บทที่ 34 คนชั่วต้องอยู่ในคุก
ภายในรถ ชายหนุ่มพยายามอธิบายตลอดทาง แต่ก็ไร้ประโยชน์
จางเสินเอ๋อร์เบื่อขี้หน้าอีกฝ่ายมาก
เธอไม่เหมือนเหลิ่งชิงชิวที่ยังต้องให้เกียรติผู้ใหญ่ของทั้งสองตระกูล อย่างน้อยอยู่ด้วยกันก็ยังไว้หน้าลู่เฉิงเหวินบ้าง
ทว่าจางเสินเอ๋อร์ไม่ไว้หน้าเลยแม้แต่น้อย ตอนที่ลู่เฉิงเหวินโดนหญิงสาวลากตัวขึ้นรถ เธอยังแอบต่อยเขาไปสองที
จางเสินเอ๋อร์เคยฝึกการต่อสู้มาก่อน ตอนเด็ก ๆ เลยต่อยตีลู่เฉิงเหวินเป็นประจำ เมื่อโดนสองหมัดนี้เข้าไป ลู่เฉิงเหวินถึงกับจุกจนแทบหายใจไม่ออก
ชายหนุ่มโดนขังอยู่ในโรงพัก เขาจับกรงเหล็กพลางตะโกน “คุณตำรวจจาง! ผมจะโทรศัพท์! ผมขอโทรศัพท์หน่อย”
จางเสินเอ๋อร์ถือสมุดบันทึกเดินเข้ามาหา ฟาดมือที่จับราวเหล็กของลู่เฉิงเหวิน “อย่าแหกปากร้องให้มันมากนัก! ที่นี่คือสถานีตำรวจ ไม่ใช่คฤหาสน์ของคุณ!”
ลู่เฉิงเหวินเป่ามือตัวเอง “คุณตำรวจจาง ผมรู้ว่าคุณรำคาญ แต่เรื่องนี้มันไม่เกี่ยวกับความแค้นส่วนตัว มันเกี่ยวข้องกับชีวิตคน! คุณเชื่อผมสักครั้งเถอะนะ ผมขอร้อง ให้ผมโทรศัพท์หน่อย แค่โทรศัพท์เท่านั้น ถ้าผมโกหก อย่างมากที่สุดคุณก็แค่ให้ผมโทรศัพท์เท่านั้น แต่ถ้าผมไม่ได้โกหก คุณจะได้ช่วยชีวิตคนคนหนึ่งเลยนะ!”
จางเสินเอ๋อร์ไม่เคยเห็นลู่เฉิงเหวินมีท่าทีและสีหน้าจริงจังแบบนี้มาก่อน ยิ่งไปกว่านั้น น้อยครั้งมากที่จะได้ยินเขาพูดจาขอร้องคนอื่นไม่หยุดปากแบบนี้
เมื่อก่อนใช่ว่าจะไม่เคยจับกุมตัวอีกฝ่าย แต่ทุกครั้งที่เขาเข้ามาก็ทำท่าไม่เกรงกลัวใคร นอนห้องพักเดี่ยว กินอาหารกล่องราคาแพง เข้ามาได้ไม่กี่ชั่วโมงก็เดินส่ายก้นออกไป แถมก่อนจะไปยังมาพูดจาเหน็บแนมเธออีกต่างหาก
แต่แน่นอน ความผิดที่ลู่เฉิงเหวินก่อล้วนแล้วแต่เป็นความผิดเล็กน้อย ไม่ใช่ความผิดร้ายแรง ดังนั้นตามกระบวนการแล้วสามารถจ่ายเงินเพื่อประกันตัวได้
ประกอบกับคนที่โดนเขารังแกล้วนยอมเจรจาไกล่เกลี่ย ดังนั้นชายหนุ่มจึงไม่เกรงกลัวเลยสักนิดเมื่อได้เข้าคุก
ทว่า... วันนี้ท่าทีของลู่เฉิงเหวินไม่เหมือนเดิม เขาทำราวกับว่าร้อนใจมาก
จางเสินเอ๋อร์ยังคงทำหน้าตาเคร่งขรึมมองดูลู่เฉิงเหวิน ส่วนชายหนุ่มเองก็จ้องตาเธอด้วยสายตาวิงวอน และไม่คิดจะหลบสายตา
“ขอแค่โทรศัพท์เท่านั้น ขอร้องละ”
“ฉันจะกดเบอร์เอง บอกเบอร์มา”
ลู่เฉิงเหวินบอกเบอร์ของสวีเสวี่ยเจียวไป
จางเสินเอ๋อร์กดโทรออก เสียงของฝ่ายตรงข้ามคือเสียงของสวีเสวี่ยเจียวจริง ๆ
เธอยื่นโทรศัพท์เข้าใกล้กรงเหล็ก
ลู่เฉิงเหวินพยายามยื่นหัวออกไป เพื่อให้ปากเข้าไปใกล้โทรศัพท์ที่สุด “น้องเสวี่ยเจียวใช่ไหม? ได้ยินรึเปล่า?”
