กังหลงลืมตาขึ้นและมองดูสภาพร่างกายตนเอง นอกจากเสื้อผ้าที่สกปรกมอมแมมเพียงมีรอยฟกช้ำถลอกตามร่างกายเพียงเล็กน้อยเท่านั้นไม่มีาแใด ๆ ที่สาหัสทั้งที่โดนรุมกระหน่ำอยู่นานปานนั้น แต่สิ่งที่เห็นเป็เพียงาเ็ทางผิวกายเล้กน้อยจึงรู้สึกฉงนกับสิ่งสิ่งเกิดขึ้น พึมพำว่า
"อาจารย์ห้ามไม่ให้ใช้พลังปราณต่อสู้ภายใน่เวลาสามชั่วยาม น่าจะมีเหตุเกี่ยวข้องกับเื่นี้ ช่างเหอะข้าออกจากบ้านมาหลายชั่วยามแล้วหากบิดามารดามาพบว่าข้าไม่ได้อยู่ในห้องต้องโดนตำหนิแน่ ตอนนี้คงต้องรีบกลับไปที่ห้องก่อน เื่ราวต่าง ๆ ค่อยครุ่นคิดทีหลัง เห็นทีครานี้คงต้องเริ่มต้นฝึกฝนอย่างแท้จริงแล้ว เ้าพวกเ้าหม่าซาน..รอก่อนเถอะ ..คราวหน้าที่เจอกันข้าจะคืนทั้งต้นทั้งดอกจากพวกเ้า สิ่งของที่พวกเ้ายึดไปข้าจะไปเอากลับคืนมาแถมทั้งดอกด้วย..!!"
"หลังจากวันนี้เป็ต้นไปข้าคงต้องรีบเร่งฝึกปรือเพิ่มพลังฝีมือแล้ว มีโอกาสได้เริ่มต้นใหม่ ข้าจะขอเอาชีวิตนี้เป็เดิมพัน จะไปให้ถึงจุดสูงสุดแห่งมรรคายุทธให้จงได้ แม้จะไม่ค่อยเข้าใจเื่ราวต่าง ๆ ที่ท่านอาจารย์กล่าวถึง เพราะจากที่ท่านอาจารย์กล่าวมามีเื่ราวมากมายที่ข้ายังไม่ทราบ ไม่เคยได้ยินได้ฟังจากที่ใดมาก่อน"
"ส่วนคำฝากฝังนั้นไม่ทราบจะยากเย็นสักเพียงไหน แต่เงื่อนไขต้องมีระดับยุทธที่ "สูงกว่าระดับครึ่งก้าวจักรพรรษดิ์า" ข้าไม่เคยได้ทราบว่าระดับที่สูงกว่านี้คือระดับได? หรือโลกที่ข้าอยู้นี้ยังเล็กจนเกินไป.."
"หากระดับปราณยุทธไม่ถึงระดับที่ท่านอาจารย์กล่าว ข้าก็ไม่สามารถดูได้ว่าคำฝากฝังคืออะไร ? เช่นนั้นคงต้องค่อยย่อยสลายเม็ดพลังต่าง ๆ ที่ท่านอาจารย์กลั่นไว้ทั้งหมดและเรียนรู้ให้ได้เสียก่อน หากกลั่นได้หมดสามารถซึมซับเรียนรู้ได้หมดเมื่อใด ถึงเวลานั้นคงได้ทราบเื่ราวต่าง ๆ มากขึ้นแล้ว"
กังหลงยืดกายขึ้นยืนหยัดอย่างทรนง แหงนหน้ามองสู่ฟากฟ้า พร้อมกล่าวด้วยความหนักแน่นว่า
"ท่านอาจารย์ บัดนี้เส้นทางแห่งมรรคายุทธของศิษย์ได้ต้นเริ่มขึ้นแล้ว ศิษย์จะเพียรพยายามอดทนฝึกฝนให้สุดกำลัง เพื่อตระกูล เพื่อครอบครัว เพื่อทำตามคำฝากฝังที่อาจารย์ได้ฝากไว้ให้สำเร็จ และจะเสาะหาท่านอาจารย์ให้พบเจอให้จงได้ ไม่ว่าท่านอาจารย์จะอยู่แห่งหนใด ขอท่านอาจารย์โปรดรอศิษย์ผู้นี้ไปกราบกรานอย่างแท้จริง ศิษย์ขอให้คำมั่นไว้ ฟ้าดินโปรดเป็พยาน"
............................................................................................
