พูดคุยกันก่อน
เื่นี้เป็เื่สั้นต่อจากเื่ ข้าชื่อ... ซูลี่
อย่าลืมไปอ่านเื่แรกกันก่อนด้วยนะคะ
????????รีบๆเข้ามาอ่านกันนะคะ????????
???????? ใกล้จบแล้วค่ะ????????
-----------------------------
อี้ผิงได้ยินเสี่ยวฮวากล่าวว่าหนี่กงกงมีโอกาสจะเป็พ่อของนาง อี้ผิงถึงกับหัวเราะออกมาก่อนจะเอ่ยว่า
"หนี่กงกงมีลูกไม่ได้หรอก"
"เพราะเหตุใดหรือเ้าคะ"
เสี่ยวฮวาเอียงคอถามอย่างสงสัย ใครๆ ก็พูดแบบนี้ แต่ไม่เห็นมีใครบอกนางเลยว่าเพราะเหตุใด หนี่กงกงถึงเป็ท่านพ่อของเสี่ยวฮวาไม่ได้
อี้ผิงพยายามขบคิดคำตอบเพื่อหามาตอบเสี่ยวฮวา
"เพราะหนี่กงกง ทำงานแต่ในวังออกมาภายนอกไม่ได้น่ะสิ่"
"แล้วถ้าท่านแม่ของเสี่ยวฮวาเคยอยู่ในวังล่ะเ้าคะ"
เสี่ยวฮวายังคงสงสัย ถ้าหนี่กงกงออกไม่ได้ แต่ท่านแม่เข้าไปหา ก็เป็ไปได้สิ่นะ
"เอ่อ..."
อี้ผิงพูดอะไรไม่ออก สายตาที่ส่องประกายวาดหวังในคำตอบของเสี่ยวฮวา ทำให้อี้ผิงไม่รู้ว่าควรตอบอย่างไรดี
" แล้วท่านแม่ของเ้าเคยเล่าเื่เข้าวังให้ฟังไหม"
เสียงแม่ทัพอี้ดังขึ้นทางด้านหลัง อี้ผิงได้ยินดังนั้นจึงหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนน้อยๆ ขึ้นมาซับเหงื่อ
เสี่ยวฮวาครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งก่อนจะส่ายหน้าเป็เชิงปฏิเสธ นางไม่เคยได้ยินท่านแม่เล่าเื่นี้เลยจริงๆ
"ดังนั้น ผู้คนถึงได้บอกว่าหนี่กงกงไม่มีทางเป็บิดาเ้าอย่างไรล่ะ"
เสี่ยวฮวาคิดตามคำพูดของแม่ทัพอี้ เื่ที่เขาพูดก็มีเหตุมีผลอยู่เหมือนกันนะ นางจึงตัดชื่อหนี่กงกงออก
หลังจบงานเลี้ยงจวนสกุลซู อี้ผิงและเสี่ยวฮวาไม่ค่อยได้ออกไปไหนมากนัก
จนวันนี้ที่จวนมีแขกมาเยี่ยมเยียน เมื่อรู้ว่าเป็ซูลี่ อี้ผิงก็ดีใจรีบออกไปต้อนรับอย่างยินดี นางได้แนะนำเสี่ยวฮวาให้ซูลี่รู้จัก แล้วทั้งสามก็นั่งกินขนมจิบชาที่เรือนรับรอง
ที่ซูลี่มาในวันนี้ นอกจากมาหาอี้ผิงแล้ว นางยังอยากทราบข่าวคราวของซูเหวิน เพราะซูเหวินเป็ขุนนางใต้สังกัดแม่ทัพอี้ แต่นางเป็หญิงสาวอีกทั้งยังมีคู่หมายแล้ว ไม่สามารถเอ่ยถามออกมาได้ตรงๆ
อี้ผิงและเสี่ยวฮวาที่ไม่รู้ความในใจของซูลี่ ได้แต่ชวนนางคุยจนเย็น และซูลี่ก็ขอตัวกลับไป
