอราลอีกแรงหนึ่งเพื่อช่วยกระจายความรู้และแนวทางการปรุงออกไป จะเป็การช่วยวางฐานความ้าของผู้คนขึ้นมา การผลักดันให้ผู้คนเพาะปลูกมันหวานจะง่ายขึ้นนะครับ”
มันเป็แิง่าย ๆ และไม่ซับซ้อนอะไร สร้างความอยากให้กับผู้คนด้วยของกินแสนอร่อย พอพวกเขามีความ้าหรือมีดีมานเข้ามาในตลาด เหล่าผู้ผลิตหรือส่วนซัพพลายก็จะสรรหามาขายเอง ผู้คนก็จะหันมาปลูกพืชชนิดนี้มากขึ้น แหล่งผลิตใหญ่อย่างเรดวู้ดก็จะเฟื่องฟูเพราะมีการค้าไหลเวียนเข้ามาต่อเนื่อง
เหล่าพ่อค้าที่ได้ยินดังนั้นก็ปรบมือยินดี แถมยกนิ้วชื่นชมหนุ่มน้อยอีกหลายหน
เงินทองไหลมาเทมาอย่างทั่วถึงกันทุกส่วนแบบนี้ ใครเล่าจะไม่ชอบ
เย็นวันนั้น หนังสือสำคัญร่างโดยกัปตันจอห์นจึงถูกเขียนขึ้น พร้อมกับจดหมายแนบจากหัวหน้าบาทหลวงทั้งสาม ร่วมกับจดหมายสนับสนุนจากโบสถ์ไวท์วิงส์ของสองซิสเตอร์ แผ่นหนังบางที่ถูกใช้เขียนดูสูงค่าและเต็มไปด้วยอำนาจจากตราประทับประจำลัทธิทั้งหลาย
เนื่องจากทุกคนจะออกเดินทางในอีกสองวัน การจัดเตรียมเสบียงเป็สัดส่วนจำนวนมากเพื่อขนย้ายออกไปทำการ ‘โฆษณา’ ในต่างถิ่น จึงถูกคำนวณคร่าว ๆ โดยคิท ซิสเตอร์ทั้งสองไม่ใกับเื่เหลือเชื่อเหล่านี้แล้ว จะมีก็แต่บาทหลวงผู้ใกล้ชิดทั้งสาม... โชคดีที่ไม่มีคนนอกทราบเื่นี้ ความสามารถด้านการคำนวณที่ร่ำเรียนได้เฉพาะชนชั้นสูงจึงถูกปิดไว้อย่างมิดชิดยิ่ง
เสบียงมันหวานส่วนกลางที่โบสถ์เก็บเกี่ยวรอบแรกลดลงไปมากกว่าครึ่งเมื่อต้องถูกนำไปบรรจุลงกระสอบ พร้อมกับส่งออกไปกับขบวนพ่อค้าและขบวนทหารกลับเมืองรัสเซล และนครเซริส สูตรทำอาหารอันล้ำค่าถูกจดไว้ในแผ่นหนังคุณภาพดีที่ถูกเย็บรวมกันเป็เล่มบาง ตัวอักษรบนนั้น... ไม่มีใครทราบว่าเป็ลายมือของคิท
แม้แต่เ้าตัวยังแปลกใจ... ว่าเขาเก่งภาษาอังกฤษขนาดนี้ั้แ่เมื่อไหร่
“เ้า... ยังใสซื่อบริสุทธิ์เกินไปจริง ๆ” อาร์ทิสผู้เป็หัวหน้าพ่อค้าส่ายหน้าน้อย ๆ หลังจากตรวจสอบข้อความในแผ่นหนัง ก่อนจะย่อตัวลงมาให้ตรงกับระดับสายตาของเ้าหนูตรงหน้า
“ของที่เ้าเพิ่งหยิบยื่นให้ข้า มีราคาสูงมากมายมหาศาลนัก ทำไมถึงไม่เรียกร้องผลประโยชน์เข้าสู่ตนเองและพวกพ้องบ้าง...”
“ข้าทราบดีครับ...” เด็กน้อยยิ้มเหมือนรู้เท่าทัน แต่หลังจากนั้นเขาก็ส่ายหน้าเช่นกัน “...แต่ปากท้องและชีวิตสำคัญยิ่งกว่าเงินทองนัก ถ้ามีคนอดตายและอยู่กันอย่างยากลำบาก พวกเราจะเอาเงินที่ไหนมาทำการค้ากันล่ะครับ?”
“ฮ่า ๆ ๆ” สมาชิกของกองคาราวานแห่งบอราลหัวเราะเสียงดัง ขณะเดียวกันอาร์ทิสกลับทำหน้าบอกบุญไม่รับ
มือของคุณป้ามาทิลด้าผู้ขายผ้า แบออกมาเพื่อรอรับของบางอย่าง หัวหน้าพ่อค้าอย่างอาร์ทิสถึงกับกัดฟันกรอด ก่อนจะหยิบถุงผ้าใส่เงินยัดเข้าไปในมือของเ้าหล่อน
“ข้าบอกแล้ว ว่าเ้าต้องโดนเด็กมันลูบคม ฮ่า ๆ ๆ” เสียงหัวเราะของเธอเปี่ยมไปด้วยความสุขล้น จากนั้นเธอก็หันมามองเ้าหนูคนโปรดด้วยตาเป็ประกาย
“เด็กดี ๆ จำความคิดนั้นให้มั่น มันคือหัวใจของการค้าขายอย่างสุจริต ห้ามลืมเด็ดขาด!” เธอลูบหัวคิทอย่างอ่อนโยนหลายทีก่อนจะยื่นถุงใส่เงินใบเล็กที่รับมาจากอาร์ทิสให้เขา ข้างในนั้นมีเหรียญทองอยู่หลายเหรียญ
ในใจของเขารู้ว่ามันเป็ราคาที่เหมาะสมแล้ว... ในใจของเหล่าพ่อค้าก็คิดว่ามันเป็ราคาที่เหมาะสมเช่นกัน
พวกเขาค้าขายอย่างเท่าเทียม สิ่งที่ยังติดค้างมีเพียงน้ำใจที่มีให้แก่กันอย่างไม่จบสิ้นเท่านั้น