ผมแอบมองไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง ก็ยังไม่เห็นอะไรผิดปกติ แต่บรรยากาศกระอักกระอ่วนพิกล เลยอาศัยท่าไม้ตายเอาผ้าห่มคลุมโปงจนเหงื่อไหลโชกทั่วตัว อย่างไรเสียผมก็ทนร้อนนอนหลับได้ในที่สุด
เตร้ง ๆๆๆๆ เสียงจากโทรศัพท์เก่า ๆ ดังขึ้น ผมงัวเงียมองหน้าจอเป็เบอร์ขององค์การ UPO. เลยกัดฟันรับทั้งที่ยังง่วงอยู่
“คุณเทวินปลอดภัยไหมคะ”
เสียงหวานของโอเปอร์เรเตอร์คนเดิม
“ปลอดภัยครับ” ผมตอบด้วยเสียงงัวเงีย
“ดีแล้วค่ะ เมื่อคืนไม่มีอะไรเกิดขึ้นใช่ไหมคะ”
คำถามนั่นทำให้ผมนึกได้
“เมื่อคืนมีปีศาจจิ้งจอกพยายามบุกเข้าบ้านผมครับ”
“ปีศาจจิ้งจอก หมายถึงตัวไหนคะ”
“ผมก็ไม่ทราบครับ พอดีฟังจากท่านเ้าที่อีกที”
“เ้าที่ หมายถึงพระภูมิเ้าที่หรือคะ”
“น่าจะใช่ครับ ท่านมาเตือนผม รู้สึกว่าท่านจะป้องกันปีศาจจิ้งจอกนั่นไม่ให้เข้าบ้านนะครับ”
“ประหลาดมาก ดิฉันไม่เคยพบคนที่สื่อสารกับเ้าที่ได้มาก่อนเลย ขออนุญาตโอนสายให้พ่อปู่นะคะ”
แปบเดียวพ่อปู่ในชุดเทาตัวเดิมก็วิดีโอคอลมา
“คุณเทวินติดต่อกับเ้าที่ได้หรือขอรับ”
“ใช่ครับ”
ผมแปลกใจกับเสียงตื่นเต้นของพ่อปู่พอสมควร ขนาดทูต์อย่างท่านมิคาเอลหรือราฟาเอล ผมยังเคยเข้าทรงมาแล้ว จะมาเซอร์ไพรซ์อะไรกับเ้าที่
“ผมยังไม่เคยพบคนที่คุยกับเ้าที่โดยตรง เ้าที่มีรูปร่างหน้าตายังไงครับคุณเทวิน”
“ก็เป็คนแก่ในชุดขาวเหมือนที่เคยได้ยินมาแหละครับ”
“น่าสนใจมากขอรับ”
“ทำไมครับพ่อปู่”
“คุณเทวินที่เริ่มต้นก็สามารถเข้าทรงเทพระดับสูงได้ ไม่เข้าใจก็ไม่แปลกขอรับ เ้าที่เ้าทางนั้นเป็เทพหรือิญญาระดับสูงประมาณหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้มีพลังมากพอที่จะตรวจจับได้โดยง่าย แถมยังทำหน้าที่เฉพาะด้านหรือมีพลังในสถานที่จำกัด คนทั่วไปอาจเคยพบเห็นเ้าที่ผ่านความฝันหรือทางอ้อม แต่จะให้ตรวจพบหรือสื่อสารกันตรง ๆ ยากมากครับ เผลอ ๆ ติดต่อกับเทพที่ทรงพลังไปเลยยังง่ายกว่า”
“โอ้ว ผมไม่ทราบเลยครับพ่อปู่”
“เมื่อคืนเครื่องมือที่เรายืมมาจากทางสหรัฐตรวจจับพลังงานมหาศาลแถวบ้านคุณเทวินได้ แต่ไม่นานก็หายไป พวกผมเป็ห่วงคุณเทวินมากเลย”
