เช้าวันต่อมา... ความเงียบงันยังคงปกคลุมปราสาทเครทที่ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเนินเขาสูง แสงอรุณแรกสีทองอ่อนๆ เริ่มทอประกายลอดผ่านก้อนเมฆหนาชายแดน ตกกระทบลงบนหลังคากระเบื้องดินเผาสีน้ำเงินเข้มของป้อมปราการ ทำให้มันดูเหมือนอัญมณีล้ำค่าที่ถูกวางไว้บนแท่นหินแกรนิตขนาดมหึมา
ภายในห้องพักที่อับชื้น เดรสมอนด์ค่อยๆ พยุงร่างกายที่ยังคงสั่นสะท้านด้วยความเ็ปลุกขึ้นจากเตียง ทุกการเคลื่อนไหวเหมือนมีเข็มแหลมนับพันแทงทะลุกล้ามเนื้อ แม้มานาบริสุทธิ์จากระบบจะช่วยรักษาชีวิตเขาไว้ได้ แต่มันไม่ได้ลบเลือนร่องรอยของการทารุณกรรมที่ฝังลึก
"กะ... ไอ้นี่มันเจ็บกว่าโดนบอสเลเวล 99 ฟาดซะอีก" เขาพึมพำลอดไรฟัน เหงื่อกาฬไหลซึมตามใบหน้าซูบผอม
เขามองดูหน้าต่างสถานะที่ลอยอยู่ข้างกาย [HP: 27/90] ตัวเลขสีน้ำเงินซีดจางบ่งบอกว่าความมั่นคงของชีวิตเขายังเปราะบางดุจเปลวเทียนกลางสายลม หากเขาปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยไม่ทำอะไร ร่างกายนี้อาจจะทรุดหนักจนไม่อาจกู้กลับคืนมาได้
แต่ 'ดี' ไม่ใช่คนที่จะรอฟังคำพิพากษาของพระเ้า
เขารู้ดีว่าในโลกของ Eternal Throne ไม่มีอะไรที่ได้มาฟรีๆ และไม่มีความพยายามใดที่ไร้ความหมาย หากเขารู้ตัวเลขและเงื่อนไขที่ถูกต้อง เขาจำได้ถึง 'กิมมิค' ลับที่ผู้เล่นสายสำรวจเคยเข้ามาสำรวจซากปรักหักพังจนค้นพบเหตุการณ์ 'ล่มสลายของตระกูลเครท' ว่าที่นี่มีขุมพลังหนึ่งที่ถูกมองข้ามไปเพราะมันดูเรียบง่ายเกินไป
นั่นคือ 'พรแห่งการสักการะประจำวัน' ในโลกนี้ ที่เหล่าเทพเ้านั้นมีอยู่จริงหากเขาทำบางอย่างได้ถูกต้องแล้วนั้นปาฏิหาริย์จะเกิดขึ้น
เดรสมอนด์ใช้ผ้าพันแผลพันรอบเอวอย่างแ่าเพื่อพยุงช่องท้องที่าเ็ สวมเสื้อเชิ้ตผ้าลินินสีหม่นทับไว้ แล้วค่อยๆ เดินกะเผลกออกจากห้องพัก โถงทางเดินของปราสาทในยามเช้าช่างเงียบสงัด มีเพียงเสียงรองเท้าหนังกระแทกพื้นหินแกรนิตดังกังวานเป็จังหวะ เขาเดินผ่านเหล่าสาวรับใช้ที่กำลังเริ่มทำความสะอาด พวกเขาหันมามองนายน้อยสามด้วยสายตาที่ผสมปนเปกันระหว่างความสงสารและความสมเพช บางคนถึงกับถอนหายใจออกมาเบาๆ เมื่อเห็นสภาพที่ร่อแร่ของเขา
