หลังจากทิ้งคฤหาสน์ตระกูลเว่ยไว้เบื้องหลัง ลู่เฟิ่งก็เร่งรุดเดินทางไปยังเมืองชายแดนที่ห่างไกลออกไปหลายร้อยลี้ เขาใช้เวลาหลายวันในการเดินทาง หลีกเลี่ยงเส้นทางหลักและผู้คน เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีใครตามรอยเขาได้
เมื่อมาถึงเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งที่ชื่อว่า "เมืองชิงหลง" ลู่เฟิ่งก็จัดการอำพรางตัวครั้งใหญ่ เขาโกนศีรษะจนเกลี้ยงเกลา สวมใส่จีวรสีเทาเก่าๆ และเปลี่ยนชื่อเป็น "หลวงจีนจาง" ผู้จาริกแสวงบุญที่เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรและธรรมะ เขาเดินเข้าไปในเมืองด้วยท่าทางสงบเสงี่ยม ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์บัดนี้กลับดูสงบนิ่งราวกับน้ำในบ่อที่ไร้คลื่น
หลวงจีนจางเลือกที่จะพักอยู่ที่อารามเก่าแก่แห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่บนเนินเขาไม่ไกลจากจวนเจ้าเมืองนัก อารามแห่งนี้เงียบสงบและไม่ค่อยมีผู้คนพลุกพล่าน เหมาะแก่การซ่อนตัวและวางแผนการใหม่ ลู่เฟิ่งใช้เวลาช่วงแรกในการศึกษาผู้คนในเมืองชิงหลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้มีอำนาจและอิทธิพล
ไม่นานนัก เขาก็ได้ข่าวเกี่ยวกับ "ฮูหยินน้อยหลิว" ภรรยาคนที่สามของเจ้าเมืองผู้สูงศักดิ์ ฮูหยินน้อยหลิวเป็นสตรีที่งดงามราวกับเทพธิดาลงมาจุติ นางมีใบหน้าอ่อนหวาน รูปร่างอรชร และผิวพรรณขาวผ่องราวหิมะ แต่แววตาของนางกลับฉายแววเศร้าสร้อยและโดดเดี่ยว ราวกับดอกไม้ที่กำลังจะเหี่ยวเฉา
ฮูหยินน้อยหลิวมักจะมาทำบุญที่อารามแห่งนี้เป็นประจำ เพื่อสะเดาะเคราะห์และขอพรให้ชีวิตมีความสุข ลู่เฟิ่งสังเกตเห็นว่านางมักจะมาเพียงลำพัง หรือไม่ก็มีเพียงสาวใช้ติดตามมาเพียงไม่กี่คน ซึ่งเป็นโอกาสอันดีสำหรับเขา
วันหนึ่ง ขณะที่ฮูหยินน้อยหลิวกำลังนั่งสมาธิอยู่ในศาลา ลู่เฟิ่งก็เดินเข้าไปหานางอย่างช้าๆ ด้วยท่าทางที่ดูสงบและน่าเลื่อมใส
"โยมผู้หญิงดูมีเรื่องทุกข์ใจกระมัง" ลู่เฟิ่งเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน "อาตมาพอจะมีความรู้ด้านสมุนไพรและธรรมะ อาจจะพอช่วยคลายทุกข์ให้โยมได้บ้าง"
ฮูหยินน้อยหลิวเงยหน้าขึ้นมองหลวงจีนจางด้วยความประหลาดใจ นางไม่เคยเห็นหลวงจีนรูปนี้มาก่อน แต่แววตาที่ดูสงบนิ่งและน้ำเสียงที่อ่อนโยนของเขากลับทำให้จิตใจของนางรู้สึกสงบลงอย่างประหลาด
