ก่อนที่จะเริ่มมื้อเช้าอันแสนตึงเครียด ย้อนกลับไปเมื่อคืนนี้่ดึกสงัด หลังจากที่เอกหลับสนิทสลบไสลอยู่บนโซฟาห้องนั่งเล่นชั้นล่างด้วยความเหน็ดเหนื่อยจากการขับรถโต้รุ่ง เสียงกรนสม่ำเสมอของลูกชายดังสะท้อนก้องโถงบ้านที่เงียบงัน แก้มได้แอบก้าวเดินเท้าเปล่าลงบันไดไม้มาหาผมที่ยืนดื่มน้ำอยู่ในโถงครัวมืดๆ เธอรีบเอื้อมมือเรียวบางมาดึงแขนเสื้อของผมไว้แน่น ใบหน้าหวานใสของลูกสะใภ้สั่นระริกด้วยความอึดอัดระแวดระวัง
"คุณพ่อคะ... แก้มทนอึดอัดแบบนี้ไม่ไหวแล้วค่ะ เวลาต้องอยู่ต่อหน้าเอก แก้มรู้สึกเหมือนตัวเองเป็คนโกหกหลอกลวงตลอดเวลา แก้มสบตาเอกตรงๆ ไม่ได้เลยค่ะ แก้มรู้สึกผิดแต่ในขณะเดียวกัน แก้มก็เอาแต่คิดถึงััอบอุ่นของคุณพ่อบนเตียงนอนเมื่อหัวค่ำ แก้มสับสนไปหมดแล้วค่ะ..." เธอกระซิบออดอ้อนระบายความอัดอั้น น้ำตาร่วงหล่นคลอเบ้าตาชวนสงสาร
ผมรวบกอดร่างอวบอัดสะกดตัณหาของเธอเข้ามาซบแนบอก มือใหญ่โอบล้อมเอวบางประคองสะโพกกลมกลึงของสะใภ้คนสวยขยับเบียดชิดกับตัวตนของผมในเงามืด กดจูบซับน้ำตาที่แก้มเนียนเบาๆ "อดทนนะแก้มคนดีของพ่อ ทนอึดอัดแค่ไม่กี่ชั่วโมงนะลูก เพื่อความลับและความสัมพันธ์ของเราสองคนนะ พรุ่งนี้เอกมันก็ต้องกลับไปสระบุรีแล้ว" ผมปลอบโยนกระซิบพร่าพลางก้มลงกดจูบดูดดื่มเนิ่นนานแลกเปลี่ยนลิ้นหวานอย่างแ่เบาไร้เสียงในเงามืดหลังตู้ครัว แก้มครางแ่ในลำคอเบียดตัวตนเข้าหาผมอย่างรักใคร่ ก่อนจะยอมแยกย้ายแยกย้ายกันขึ้นห้องนอนด้วยความระทึกใจสยิว
---
เช้าวันต่อมา ผมตื่นแต่เช้าก้าวเดินลงบันไดมาในครัว พบว่าแก้มตื่นก่อนแล้วและกำลังเตรียมหุงข้าวต้มอยู่หน้าเตาไฟ เธอหันมามองผมด้วยดวงตาช้ำน้ำตาเล็กน้อย ผมก้าวเข้าไปโอบกอดเธอจากด้านหลัง ประคองเอวบางดึงร่างสะใภ้คนสวยเบียดชิดแผ่นอกอุ่นกว้างของผม กดจูบซอกคอขาวเนียนของเธอเบาๆ เพื่อให้กำลังใจ แก้มถอนหายใจยาวกอดแขนผมไว้แน่น "แก้มรักอ้อมกอดอุ่นๆ ของคุณพ่อจังค่ะ... เอกเขาไม่เคยทำแบบนี้เลย" เธอกระซิบแ่หวานก่อนจะขยับแยกย้ายจัดโต๊ะเมื่อได้ยินเสียงเอกขยับตัวตื่น