“ใช่ค่ะ กำลังฟังอยู่ มีเรื่องอะไรเหรอคะพี่ชายสุดหล่อ”
“แหะ ๆ ๆ มีเรื่องอยากจะขอร้องหน่อยน่ะ”
“ลองว่ามาก่อนสิ”
ลู่เฉิงเหวินพูด “เลขาคนนั้นของฉัน เจี่ยงซือหานน่ะ จำได้ใช่ไหม? ที่วันนี้... คุกเข่าต่อหน้าฉันในห้องพักผ่อนคนนั้นน่ะ”
จางเสินเอ๋อร์ค้อนใส่อีกฝ่ายอย่างแรง เธอโกรธ เกลียด และเจ็บแค้นกับการกระทำของลู่เฉิงเหวินจนเข้ากระดูกดำ เขาถึงขั้นให้ลูกน้องคุกเข่าต่อหน้าตัวเอง ไอ้เศษเดนมนุษย์!
“ค่ะ จำได้ มีอะไรเหรอคะ?”
“ฟังฉันให้ดี แม่ของผู้หญิงคนนั้นอาการกำเริบ ตอนนี้อาการกำลังทรุดหนัก เธอจะต้องไปช่วยนะ ไอ้หลงอ้าวเทียนนั่นก็ไม่รู้ว่าไปอยู่ที่ไหน เดิมทีนี่ต้องเป็นคำพูดของเขา แต่วันนี้เขาไม่ปรากฏตัวออกมาแล้วละ แม่ของเจี่ยงซือหานอยู่ในอาการโคม่า เธอช่วยไปที... ได้ไหม?”
“ช่วยยังไงล่ะ?”
“เธอเห็นอาการป่วยของแม่เจี่ยงซือหานแล้วก็จะรู้ เป็นโรคที่พบไม่บ่อย แต่เธอสามารถรักษาได้”
“โอ้โห? คุณชายลู่เป็นห่วงลูกน้องถึงขนาดนี้เลยเหรอ?”
“ขอร้อง อย่ามาล้อฉันเล่นตอนนี้เลย ช่วยชีวิตคนสำคัญกว่า!”
“ไม่ไป”
“ไม่ไป!?”
“ฉันไม่ได้สนิทกับเธอสักหน่อย ไม่ว่าใครจะเป็นอะไรฉันก็ต้องดั้นด้นไปรักษาเหรอ? พี่ก็รู้นี่”
“ถือซะว่าช่วยฉันได้ไหม? ช่วยเจี่ยงซือหาน ช่วยแม่ของเธอ ค่ารักษาทั้งหมดฉันจะจ่ายเอง ให้สองเท่าเลย!”
“ฉันต้องการเงินมากขนาดนั้นเลยเหรอ?”
“… งั้นเอางี้ เธอช่วยฉันครั้งนี้ถือว่าฉันติดค้างน้ำใจเธอ ในอนาคตให้ฉันทำอะไรก็ได้เพื่อตอบแทนบุญคุณ!”
“อืม... พี่ขอร้องฉันแล้วใช่ไหม?”