หลายวันผ่านไป อี้ผิงได้รับข่าวสารบางอย่างจากร้านน้ำชาของนาง นางจึงรีบออกจากจวนไปที่ร้านน้ำชาทันที นางไม่ได้พาเสี่ยวฮวาไปด้วย เพราะเมื่อคืนพวกนางเล่นกันจนดึก และเช้านี้เสี่ยวฮวายังคงไม่ตื่นนอน
อี้ผิงมาถึงร้านน้ำขา หลงจู๊รีบพาอี้ผิงขึ้นไปคุยในห้องส่วนตัวบนชั้นสอง เมื่อขึ้นมาบนห้อง หลงจู๊ปิดประตูแนบสนิท แล้วกระซิบกับอี้ผิงว่า
"เรียนคุณหนูขอรับ ข้าน้อยมีข่าวหนึ่งจะแจ้งให้ทราบ อาจเป็ประโยชน์ในการตามหาท่านพ่อของแม่หนูเสี่ยวฮวาขอรับ"
เขาเอ่ยพลางเหลือบมองไปทางประตู ก่อนจะเอ่ยต่อว่า
"ก่อนหน้านี้ข้าน้อยได้ยินว่ามีท่านผู้หนึ่ง ว่าจ้างผู้คนให้ออกตามหาคน แต่เขาระมัดระวังตัวเป็อย่างมาก ทำให้ผู้น้อยยังไม่ทราบว่าเขากำลังตามหาผู้ใดขอรับ"
อี้ผิงได้ยินดังนั้นอดสนใจไม่น้อย
"เป็ผู้ใดงั้นหรือ"
หลงจู๊หันซ้ายหันขวาก่อนจะกระซิบว่า
"เป็ท่านเสนาบดีลู่ขอรับ"
ได้ยินเช่นนี้ อี้ผิงได้แต่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง หรือท่านพ่อของเสี่ยวฮวาจะเป็เสนาบดีลู่จริงๆ กันนะ
ฟังข่าวจากหลงจู๊จบ อี้ผิงได้กำชับหลงจู๊สืบหาข่าวนี้ต่อว่าเสนาบดีลู่กำลังสืบหาผู้ใดกันแน่ หากบังเอิญว่าเป็ท่านแม่ของเสี่ยวฮวา แสดงว่าเสี่ยวฮวาจะต้องเป็บุตรสาวของเสนาบดีลู่อย่างแน่นอน นางชั่งใจอยู่ว่าควรบอกหรือไม่ควรบอกเื่นี้กับเสี่ยวฮวาดี นางคิดว่าควรสืบให้แน่ชัดก่อนค่อยบอกก็แล้วกัน
หลังกลับจากร้านน้ำชา อี้ผิงรีบตรงไปหาเสี่ยวฮวา แต่ไม่พบนางที่ห้อง มีเพียงเสี่ยวหงที่วิ่งเชิดหน้าท้าลมอยู่ในสวนหน้าห้องนอน นางจึงสอบถามบ่าวไพร่ได้ความว่า เสี่ยวฮวาอยู่กับแม่ทัพอี้และเสนาบดีลู่ในสวนหน้าห้องหนังสือ
อี้ผิงไม่รอช้า รีบตามไปทันที ทันทีที่มาถึง นางได้แต่ยืนมอง ไม่กล้าเดินเข้าไป ภาพตรงหน้าช่างงดงามเหมือนภาพวาด เหมือนดั่งพ่อแม่กำลังสอนลูกน้อยเขียนหนังสือ อี้ผิงได้แต่ยืนมองตาค้าง เอ่อ จะให้ใครเป็พ่อใครเป็แม่ดีล่ะเนี่ย นางได้แต่คิดในใจ
อี้ผิงรีบสลัดความคิดแปลกประหลาดออกจากสมอง ก่อนจะก้าวเข้าไปหาเสี่ยวฮวา และเอ่ยขึ้นว่า
"คาราวะท่านอา ท่านอาลู่เ้าค่ะ"
อี้ผิงทำความเคาระผู้ใหญ่ทั้งสองก่อนจะเอ่ยต่อว่า
"กำลังทำอะไรกันอยู่หรือเ้าคะ"