“แหมเป็ห่วงแต่ก็เพิ่งโทรหาตอนเช้าเชียวครับ”
“ฮ่า ๆ อย่าน้อยใจเลย เอาเป็ว่าผมส่งคนไปดูแถวบ้านคุณเทวินมาแล้ว เห็นว่าไม่มีปัญหาเลยเบาใจขอรับ”
“ส่งคนมา จริงเหรอครับพ่อปู่”
“จริงสิครับ”
โหย นี่มันเหมือนทีมคุ้มกันในหนังสายลับฮอลลีวูดเลยนี่หว่า
“แล้วคุณเทวินทราบไหมครับว่าปีศาจอะไรที่จะบุกเข้าบ้าน”
“ท่านเ้าที่บอกว่าเป็ปีศาจจิ้งจอกครับ”
“ปีศาจจิ้งจอกมีเยอะมาก หวังว่าคงไม่ใช่จิ้งจอกเก้าหางละกันครับ”
“ทำไมครับพ่อปู่”
“ก็ปีศาจตัวนี้นอกจากมีพลังมากแล้วยังฉลาดเ้าเล่ห์สุด ๆ คุณเทวินระวังตัวด้วยนะครับ ถ้าเป็จิ้งจอกเก้าหางจริง ๆ อันตรายมาก”
เสียงของพ่อปู่เครียดและจริงจังกว่าทุกที ทำเอาผมกังวล
“แล้วพ่อกับแม่ผมละครับ”
“ทางผมจะส่งคนไปคุ้มกันห่าง ๆ ครับ คุณเทวินไม่ต้องห่วง ปกติปีศาจจะไม่เล่นงานคนที่มองไม่เห็นมัน คุณพ่อคุณแม่คงปลอดภัยสักระยะหนึ่งครับ”
“เ้าจ้อนเป็อะไรก็ไม่รู้วันนี้”
เสียงแม่ดังมาจากในครัว เมื่อผมลงจากห้องมารอกินข้าวเช้า
“ทำไมครับแม่”
“ก็มันเอาแต่นอนซุกใต้โต๊ะกินข้าว ไม่ยอมออกมา ไม่สบายหรือเปล่าไม่รู้ วินลองถามดูซิ”
อ้าว จะให้ผมคุยกับหมาซะแล้วแม่
แต่ยังไงไอ้จ้อนก็ถือเป็สมาชิกคนเอ้ยตัวหนึ่งของบ้าน ถ้าไม่สบายก็ต้องพาไปหาหมอ ผมเลยก้มลงไปมองใต้โต๊ะ ก็เห็นไอ้ตัวดีนอนซุกอยู่ข้างขาพ่อผม
“ไงจ้อน เป็อะไร”
ผมถาม
“หงิงๆๆๆ งื้ดๆๆๆ”
ไอ้จ้อนตอบ
“คุยกันรู้เื่จริงด้วย”
เสียงพ่อผมดังมาจากหลังหนังสือพิมพ์
หลังกินข้าวเสร็จ ผมก็ลากไอ้จ้อนมาพลิกซ้ายพลิกขวา ตรวจดูจนแน่ใจว่ามันสบายดี
“ไอ้จ้อนไม่เป็ไรครับแม่ แต่เหมือนมันกลัวอะไรไม่รู้”
ผมบอกแม่ พลางนึกถึงปีศาจจิ้งจอกที่เ้าที่เตือนไว้ แต่ตอนเช้าอย่างนี้ปีศาจไม่น่าจะมาได้ หรือมาได้หว่า ทีพวกเทพกับปีศาจคราวก่อนยังออกมากลางวันแสก ๆ ได้
ผมแง้มประตูบ้านชะโงกหัวออกไปด้านนอก
“วิน เลียนแบบเ้าจ้อนหรือลูก เมื่อเช้ามันก็ทำท่านี้”
แหมแม่นี่ก็
เช้านี้ผมไม่มีเรียน หลังจากกินห่อนึ่งไก่ฝีมือแม่แล้ว จึงค่อยย่องออกจากบ้าน
“ไอ้จ้อน ตามมาอารักขาตรูด้วยสิ”
“งื้ดๆๆๆ”