ทว่าเดรสมอนด์ไม่ได้สนใจสายตาเ่าั้ เขาเดินมุ่งหน้าไปยังประตูทิศเหนือ ผ่านสะพานชักไม้หนาอันเป็ทางเข้าหลักของปราสาท
ทันทีที่ก้าวพ้นประตูเมือง... ภาพตรงหน้าก็ทำให้เขาลืมความเ็ปไปชั่วขณะ
ลานหินอ่อนวงกลมขนาดกว้างขวางตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ตรงกลางนั้นคือรูปปั้นเทพแห่งแสง 'ทาวาร์' (Tavohr) ที่สลักจากหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์สูงกว่า 5 เมตร ท่ามกลางบรรยากาศเทาๆ ของป้อมปราการหินแกรนิต รูปปั้นนี้โดดเด่นราวกับหยดน้ำนมที่ตกลงในกองถ่าน
องค์เทพอยู่ในชุดเกราะบางเบาวิจิตรบรรจง มือขวาถือคทายอดดวงอาทิตย์ที่บัดนี้กำลังสะท้อนแสงอรุณจนประกายระยิบระยับปานเพชรน้ำหนึ่ง ส่วนมือซ้ายนั้นแบออกในท่าทางการต้อนรับที่อ่อนโยนแต่ทรงพลัง ใบหน้าที่สลักอย่างประณีตดูราวกับมีชีวิต ดวงตาหินอ่อนจ้องมองไปยังขุนเขาทิศใต้อย่างแน่วแน่
และสิ่งที่เป็ใจความสำคัญของแผนการเขาก็คือ... 'พวกมัน'
รอบฐานรูปปั้นมีก้อนกลมๆ สีเหลืองทองนวลล่องลอยอยู่ดุจปุยนุ่น บางตัวมีปีกแสงเล็กๆ สองคู่ที่ขยับไหวไปมาอย่างรวดเร็วแต่ไร้เสียง พวกมันคือ 'สไลม์แสง' มอนสเตอร์ฝ่ายดีที่เปี่ยมไปด้วยพลังงานศักดิ์สิทธิ์ พวกมันมักจะอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีศรัทธาสูง และชอบนิ่งรับแสงแดดเพื่อสังเคราะห์มานาบริสุทธิ์
เดรสมอนด์ก้าวเข้าไปที่หน้าฐานรูปปั้นทีละก้าวอย่างมั่นคง แม้ขาจะสั่นพั่บๆ เขารวบรวมลมหายใจแล้วค่อยๆ คุกเข่าลงบนพื้นหินอ่อนที่เย็นเยียบ ก้มศีรษะลงแสดงความเคารพอย่างนอบน้อมที่สุดเท่าที่ร่างกายจะอำนวย
[ ตรวจพบการทำกิจกรรม: สักการะรูปปั้นเทพแห่งแสง ]
[ เงื่อนไขแฝง: ใจศรัทธาและความสม่ำเสมอ... ]
'มาเถอะ... เ้าพวกตัวเล็ก' เขาคิดในใจ
ทันใดนั้น สไลม์แสงตัวหนึ่งที่ล่องลอยอยู่ใกล้ที่สุดก็หยุดนิ่ง มันจ้องมองเดรสมอนด์ด้วยตากลมโตดำขลับที่ดูน่าเอ็นดู ก่อนจะค่อยๆ ะโเด้งดึ๋งเข้ามาหาอย่างระมัดระวัง มันลอยวนรอบศีรษะของเขาสามรอบ ก่อนจะทิ้งตัวลงแตะที่บ่าของเดรสมอนด์เบาๆ
[ ติ๊ง! คุณได้รับบัพพิเศษ: พรแห่งแสง (ขั้นต้น) ]
[ เอฟเฟกต์: เพิ่มอัตราการฟื้นฟู HP +5% ต่อชั่วโมง, ความอึดเพิ่มขึ้น 0.1 (ชั่วคราว), ระยะเวลา: 24 ชั่วโมง ]
ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านออกมาจากจุดที่สไลม์แตะต้อง มันไม่ใช่การรักษาที่รวดเร็ว แต่มันคือการวางรากฐานให้ร่างกายเริ่ม 'ซ่อมแซม' ตัวเองอย่างถูกต้อง เดรสมอนด์ยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ
ในโลกเดิมของผู้เล่น การมาไหว้รูปปั้นวันละครั้งถือเป็หน้าที่ที่น่าเบื่อ แต่สำหรับเขาในตอนนี้... มันคือสายป่านช่วยชีวิต
***
วันที่ 2... เขามาถึงลานหินอ่อนั้แ่ก่อนแสงอาทิตย์จะส่องถึง สภาพร่างกายดูดีขึ้นเล็กน้อย าแภายนอกเริ่มแห้งเป็สะเก็ด แต่ความล้าในกระดูกยังคงอยู่ เขาคุกเข่าลงท่าเดิม สวดอ้อนวอนในใจถึงความปรารถนาที่จะแข็งแกร่งขึ้นเพื่อปกป้องความลับของพี่สาว สไลม์แสงสามตัวเริ่มลอยมาล้อมรอบเขา พวกมันดูจะจำกลิ่นอายของเขาได้
[ พรแห่งแสง (ขั้นต้น) ได้รับการต่ออายุ... ]
[ ค่าสถานะสะสม: ความอึดเพิ่มขึ้น 0.2 (ชั่วคราว) ]
วันที่ 3... เมฆฝนตั้งเค้ามาแต่ไกล ลมกระโชกแรงพัดผ่านเนินเขาด้วยความเกรี้ยวกราด แต่เดรสมอนด์ยังคงนั่งนิ่งเป็หินอยู่หน้าองค์เทพ เสื้อผ้าลินินของเขาปลิวสะบัดตามแรงลม ความเพียรของเขาเริ่มดึงดูดความสนใจจากเหล่าทหารยามที่อยู่บนเชิงเทิน
"นายน้อยสามนั่น... เขาบ้าไปแล้วหรือเปล่า?" ทหารยามคนหนึ่งกระซิบ "มานั่งตากลมทุกเช้าแบบนั้น เดี๋ยวก็ได้ปอดบวมตายก่อนจะบรรลุนิติภาวะหรอก"
ทว่าพวกเขาไม่ได้เห็นสิ่งที่เดรสมอนด์เห็น... หน้าต่างสถานะของเขาเริ่มเปลี่ยนจากสีแดงเตือนภัยเป็สีเหลืองอ่อนสม่ำเสมอ [HP: 45/90] พลังชีวิตของเขาฟื้นกลับมาได้ครึ่งหนึ่งแล้วด้วยความช่วยเหลือของเ้าก้อนแสงตัวเล็ก
วันที่ 4 และ 5... การสักการะเริ่มกลายเป็พิธีกรรมที่ทรงพลัง เดรสมอนด์ไม่ต้องฝืนร่างกายมากเท่าวันแรก เขาเริ่มััได้ถึงพลังบางอย่างในร่างที่เคยเหือดแห้งไป เริ่มไหลเวียนผ่านหัวใจอย่างช้าๆ ราวกับสายธารชีวิตของเขานั้นได้กลับมาไหลอีกครั้ง สไลม์แสงนับสิบตัวมองเห็นเขาเป็เหมือน 'รูปปั้นศักดิ์สิทธิ์' ที่แผ่ความสงบออกมา พวกมันรุมล้อมเขาจนดูเหมือนนายน้อยคนนี้กำลังถูกปกคลุมด้วยรังไหมสีทอง
และแล้ว... วันที่ 6 ก็มาถึง
ร่างกายของเดรสมอนด์ดูเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าที่เคยซีดเผือดเริ่มมีเืฝาด แววตาสีฟ้าครามที่เคยหม่นแสงกลับเป็ประกายคมกล้า เขาไม่จำเป็ต้องเดินกะเผลกอีกต่อไป หลังของเขาตั้งตรงสง่างามขณะเดินอยู่บนลานสักการะ
