ทะลุมิติมาทั้งตระกูลด้วยสกิลเพิ่มพูนความเป็นเศรษฐี 【จบ】

    เล่มที่ 4 บทที่ 96 เจ้าไม่กลัวฟ้าดินลงโทษหรือไร!

            ตอนที่นางก้าวเท้าเข้ามาก็พลันเห็นบุรุษผู้หนึ่งยืนอยู่หน้าเขียง เขาช่างมีสง่าราศีแม้สวมใส่เสื้อผ้าธรรมดา ทั้งยังมีผ้ากันเปื้อนผูกอยู่ก็มิอาจลดทอนรัศมีของเขาลงได้

            นี่คือยาจกผู้นั้นหรือ?

            ถึงคราวก่อนที่หน้าประตูเมืองนางจะได้เห็นโฉมหน้าที่หมดจดของบุรุษผู้นี้ไปแล้วก็ยังอดมิได้ที่จะต้องตกตะลึงอีกครา

            บัณฑิตรูปงามที่สุดในหมู่บ้านของพวกนางแต่ก่อนหากเทียบกับบุรุษผู้นี้แล้ว มิอาจนับเป็นสิ่งใดได้เลย

            เมื่อเผชิญหน้ากับบุรุษเช่นนี้การที่ต้องมานั่งงอแงเอาแต่ใจกับย่า ซูอี้ฉินย่อมรู้สึกกระดากอาย

            ด้วยเหตุนี้นางจึงหาได้แยแสต่อท่าทีของซูไท่ไท่ นางยื่นมือดึงสาบเสื้อที่ถูกฉุดกระชากพลางขยับกายหลีกเลี่ยงไปด้านข้างอย่างเงียบเชียบ

            ซูไท่ไท่หาได้มีเวลาสนใจนางไม่ทั้งมิอยากต่อปากต่อคำกับหลานสาวคนโตต่อหน้าสองแม่ลูกตระกูลซูปล่อยให้ทั้งสองหัวเราะเยาะเล่น จึงเพียงแค่ชำเลืองมองนางแวบหนึ่ง

            "เป็นอย่างไร หากพวกเจ้าไม่เกรงกลัว ข้าก็จะอยู่ตรงนี้ตลอดไปพวกเจ้าอย่าหวังว่าจะได้ออกจากประตูนี้ไปได้!"

            เห็นพวกนางกลับเพิกเฉยต่อตนซูไท่ไท่ก็โกรธจนแทบคลั่ง มือหนึ่งทุบลงบนพื้นอีกมือหนึ่งชี้ไปยังทิศทางของคนทั้งสอง น้ำเสียงเต็มไปด้วยการท้าทาย

            จางอ้ายหลินเหลือบมองนางอย่างเย็นชามือข้างที่ถือมีดอยู่นั้นก็ขยับขึ้นลง "ยายเฒ่าอย่าคิดว่าแก่แล้วใครๆ ก็ต้องยอมให้เจ้า เมื่อก่อนทำกับพวกเราอย่างไรตัวเจ้าเองก็คงรู้แก่ใจดี"

            ยามนี้บนแขนของนางยังปรากฏรอยแผลเป็น โชคดีที่ได้ยาขี้ผึ้งของหว่านหว่านช่วยบรรเทาร่องรอยจึงจางลงไปมากแต่ก็ยังคงเผยให้เห็นร่องรอยการทารุณกรรมที่ซูไท่ไท่ได้กระทำต่อร่างเดิม

            ซูไท่ไท่เป็นคนหน้าหนายิ่งกว่ากำแพงเมืองทั้งยังไม่มีสิ่งที่เรียกว่ามโนธรรมสำนึกดังนั้นจึงไม่รู้สึกผิดหรือละอายใจกับคำพูดเหล่านี้แม้แต่น้อย

            เมื่อจะเผชิญหน้ากับการตำหนิอย่างรุนแรงของจางอ้ายหลินแต่นางกลับรู้สึกว่าศักดิ์ศรีของตนถูกท้าทาย

            ช่วงเวลาที่ผ่านมานางยังคงคิดไม่ตก สองแม่ลูกที่แต่ก่อนเคยอ่อนน้อมถ่อมตนกลับกลายเป็นเช่นนี้ไปได้อย่างไร นี่มันช่างแปลกประหลาดเสียจริงบางครั้งนางยังสงสัยว่าสองแม่ลูกคู่นี้ถูกผีป่าหรือปีศาจสิงสู่ไปแล้วหรือไม่?

            หากจะบอกว่าแต่ก่อนพวกนางเสแสร้งตอนนี้จึงเผยธาตุแท้ออกมา นี่เป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน!