ทั้งสองพยักหน้าน้อยๆ เป็เชิงตอบรับ
เสี่ยวฮวาเห็นอี้ผิงเดินเข้ามาก็ะโลงจากเก้าอี้ เข้าไปจูงมืออี้ผิง นางยิ้มตาหยีก่อนจะพูดโอ้อวดขึ้นว่า
"พี่อี้ผิง ท่านอาทั้งสองกำลังสอนเสี่ยวฮวาเขียนอักษรเ้าค่ะ"
นางหยิบกระดาษที่นางคัดตัวอักษรมาให้อี้ผิงดู
"เสี่ยวฮวาคัดอักษรได้งดงามไหมเ้าคะ"
สายตาที่ส่องประกายคาดหวังในคำชม ส่งไปทางอี้ผิง อี้ผิงมองไปที่กระดาษตรงหน้า ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
"งดงามมาก เสี่ยวฮวาของข้าเก่งจริงๆ เลย"
อี้ผิงกล่าวพร้อมเอามือวางที่หัวเสี่ยวฮวาเบาๆ ทำเอาเสี่ยวฮวายิ้มแก้มปริอย่างน่ารักน่าเอ็นดู
แม้พูดไม่ได้ว่าตัวอักษรนั้นงดงามมาก แต่กลับดีเกินกว่าเด็กน้อยอายุไม่ถึง 6ขวบจะคัดออกมาได้ นางพอรู้อยู่แล้วว่าเสี่ยวฮวารู้หนังสือ และเขียนได้บ้าง แต่ไม่คิดว่านางจะคัดอักษรเป็ด้วย สร้างความประหลาดใจให้อี้ผิงและผู้ใหญ่ทั้งสองคนในทีนี้ไม่น้อย
วันนี้เป็วันหยุดพักผ่อน เสนาบดีลู่จึงคิดจะแวะมาเดินหมากกับแม่ทัพอี้ แต่เมื่อก้าวเข้าจวน เขาเห็นแม่หนูน้อยเสี่ยวฮวานั่งเล่นกับสหายของนางอยู่ในสวน จึงนึกสนุกพานางไปหาแม่ทัพอี้ด้วยกัน เมื่อมาถึงก็พบว่าแม่ทัพอี้กำลังเขียนรายงานอยู่ในห้องหนังสือ ระหว่างรอเขาจึงขอให้พ่อบ้านช่วยหากระดาษและพู่กันมานั่งเขียนอักษรกับแม่หนูเสี่ยวฮวา จนเมื่อแม่ทัพอี้ออกมาก็สนใจตัวอักษรที่เสี่ยวฮวาคัดเช่นกัน ทั้งสามจึงยืนอยู่ที่สวนจนอี้ผิงเข้ามา
อี้ผิงเหลือบสายตามองเสนาบดีลู่เป็ระยะๆ นางลองจินตนาการดูว่า จะเป็ไปได้ไหมที่เสนาบดีลู่จะเป็ท่านพ่อของเสี่ยวฮวา ขณะที่นางกำลังครุ่นคิด เสียงน้อยๆ ของเสี่ยวฮวาก็ดังขึ้น
"ว่าแต่พี่อี้ผิงไปไหนมาหรือเ้าคะ เสี่ยวฮวาตื่นมาก็ไม่พบท่านแล้ว"
"ข้าไปธุระมาหน่ะ เห็นเ้ายังไม่ตื่นจึงไม่ได้ปลุกเ้า"
นางเอ่ยขึ้นก่อนจะเอ่ยกับท่านอาทั้งสองว่า
"วันนี้พวกเรารบกวนเวลาพวกท่านมากแล้ว ข้าขอพาเสี่ยวฮวาไปเที่ยวเล่นในเมืองนะเ้าคะ"
แม่ทัพอี้พยักหน้าอนุญาต เสนาบดีลู่ได้แต่รู้สึกเสียดาย เขาอยากมีบุตรสาวน่ารักและฉลาดอย่างเสี่ยวฮวาจริงๆ แต่ชาตินี้คงเป็ไปไม่ได้ สีหน้าของเขาจึงหมองเศร้าลง