"ท่านหลวงจีน" นางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา "ข้า...ข้าเพียงแค่รู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อยเจ้าค่ะ"
ลู่เฟิ่งยิ้มบางๆ "ทุกข์กายนั้นรักษาได้ด้วยยา ทุกข์ใจนั้นรักษาได้ด้วยธรรมะ หากโยมผู้หญิงไม่รังเกียจ อาตมาพอจะแนะนำสมุนไพรบางชนิดที่ช่วยบำรุงร่างกายและจิตใจให้โยมได้"
"ท่านจะช่วยข้าได้จริงหรือ?" ฮูหยินน้อยหลิวถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวัง
"ธรรมะสอนให้เราช่วยเหลือผู้ที่ทุกข์" ลู่เฟิ่งตอบด้วยรอยยิ้มที่ดูจริงใจ "แต่ก่อนอื่น อาตมาต้องทราบสาเหตุของความทุกข์ก่อน จึงจะสามารถช่วยได้อย่างถูกต้อง"
เขาเดินไปนั่งบนม้านั่งหินที่อยู่ใกล้ๆ "โยมจะเล่าให้อาตมาฟังไหมว่า อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้โยมทุกข์ใจ บางครั้งการระบายออกมาก็ช่วยให้จิตใจเบาลงได้"
ฮูหยินน้อยหลิวมองดูหลวงจีนจางด้วยความลังเล แต่แววตาที่เต็มไปด้วยความเมตตาของเขาทำให้นางรู้สึกอยากจะเปิดใจ "ท่านหลวงจีน...ข้า...ข้ารู้สึกเหงาและโดดเดี่ยวมาก" นางเริ่มเล่าด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"ข้าแต่งงานมาสามปีแล้ว แต่สามีของข้าไม่ค่อยให้ความสนใจ นางมีภรรยาอีกสองคน และทั้งสองก็มีลูกแล้ว ส่วนข้า...ข้ายังไม่มีบุตร" น้ำตาเริ่มคลอเบื้องในดวงตาของนาง
ลู่เฟิ่งฟังด้วยความเข้าใจ เขารู้ดีว่าในสังคมยุคนั้น สตรีที่ไม่มีบุตรจะถูกมองว่าไร้ค่า "อาตมาเข้าใจความรู้สึกของโยม" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "แต่โยมต้องเข้าใจว่า คุณค่าของสตรีไม่ได้อยู่ที่การมีบุตรเพียงอย่างเดียว"
"แต่คนอื่นไม่คิดอย่างนั้น" ฮูหยินน้อยหลิวสะอื้นเบาๆ "ภรรยาคนอื่นๆ มองข้าด้วยสายตาดูถูก ข้าราชการในจวนก็ไม่ค่อยให้ความเคารพ แม้แต่สาวใช้ของข้าเองก็เริ่มไม่เชื่อฟัง"
ลู่เฟิ่งพยักหน้าด้วยความเข้าใจ เขาเห็นโอกาสที่จะเข้าใกล้นางมากขึ้น "โยมเคยปรึกษาหมอเรื่องการมีบุตรหรือไม่?" เขาถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความห่วงใย
"เคยค่ะ แต่หมอบอกว่าร่างกายข้าปกติดี ไม่มีปัญหาอะไร" นางตอบด้วยความหดหู่ "บางทีอาจจะเป็นเพราะข้าเครียดมากเกินไป"
"อาตมาคิดว่าอาจจะเป็นเช่นนั้น" ลู่เฟิ่งกล่าว "ความเครียดและความทุกข์ใจสามารถส่งผลต่อร่างกายได้มาก อาตมามีสมุนไพรที่ช่วยผ่อนคลายความเครียด และบำรุงร่างกายให้แข็งแรง"
