"เ้าหมายความว่าอย่างไร?" สีหน้าของรองเ้าสำนักเปลี่ยนไปทันที เขามองไปยังอวิ๋นหรั่นเยว่ด้วยสายตาที่มืดมน
"ท่านบอกว่าที่ไอมารรั่วไหลนี่คืออุบัติเหตุอย่างงั้นหรือ? ไม่เลย นี่คือโศกนาฏกรรมที่เกิดจากความโลภและความผิดพลาดของสำนักศึกษาชางหลานของพวกท่าน! วันนี้มีผู้คนในเมืองต้องตายไปหลายสิบคนเพราะไอมาร ความตายของคนเหล่านี้ล้วนเกี่ยวข้องกับพวกท่านอย่างไม่อาจปฏิเสธได้!" อวิ๋นหรั่นเยว่กล่าวเสียงดัง น้ำเสียงของนางใสกระจ่างและทรงพลัง ทำให้ทุกคนในที่นั้นได้ยินอย่างชัดเจน
อะไรนะ? ที่ไอมารรั่วไหลไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่เป็คนของสำนักศึกษาชางหลานที่ตั้งใจทำอย่างนั้นหรือ?
"เหลวไหล! ข้าเห็นว่าเ้าจงใจใส่ร้ายสำนักของข้า! ทุกคนอย่าไปเชื่อคำพูดไร้สาระของนาง!" รองเ้าสำนักตวาดเสียงเข้ม
ในใจของเขาเต็มไปด้วยจิตสังหาร หากเด็กคนนั้นไม่มีกระดองเต่าเสวียนอู่ เมื่อครู่เขาคงฆ่าชายสวมหน้ากากคนนั้นไปแล้ว และจะถือโอกาส 'พลั้งมือ' ฆ่าสตรีน่ารังเกียจคนนี้ไปด้วยเลย ไม่รู้ว่าชายหญิงอัปมงคลคู่นี้โผล่มาจากที่ใด ทั้งคู่สมควรตายนัก!
"จะเป็คำพูดไร้สาระหรือไม่ ทุกคนลองฟังดูก็จะรู้เอง" อวิ๋นหรั่นเยว่กล่าวพลางแบมือออก ร่างโปร่งแสงขนาดเล็กที่ถูกห่อหุ้มด้วยเขตแดนอาคมลอยขึ้นสู่กลางอากาศ
นั่นคือิญญาของศิษย์คนหนึ่งจากสำนักศึกษาชางหลาน!
หลังจากตายิญญาจะเข้าสู่การเวียนว่ายตายเกิดในหกวิถีของยมโลกทันที นี่คือกฎของ์และโลก แต่ก็มีกรณีพิเศษ เช่น ผู้ที่มีพลังบำเพ็ญแก่กล้าอย่างยิ่งสามารถใช้เคล็ดลับวิชาเพื่อรักษาดวงิญญาของตนไว้ จากนั้นจึงหาคนมาใช้วิชายึดร่างเพื่อเกิดใหม่หรือสร้างร่างกายขึ้นมาใหม่
นอกจากนี้ยังมีผู้ที่สามารถใช้ของวิเศษขั้นสูงในการเก็บรวบรวมิญญา แต่หากไม่รวดเร็วพอิญญาจะถูกพลังลึกลับของเทพดึงเข้าสู่ยมโลกทันที
เมื่อเห็นอวิ๋นหรั่นเยว่ปล่อยิญญาออกมา ทุกคนต่างตกตะลึงที่นางสามารถเก็บิญญาของศิษย์ไว้ได้... ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่วุ่นวายเช่นนี้ ช่างว่องไวและเฉลียวฉลาดนัก แต่นางเก็บิญญาดวงนี้เอาไว้ทำไม? หรือว่าจะเกี่ยวข้องกับไอมารที่รั่วไหล?