อี้ผิงพาเสี่ยวฮวามาเดินเล่นที่ตลาดอีกครั้ง หลังไม่ได้ออกจากจวนมาหลายวัน หลายวันมานี้อี้ผิงสังเกตเห็นว่าเสี่ยวฮวามักไม่ค่อยร่าเริงเหมือนวันแรกๆ ที่พบกัน นางจึงพาเสี่ยวฮวาออกมาเดินเล่น
เสี่ยวฮวาที่ได้ออกมาเดินตลาดอีกครั้งกลับไม่ได้ร่าเริงมากนัก จนอี้ผิงอดถามขึ้นมาไม่ได้
"เสี่ยวฮวา เ้ามีเื่ไม่สบายใจงั้นหรือ"
"ข้าคิดถึงท่านแม่เ้าค่ะ"
เสี่ยวฮวาตอบด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย แรกๆ ที่นางมาตามหาท่านพ่อ นางรู้สึกตื่นเต้นและแปลกใหม่ แต่เมื่อเวลาผ่านไป นางกลับคิดถึงท่านแม่เป็อย่างมาก นางไม่คิดว่าการมาตามหาท่านพ่อในครั้งนี้จะยุ่งยากนัก นางอยากเห็นท่านพ่อท่านแม่ได้อยู่ด้วยกันพร้อมหน้า แต่ตอนนี้นางเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่านางจะพบท่านพ่อหรือไม่ นางได้ยินบ่าวรับใช้หญิงในจวน ชื่นชมความหล่อเหลาของบ่าวรับใช้ชาย นางได้ยินถึงกับห่อเหี่ยวในคำว่าหล่อเหลา นางเริ่มเข้าใจแล้วว่า เบาะแสว่าหล่อเหลาเพียงอย่างเดียว ไม่ทำให้นางพบท่านพ่อได้ ตอนนี้นางจึงคิดถึงท่านแม่มากๆ หากท่านแม่อยู่ที่นี่จะต้องรู้แน่ว่าท่านพ่อนางคือใคร
อี้ผิงที่ไม่รู้ความทุกข์ใจของเสี่ยวฮวาได้แต่เอ่ยปลอบ
"หากเสนาบดีลู่เป็ท่านพ่อของเ้า เ้าจะว่าอย่างไร"
"ท่านเสนาบดีลู่เป็ท่านพ่อของเสี่ยวฮวาหรือเ้าคะ"
คำพูดของอี้ผิงได้จุดประกายความหวังในใจของเสี่ยวฮวาให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง
อี้ผิงได้แต่รู้สึกสับสนว่านางควรบอกหรือไม่ควรบอกสิ่งที่รู้ดี เพราะสิ่งที่นางรู้ยังไม่แน่ชัด
"ข้าแค่สมมติหน่ะ"
เสี่ยวฮวาได้ยินดังนั้น ก็คอตกพับกลับไปตามเดิม ก่อนจะตอบอี้ผิงด้วยน้ำเสียงน่าสงสารว่า
"หากเสี่ยวฮวาพบท่านพ่อ ไม่ว่าจะเป็ใคร เสี่ยวฮวาก็ดีใจทั้งนั้นเ้าค่ะ"
สมัยอยู่ที่หมู่บ้านต้นไม้ เสี่ยวฮวามักจะรู้สึกอิจฉาเด็กคนอื่นๆ ที่มีพ่อแม่อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา แม้จะไม่มีใครล้อเลียนนางเื่ไม่มีพ่อ แต่นางก็ยังอยากมีท่านพ่ออยู่ดี
หลังจากเดินตลาดมาได้สักพักก็พบเข้ากับไป๋หงที่กำลังเดินมากับสตรีนางหนึ่ง อี้ผิงเห็นดังนั้นก็อดประหลาดใจไม่ได้ เพราะนางรู้สึกได้ว่านิสัยอย่างไป๋หงไม่น่าคบหาสตรีที่ดูราวกับชาวเขาชาวดอยเช่นนี้ได้ นางได้แต่เก็บความสงสัยนี้ไว้ในใจ