เขาลุกขึ้นจากม้านั่งหิน "หากโยมไม่รังเกียจ อาตมาจะเตรียมยาสมุนไพรให้โยม และจะสอนวิธีการทำสมาธิที่ช่วยให้จิตใจสงบ"
ฮูหยินน้อยหลิวมองเขาด้วยความหวัง "ท่านหลวงจีนจะช่วยข้าได้จริงหรือ?" นางถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความปรารถนา
"อาตมาจะพยายามอย่างเต็มที่" ลู่เฟิ่งตอบด้วยรอยยิ้มที่ดูจริงใจ "แต่โยมต้องมีความอดทนและปฏิบัติตามคำแนะนำของอาตมาอย่างสม่ำเสมอ"
นางพยักหน้าอย่างกระตือรือร้น "ข้าจะทำตามทุกอย่างที่ท่านสั่ง" นางกล่าวด้วยความมุ่งมั่น
ลู่เฟิ่งรู้ดีว่าเขาได้วางหมากตัวแรกสำเร็จแล้ว การที่นางเต็มใจจะทำตามคำแนะนำของเขาทุกอย่าง แสดงว่านางเริ่มไว้วางใจเขาแล้ว "ดีมาก" เขากล่าว "งั้นเราจะเริ่มจากการทำสมาธิก่อน"
เขาสอนให้ฮูหยินน้อยหลิวนั่งในท่าที่ถูกต้อง หลังตั้งตรง มือวางบนตัก ตาหลับเบาๆ "ให้โยมหายใจเข้าลึกๆ แล้วค่อยๆ หายใจออก" เขาแนะนำด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล
ขณะที่นางทำสมาธิ ลู่เฟิ่งเดินไปมารอบๆ นาง สังเกตดูรูปร่างหน้าตาของนางอย่างละเอียด เขาต้องยอมรับว่าฮูหยินน้อยหลิวงดงามจริงๆ ผิวขาวเนียน ใบหน้าเรียวสวย ริมฝีปากอิ่มเอิบ และรูปร่างที่สมส่วนแม้จะซ่อนอยู่ใต้เสื้อผ้าหลวมๆ
"รู้สึกอย่างไรบ้าง?" เขาถามหลังจากที่นางทำสมาธิไปสักพัก
"รู้สึกสงบขึ้นเล็กน้อยค่ะ" นางตอบโดยไม่ลืมตา "แต่ยังคิดถึงเรื่องต่างๆ อยู่"
"นั่นเป็นเรื่องปกติ" ลู่เฟิ่งกล่าว "การทำสมาธิต้องฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ จิตใจจึงจะสงบได้อย่างแท้จริง"
เขาให้นางเปิดตา แล้วยื่นถุงผ้าเล็กๆ ให้ "นี่คือสมุนไพรที่อาตมาเตรียมไว้ ให้โยมต้มน้ำดื่มก่อนนอนทุกคืน จะช่วยให้นอนหลับสบายและบำรุงร่างกาย"
ฮูหยินน้อยหลิวรับถุงสมุนไพรด้วยความขอบคุณ "ขอบคุณท่านหลวงจีนมากค่ะ ข้ารู้สึกดีขึ้นแล้วเพียงแค่ได้คุยกับท่าน"
"อาตมายินดี" ลู่เฟิ่งกล่าวด้วยรอยยิ้ม "หากโยมต้องการคุยหรือปรึกษาเรื่องใด อาตมาอยู่ที่อารามนี้ทุกวัน"
นางพยักหน้า "ข้าจะมาหาท่านอีก" นางกล่าวก่อนจะลุกขึ้นจากที่นั่ง "วันนี้ข้าต้องกลับแล้ว สาวใช้คงกำลังรอ"
หลังจากที่ฮูหยินน้อยหลิวจากไป ลู่เฟิ่งยืนมองตามหลังนางด้วยรอยยิ้มที่ยากจะคาดเดา เขารู้ดีว่าสมุนไพรที่เขาให้นางไปนั้น นอกจากจะช่วยให้นอนหลับแล้ว ยังมีส่วนผสมของยาที่จะทำให้ร่างกายของนางอ่อนไหวและเร่าร้อนขึ้นเล็กน้อย