ไอ้จ้อนส่งเสียงมาจากใต้โต๊ะ พ่อผมออกไปทำงานแล้ว แต่มันยังไม่ยอมลุกจากที่ซ่อน
“ไอ้นี่เลี้ยงเสียข้าวนึ่งจริงๆ”
เมื่อไอ้จ้อนไม่ยอมมาช่วย ผมเลยต้องออกจากบ้านคนเดียว แต่นอกบ้านก็ไม่มีอะไรผิดปกติ ผมเดินมาตามซอยเพื่อไปขึ้นรถที่ถนนใหญ่ อยู่ ๆ รถสปอร์ตสองประตูสุดหรูคันหนึ่งก็แล่นผ่านไปหยุดข้างหน้า ไอ้ผมอย่างมากก็รู้จักแต่ยี่ห้อ รถแพงอย่างนี้รุ่นอะไรสุดที่จะรู้ได้
รถนั่นจอดกลางถนนดื้อ ๆ ถึงจะเป็ซอยเล็กในชุมชน แต่ปกติก็ไม่มีใครทำกัน
ผู้หญิงคนหนึ่งลงมาจากรถ เธอสวมชุดสีแดงสดรัดรูป รองเท้าดำแปลบมันวาว แว่นกันแดดอันใหญ่ครึ่งหน้า รูปร่างยังกะนางแบบ เดินตรงเข้ามาหาผม พร้อมกับรอยยิ้มแปลก ๆ ผมมองซ้ายขวาและข้างหลังก็ไม่เห็นมีคนอื่น
“เทวินใช่ไหม”
“ใช่ครับ เรารู้จักกันหรือครับ”
ผมตอบด้วยเสียงที่บังคับให้หล่อที่สุด
เธอมองผ่านแว่นก่อนจะเอื้อมมือมาจับแขนผมไว้
ถึงเธอจะเป็ผู้หญิงตัวสูงรูปร่างดี แต่เมื่อเทียบกับหนุ่มวัยรุนที่สูงราว 180 เซน อย่างผม ก็ยังตัวเล็กกว่ามาก แต่ความรู้สึกของผมเหมือนกับโดยคีมเหล็กบีบแขนยังไงยังงั้น
“โอ้ย”
ผมร้องแบบไม่ต้องอายเพราะเหมือนแขนจะหัก
“ไม่มีพลังเลยนี่”
เธอพูดเสียงหวานพร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็น
“คุณปีศาจจิ้งจอกใช่ไหมครับ”
ผมถามด้วยสัญชาตญาณ
“รู้ได้ยังไง”
“ท่านเ้าที่บอกนะครับ”
“เ้าที่ หมายถึงเทพชั้นล่างนั่นนะหรือ เทพระดับนั้นคุ้มครองเ้าได้แค่ในบ้านเท่านั้นแหละ”
จิ้งจอกเก้าหางเพิ่มแรงบีบขึ้น จนผมได้ยินเสียงกระดูกร้าว
“ยอมแล้วคร้าบ”
ได้ผล ผมรู้สึกว่าแรงบีบคลายลงเล็กน้อย
“ยอมอะไร เ้ารู้ว่าข้าฯ้าสิ่งใดงั้นหรือ”
“แหะ ๆ ที่จริงก็ไม่รู้หรอกครับ”
“อย่างเ้านี่ต้องหักแขนสักข้างก่อนถึงจะพูดรู้เื่”
ว่าแล้วปีศาจจิ้งจอกก็ทำท่าจะหักแขนผมจริง ๆ
คราดใหญ่อันหนึ่งเหวี่ยงผ่านร่างของผมไปเหมือนกับทะลุควัน กระแทกเข้ากับสาวสวยตรงหน้าจนกระเด็นไป
“วิ่ง เทวิน”
ผมหันไปมองก็เห็นตือโป๊ยก่ายยืนถือคราดอยู่
“ขอบคุณครับ”
“อย่าเพิ่งพูด หนีก่อน”
ผมรีบใส่เกียร์ไอ้จ้อนวิ่งไปทางถนนใหญ่ หันไปก็เห็นปีศาจจิ้งจอกมองมา แว่นดำหลุดออกไปแล้ว ใบหน้าของเธอสวยคมบาดใจ ขนาดมองไกล ๆ ยังรู้ว่าสวยจัด