ไป๋หงที่เห็นอี้ผิงและเสี่ยวฮวาก็อดเบ้ปากไม่ได้ นางเชิดหน้าขึ้นแล้วเดินผ่านทั้งสองคนราวกับไม่รู้จักกัน อี้ผิงและเสี่ยวฮวาก็ไม่สนใจไป๋หงเช่นกัน แต่สตรีที่มากับไป๋หงมัวแต่ตื่นตาตื่นใจกับรอบด้านจนเดินไม่ทันระวังชนอี้ผิงเข้าอย่างแรง แล้วก็เดินจากไปโดยไม่สนใจ
"หยุดเดี๋ยวนี้นะ"
อี้ผิงะโบอกให้สตรีนางนั้นหยุดเดิน
ไป๋หงและสตรีนางนั้นหยุดเดินก่อนจะหันมามองทางต้นเสียง ก็พบเข้ากับอี้ผิงที่หน้าตาโกรธเกรี้ยวอยู่ ไป๋หงขมวดคิ้วก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
"เป็บ้าอะไร มาบอกให้คนอื่นเขาหยุดเดิน"
อี้ผิงตอบขึ้นทันทีด้วยความโมโหว่า
"ข้าไม่ได้พูดกับเ้า ข้าพูดกับนาง"
ไป๋หงที่หน้าแตกได้แต่กระทืบเท้า ตอบกลับไปว่า
"นางเป็แขกที่ข้าเชิญมา เ้าพูดกับนางก็เหมือนพูดกับข้า"
เสี่ยวฮวาได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้วคิดตาม ถ้าเช่นนั้นต่อไปเมื่อมีคนพูดกับพี่อี้ผิงนางก็สามารถตอบแทนได้ใช่หรือไม่ เพราะนางเป็แขกของพี่อี้ผิง
อี้ผิงที่ได้ยินก็ปรายตามองไปทางสตรีข้างกายไป๋หงนิดหนึ่ง ก่อนจะจ้องไปที่ไป๋หงแล้วพูดขึ้นว่า
"นางชนข้า นางเป็แขกของเ้า งั้นเ้าก็คงขอโทษข้าแทนนางได้กระมัง"
อี้ผิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงประชดประชัน
"ทำไมข้าต้องขอโทษเ้าด้วย เ้าเดินไม่ระวังเอง จางเหมยไปเถอะ อย่าไปยุ่งกับพวกชั้นต่ำพวกนี้เลย"
พอพูดถึงคำว่า 'พวกชั้นต่ำ' นางยังเจ็บใจไม่หาย ครั้งที่แล้วมาหลอกให้นางด่าอ๋องน้อยหยาง เหอะ ครั้งนี้โดนชนก็สมน้ำหน้าแล้ว
ไป๋หงไม่สนใจอี้ผิง รีบพาจางเหมยจากไปอย่างรวดเร็ว นางมีสิ่งอื่นที่สำคัญกว่าต้องไปทำ จะมามัวเสียเวลาอยู่ที่นี่ไม่ได้
อี้ผิงแม้จะโมโหแต่นางมาพร้อมเสี่ยวฮวา นางไม่อยากให้เด็กจำในสิ่งไม่ดีไปทำตาม ได้แต่เก็บความเจ็บใจนี้ไว้ ก่อนจะพาเสี่ยวฮวาเดินเล่นและกลับจวนในตอนเย็น
วันรุ่งขึ้นหลงจู๊ร้านน้ำชามาขอพบอี้ผิงที่จวน เขานำความคืบหน้าของข่าวที่ให้ไปสืบหามาบอกกับอี้ผิง
"เรียนคุณหนู ผู้น้อยสืบได้ความว่าท่านเสนาบดีลู่กำลังตามหาคนรักที่หายไปเมื่อหลายปีก่อนขอรับ"