"รองเ้าสำนัก ข้าคิดว่าศิษย์ที่ยังมีชีวิตอยู่ของสำนักท่านคงไม่เต็มใจที่จะพูดความจริง แต่คนตายนั้นแตกต่างออกไป" มุมปากของอวิ๋นหรั่นเยว่ยกขึ้น นางมองดูสีหน้าของรองเ้าสำนักที่เริ่มย่ำแย่ลงเรื่อย ๆ
ทันใดนั้นรองเ้าสำนักก็ลงมือแย่งชิงิญญาดวงนั้นไปอย่างกะทันหัน แต่นางที่เตรียมการไว้พร้อมแล้วมีหรือจะปล่อยให้เขาทำสำเร็จ ทว่านางยังไม่ทันได้ขยับตัว หลงเยี่ยเยี่ยนที่อยู่ด้านข้างก็ชักกระบี่ออกจากฝักทันที ปราณกระบี่ที่เฉียบคมดุจคลื่นั์ซัดสาดจนบีบให้รองเ้าสำนักต้องถอยกรูดกลับไป
อวิ๋นหรั่นเยว่รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย ให้ตายเถอะ! พลังบำเพ็ญของเขาสูงกว่ารองเ้าสำนักเสียอีก! ที่แท้ตอนที่เขาปะทะกับผู้าุโหลิ่วเมื่อครู่ สิ่งที่แสดงออกมาไม่ใช่พลังบำเพ็ญทั้งหมดของเขานี่เอง นางไม่คิดเลยว่าผู้ชายคนนี้จะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้
ส่วนรองเ้าสำนักนั้นถึงกับตกตะลึงจนตาค้าง ก่อนหน้านี้เขาไม่ได้เห็นหลงเยี่ยเยี่ยนอยู่ในสายตา คิดว่าเป็เพียงผู้บำเพ็ญเพียรที่เพิ่งเข้าสู่ขั้นจอมิญญาและมีความสามารถเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ไม่นึกเลยว่าพลังบำเพ็ญของอีกฝ่ายจะสูงกว่าตนเองและอาจจะก้าวเข้าสู่ขั้นจักรพรรดิิญญาแล้ว หรือยิ่งกว่านั้นชายหนุ่มคนนี้อาจจะทะลวงผ่านขั้นจักรพรรดิิญญาไปแล้วเสียด้วยซ้ำ!
สายตาที่รองเ้าสำนักมองหลงเยี่ยเยี่ยนเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น เท่าที่เขารู้ คนที่ทะลวงผ่านขั้นจักรพรรดิิญญาในทวีปนี้มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น และไม่มีชื่อของบุรุษผู้นี้อยู่แน่นอน
เขาเป็ใครกันแน่? หรือจะเป็อัจฉริยะผู้เร้นกายจากตระกูลใหญ่สักแห่ง?
"รองเ้าสำนัก ท่านจะรีบร้อนไปทำไม ความจริงวางอยู่ตรงหน้าท่านรีบร้อนเช่นนี้คิดจะทำลายหลักฐานงั้นหรือ?" รอยยิ้มของอวิ๋นหรั่นเยว่ยิ่งเจิดจ้าขึ้น
ช่างเลือกพึ่งพาคนได้ถูกคนเสียจริง คนผู้นี้ช่างเป็ที่พึ่งชั้นยอดแท้ ๆ
"ข้าเพียงแต่เกรงว่าเ้าจะทำร้ายิญญาของศิษย์สำนักข้า ส่งิญญาของเขาคืนมาเดี๋ยวนี้!"
อวิ๋นหรั่นเยว่ไม่สนใจเขา นางมองไปที่ิญญาแล้วกล่าวว่า "ข้าจะถาม เ้าแค่ตอบ หากมีคำโกหกแม้แต่ครึ่งคำ เ้าไม่ต้องเข้าสู่การเวียนว่ายตายเกิดอีกต่อไป จุดจบของเ้าจะลงเอยเหมือนผู้าุโหลิ่วเมื่อครู่นี้"
ิญญาดวงนั้นพยักหน้าถี่ ๆ และก่อนที่นางจะทันได้ถาม ก็รีบะโเสียงดังว่า "ผู้าุโหลิ่วเป็คนพาพวกเราเข้าไปขอรับ เขาบอกว่าในสุสานกระบี่มีกระบี่ล้ำค่าอยู่มากมาย ขอเพียงชำระล้างไอมารออกไปก็จะได้กระบี่วิเศษ!"