แต่แรงบีบมหาศาลนั่น ทำให้ผมวิ่งอย่างไม่คิดชีวิตมาจนพบกับชาวบ้านที่รอรถอยู่
เมื่อหันไปมองไม่เห็นใครตามมาจึงรีบขึ้นรถเมล์ที่มาถึงพอดี
หลังนั่งพักเหนื่อยอยู่ในรถระยะหนึ่ง ผมก็ลูบคลำแขนป้อย ๆ
“เป็อะไรมากไหม”
ผมสะดุ้งเฮือก
ตือโป๊ยก่ายนั่งอยู่ที่เบาะด้านหน้าผม แน่นอนว่าคนอื่นมองไม่เห็น
“เหมือนแขนจะหักเลยครับ”
ผมพยายามกระซิบ กลัวคนอื่นหาว่าบ้าที่พูดคนเดียว
“ปีศาจจิ้งจอกนั่นไม่ตั้งใจหักแขนของเ้าหรอก ไม่งั้นคงหักไปแล้ว”
ฟังแล้วน่าชื่นใจจริง ๆ
“ผมไม่เคยโดนปีศาจทำร้ายเลย”
“เ้าอย่าคิดว่าสิ่งที่เกิดกับเ้าจะมีแต่ผลดี ทุกสิ่งต้องมีผลตรงกันข้ามอยู่แล้วเป็ธรรมดา”
เข้าถึงสัจธรรมซะงั้นแม่ทัพเทียนเผิงของผม
“ผมต้องไปหาหมอไหมครับ”
ตือโป๊ยก่ายทำท่างงเล็กน้อย
“การแพทย์ของเ้าน่าจะพอช่วยได้อยู่ แต่ทำไมไม่ลองใช้พลังของเทพเมื่อคราวก่อนรักษาตัวเอง”
คำพูดของตือโป๊ยก่ายทำให้ผมนึกถึงท่านราฟาเอล แต่ตอนนี้อยู่บนรถคงไม่สะดวกนัก
พอเข้ามาในมหาวิทยาลัย ผมก็เดินหาห้องเงียบ ๆ ห้องหนึ่งก่อนหยิบบัตรสมาชิก UPO. ออกมา
“ท่านราฟาเอลครับ”
เงียบ
“อะแฮ่ม ผมเทวิน อินองค์จันทร์ ขออัญเชิญอัครทูต์ราฟาเอล”
เงียบอีก
“เทวิน คุณทำอาราย”
เสียงหวาน ๆ ยาน ๆ ทักมา พร้อมกับประตูห้องเปิดออก
ผมรีบเก็บบัตรสมาชิกทันที
“อ้าวคัทย่า นึกว่าใคร”
“คุณนึกว่าใครละ”
“เปล่า”
คัทย่าเดินเข้ามาใกล้
“ฉันเห็นคุณทำท่าแปลก ๆ เลยตามมา เป็อะไรไหม”
“ไม่เป็ไรครับ”
คัทย่ามองแขนซ้ายของผมที่เริ่มเป็รอยช้ำ
“แขนคุณเป็อะไร เทวิน คุณาเ็นี่”
คัทย่าเอื้อมมาจับแขนเบา ๆ แต่ผมเจ็บจนต้องร้องออกมา
“ขอโทษ คุณถูกทำร้ายมาหรือ”
ผมพยักหน้า
“ใช่คัทย่า ผมถูกปีศาจทำร้าย”
ผมไม่กล้าบอกว่าเป็ปีศาจในร่างสาวสวย
“ใช่แล้ว ทางหน่วยงานของฉันเคยแจ้งเตือนให้ระวังว่าคุณอาจเป็เป้าหมายของพวกปีศาจหรือคนชั่ว แต่ฉันก็คอยดูคุณอยู่ ไม่คิดว่าจะมีใครมาทำร้ายคุณใน่นี้ ขอโทษด้วยที่ฉันไม่เตือนคุณก่อน”
“ไม่เป็ไรคัทย่า ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอก”
ผมพูดกัดฟัน เพราะเจ็บแขนขึ้นเรื่อย ๆ