ฝนภายนอกบ้านยังคงตกพรำๆ บรรยากาศภายในบ้านเดี่ยวสลัวรางและอึดอัดจนแทบจะหายใจไม่ออก โต๊ะอาหารไม้สักขนาดสี่ที่นั่งกลางห้องครัวที่เคยมีเพียงเสียงพูดคุยกระซิบกระซาบอย่างหวานซึ้งของผมกับแก้ม บัดนี้กลับถูกแทนที่ด้วยบรรยากาศเงียบกริบและตึงเครียดอย่างที่สุด เมื่อมี 'เอก' ลูกชายของผมนั่งร่วมโต๊ะอยู่ด้วย
แก้มอยู่ในชุดเสื้อยืดสีฟ้าอ่อนเข้ารูปตัวบางกับกางเกงขาสั้นสีดำเน้นสัดส่วนสะโพกอวบอัด ผิวของเธอขาวซีดลงและดูอ่อนเพลียเล็กน้อยเนื่องจากนอนไม่หลับ เธอคอยประคองถ้วยข้าวต้มกุ้งร้อนๆ มาวางเสิร์ฟตรงหน้าเอกอย่างนอบน้อมเกรงใจ
เอกนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะ ใบหน้าของมันบูดบึ้งคิ้วขมวดมุ่น มือข้างหนึ่งถือช้อนส้อมตักข้าวต้มกุ้งเข้าปาก ส่วนมืออีกข้างถือโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูแนบหู คอยฟังและพูดสั่งงานคุมไซส์สระบุรีน้ำเสียงเคร่งเครียดตลอดเวลา เสียงปลายสายของผู้รับเหมาและคนงานก่อสร้างคุยโทรศัพท์โต้แย้งเื่ปูนฐานรากปะทะเสียงฝนภายนอกอย่างวุ่นวาบ มันไม่คิดจะหันมามองหรือตักอาหารเอาใจใส่แก้มที่นั่งอยู่ฝั่งซ้ายของมันแม้แต่น้อย
"ข้าวต้มทำไมจืดชืดขนาดนี้ล่ะแก้ม ฝีมือตกหรือเปล่าเนี่ย" เอกวางสายโทรศัพท์ชั่วคราวแล้วเอ่ยปากบ่นพึมพำด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดพลางผลักถ้วยข้าวต้มกุ้งออกไปเล็กน้อย "ปกติกินที่ไซส์งานช่างเขายังทำรสจัดมีน้ำพริกน้ำปลาให้ วันหลังปรุงให้มันมีรสชาติกว่านี้หน่อยนะ รสชาติจืดชืดแบบนี้คนงานยังบ่นเลย"
คำพูดไร้เยื่อใยและไม่ถนอมน้ำใจของลูกชายทำให้ผมที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามรู้สึกเดือดปะทุขึ้นมาในอกทันควัน ชาญมองดูใบหน้าสวยหวานของสะใภ้ที่จู่ๆ ก็หมองเศร้าก้มหน้าหลบสายตาอย่างน่าเวทนา แก้มกำช้อนส้อมแน่นริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันด้วยความอึดอัดใจ
"พูดจาให้มันดีๆ หน่อยไอ้เอก แก้มเขาตื่นขึ้นมาต้มข้าวต้มแกงเตรียมไว้ให้แกั้แ่เช้ามืดนะลูก คนเพิ่งลุยงานเหนื่อยๆ มาทานข้าวร้อนๆ รสชาติพอดีๆ แบบนี้มันก็ดีต่อกระเพาะแล้ว จะบ่นหาเื่ทำไม" ผมเอ่ยปากดุลูกชายเสียงเข้มเพื่อปกป้องสะใภ้คนรัก พลางเอื้อมมือตักเนื้อกุ้งตัวโตจากถ้วยกลางไปวางไว้บนจานข้าวต้มของแก้ม "ทานเยอะๆ นะแก้ม ไม่ต้องไปฟังมันหรอกลูก อร่อยมากแล้ว"
