“เป็นอย่างไรบ้างคะ การเจรจาเป็นไปได้ด้วยดีไหม” หลี่เยว่ซินถามสามีหลังจากที่เห็นเขาเดินเข้ามา
“หากตกลงเรื่องราคากันได้ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรหรอกครับ เพียงแต่ผมคิดว่าราคายังสูงไปสักหน่อย”
ไม่กี่วันก่อนชายชราบ้านติดกันมาสอบถามถึงเรื่องที่เขาอยากขายบ้านเพื่อย้ายไปอยู่ปักกิ่งกับลูกหลาน ชายชรามาเสนอให้จางเฉินอวี้และหลี่เยว่ซินเพราะคิดว่าอยากจะขายบ้านให้กับคนรู้มักคุ้นกันก่อน หลี่เยว่ซินเคยบอกกับจางเฉินอวี้ว่าต่อไปที่ดินและบ้านในเมืองจะมีราคาสูงขึ้น หากเป็นไปได้ก็ควรซื้อเก็บไว้บ้าง แต่พวกเขาก็ยังไม่พบที่ที่ถูกใจเรื่องนี้จึงถูกลืมไปพักหนึ่ง จนชายชรามาสอบถามจึงกระตุ้นความสนใจของพวกเขาขึ้นอีกครั้ง
“บ้านนี้อยู่ติดกับบ้านของเราและยังเป็นหลังสุดท้ายของถนนเส้นนี้ด้วย ราคาที่พวกเขาเสนอมาฉันว่าก็สมเหตุสมผลอยู่ค่ะ เรามีเงินเก็บเพียงพอ ฉันว่าเราซื้อไว้เถอะ อีกไม่กี่ปีเราอาจจะซื้อไม่ไหวแล้วก็ได้”
“ผมจะไปคุยกับคุณลุงอีกครั้งครับ ความจริงผมก็อยากจะขยายบ้านของเราออกไปเหมือนกัน” จางเฉินอวี้รับคำภรรยา
บ้านของพวกเขาเรียงเป็นแถวต่อกันโดยบ้านของป้าหวังจะอยู่ที่หัวถนน ถัดมาเป็นบ้านของลุงโจว บ้านของจางเฉินอวี้ และหลังสุดท้ายจะเป็นบ้านของชายชราที่ต้องการขายบ้านให้กับเขา บ้านของป้าหวังและลุงโจวจะมีขนาดใหญ่เป็นสองเท่าเมื่อเทียบกับบ้านของเขา เขาต้องการสร้างบ้านหลังใหญ่ให้กับลูกของเขาในอนาคต และต้องการขยายหน้าร้านให้ใหญ่ขึ้น
“พ่อคะ แม่คะ กิจการดีขึ้นมากเลยนะคะ” หลี่เยว่ซินมาเยี่ยมพ่อกับแม่ของเธอ
“น้องสาว!” หลี่หยุนเดินเข้าไปรับของจากมื้อน้องสาว หลังจากที่เห็นของที่น้องสาวและน้องเขยถือเข้ามา “น้องเขยวางของไว้บนโต๊ะนี้ก่อน พวกเธอไม่จำเป็นต้องเอาของมาเยอะขนาดนี้่”
“ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะพี่ใหญ่ เฉินอวี้กับฉันทำอาหารใหม่ออกมาให้ลองชิมกันดู” หลี่เยว่ซินยิ้มพรางตอบพี่ชาย
เมื่อส่งสองสามีภรรยาเจียงกลับบ้านแล้วพวกเขาก็ปิดร้านเตรียมตัวกินอาหารเย็นกัน วันนี้จางเฉินอวี้ทำเส้นบะหมี่ไข่ เส้นบะหมี่ผัก ซี่โครงหมูตุ๋น และเนื้อสับผัดเต้าหู้ อาหารทั้งสองอย่างทำทั้งแบบใส่พริกและไม่ใส่พริก เขาลวกเส้นบะหมี่ทั้งสองชนิดใส่ชามอย่างละครึ่ง แล้วถามความต้องการของแต่ละคนว่าต้องการให้นำอาหารชนิดใดราดลงไป ทุกคนก็บอกกับเขาทีละคนแล้วจึงเริ่มกินอาหาร
“ลูกเขย บะหมี่ที่เธอทำมันอร่อยไม่เหมือนใครเลย” พ่อหลี่ร้องทักหลังจากกินเข้าไป
“เส้นของเธอมีความหอม กลมกล่อม และเหนียวนุ่มมากเลยนะจ๊ะ” แม่หลี่ค่อยๆ พิจารณารสชาติ
“เครื่องราดของน้องเขยที่ทำมาก็เข้ากันดี” หลี่หยุนบอก
“กินแห้งแบบนี้ก็อร่อยครับ และผมว่าหากกินกับน้ำซุปก็ต้องเข้ากันมากเหมือนกัน” หลี่เฉินพูดทั้งที่กินบะหมี่อยู่เต็มปาก
“ผมใส่ไข่ไก่เข้าไปด้วยเวลาที่นวดแป้งน่ะครับ เส้นสีเหลืองแบบนี้ผมใส่ไข่อย่างเดียว ส่วนเส้นสีเขียวแบบนี้ผมใส่ใบผักคะน้าลวกเข้าไปด้วยครับ” จางเฉินอวี้ยิ้มอธิบายหลังจากที่เขาเห็นทุกคนกินด้วยความเอร็ดอร่อย
“พวกพี่คิดจะทำบะหมี่นี้ออกมาขายหรือครับ” หลี่เฉินถามขึ้นก่อนใคร