“ไปห้องพยาบาลด้วยกันเถอะ”
“อย่าเลยเดี๋ยวเป็เื่ใหญ่”
คัทย่าทำท่าคิดอะไรอยู่สักพัก
“ฉันเข้าใจ รอแปบนึงนะ”
ว่าแล้วคัทย่าก็ลากผมไปนั่งที่ม้านั่งใต้ต้นไม้ ก่อนจะไปหาน้ำแข็งจากไหนไม่รู้มาประคบให้
พอนั่งใกล้กันก็ได้กลิ่นหอมจากตัวคัทย่า จนเกือบลืมความเจ็บไปได้เยอะ
“คุณจะทำยังไงต่อ”
คัทย่าถาม คนอะไรลมหายใจยังหอม
“สงสัยผมต้องถามองค์การดูครับ”
“หน่วยงานของคุณจะคุ้มครองคุณได้ไหม”
“ผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน”
เตร้งๆๆๆๆ
เสียงโทรศัพท์เก่า ๆ ดัง ผมอายที่จะรับต่อหน้าคัทย่า แต่เมื่อเห็นว่าเป็เบอร์องค์การ UPO. ก็จำใจรับ
“ขออภัยจริง ๆ ขอรับ คุณเทวิน”
คราวนี้พ่อปู่พูดก่อนโอเปอร์เรเตอร์
“เื่อะไรครับ”
“ที่คุณเทวินถูกปีศาจเล่นงาน”
“ผมไม่เป็อะไรมากหรอกครับพ่อปู่”
“มีคุณคัทย่าดูแล กระผมก็พอเบาใจ”
รู้เสียด้วย
“คนที่ผมส่งไปคุ้มครองเข้าไปช่วยคุณเทวินไม่ทัน แต่จากรายงานเหมือนมีบางอย่างขัดขวางปีศาจจิ้งจอกนั่น คุณเทวินเลยหนีมาได้”
“ใช่ครับ ดีที่ตือโป๊ยก่ายมาช่วยไว้”
“แม่ทัพเทียนเผิงหรือครับ มหัศจรรย์จริง ๆ ผมทำงานมานานยังไม่เคยพบท่านเลย”
ผมหันไปมองคัทย่าที่ตั้งอกตั้งใจฟัง แต่ดูท่าสาววัยรุ่นจากอเมริกาอย่างเธอคงไม่รู้จักตือโป๊ยก่าย
“เอ่อ คุยตอนนี้คงไม่สะดวกมั้งครับพ่อปู่”
“ไม่เป็ไรครับ องค์การ UPO. ของเราบรรลุความตกลงร่วมมือกับหน่วยงานของคุณคัทย่าคนสวยแล้ว ไว้ผมจะอธิบายรายละเอียดกับคุณเทวินทีหลัง แต่ที่สำคัญตอนนี้คือคุณเทวินจะไปหาหมอไหมครับ องค์การของเรามีบริการทางการแพทย์ให้ด้วย”
“ไม่เป็ไรครับพ่อปู่ แค่นี้ไหว”
“ได้สาวน่ารักอย่างหนูคัทย่าคอยช่วย พ่อปู่ยังอิจฉาเลยครับ”
ดูพ่อปู่สบายใจขึ้นเมื่อเห็นว่าผมไม่เป็อะไรมาก
“กระผมไม่รบกวนคุณเทวินละครับ เดี๋ยวตอนเย็นชุดคุ้มกันจะตามคุณเทวินกลับบ้านด้วย ยังไงก็อย่าประมาทนะครับ ให้รีบกลับบ้านเลย”
“ไม่ต้องคุ้มกันก็ได้มั้งครับพ่อปู่”
“ให้พวกผมดูแลเถอะครับ คุณเทวินเป็คนสำคัญของเรา”
ฟังแล้วเกือบเคลิ้ม
พอวางสายผมก็เห็นสายตาแป๋วของคัทย่า