อี้ผิงได้ยินดังนั้นเริ่มรู้สึกว่าอาจเป็อย่างที่ตนเองคิด เสนาบดีลู่อาจกำลังตามหาแม่ของเสี่ยวฮวา นางจึงได้นำข่าวที่หลงจู๊ร้านน้ำชานำมาแจ้ง ไปหารือกับท่านอาที่ห้องหนังสือ
แม่ทัพอี้ที่ได้ยินเื่ราวอดที่จะขมวดคิ้วน้อยๆ ไม่ได้ เขารับปากอี้ผิงว่าจะช่วยเลียบเคียงถามเสนาบดีลู่ให้อีกแรง อี้ผิงถึงได้รู้สึกสบายใจขึ้น นางยังไม่ได้บอกเื่เหล่านี้กับเสี่ยวฮวา เพราะหลายวันมานี้เสี่ยวฮวาเริ่มไม่ร่าเริงเหมือนแต่ก่อน หากบอกเสี่ยวฮวาไป แล้วผลที่ได้รับกลับไม่ใช่ดั่งคิด นางกลัวว่าเสี่ยวฮวาจะเสียใจมากเกินไป รอให้สืบจนแน่ชัดก่อนยังไม่สาย
่สายๆ มีเสียงเหมือนฝูงชนกลุ่มใหญ่กำลังถกเถียงกันไม่ไกลจากจวนแม่ทัพอี้
บ่าวรับใช้ที่เพิ่งกลับมาจากตลอดได้บอกเล่าเื่ราวให้อี้ผิงฟังว่า มีสตรีนางหนึ่งนั่งร้องไห้โวยวายที่หน้าจวนตระกูลซู และผู้คนต่างมามุงดูโดยรอบอย่างเนืองแน่น นางไม่ทราบว่าเกิดเื่อะไรขึ้นเพราะไม่สามารถเข้าไปใกล้ได้
อี้ผิงที่ได้ยินดังนั้นจึงรีบออกจากจวนเดินไปทางจวนตระกูลซู โดยมีเสี่ยวฮวาและเสี่ยวหงเดินตามไปชมเื่สนุก
เสี่ยวฮวาและเสี่ยวหงที่ไม่รู้เื่รู้ราวกำลังเล่นไล่จับกันอยู่ที่สระบัว เมื่อเห็นอี้ผิงกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปที่ทางออกจวน เสี่ยวฮวาจึงรีบวิ่งตามออกไปทันที โดยมีเสี่ยวหงที่คิดว่าเสี่ยวฮวากำลังจะเล่นไล่จับวิ่งตามติดออกมาด้วย
เมื่อมาใกล้จวนตระกูลซู ผู้คนมากมายต่างพากันมามุงดูเื่สนุก อี้ผิงไม่สามารถเข้าไปในระยะใกล้ได้ นางจึงได้แต่มองจากระยะไกล นางเห็นซูลี่ ไป๋หง และสตรีที่ไป๋หงเรียกว่าจางเหมยอยู่ที่หน้าประตูจวน นางอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วเป็ปม
เสี่ยวฮวาที่ตามมาด้วยจึงเอ่ยถามคนที่อยู่ใกล้เคียงขึ้นมา
"พี่สาวคนสวย ด้านหน้าเกิดเื่อะไรขึ้นหรือเ้าคะ"
สตรีที่ถูกเสี่ยวฮวาถาม ได้ยินเด็กน้อยเรียกนางว่า 'พี่สาวคนสวย' ก็เต็มใจที่จะเล่าเื่ที่นางรู้ให้ทั้งสองฟัง
"สตรีที่นั่งร้องห่มร้องไห้นั่น บอกว่าคุณหนูจวนนี้ไม่ใช่หญิงสาวบริสุทธิ์"
คนข้างๆ ที่ได้ยินสตรีนางนั้นเล่าก็เอ่ยแย้งขึ้นว่า
" ไม่ใช่สักหน่อย นางบอกว่าคุณหนูจวนนี้ นอนกับบุรุษไม่เลือกต่างหาก"