"แต่ไม่นึกเลยว่าผู้าุโหลิ่วจะอาศัยจังหวะที่สอนพวกเราเปิดผนึกออก เพื่อแอบใช้ไอมารฝึกวิชามาร! กว่าพวกเราจะพบว่ามีไอมารก็สายเกินไปแล้ว เขาคลุ้มคลั่งดูดเืและพลังชีวิตของศิษย์พี่ศิษย์น้องจนสิ้นสติสัมปชัญญะ!"
สิ้นคำพูดนี้ทุกคนในที่นั้นต่างฮือฮา ทุกคนคิดว่าเป็เพียงไอมารรั่วไหล ใครจะไปคาดคิดว่าจะเป็เพราะผู้าุโหลิ่วฝึกวิชามารด้วยตนเอง!
"มิน่าเล่า พลังบำเพ็ญของผู้าุโหลิ่วถึงเพิ่มขึ้นรวดเร็วเช่นนี้! ข้าจำได้ว่าปีที่แล้วเขาเพิ่งทะลวงเข้าสู่ขั้นบรรพชนิญญาเอง!"
"นั่นสิ ยังมีคนยกยอว่าเขาเป็พวกอัจฉริยะผู้เก่งกาจในยามชรา ที่แท้คือฝึกวิชามาร!"
"์! ผู้าุโของสำนักศึกษาชางหลานกลับฝึกวิชามาร! แล้วศิษย์เ่าั้จะ..."
ผู้คนต่างวิพากษ์วิจารณ์เสียงดัง สายตาที่พวกเขามองศิษย์ของสำนักศึกษาชางหลานเปลี่ยนไป จากเดิมที่เคยเต็มไปด้วยความอิจฉาและเคารพตอนนี้เหลือเพียงความระแวง
ผู้บำเพ็ญเพียรวิถีมาร คือตัวตนที่ผู้คนทั่วหล้าเกลียดชังที่สุด!
อวิ๋นเสวี่ยเวยยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน เดิมทีมีคนเห็นนางาเ็จึงเข้ามาแสดงความห่วงใยและมอบโอสถให้นาง แต่พอได้ยินว่าผู้าุโหลิ่วฝึกวิชามาร ทุกคนต่างถอยห่างจากนางราวกับนางเป็ตัวกาลกิณี เสมือนว่านางเองก็ฝึกวิชามารไปด้วยเช่นกัน
สายตาของรองเ้าสำนักมืดมน เขาเอ่ยเสียงเย็นว่า "ศิษย์คนนี้อาจถูกเ้าข่มขู่ให้พูดโกหก เื่ราวเป็อย่างไร ข้าจะตรวจสอบให้ชัดเจน และมอบความจริงให้แก่ทุกคนแน่นอน!"
อวิ๋นเสวี่ยเวยรีบะโเสียงดัง "ใช่แล้ว ผู้าุโหลิ่วไม่ได้ฝึกวิชามารเลย เขาเพียงแต่ถูกไอมารจู่โจม และเพื่อปกป้องพวกเรา เขาจึงเป็คนแรกที่ต้องรับไอมารจำนวนมากไว้ ผู้าุโหลิ่วเป็คนดีอย่างยิ่ง แม่นางจิ่วเยว่ ท่านจงใจกุเื่ขึ้นมาเพื่อหลอกลวงผู้คน ท่าน้าอะไรกันแน่!"