“หน่วยงานของฉันแจ้งเื่องค์การ UPO. ของประเทศคุณแล้ว เื่การประสานงานฉันจะจัดการเอง ตอนนี้คุณต้องระวังตัวให้มาก เย็นนี้ฉันจะไปส่งคุณกลับบ้าน”
ให้คัทย่าไปส่งคงดีกว่าไปกับทีมงานของพ่อปู่ อย่างน้อยคงสวยกว่า
เย็นนั้นไอโต้งกับเพื่อน ๆ พยายามชวนผมไปเที่ยว ความจริงแขนผมก็ไม่เป็อะไรมาก แต่ก็รับปากจะกลับบ้านกับคัทย่าไว้แล้ว
“พวกมรึงไปเถอะ ตรูจะรีบกลับ”
“รีบไหนวะ ไปหาอะไรกินก่อน พักนี้ห่างเหินนะมรึงอะ”
ไอ้โต้งกับพวกบ่น ทำให้ผมนึกได้ว่าั้แ่เริ่มเข้าทรงได้ก็ยุ่งจนไม่ได้ไปกับพวกมันเท่าไหร่
แต่เสียงกระหึ่มของบิ๊กไบค์ด้านหลัง พร้อมกับสายตาตกตะลึงของเพื่อน ๆ ทำให้ผมต้องหันไปมอง
คัทย่าในเสื้อนักศึกษากางเกงยีนส์แน่นเปรี๊ยะควบรถอยู่ พร้อมกับยื่นหมวกกันน็อคมาให้
ผมััได้ถึงรังสีอำมหิตจากพวกเพื่อน
“สวมแล้วขึ้นมาเทวิน”
ฟังแล้วเสียวแปล้บเลยแฮะ
“คุณจะให้ผมซ้อนท้ายเหรอครับ”
“ใช่สิ หรือคุณจะขี่”
เสียวอีกแปล้บเลย
“ผมขี่รถใหญ่อย่างนี้ไม่เป็หรอกครับ”
“งั้นก็ขึ้นมา”
ผมเก้ ๆ กัง ๆ ขึ้นไปนั่งซ้อนท้ายจนได้
“จับฉันแน่น ๆ สิเทวิน เดี๋ยวตกลงไปหรอก”
คัทย่าบิดรถทันที ผมต้องกอดเอวเธอไว้นิด ๆ รู้สึกได้ยินเสียงแช่งชักหักกระดูกตามมาจากไอ้โต้งกับเพื่อน
พอออกจากมหาวิทยาลัย คัทย่าก็เร่งความเร็ว
“ช้าหน่อยครับคัทย่า”
ผมะโผ่านหมวกกันน็อค
“ไม่เป็ไรหรอก ฉันจะดูฝีมือทีมคุ้มครองคุณหน่อย”
คัทย่าะโฝ่าเสียงลม แทบไม่ได้ยิน
พอออกจากชุมชม คัทย่าก็เร่งความเร็วขึ้นจนผมต้องกอดเอวเธอไว้แน่น ด้วยความกลัวบวกเจตนาแอบแฝง
พอถึงย่างชุมชนคัทย่าก็ชะลอความเร็ว
“กอดแน่นอย่างนี้ฉันก็หายใจไม่ออกพอดี”
“แหะ ๆ ก็คุณขับเร็วนี่”
ผมปล่อยมืออย่างเสียดาย
อยู่ ๆ รถสปอร์ตเปิดประทุนคันหนึ่งแล่นอย่างเร็วมาเทียบข้างบิ๊กไบค์ของพวกเรา ในรถเป็ผู้หญิงคนเมื่อเช้า
“ปีศาจจิ้งจอก”
ผมะโบอก คัทย่าบิดคันเร่งหนีทันที แต่รถนั่นตามเราทันได้ไม่ยาก
คัทย่าเลี้ยวเข้าซอยเล็กข้างหน้าอย่างกะทันหัน ผมต้องคว้าเอวเธอไว้ แต่จังหวะนี้ทำให้รถของปีศาจจิ้งจอกเลี้ยวตามมาไม่ทัน
คัทย่าขี่รถไปตามซอยเล็กอย่างคล่องแคล่ว ครู่เดียวก็มาใกล้ถึงบ้านผม