แก้มช้อนดวงตากลมอุ่นฉ่ำหวานขึ้นสบตาผม ใบหน้าสวยหวานแฝงความซาบซึ้งใจและอบอุ่นใจอย่างปิดไม่มิด "ขอบคุณค่ะคุณพ่อ..." เธอกระซิบตอบเสียงแ่หวาน
เอกไม่สนใจฟังคำดุของผม มือถือของมันดังขึ้นอีกครั้ง มันรีบกดรับสายแล้วพูดกรอกเสียงรัวเร็วคุยเื่เหล็กเส้นและปูนโครงสร้างยาวเหยียดต่อทันที
"ใช่ครับพี่ งานนี้ต้องเร่งให้เสร็จ เพราะถ้าผมได้เลื่อนตำแหน่งคุมงานสำนักงานใหญ่ถาวร ผมกะจะรีบซื้อคอนโดในเมืองย้ายออกไปอยู่กับแก้มทันทีเลยครับ ไม่ต้องทนเดินทางไกลแบบนี้ โบนัสปลายปีนี้คงหนาพอน่าดู ผมทุ่มสุดตัวเพื่ออนาคตครอบครัวเลยครับ" เอกคุยงานเสียงดังลั่น
คำพูดของเอกเื่ย้ายออกไปอยู่กับแก้มสองคนทำให้ผมรู้สึกใจหายวาบและหึงหวงขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง แก้มเองก็ช้อนตามองผมด้วยดวงตาที่เบิกกว้างสั่นระริกด้วยความตื่นตระหนกหวาดระแวง กลัวความลับจะรั่วไหล
ภายใต้ความอึดอัดและเสียงพูดโทรศัพท์ของเอกที่ดังระงมโต๊ะอาหาร พื้นที่ใต้โต๊ะอาหารไม้สักแคบๆ ขาเรียวอวบผิวนวลขาวของแก้มขยับขยับกายเล็กน้อยเพื่อจัดท่านั่ง ทว่าปลายเท้าเรียวของเธอกลับเผลอขยับมาััแตะโดนหน้าแข้งของผมที่ยื่นออกไปใต้โต๊ะ
ผมขยับท่อนขากำยำของผมเบียดเข้าทับเรียวขาอวบของสะใภ้คนสวยช้าๆ ต้อนเท้าเรียวบางของเธอให้จนมุมเบียดแน่นชิดขาทั้งสองข้าง ฝ่าเท้าใหญ่หยาบกร้านของผมลูบไล้ขึ้นไปตามหน้าแข้งและขยับนวดเบาๆ ที่ต้นขาเนียนอวบของสะใภ้ใต้ร่มผ้าขอบกางเกงตัวสั้นที่เธอสวมใส่อยู่ สะโพกอวบอัดเบียดประกบชิดเกร็งสั่นระรัว แก้มเกร็งท่อนขาตอดรัดขัดขืนในทีแรก ทว่าความเสียวซ่านรัญจวนใจทำให้แก้มยอมจำนนนิ่งสนิท มือบางจับช้อนส้อมสั่นระริก ใบหน้าสวยหวานแดงซ่านลามลามไปถึงหูระหงส์
ความเสียวซ่านสะท้านร่องอารมณ์ใต้โต๊ะอาหารห่างจากสามีของเธอไม่ถึงครึ่งเมตร ปลุกอารมณ์ความดิบของผมให้เดือดดาล แก่นกายขยายตัวแข็งเกร็งตึงเปรี๊ยะปูดโปนดันทึ้งผ้ากางเกงเล เอกพูดะโสั่งงานเสียงดังลั่นหน้าดำคร่ำเครียด ยิ่งเพิ่มระดับความตื่นเต้นท้าทายศีลธรรมของพวกเราสองคน
และทันใดนั้นเอง...
คลิก...