หลังจากหวนนึกถึงเื่ราวที่เพิ่งพานพบมาราวดั่งความฝัน กังหลงก็กลับมาอยู่กับปัจจุบันอีกครั้ง เหลียวมองรอบด้านจัดการปิดประตูและหน้าต่างลงกลอนจนเรียบร้อย แล้วกลับมานั่นที่เตียงเพ่งมองไปที่ถุงมิติทองคำในมือของตน ล้วงหยิบเอาเม็ดพลังออกมาวางไว้เบื้องหน้า
มีเม็ดพลังทั้งหมดห้าเม็ด สีสันแตกต่างกัน ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยหนังสัตว์บาง ๆ เม็ดพลังสี่เม็ดมีขนาดเท่าไข่นก สีเหลือง ส้ม และเขียว และอีกหนึ่งเม็ดขนาดเท่าไข่ไก่มีสีทอง บนหนังสัตว์มีอักษรที่เขียนด้วยลายมือที่ทรงพลังสวยงาม
"เม็ดพลัง สีเหลืองกลั่นประสบการณ์จากการท่องเที่ยวในดินแดนต่างๆของอาจารย์ "
"เม็ดพลัง สีส้มกลั่นความรู้ด้านวิชายุทธต่างๆ และขั้นตอนการฝึกปรือของอาจารย์ที่เรียนรู้และจดจำมา"
"เม็ดพลังสีเขียว กลั่นความรู้ด้านวิชาวิถีโอสถต่าง ๆ ที่อาจารย์เรียนรู้มา"
"เม็ดพลัง สีทองกลั่นจากพลังปราณที่เหลือทั้งหมดของร่างพลังงานของอาจารย์พร้อมทั้งเื่ราวความรู้ด้านจักระทั้งเจ็ด"
"เม็ดพลัง สีแดงกลั่นจากธาตุอัคคีโลกันต์ ห่อหุ้มเม็ดพลังคำฝากฝัง"
"กังยี้อาจารย์ได้กลั่นสิ่งต่างๆ ที่เ้าควรทำและควรเรียนรู้ไว้ในเม็ดพลังเมื่อพ้นสามชั่วยามหลังจากปลูกจุดชีพจร เ้าสมควรใช้พลังลมปราณได้ตามใจนึกเนื่องจากจุดชีพจรได้ถูกเปิดออกหมดทั้งห้าสิบสี่จุดแล้ว "
"โดยพื้นฐานร่างกายของเ้าตอนนี้ อันประกอบด้วยกระดูก กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น จุดชีพจรตำแหน่งจักระ ล้วนได้รับการสรรสร้างขึ้นประกอบกันเป็กายาที่เลิศล้ำจนยากที่จะหาบุคคลใดที่มีคุณสมบัติเหล่านี้ครบและดีเลิศเฉกเช่นเ้าอีกแล้วในรอบหลายล้านปีมานี้ "
"แต่แม้นเ้าจะมีกายาที่เลิศล้ำแต่ยังยังเปรียบเสมือนต้นกล้าอ่อนที่รอการเจริญเติมโตจนแข้งแกร่งซึ่งยังคงขาดสิ่งสำคัญต่าง ๆ อีกหลายประการที่จำเป็ต้องเติมเต็มเพื่อส่งเสริมให้กายาเ้ามีประสิทธิภาพสำแดงอานุภาพที่สูงสุดออกมาได้ในวันข้างหน้า รวมทั้งเ้าจะต้องเพียรพยายามเสริมสร้างความแกร่งของพลังยุทธเพื่อทำให้เ้าทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดแห่งมรรคายุทธจนสามารถเดินเหินไปได้ทุกที่"
"เริ่มแรกนั้นเ้าควรสลายเม็ดพลัง สีเหลือง ส้ม และเขียวตามลำดับ เพื่อรับข้อมูลความรู้ต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้จะเป็ประโยชน์แก่เ้ามากมายในเส้นทางของผู้ฝึกยุทธ รวมทั้งสลายเม็ดพลังสีทองซึ่งมีพลังปราณส่วนที่เหลือของอาจารย์เพื่อยกระดับพลังฝีมือให้สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว "
"ส่วน เม็ดพลังสีแดง ที่กลั่นจากธาตุอัคคีโลกันต์ ห่อหุ้มเม็ดพลังคำฝากฝังนั้นรอจนเ้ามีพลังปราณถึงระดับที่อาจารย์กล่าวไว้ค่อยสลาย หากไม่จำเป็อย่าฝืนกระทำอาจารย์ขอให้เ้าโชคดี ดำรงตนอยู่บนเส้นทางที่เที่ยงธรรมอย่าประมาทและเย่อหยิ่งหลงทรนงตนจนกลายเป็คนต่ำช้า..จงจำไว้ให้ขึ้นใจเ้ามีวาสนาได้รับโอกาสอันเลิศล้ำสิ่งที่ได้รับมานั้นยิ่งใหญ่ ย่อมมาพร้อมกับภาระอันใหญ่ยิ่งด้วยเช่นกัน"
หลังจากอ่านทบทวนจนจำขึ้นใจกังหลงก็ทำลายหนังสัตว์ผืนนั้นจนสลายเป็เถ้าธุลีเก็บเม็ดพลังสีแดงไว้ในถุงมิติทองดังเดิมและหยิบเม็ดพลังสีเหลือง ส้ม เขียว และทองเข้ามาอมไว้ในปากทีละเม็ดพร้อมนั่งรวบรวมลมปราณให้ก่อเกิดขึ้นและเริ่มใช้พลังลมปราณสลายเม็ดพลัง
เพียงชั่วงเวลาหนึ่งก้านธูปเม็ดพลังเ่าั้เริ่มอ่อนนิ่มและละลายกลายเป็น้ำมีความเย็นจัดดุจน้ำแข็งไหลลงสู่ลำคอจนหมดสิ้นกระแสความเย็นไหลซึมซับไปทั่วสรรพางค์กาย มีกระแสเย็นสายหนึ่งซึมซับเข้าสู่สมองเมื่อกระแสนี้ซึมซับเข้าสู่สมองหมดสิ้น กังหลงคล้ายได้รับเส้นสายข้อมูลต่าง ๆมากมายวิ่งเข้ามาจนสมองหมุนตาลายฝืนสำรวมสติชั่วครู่จนความมึนงงเ่าั้หายไปและถูกแทนที่ด้วยความรู้มากมายความรู้แปลกใหม่จนต้องตกตะลึง!!
หลังจากซึมซับความรู้ทั้งทางวิชายุทธด้านวิชาวิถีโอสถ และความรู้ประสบการณ์ต่าง ๆ จากเม็ดพลังจนหมดสิ้น กังหลงเริ่มหลอมรวมพลังปราณจากเม็ดพลังสีทองขนาดเท่าไข่ไก่แม้จะเป็พลังที่เหลือส่วนสุดท้ายจากร่างพลังงานของเฒ่าเทียนคง
แต่พลังปราณนี้ก็ยังมีปริมาณที่มากมายแผ่กระจายเข้าสู่จุดเส้นชีพจรดุจทำนบทะลาย จนเส้นชีพจรของกังหลงบวมเต่งร่างกายโป่งพองขึ้นอย่างกระทันหันมองดูบวมฉุเหมือนลูกโป่งที่กำลังจะแตก แต่ดีที่เส้นชีพจรลมปราณของกังหลงมีขนาดใหญ่และหนากว่าของบุคคลอื่นหลายเท่าและจุดชีพจรลมปราณของกังหลงล้วนเปิดออกทั้งหมดแล้วจึงสามารถดูดซึมพลังปราณมากมายเ่าั้ได้อย่างรวดเร็ว
จุดชีพจรที่เพิ่งเปิดทั้งห้าสิบสี่จุดเมื่อได้พบเจอพลังลมปราณที่บริสุทธิ์เข้าต่างรีบดูดกลืนอย่างหิวกระหายตะกระตะกราม พร้อมกันนั้นกังหลงรีบสำรวมสงบจิตชักนำลมปราณโคจรไปตามจุดเส้นชีพจรจนครบทั้งห้าสิบสี่จุดและรวบรวมกลั่นเป็พลังอันบริสุทธิ์เติมเต็มเข้าสู่จุดตันเถียน
เวลาผ่านไปครึ่งชั่วยามจุดตันเถียนก็เต็มไปด้วยพลังงานบริสุทธิ์ เมื่อเต็มจุดตันเถียนพลังงานบริสุทธิ์ที่เหลือก็ไหลต่อไปยังตำแหน่งจักระแต่ละจุดจุดแรกเต็มก็ไหลต่อไปยังจุดที่สองและสามเรื่อยไป จนพลังเต็มจักระทั้งเจ็ดจุดในที่สุดพลังปราณจากเม็ดพลังสีทองขนาดเท่าไข่ไก่ก็ซึมซับเข้าสู่จุดต่าง ๆในร่างกายของกังหลงจนหมดสิ้น