อยู่ ๆ ก็มีตำรวจหลายคนตั้งด่านอยู่หน้าซอยเข้าบ้าน ทั้งที่ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็น
คัทย่าขี่ผ่านด่านตรวจมาเฉย ๆ แวบหนึ่งผมเหมือนเห็นตำรวจพยักหน้าให้
เธอจอดรถหน้าบ้าน ก่อนถอดหมวกกันน็อคออก
“เมื่อกี้เป็ปีศาจที่ทำร้ายคุณเมื่อเช้าใช่ไหม”
“ใช่ครับ”
“ซวยมาก”
“อะไรนะ”
“สวยมาก ถ้าไม่บอกไม่รู้เลย ฉันไม่เคยเห็นปีศาจในร่างของมนุษย์มาก่อน”
“โฮ่ง ๆๆๆ”
ไอ้จ้อนมายืนเห่าหน้าบ้านแป้บเดียว พอเห็นว่าเป็คัทย่าก็เข้ามาอี๋อ๋อ นิสัยคล้ายใครก็ไม่รู้
“ใครมาหรือลูก อ้าวหนูคัทย่า ไม่เห็นนานเลย เข้ามาทานข้าวด้วยกันสิจ๊ะ”
“ขอบคุณค่ะคุณแม่”
คัทย่ายิ้มหวานแล้วเดินเข้าไปในบ้าน ผมหันไปสำเร็จโทษไอ้จ้อนครู่หนึ่งก็เดินตามเข้าไป
พ่อผมยิ้มกริ่มเมื่อเห็นคัทย่า แต่พักหนึ่งก็อ่านหนังสือพิมพ์ต่อ ส่วนแม่ก็เข้าไปเตรียมอาหารในครัว คัทย่าตามเข้าไปช่วย
“คุณแม่ทำอะไรคะ ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน”
“ตำขนุนนะ หนูคัทย่า เป็อาหารพื้นเมือง วันนี้แม่ทำให้พ่อเป็กับแกล้มเบียร์”
(ทางเหนือเรียกตำบ่าหนุน)
ดูท่าวันนี้พ่อผมโชคดี ปกติแม่ไม่ให้พ่อดื่มมากนัก อย่างมากก็เบียร์ขวดสองขวด แต่วันนี้ทำกับแกล้มให้ด้วย
“ถูกหวยเหรอครับแม่”
“ร้านของชำที่แม่ซื้อประจำจับรางวัลเสี่ยงโชค แม่จับฉลากได้เบียร์มาลังหนึ่ง เลยให้พ่อเขาสองขวด ที่เหลือเก็บไว้”
ผมหันไปมองพ่อด้วยแววตาที่บอกว่าสองขวดก็ยังดี
อาหารวันนั้นมีสองสามอย่าง แต่ดูเหมือนคัทย่าจะถูกใจกับตำขนุนเป็พิเศษ
“อร่อยมากค่ะคุณแม่ ฉันไม่เคยกินอะไรอย่างนี้เลย”
“กินกับเบียร์ไหมหนู”
พ่อผมพูดได้แค่นั้นก็ต้องเงียบไปเมื่อเห็นสายตาดุของแม่ผม
“ไว้ว่าง ๆ หนูมานอนค้างที่นี่ได้ไหมคะคุณแม่”
คำถามนี้เล่นเอาพ่อผมสำลักเบียร์จนแม่ต้องเข้าไปลูบหลังให้
ผมเองก็กางหูรอคำตอบจากแม่อย่างใจจดใจจ่อ
แม่ผมส่งสายตาดุมาทางผมเหมือนกัน
“แม่ไม่ว่าอะไรหรอกจ๊ะ แต่สังคมไทยอาจจะไม่เหมือนที่อเมริกานะ”
คัทย่าคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“โอ้ว ขออภัยค่ะคุณแม่ หนูหมายถึงมาคุยเื่งานกับเทวินแล้วนอนค้าง ไม่ได้หมายถึงมานอนห้องเดียวกับเทวินหรอกค่ะ”