            ซูไท่ไท่ไม่อาจเชื่อได้จริงๆว่าแต่ก่อนตนบีบบังคับบ้านรองตระกูลซูได้อยู่หมัด ตอนนี้กลับควบคุมไม่ได้เสียแล้ว!

            "นางสารเลว อย่ามาพูดจาไร้สาระกับข้า" ดวงตาที่ตวัดขึ้นของซูไท่ไท่จ้องมองอย่างดุร้ายแล้วถ่มน้ำลายเหนียวหนืดออกมา หมายจะถ่มน้ำลายใส่พวกนาง แต่นางกลับกะระยะไม่แม่นยำน้ำลายเกือบจะกระเด็นไปโดนรองเท้าของซูอี้ฉิน ทำให้ซูอี้ฉินขยะแขยงเป็นอย่างยิ่งนางรีบขยับเท้าหลบไปหลายก้าว

            ซูไท่ไท่ครานี้มิได้สังเกตการกระทำของนางสนใจแต่จะจ้องมองไปยังจางอ้ายหลินและซูอี้หว่าน "ข้าเป็นผู้อาวุโสของพวกเจ้า การที่พวกเจ้ากตัญญูต่อข้านี่คือธรรมเนียมที่บรรพบุรุษได้สืบทอดกันมาแม้แต่ยายเฒ่าอย่างข้าไปที่ไหนก็พูดได้เต็มปาก! แต่หากพวกเจ้าอกตัญญูก็จะต้องถูกฟ้าลงทัณฑ์ ต้องตกนรก!"

            ต่อให้พวกเขามีความสัมพันธ์กับท่านเจ้าเมืองไม่กลัวถูกฟ้องร้องต่อทางการก็อย่างไร นางไม่เชื่อว่าพวกเขาจะไม่เกรงกลัวฟ้าดิน!

            "ฮะๆ…"

            เมื่อได้ยินเช่นนั้นซูอี้หว่านก็อดมิได้ที่จะหัวเราะออกมา "ฟ้าลงทัณฑ์?"

            นางเอียงศีรษะมองไปยังจางอ้ายหลินที่ถือมีดทำครัวอยู่ในมือ"ท่านแม่ ท่านว่าคำพูดนี้ตลกหรือไม่?"

            จางอ้ายหลินก็แค่นเสียงออกมาเช่นกันกระแทกมีดลงบนเขียงอย่างแรง "ช่างน่าขันเสียจริงท่านที่กระทำความชั่ว กลับไม่กลัวฟ้าลงทัณฑ์ แล้วพวกเราเหตุใดจะต้องกลัว?"

            นางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วก้าวเท้าเข้าไปใกล้ซูไท่ไท่สองสามก้าว จงใจลดเสียงลง"ท่านต้องระวังให้มาก ยามวิกาลที่หลับใหล หากรู้สึกตัวตื่นขึ้นอย่าได้เปิดเปลือกตาเป็นอันขาด…"

            กล่าวจบนางก็หรี่ตาลง น้ำเสียงยิ่งต่ำลงไปอีก "มิเช่นนั้นท่านอาจจะได้เห็นสิ่งที่ไม่น่าดู…"

            "…เจ้า เจ้า…"

            ซูไท่ไท่ถูกท่าทีของนางข่มขู่จนเสียขวัญแขนที่ใช้ค้ำจุนร่างกายอยู่นั้นหมดเรี่ยวแรงไปนานแล้วร่างทั้งร่างนอนแผ่อย่างน่าสมเพช ใบหน้าที่แสดงออกนั้นช่างตลกขบขัน

            "เจ้าไม่ใช่นางสารเลวคนนั้น ไม่ใช่…” ซูไท่ไท่ราวกับคนเลอะเลือนพูดจาวนเวียนอยู่ไม่กี่คำนี้ ดวงตาทั้งสองพลันขุ่นมัว เมื่อประกอบกับใบหน้าชรายิ่งชวนขนลุก

            บัดนี้ซูอี้ฉินตระหนกจนทำอะไรไม่ถูก ตอนนี้นางได้แต่เสียใจที่ก่อนหน้านี้ตัดสินใจผิดพลาด ติดตามซูไท่ไท่มา

            เดิมทีคนของท่านหลงไม่อยากเสียค่าเข้าเมืองให้สองคนจึงเลือกเพียงซูไท่ไท่ ทั้งยังให้สัญญาว่า หากซูไท่ไท่ทำตามที่สั่งเขาจะจ่ายค่าเข้าเมืองให้คนทั้งบ้าน