“ใช่แล้วล่ะ พี่อยากให้มีอาหารหลายรายการขึ้น” จางเฉินอวี้จึงหันไปบอกกับทุกคน “ผมคิดจะสร้างบ้านและปรับปรุงร้านให้ใหญ่ขึ้นน่ะครับ คิดว่าคงสร้างเสร็จตอนผมกับเยว่ซินเรียนจบพอดี”
“เฉินอวี้กับหนูตกลงซื้อบ้านหลังสุดท้ายที่อยู่ติดกับเราเอาไว้น่ะค่ะ คุณลุงจะย้ายไปอยู่กับครอบครัวที่ปักกิ่ง หนูตั้งใจว่าจะทุบรั้วออกทำบ้านให้เป็นพื้นที่เดียวกัน โดยด้านหน้าจะขยายร้านอาหารให้ยาวออกไปตลอดแนวบ้าน ส่วนด้านในหนูจะสร้างบ้านแยกเป็น 3 เรือน วางผังเป็นรูปตัวยู (U) ตรงกลางจะทำเป็นสนามหญ้าและจัดสวนค่ะ” หลี่เยว่ซินอธิบายต่อหลังจากที่เห็นพวกเขาทำหน้าสงสัย
“พวกลูกซื้อบ้านหรือ ต้องใช้เงินกันมากทีเดียว ให้พ่อกับแม่ช่วยอะไรไหม” พ่อหลี่รีบถาม
“ขอบคุณครับคุณพ่อตา พวกผมมีเงินเก็บอยู่จำนวนหนึ่งครับ” จางเฉินอวี้รีบตอบ
“พ่อคะ แม่คะ พวกเรามีเงินเพียงพอที่จะซื้อและปรับปรุงบ้านค่ะ ในอนาคตราคาของบ้านและที่ดินจะสูงขึ้นมาก พ่อกับแม่ไม่มีความคิดที่จะขยายกิจการบ้างหรือคะ” หลี่เยว่ซินถามพ่อของเธอ
“พ่อคงไม่มีความสามารถนั้นหรอก” พ่อหลี่ยิ้มแล้วพูดความคิดออกมา เพราะวันนี้ลูกๆ ของเขาอยู่กันพร้อมหน้า “พ่อกับแม่แก่ตัวลงทุกวัน ในอนาคตก็คงต้องอาศัยอยู่กับลูกชายคนโต เวลานี้ยังทำงานช่วยพวกเขาได้อยู่บ้าง”
“พ่ออย่าพูดอย่างนั้นสิครับ ผมก็ดูแลพ่อกับแม่ได้” หลี่เฉินกล่าวอย่างไม่เห็นด้วย
พ่อหลี่เพียงแต่ยิ้มแล้วพูดต่อ “พ่อคิดว่าจะยกร้านนี้ให้กับเจ้าใหญ่ และยกร้านขายผลไม้ให้เจ้าเล็ก ทั้งสองคนจะต้องรับผิดชอบครอบครัวของตัวเอง เงินส่วนกลางที่พ่อกับแม่เก็บไว้ให้เวลานี้ ส่วนหนึ่งจะเอาไว้จัดงานแต่งงานให้กับทั้งคู่ ซึ่งพ่อคิดว่าปีหน้านี้เป็นเวลาที่เหมาะสม เรียนจบแล้วก็ต้องนึกถึงฝ่ายหญิง ไม่ควรให้เขารอเรานานจนเกินไป และอีกส่วนหนึ่งพ่อจะคืนให้กับเยว่ซินสำหรับเงินที่เยว่ซินใช้ซื้อร้านนี้ไว้ให้เรา”
“พ่อคะ เงินส่วนนั้นไม่ต้องคืนหนูหรอกค่ะ หนูตั้งใจมอบให้พ่อกับแม่นะคะ” หลี่เยว่ซินรีบพูด
“พ่อรู้ว่าลูกอยากทำเพื่อครอบครัวของเรา พ่อกับแม่ขอบใจลูกที่ไม่เคยนึกโกรธเราสำหรับเรื่องที่ผ่านมา แต่ในเรื่องของครอบครัวพี่ชายและน้องชายของลูก พวกเขาจะต้องสร้างตัวด้วยความสามารถของพวกเขาเอง เหมือนอย่างที่ลูกกับลูกเขยทำอยู่เวลานี้ การยกร้านให้กับพวกเขาเพื่อเป็นทุนก็ถือว่าช่วยพวกเขาไว้มากแล้ว ลูกอย่าปฏิเสธอีกเลย” พ่อหลี่พูดต่อ
“ผมเห็นด้วยกับพ่อ น้องสาว…ทำตามที่พ่อบอกเถอะนะ พี่กับน้องเล็กมีความเป็นอยู่ที่ดีอย่างทุกวันนี้เพราะเธอกับน้องเขยช่วยปูทางเอาไว้ให้เรา” หลี่เฉินรีบพูดเสริมพ่อของเขา
“ทุกคนครับ บ้านเราอยู่ติดกันแค่นี้ เราไม่ได้จะแยกย้ายกันไปไหนไกลเลยนะครับ” หลี่เฉินพูดขึ้นด้วยท่าทางล้อเล่น เขาต้องการสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย “พี่สาวก็ทำตามที่พ่อว่าเถอะครับ ผมกับพี่ใหญ่จะสร้างอนาคตที่ดีให้กับครอบครัวได้อย่างแน่นอน”
หลี่เยว่ซินจำใจต้องรับปากกับพวกเขา เธอวางแผนการที่จะช่วยเหลือพวกเขาในอนาคต เมื่อพวกเขาไม่ยอมรับความช่วยเหลือทางการเงิน แต่เธอสามารถช่วยหาลู่ทางการขยายธุรกิจให้กับพวกเขาได้