“ยินดีจ๊ะ แต่ต้องมานอนกับแม่นะ ให้วินไปนอนกับพ่อหรือเ้าจ้อนก็ได้”
ผมส่ายหัวอย่างเสียดาย
“ระวังตัวนะเทวิน”
คัทย่าแอบกระซิบก่อนกลับบ้าน
“คุณก็เหมือนกันคัทย่า”
คืนนั้นหลังจากฟังพ่อกับแม่ผมฝันหวานเื่มีหลานเป็ลูกครึ่งอยู่พักใหญ่ผมก็ขอตัวขึ้นห้องนอน
พอทิ้งตัวลงบนเตียงองค์การ UPO. โทรมา
“สวัสดีค่ะคุณเทวิน เย็นนี้เกือบไปแล้วนะคะ”
“ครับ ดีที่คัทย่าหนีทัน”
“ทีมคุ้มกันของเราช่วยสกัดไว้ด้วยค่ะ ไม่งั้นปีศาจนั่นกัดไม่ปล่อยแน่”
“ตกลงผมมีคนคุ้มกันจริงเหรอครับ”
“จริงสิคะ ไม่งั้นตำรวจที่ไหนจะไปตั้งด่านแถวบ้านคุณได้”
ตำรวจที่ตั้งด่านเป็คนขององค์การจริง ๆ ด้วย แต่ตำรวจจะสู้กับปีศาจจิ้งจอกได้หรือเปล่า
“เอ่อคุณโอเปอเรเตอร์ครับ”
“เรียกแพรวก็ได้ค่ะ”
“คุณแพรวครับ ตำรวจจะสู้กับปีศาจจิ้งจอกได้หรือครับ”
“ไม่ได้หรอกค่ะ”
“อ้าว”
“นิสัยของปีศาจจิ้งจอกมักจะไม่ชอบเปิดเผยตน หากเราส่งคนไปมาก ๆ คาดว่ามันจะไม่จู่โจมอีก การที่ปีศาจตั้งเป้าเล่นงานมนุษย์แบบนี้เป็เป็เื่ที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นค่ะ”
“แล้วถ้ามันเข้ามาทำร้ายพวกผมอีกละครับ”
“ชุดคุ้มกันของเราจะทำงานเต็มที่แน่นอน ส่วนคุณเทวินก็ได้รับอนุญาตให้ป้องกันตัวได้เลยค่ะ”
“ป้องกันตัว หมายถึงเข้าทรงเทพมาใช่ไหมครับ”
“ใช่ค่ะ”
“ว่าแต่พ่อปู่ไปไหนครับ”
“พ่อปู่เดินทางไปประชุมที่ยุโรปค่ะ”
“ว้าว แล้วผมจะได้ไปประชุมแบบนี้บ้างไหมครับ”
“คุณเทวินค่ะ”
“ครับคุณแพรว”
“ยุโรปน่าจะไปง่ายกว่าดวงอาทิตย์เยอะเลยนะคะ”
จริงแฮะ
กลางดึกคืนนั้นผมก็ถูกเ้าที่ปลุกขึ้นมาอีก
“ปีศาจตนนั้นมาอีกแล้วครับคุณเทวิน”
ผมไม่แปลกใจเท่าไหร่ เลยลุกขึ้นไปแอบดูทางหน้าต่าง
สาวสวยคนเดิมยืนอยู่ในชุดคลุมสีขาว ถ้ามองไม่ผิดผมคล้ายเห็นว่าข้างหลังของเธอมีหางเป็พวงหลายอัน
“ปีศาจจิ้งจอกเก้าหางใช่ไหมครับ”
“ใช่ครับ”
“ท่านเ้าที่สู้ไหวไหมครับ”
“เต็มที่ก็แค่ป้องกันไม่ให้บุกเข้ามา แต่บอกตามตรงนะครับ ถ้ามันจะเข้ามาจริง ๆ ผมก็คงรับมือยาก”
“ถ้างั้นทำไงดีครับ”
“คุณเทวินเรียกเทพมาคุ้มครองได้ไหมครับ”