รองเ้าสำนักมองนางแล้วพยักหน้า พร้อมกับส่งกระแสจิตบอกศิษย์คนอื่น ๆ อย่างลับ ๆ
ในไม่ช้าศิษย์ที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างก็พูดสนับสนุนอวิ๋นเสวี่ยเวย และกล่าวหาว่าอวิ๋นหรั่นเยว่จงใจยุยงสร้างเื่และมีเจตนาร้าย
อวิ๋นหรั่นเยว่หรี่ตาลง ศิษย์ของสำนักศึกษาชางหลานเหล่านี้ช่างสิ้นหวังโดยแท้
"ผู้าุโหลิ่วฝึกวิชามารหรือไม่ สามารถพิสูจน์ได้ง่ายมาก ไม่จำเป็ต้องให้ศิษย์เหล่านี้มาเป็พยานเท็จ" ในตอนนั้นเอง หลงเยี่ยเยี่ยนก็กล่าวขึ้นอย่างไม่รีบร้อน
"ใช้วิธีใดหรือ?" อวิ๋นหรั่นเยว่ถามพร้อมรอยยิ้ม นางรู้สึกว่าหลงเยี่ยเยี่ยนดูมีความมั่นใจมาก
"แค่ผ่าจุดตันเถียนตรวจสอบเน่ยตานก็รู้เื่แล้ว"
หลงเยี่ยเยี่ยนสะบัดกระบี่ลงมา คมกระบี่ยังไม่ทันได้เปื้อนเื ผู้าุโหลิ่วก็ถูกผ่าท้องจนเห็นจุดตันเถียน อวิ๋นหรั่นเยว่อดไม่ได้ยกมือขึ้นกุมท้องน้อยโดยสัญชาตญาณ เพราะจุดตันเถียนอยู่ตรงตำแหน่งนี้พอดี
ในอดีตร่างเดิมถูกอวิ๋นเสวี่ยเวยใช้กริชแทงจนจุดตันเถียนแหลกละเอียด พลังบำเพ็ญถูกทำลาย แม้ว่าหลังจากฝึกบำเพ็ญคู่กับชายผู้นั้นเจ็ดวันเจ็ดคืนจนจุดตันเถียนฟื้นฟูขึ้นมา แต่ความเ็ปในครั้งนั้นเมื่อนึกถึงตอนนี้ก็ยังคงฝังรากลึกในใจ
หลงเยี่ยเยี่ยนสังเกตเห็นท่าทางของนาง เขาขมวดคิ้วและกล่าวกับนางเสียงเบาว่า "ขอโทษที่ทำให้เ้าใ"
อวิ๋นหรั่นเยว่ส่ายหน้า พลางชี้ไปที่จุดตันเถียนของผู้าุโหลิ่วแล้วกล่าวเสียงดังว่า "ทุกคนดูสิ ในเน่ยตานของผู้าุโหลิ่วมีพลังมารเข้มข้น ไม่ใช่เพียงไอมาร ซึ่งนี่พิสูจน์ได้ว่าเขาตั้งใจฝึกวิชามาร ไม่ใช่อุบัติเหตุจากการได้รับไอมาร!"
ไอมารต้องผ่านการฝึกฝนจึงจะเปลี่ยนเป็พลังมารได้ เช่นเดียวกับความแตกต่างระหว่างปราณิญญาและพลังิญญา เมื่อครู่นางไม่ได้นึกถึงจุดนี้ หลงเยี่ยเยี่ยนช่างมีความรู้กว้างขวางยิ่งนัก
คราวนี้ รองเ้าสำนัก อวิ๋นเสวี่ยเวย และคนอื่น ๆ ไม่สามารถล้างมลทินให้ผู้าุโหลิ่วได้อีกต่อไป
"ผู้าุโหลิ่วเป็ผู้บำเพ็ญเพียรวิถีมาร สมควรตายแล้ว!"
"สำนักศึกษาชางหลานต้องให้คำอธิบายแก่ชาวเมืองชื่ออวิ๋นของพวกเรา!"
"ใช่! ต้องให้คำอธิบาย!"
ผู้คนต่างะโประณามเสียงดัง
อวิ๋นหรั่นเยว่เลิกคิ้วมองอวิ๋นเสวี่ยเวย "คุณหนูอวิ๋น เมื่อครู่ไม่ใช่ว่าท่านยืนยันหนักแน่นว่าผู้าุโหลิ่วไม่ได้ฝึกวิชามารหรอกหรือ ท่านเป็ถึงเทพธิดาที่ชาวเมืองชื่ออวิ๋นคัดเลือกมา แต่กลับเข้าข้างผู้บำเพ็ญเพียรวิถีมาร ช่างไร้ศีลธรรมและทรยศต่อความเชื่อมั่นของผู้คน คำว่าเทพธิดาหากนำมาใช้เรียกท่านเห็นทีจะเป็เื่น่าขันเสียมากกว่า คุณหนูอวิ๋น ท่านคิดว่าอย่างไรเล่า?"