เอกกดวางสายโทรศัพท์ลงเสียงดังปัง มันสูดหายใจลึกๆ วางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะก่อนจะหันใบหน้ามามองสบตากับแก้มที่ยืนเกร็งตัวหายใจหอบถี่สลับหน้าซีดหน้าแดงอยู่ข้างตัว
"แก้ม... เป็อะไรหรือเปล่าเนี่ย ทำไมหน้าซีดหน้าแดงแถมหายใจหอบๆ ร้อนรึยังไง แอร์ในห้องครัวก็เปิดอยู่นะ" เอกถามเสียงขรึมเพ่งตามองภรรยาอย่างสงสัยกะทันหัน
หัวใจของผมและแก้มสะดุ้งใจหายวาบในอกทันควัน แก้มรีบชักขาหนีจากขาของผมอย่างรวดเร็ว มือบางยกแก้วน้ำขึ้นดื่มรัวเร็วเพื่อกลบเกลื่อนพิรุธ
"ปะ...เปล่าค่ะเอก แก้มแค่รู้สึกอึดอัดและสำลักน้ำต้มแกงส้มในครัวนิดหน่อยเมื่อกี้ค่ะ ไม่มีอะไรหรอกค่ะ" แก้มตอบเสียงตะกุกตะกักลนลานแก้ตัว ใบหน้าหวานก้มงุด
เอกส่ายหัวเบาๆ อย่างไม่คิดอะไรมาก ก่อนจะหันมาบอกข่าวใหม่กับผมและแก้ม "พ่อครับ... พรุ่งนี้เช้ามืดผมต้องรีบเดินทางบึ่งรถไปสระบุรีต่อยาวๆ ตลอดทั้งเดือนเลยนะครับ งานนี้คุมฐานรากประมูลใหญ่มาก และผมคงไม่ว่างกลับบ้านเดี่ยวนี้จนกว่าจะเสร็จงานเลยครับ ฝากพ่อดูแลแก้มด้วยนะพ่อ ส่วนแก้ม... คอยปรนนิบัติพัดวีคุณพ่อให้ดีล่ะ อย่าดื้อเข้าใจไหม เดี๋ยวคืนนี้ผมนอนพักเร็วหน่อยละกัน พรุ่งนี้ต้องตื่นั้แ่ตีสี่เตรียมตัวออกเดินทาง"
พูดจบเอกก็ลุกขึ้นยืนบิดี้เีและเดินขึ้นบันไดไปห้องน้ำเพื่ออาบน้ำเตรียมตัวนอนพักผ่อนทันที ทิ้งให้ผมและแก้มนั่งอยู่ร่วมโต๊ะอาหารกันสองคนท่ามกลางความเงียบที่ผ่อนคลายลง
ผมรีบขยับก้าวเข้าไปกุมมือเรียวบางของแก้มไว้แน่น ดึงร่างอวบหยุ่นเปลือยสลัวของสะใภ้คนสวยขึ้นมานั่งบนตักกว้างของผมทันที โอบแขนรัดรอบสะโพกอวบอัดบีบเค้นเบาๆ แก้มซบหน้ากับอกกว้างของผมอย่างออดอ้อนระคนโล่งใจเป็ล้นพ้น
"คุณพ่อคะ... แก้มทรมานเสียวใจแทบแย่เลยค่ะเมื่อกี้ กลัวเอกจะจับได้เหลือเกิน... ลำเอ็นของคุณพ่อก็ดันท่อนขาแก้มเปียกไปหมดแล้วค่ะ..." เธอกระซิบเสียงกระเส่าชิดใบหู
ผมก้มลงกดจูบดูดดื่มเนิ่นนานที่ปากหวานชื้นของสะใภ้คนงาม เรียวลิ้นอุ่นร้อนของเราเกลือกกลั้วสลับหยอกเย้ากันอย่างเร่าร้อนและลนลานในความเงียบ แก้มเบียดสรีระหน้าอกอวบกลมของเธอเข้าบดชิดอกของผมอย่างไม่กลัวตาย จนกระทั่งได้ยินเสียงเปิดปิดก๊อกน้ำและน้ำฝักบัวไหลพรั่งพรูจากชั้นบน แก้มถึงยอมสะดุ้งตัวและขยับตัวลงจากตักของผมด้วยความอาลัยอาวรณ์อย่างที่สุด
เธอส่งยิ้มหวานสะท้านอารมณ์สลับใบหน้าที่ยังขึ้นสีระเรื่อ เดินก้าวถอยหลังหลบขึ้นห้องนอนฝั่งเธอไปอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้ผมนั่งหอบหายใจกุมหน้าตักกางเกงเลที่โป่งนูนและชื้นแฉะไปด้วยคราบความกระสันอยู่ที่โต๊ะอาหารเพียงลำพังท่ามกลางเสียงฝนพรำ
ในใจของผมตระหนักดีว่า วันเวลาแห่งการลักลอบรักนี้ช่างเปี่ยมไปด้วยรสชาติที่เสียวซ่านรัญจวนใจระทึกขวัญเป็ที่สุด และวันพรุ่งนี้เมื่อเอกเดินทางก้าวพ้นประตูรั้วบ้านไป... โถงบ้านเดี่ยวหลังใหญ่หลังนี้จะต้องเปิดต้อนรับบาปสวาทรสใหม่ที่ยิ่งใหญ่และร้อนแรงดุเดือดกว่าเดิมเป็เท่าตัวอย่างแน่นอน!