"ไม่ใช่ๆ ข้าได้ยินนางบอกว่าคุณหนูผู้นั้นแย่งสามีนางต่างหาก"
"แต่ข้าได้ยินว่านางหลอกลวงเบื้องสูงนะ"
ฝูงชนที่ได้ยินแย่งกันเล่าในสิ่งที่ตนเองได้ยินจากคนข้างหน้า ซุบซิบต่อกันมาเป็ทอดๆ
อี้ผิงที่ได้ยินดังนั้นยิ่งขมวดคิ้วลึกลงไป ซูลี่ที่นางรู้จักไม่น่าเป็สตรีดังที่ฝูงชนเล่า ต้องมีอะไรผิดพลาดอย่างแน่นอน ยิ่งนางได้เห็นไป๋หงและสตรีนามว่าจางเหมยอยู่ด้วยกันเมื่อวานนี้ กลับยิ่งทำให้นางมั่นใจในข้อสันนิษฐานของตัวเอง แต่นางไม่สามารถแทรกเข้าไปด้านในได้ จึงได้แต่ยืนรอฟังข่าวคราวอยู่ตรงนี้ โดยไม่ทันรู้ตัวว่าด้านหลังมีหยางหรงที่ผ่านมาพอดียืนฟังอยู่เช่นกัน
เวลาผ่านไปราวหนึ่งเค่อ มีทหารแทรกตัวเข้าไปในฝูงชนพาตัวซูลี่จากไป
อี้ผิงไม่ทันได้สนทนากับซูลี่ ได้แต่มองนางถูกคุมตัวจากไป เมื่อหมดเื่สนุก ฝูงชนที่มามุงดูต่างแยกย้ายกัน มีเพียงบางส่วนที่ยังไม่จากไป เหลือเพียงไป๋หงกับจางเหมยที่ซุบซิบพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ไม่เหมือนเมื่อครู่ที่ผู้หนึ่งร้องไห้ราวกับจะขาดใจ อีกผู้หนึ่งขึงขังจริงจังราวกับเป็ผู้ผดุงความยุติธรรม
อี้ผิงอดไม่ได้ที่จะเดินเข้าไปหาสองคนต้นเื่ ก่อนจะเอ่ยว่า
"ข้าไม่เชื่อหรอกว่าน้องซูจะเป็คนเช่นนั้น พวกเ้าใส่ร้ายนาง"
"เอ๋ๆ นึกว่าใคร คุณหนูอี้กับนังเด็กตัวเหม็นนี่เอง"
ไป๋หงปรายตามองเสี่ยวฮวาอย่างรังเกียจ ก่อนจะเอ่ยต่อไปว่า
"ถ้าพวกข้าใส่ร้ายนาง แล้วเ้าจะทำไม"
"เ้า เ้ามันพวกหน้าไม่อาย ใส่ร้ายผู้อื่น คิดหรอว่าผู้อื่นจะไม่รู้นิสัยชั่วร้ายของเ้า"
ไป๋หงแค่นเสียงในลำคอ ไม่พูดอะไรกับอี้ผิงอีก ตอนนี้นางอารมณ์ดีเป็อย่างมาก นางไม่สนใจจะมาต่อล้อต่อเถียงกับสตรีที่ไม่มีความเป็สตรีอย่างอี้ผิงหรอก นางหันหลังกลับ เรียกจางเหมยเดินกลับไปพร้อมกัน
อี้ผิงที่กำลังโมโหจึงพูดขึ้นว่า
"อย่าคิดนะว่าข้าไม่รู้ เ้าอิจฉาน้องซูที่ได้หมั้นหมายกับอ๋องน้อยหยางสิ่นะ"
ไป๋หงที่กำลังจะก้าวหยุดชะงักนิดหนึ่งก่อนจะถลึงตาใส่อี้ผิง
จางเหมยที่ได้ยินว่าซูลี่มีสัญญาหมั้นหมายกับผู้อื่นที่ไม่ใช่ซูเหวินก็นิ่งงันไปครู่หนึ่งก่อนจะถามไป๋หงขึ้นว่า
"เหตุใดเ้าไม่เห็นบอกข้าเื่นี้"