“ใช่!” ลู่เฉิงเหวินร้อนใจจนแทบบ้า
“ฉันขอร้องเธอ เธอเป็นคนที่ฉันเคารพบูชา เป็นบรรพบุรุษฉันที่ต้องเทิดทูน ได้โปรดช่วยด้วย ฉันขอคารวะเธอตรงนี้เลย!”
“ฮ่า ๆ ๆ ฉันไม่สนใจอยากจะเป็นบรรพบุรุษของพี่หรอก แต่พี่กำลังขอร้องฉันนะ มันต้องแสดงความจริงใจกันหน่อยสิ”
“รอให้ฉันออกไปจากที่นี่ก่อนได้ไหม เธอรีบไปช่วยคนก่อนเถอะ”
“พี่รับปากเงื่อนไขฉันมาข้อหนึ่งก่อน แล้วฉันจะช่วยแม่ของซือหาน”
“ว่ามา!”
“ยกหุ้นทั้งหมดของโรงงานยาที่เก้าของพี่ให้ฉันโดยไม่คิดเงิน!”
ลู่เฉิงเหวินหลับตา
โรงงานยาที่เก้ามีมูลค่าถึงสามหมื่นล้าน หุ้นของเขามีอยู่ประมาณหนึ่งหมื่นเจ็ดพันล้าน
“ได้ ฉันรับปากเธอ”
“ไม่เปลี่ยนใจ?”
“ไม่เปลี่ยนใจ”
“งั้นมาเซ็นสัญญากัน”
ลู่เฉิงเหวินแผดเสียง “ฉันติดคุกอยู่! ฉันจะไปเซ็นสัญญากับเธอได้ยังไงฮะ? เธอไปช่วยชีวิตคนก่อนเถอะ! หุ้นโรงงานยาของฉันยกให้เธอทั้งหมดเลย ฉันไม่เอาแล้ว!”
สวีเสวี่ยเจียวกลั้นหัวเราะอยู่ทางฝั่งนี้
ตอนนี้ เวลานี้ เธออยู่ในห้องพยาบาลของแม่ซือหาน และรักษาอาการป่วยของแม่อีกฝ่ายเป็นที่เรียบร้อย ขณะนี้อาการกลับมาอยู่ในภาวะปกติแล้ว
อีกทั้งยังนัดเรียบร้อยแล้วว่าสัปดาห์หน้าจะมาผ่าตัดให้แม่ของอีกฝ่ายด้วยตนเอง
มีแต่ลู่เฉิงเหวินเท่านั้นแหละที่ร้อนใจราวกับเป็นมดในกระทะร้อน
เจี่ยงซือหานตกใจจนตัวแข็งทื่อ
หุ้นหนึ่งหมื่นเจ็ดพันล้าน?! ต่อให้บดขยี้เธอจนเป็นผุยผงก็ยังขายได้ไม่ถึงหมื่นล้าน!
นั่นเป็นเงินจำนวนมหาศาลที่ตลอดทั้งชาติ ไม่ใช่สิ! ตลอดทั้งสิบชาติก็ยังหาไม่ได้!
เพื่อช่วยแม่ของเธอ ประธานลู่ ...ยอมทำถึงขั้นนี้เลยเหรอ?
ราวกับยังไม่เชื่อคำพูดของลู่เฉิงเหวิน สวีเสวี่ยเจียวยังคงพูดต่อไม่หยุด “ฟังแล้วไม่น่าเชื่อถือเลย คนอย่างพี่พูดจาเชื่อไม่ได้ แค่เลขาคนหนึ่งต้องทำถึงขนาดนี้เลยเหรอ?”
หลู่เฉิงเหวินโกรธมากจนแทบระเบิดออกมา เขากัดฟันพูดว่า “เพราะฉันชอบเธอ โอเคไหม ฉันรักเธอ ฉันหลงรักเธอเข้าแล้ว! ฉันอยาก... พาเธอกลับบ้าน ให้เธอเป็นภรรยาของฉัน เธอไม่เป็นไรอะไรใช่ไหม?”
สวีเสวี่ยเจียวเลิกคิ้วขึ้น “โอ้? จริงเหรอ?”
เธอเงยหน้ามองเจี่ยงซือหานที่เวลานี้นิ่งอึ้งจนทำอะไรไม่ถูกแล้ว