เขาทรุดกายลงคุกเข่าเป็ครั้งที่หก สไลม์แสงตัวที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งดูเหมือนจะเป็หัวหน้าฝูง ลอยลงมาหยุดอยู่ตรงหน้าผากของเขา มันเปล่งแสงเจิดจ้าออกมาจนกลบสีของท้องฟ้า
[ คำแจ้งเตือนจากระบบ: ความต่อเนื่องของการสักการะบรรลุขีดจำกัดสูงสุดของขั้นต้น ]
[ การตรวจสอบสภาวะิญญา... ผ่าน ]
[ แสงศักดิ์สิทธิ์และเจตจำนงแห่งนักรบ... ผสานรวม ]
แสงสว่างนั้นซึมลึกเข้าไปในทุกอณูของร่างกาย มันไม่เพียงแค่รักษาพื้นผิว แต่มันล้างสารพิษและความเศร้าหมองที่ตกค้างอยู่ในร่างของเดรสมอนด์คนเก่าออกไปจนสิ้น ความรู้สึกที่เคยมี 'ก้อนหิน' ถ่วงอยู่ในอกสลายไปเหลือเพียงความเบาสบายและพละกำลังที่เอ่อล้น
[ ติ๊ง! คุณได้รับรางวัลจากความเพียรพยายาม: "ความโปรดปรานของเทพแห่งแสง" ]
[ สถานะการรักษาขั้นสุดท้ายจะเริ่มต้นขึ้นเมื่อรุ่งอรุณของวันที่ 7 มาถึง... ]
เดรสมอนด์ลืมตาขึ้น ลมหายใจของเขายาวเหยียดและมั่นคง เขามองขึ้นไปยังใบหน้าของรูปปั้นเทพทาวาร์ รู้สึกเหมือนเห็นรอยยิ้มจางๆ บนริมฝีปากหินอ่อนนั้น
"ขอบคุณ..." เขากระซิบเบาๆ
เขาลุกขึ้นยืน ปัดฝุ่นออกจากหัวเข่าด้วยท่าทางที่เปลี่ยนไปจาก 'ไอ้ขี้แพ้' โดยสิ้นเชิง ในเวลานั้นเหมือนว่าการมองเห็นของเขาแจ่มชัดขึ้น เขาสามารถได้ยินเสียงค้อนกระทบทั่งจากหมู่บ้านศิลาขาวที่อยู่ห่างไป 6 กิโลเมตรได้อย่างน่าอัศจรรย์ เขาััได้ถึงกลิ่นหญ้าฟิฟฟี่ที่ลอยมากับลมหนาว
หกวันที่ผ่านมาไม่ใช่แค่การรักษาเพียงอย่างเดียว แต่มันราวกับการเชื่อมโยงร่างกายนี้ให้กลายเป็ภาชนะที่คู่ควรกับจิติญญาของแชมป์โลก
ในขณะที่เขามุ่งหน้ากลับเข้าสู่ตัวปราสาท เขารู้ดีว่าพายุที่แท้จริงกำลังรออยู่... โทมัส พี่ชายของเขา จะต้องไม่พอใจแน่ที่เห็นน้องชายที่เขาคิดว่าปางตาย กลับมาเดินเหินได้เป็ปกติราวกับปาฏิหาริย์
แต่เดรสมอนด์ในตอนนี้ ไม่ใช่คนเดิมที่จะยอมถูกรังแกอีกต่อไป
เขามองดูหน้าต่างสถานะที่แม้ตัวหนังสือสีแดงจะยังแจ้งเตือนว่า 'ปางตาย' แต่ตัวเลข HP ที่ขยับขึ้นมาแตะที่ 50/90 ก็เพียงพอที่จะทำให้เขายิ้มออกมาได้
'วันที่เจ็ด... ร่างกายนี้จะพร้อมสำหรับการเริ่มต้นที่แท้จริง'