ก่อนหน้านี้นางกลัวว่าซูลี่จะแย่งซูเหวินไปจากนาง นางจึงมาร้องไห้ฟูมฟายอยู่หน้าจวน หากนางรู้ว่าซูลี่หมั้นหมายกับผู้อื่น ไหนเลยนางจะมายุ่งกับซูลี่
"แล้วทำไมข้าต้องบอกเ้าด้วย"
ไป๋หงเอ่ยด้วยน้ำเสียงดูแคลน เมื่อเื่ราวประสบความสำเร็จตามที่วางแผนไว้ จางเหมยก็หมดประโยชน์
"เ้า เ้า ไป๋หง"
ก่อนที่จะมีใครพูดอะไรต่อ เสียงห่านดังขึ้น
"แคว่ก แคว่ก แคว่ก"
เสี่ยวหงส่งเสียงร้องพร้อมตีปีกพั่บพั่บ
เสี่ยวฮวาที่เห็นเสี่ยวหงเป็เช่นนั้นก็เอ่ยกับเสี่ยวหงว่า
"ท่านป้าท่านนั้นเรียกท่านป้าท่านนี้ แม้ชื่อเ้าจะคล้ายท่านป้าท่านนี้ แต่เขาไม่ได้เรียกเ้านะเสี่ยวหง "
ไป๋หงและจางเหมย ชะงักก่อนจะะโเสียงแหลมขึ้นพร้อมกันว่า
"แกเรียกใครป้า"
ไป๋หงที่โมโห กำลังง้างมือหมายจะตบลงบนหน้าเสี่ยวฮวา ก่อนที่มือจะกระทบเป้าหมายได้ถูกอี้ผิงจับไว้ได้ทัน
"วางตัวเป็ผู้ดีเสียเปล่า ทำแต่เื่ชั่วช้า เสี่ยวฮวาเด็กขนาดนี้เ้ายังจะกล้าทำร้ายนางอีกหรือ"
อี้ผิงที่เดิมทีโมโหแผนชั่วร้ายของไป๋หง ตอนนี้นางโมโหที่ไป๋หงจะลงมือทำร้ายเสี่ยวฮวา นางยังพูดต่อไปอีกว่า
"คิดว่าทำเช่นนี้ ตัวเองจะได้หมั้นหมายแทนงั้นหรือ จะบอกอะไรให้นะแค่สถานะเ้าก็ไม่คู่ควรแล้ว"
อี้ผิงแค่นเสียงดูถูกก่อนจะเอ่ยโดยไม่ทันยั้งคิดต่อไปว่า
"อย่างข้าต่างหากที่คู่ควร"
หยางหรงยืนปะปนอยู่กับฝูงชนที่ยังไม่จากไป เมื่อได้ยินบทสนทนานี้ก็เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ก่อนจะหมุนตัวจากไป
ไป๋หงที่คิดจะเถียงก็เถียงไม่ออก นางเป็บุตรสาวที่เกิดจากภรรยารอง หากนางได้แต่งเข้าจวนอ๋องจริงก็เป็ได้เพียงอนุหรือภรรยารองเท่านั้น แม้จะรู้อย่างนี้ นางยังคงอยากลองใช้มารยามัดใจหยางหรง
ไป๋หงได้แต่หมุนตัวจากไปอย่างรวดเร็ว และเอ่ยเรียกจางเหมยให้รีบตามมา หากชักช้านางจะทิ้งจางเหมยไว้ที่นี่ซะ
จางเหมยที่ได้ยินดังนั้นได้แต่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน คุณหนูผู้นี้ช่างชั่วร้ายยิ่งนัก พอข้ามแม่น้ำได้ก็เตรียมรื้อสะพาน แต่นางก็ทำได้แค่เดินตามไปเท่านั้น
ขณะเดียวกันอีกมุมหนึ่งหน้าประตูเข้าเมือง มีสตรีนางหนึ่งเดินสอบถามผู้คนที่ผ่านไปมา นางกำลังออกตามหาบุตรสาวที่หายไป