            นี่แลกกับการเข้าเมืองเชียวนะ…

            ทันทีที่ซูอี้ฉินได้ยินเช่นนั้นนางก็ไม่อาจทนรออยู่ข้างนอกได้อีกต่อไป

            เมื่อก่อนนางมีพี่ชายคอยปกป้องทั้งยังมีบิดามารดาคอยเอาใจใส่ มิเคยต้องทนทุกข์ทนลำบาก แต่ช่วงที่ผ่านมาทุกคนต่างก็ดูแลตัวเองกันเอง ดังนั้นจึงไม่มีใครสามารถดูแลนางได้เหมือนแต่ก่อน

            ยิ่งไปกว่านั้นซูอี้ฉินยังคงมีความแค้นอยู่ในใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นที่หน้าประตูเมืองเมื่อวันก่อนดังนั้นพอได้ยินว่าซูไท่ไท่สามารถเข้าเมืองได้นางก็รีบเสนอหน้าไปอ้อนวอนขอติดตามเข้ามาด้วย

            นางยังกล้ากล่าวอย่างไม่เกรงใจต่อหน้าท่านหลงว่าการที่นางติดตามซูไท่ไท่ไท่นั้น จะต้องช่วยเหลือได้เป็นแน่และจะทำให้ครอบครัวซูอี้หว่านยอมจำนนโดยดี

            ในเวลานั้นนางคิดเพียงว่าย่าของตนผู้นี้เป็นคนมีเล่ห์เหลี่ยม ตั้งแต่ก่อนเคยเสียเปรียบที่บ้านรองนี้ก็จริงแต่ท้ายที่สุดนางก็เป็นผู้อาวุโส มีความได้เปรียบโดยธรรมชาติเรื่องนี้คงมิได้ยากเย็นอะไร

            ส่วนตัวนางเองเมื่อติดตามเข้ามาในเมืองแล้วอาจจะมีโอกาสได้พบกับบุรุษในเมืองก็ได้ และนางเองก็อยู่ในวัยที่สมควรมีคู่ครองทว่าครอบครัวกลับประสบเคราะห์กรรมเช่นนี้ แม้แต่อาหารในแต่ละวันยังขัดสนแล้วใครเล่าจะมาเอ่ยปากสู่ขอนางในยามนี้?

            ชีวิตที่ต้องอพยพลี้ภัยซูอี้ฉินทนมามากพอแล้ว นางไม่อยากต้องทนหิวโหยเช่นนี้อีกต่อไปทั้งไม่อยากต้องเบียดเสียดกับผู้คนมากมายในวัดร้างที่ลมโกรกฝนรั่ว ต้องปูพื้นนอนแม้แต่ฟางที่ใช้รองพื้นก็ยังต้องแย่งชิงกัน พวกนางในตอนนี้จะต่างอะไรกับพวกผู้อพยพ?

            ไม่สิ...พวกนางหนีภัยมา ก็เป็นผู้อพยพนี่เอง

            จึงมิใช่เรื่องน่าประหลาดใจที่ชาวเมืองต่างเหยียดหยามพวกนาง

            หากนางสามารถแต่งงานกับคนท้องถิ่นที่อยู่ในเมืองอวิ๋นเฉิงได้สถานการณ์ก็คงจะแตกต่างออกไป

            สตรีเมื่อแต่งงานก็ต้องติดตามสามีดังนั้นภายหน้าพวกนางก็จะกลายเป็นคนเมืองอวิ๋นเฉิงไปด้วย ตอนนั้นมีบุรุษเลี้ยงดูย่อมไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารการกิน ที่อยู่อาศัยก็มีชีวิตจะต้องดีกว่าตอนนี้อย่างแน่นอน!

            เดิมทีซูอี้ฉินตั้งใจว่าจะหาบุรุษที่มีฐานะพอใช้ได้ก็พอเพราะรูปร่างหน้าตาของตนเองก็มิได้งดงามอะไร มากสุดก็แค่ดูหมดจดเท่านั้นนางยังคงรู้จักตนเองดี

            ทว่าความคิดเช่นนี้กลับแปรเปลี่ยนไป เมื่อได้สบสายตาเซียวจวิ้นอันอีกครา

            นางอดมิได้ที่จะถามตนเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าทำไม?

            นางกับซูอี้หว่านเป็นลูกพี่ลูกน้องกันแต่ซูอี้หว่านกลับมีรูปร่างหน้าตาดีกว่านาง ปัจจุบันยังใช้ชีวิตดีกว่านาง ที่สำคัญข้างกายยังมีบุรุษรูปงามเช่นนี้!

             

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาทั้งตระกูลด้วยสกิลเพิ่มพูนความเป็นเศรษฐี 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199