วันต่อมา ฮูหยินน้อยหลิวกลับมาที่อารามอีกครั้ง นางดูสดชื่นขึ้นกว่าเมื่อวาน "ท่านหลวงจีน ยาของท่านช่วยได้จริงๆ ค่ะ เมื่อคืนข้านอนหลับสบายเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน"
ลู่เฟิ่งยิ้มด้วยความพึงพอใจ "อาตมาดีใจที่ได้ช่วยโยม วันนี้เราจะฝึกสมาธิต่อ และอาตมาจะสอนการหายใจที่ช่วยให้จิตใจสงบมากขึ้น"
เขาใช้เวลาทั้งบ่ายในการสอนนาง ค่อยๆ เข้าใกล้นางมากขึ้น บางครั้งเขาจะแตะไหล่นางเบาๆ เพื่อแก้ไขท่าทาง หรือจับมือนางเพื่อสอนการวางมือในท่าสมาธิ
ฮูหยินน้อยหลิวไม่ได้สังเกตเห็นความตั้งใจที่แอบแฝงของเขา นางรู้สึกขอบคุณและไว้วางใจหลวงจีนจางมากขึ้นทุกวัน การสัมผัสเล็กๆ น้อยๆ ของเขาทำให้นางรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย
หลายวันผ่านไป ลู่เฟิ่งค่อยๆ เพิ่มความใกล้ชิดกับนาง เขาเริ่มให้นางมานั่งสมาธิในห้องส่วนตัวของเขา ซึ่งมีกลิ่นกำยานหอมๆ และแสงเทียนสลัวๆ ที่สร้างบรรยากาศที่เร้าใจ
"โยมรู้สึกอย่างไรบ้างกับการรักษา?" เขาถามในวันหนึ่ง ขณะที่นางกำลังดื่มชายาสมุนไพรที่เขาชง
"ข้ารู้สึกดีขึ้นมากค่ะ" นางตอบด้วยรอยยิ้ม "นอนหลับสบาย และจิตใจสงบขึ้น แต่..." นางหยุดพูด
"แต่อะไร?" ลู่เฟิ่งถามด้วยความสนใจ
"ข้ารู้สึกแปลกๆ ในตัว" นางกล่าวด้วยใบหน้าแดง "ร่างกายรู้สึกร้อนผ่าวและ...และอยากให้ใครสักคนสัมผัส"
ลู่เฟิ่งยิ้มในใจ ยาที่เขาให้นางดื่มเริ่มออกฤทธิ์แล้ว "นั่นเป็นเรื่องปกติ" เขาอธิบาย "เมื่อร่างกายเริ่มแข็งแรงขึ้น ความต้องการทางธรรมชาติก็จะกลับมา"
เขาเดินเข้าไปใกล้นางมากขึ้น "อาตมาจะช่วยโยมผ่อนคลายความรู้สึกนั้น" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล
ฮูหยินน้อยหลิวมองเขาด้วยความสับสน "ท่านหมายความว่าอย่างไร?"
ลู่เฟิ่งยื่นมือออกไปลูบแก้มของนางเบาๆ "การสัมผัสที่อ่อนโยนจะช่วยให้ร่างกายและจิตใจผ่อนคลาย" เขาอธิบาย "นี่เป็นส่วนหนึ่งของการรักษา"
นางไม่ได้ขัดขืน แต่กลับรู้สึกสั่นเทิ้มจากการสัมผัสของเขา "ท่านหลวงจีน..." นางกระซิบ
"ไม่ต้องกลัว" ลู่เฟิ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ปลอบโยน "อาตมาจะดูแลโยมให้ดี"
เขาค่อยๆ โอบกอดนางเข้าหา รู้สึกถึงร่างกายอ่อนนุ่มที่สั่นเทิ้มในอ้อมแขนของเขา ฮูหยินน้อยหลิวผู้บอบบางและโดดเดี่ยว กำลังจะกลายเป็นเหยื่อรายต่อไปของจอมโจรผู้มากเล่ห์อย่างเขา
และแล้วบทบาทใหม่ของจอมโจรลู่เฟิ่งก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง