ที่บ้านต้องทำแป้งทอด เติ้งอาเหลียนจึงตื่นแต่เช้าตรู่ ขณะที่นางเดินไปยังห้องครัว ได้ยินเสียงเปิดประตูห้องข้าง ๆ นึกว่าเป็ลูกสะใภ้กับลูกชายตื่นแล้ว จึงไม่ได้สนใจ
เมื่อเดินเข้าห้องครัวและพบอ่างแป้งข้างเตา เติ้งอาเหลียนเปิดดูแล้วพบว่าแป้งขึ้นฟูแล้ว และมีความเหลวมากกว่าแป้งที่ใช้ทอดปกติเล็กน้อย
"เสียดายไข่ไก่สองฟองกับแป้งขาวจริง ๆ !" เติ้งอาเหลียนบ่นพึมพำพลางคิดว่าเดี๋ยวจะผสมแป้งธัญพืชลงไปเพิ่ม การทำอาหารเช้าสำคัญที่สุด วันนี้เป็วันสุดท้ายที่จะจัดเตรียมอุปกรณ์การเกษตร พรุ่งนี้จะต้องเริ่มหว่านเมล็ดแล้ว
นางหุงข้าวฟ่างและหั่นผักดองหนึ่งถ้วย อาหารเช้าของตระกูลเสวี่ยรวมถึงคนทั้งหมู่บ้านสือหลิ่งก็เป็เช่นนี้ บ้านที่มีฐานะดีหน่อยนาน ๆ ครั้งจะได้กินโจ๊กข้าวขาว การได้ต้มไข่ไก่สองฟองถือเป็อาหารเช้าที่ดีที่สุดแล้ว
เสวี่ยฮุ่ยดื่มโจ๊กผักและกินขนมอบที่ทำเองในมิติวิเศษั้แ่เช้า ตอนนี้จึงไม่หิวเลย คนในบ้านต่างพากันเกลี้ยกล่อมให้นางกินข้าวบ้าง จะได้ไม่หิวจนเกินไป
"ข้าจะรอทานแป้งทอดเ้าค่ะ ท่านย่า เดี๋ยวให้ข้าลองทอดสักสองแผ่นได้หรือไม่เ้าคะ!" เสวี่ยฮุ่ยนึกถึงเกี๊ยวทอดน้ำชนิดหนึ่งที่เคยเห็นในชาติก่อน ซึ่งใช้ข้าวสารบดเป็ผงผสมกับแป้งขาว ทอดออกมาได้ทั้งนุ่มและเหนียวหนึบ
ตอนนี้เื่ข้าวสารนางไม่กล้าคิดถึง แม้ในมิติวิเศษจะมีอยู่บ้างแต่ก็ไม่กล้านำออกมา ส่วนแป้งขาวที่บ้านมีอยู่เพียงเล็กน้อย ซึ่งเสวี่ยจื้อหยงซื้อมาสองจินหลังจากขายปลาครั้งก่อน เติ้งอาเหลียนไม่กล้าใช้จนหมดจึงเก็บไว้บางส่วน และเมื่อวานถูกเสวี่ยฮุ่ยใช้ไปครึ่งหนึ่งแล้ว
เสวี่ยฮุ่ยจึงคิดจะใช้วิธีทำเกี๊ยวทอดน้ำกับแป้งเ่าั้ แต่เกรงว่าคนในบ้านจะไม่ยินยอม นางจึงบอกว่าขอทอดกินเองสักสองสามแผ่น
เติ้งอาเหลียนมองหลานสาวที่ผอมลงอย่างเห็นได้ชัดใน่นี้จึงรีบตอบตกลง ทั้งยังยอมแบ่งแป้งส่วนหนึ่งให้นาง และอนุญาตให้ตอกไข่ไก่ใส่ลงไปเพิ่มอีกฟองหนึ่งด้วย
"ไม่ต้องเ้าค่ะ ใส่ต้นหอมกับเกลือป่นเล็กน้อยก็พอ" หากเติมเครื่องปรุงที่ทำเองลงไปอีก รสชาติน่าจะดี อย่างน้อยก็น่าจะอร่อยกว่าแป้งธัญพืชและข้าวฟ่าง
เสวี่ยเจี้ยนหลินกินข้าวได้ครึ่งถ้วยก็วิ่งไปที่โรงฟืนเพื่อหามฟืน "น้องเล็ก เดี๋ยวทอดแป้งแล้ว แบ่งให้พี่รองแผ่นหนึ่งด้วยนะ!"
"ได้เลยเ้าค่ะ ท่านแม่ ท่านให้เงินพี่รองสิบอีแปะไปซื้อหมูสามชั้นสักครึ่งจินเถิดเ้าค่ะ ข้ารับรองว่าหลังจากทอดแป้งเสร็จ จะเหลือน้ำมันไว้ให้ท่านครึ่งถ้วย พร้อมกับกากหมูอีกครึ่งถ้วยเลย"
เพราะกลัวว่าโจวเสี่ยวเม่ยจะไม่ยอม เสวี่ยฮุ่ยจึงดึงแขนเสื้อนางพลางอ้อนวอน ในใจหนึ่งนางรู้สึกดูแคลนตัวเองว่าช่างไร้ประโยชน์นัก แต่อีกใจหนึ่งเสวี่ยฮุ่ยก็หวังว่าจะรีบโตขึ้นเพื่อหาเงินใช้เอง เมื่อมีเงินแล้วอยากจะทำอะไรก็ทำได้
เงินทองของตระกูลเสวี่ยอยู่ที่เติ้งอาเหลียนทั้งหมด นางทนเห็นหลานสาวผิดหวังหรือเสียใจไม่ได้ จึงรีบกลับเข้าห้องไปหยิบเงินสิบอีแปะส่งให้หลานชาย เสวี่ยเจี้ยนหลินวิ่งออกจากลานบ้านด้วยความเร็วสูงสุด เพราะเกรงว่าหากช้าเพียงนิดเดียว เงินอีแปะจะถูกท่านแม่เรียกคืน
หลังจากซื้อเนื้อกลับมา เสวี่ยฮุ่ยให้ท่านย่าช่วยหั่นเป็ชิ้นบาง ๆ แล้วแบ่งแป้งออกมาจากอ่างใบใหญ่ โรยต้นหอม เกลือป่น และเครื่องปรุงที่บดละเอียดลงไป
นางใช้น้ำอุ่นผสมให้แป้งมีลักษณะข้นเหนียว เสวี่ยฮุ่ยผูกแขนเสื้อ รัดขากางเกง ล้างมือให้สะอาด ใช้ตะหลิวคีบเนื้อขึ้นมาหนึ่งชิ้น แล้วรีบปาดไปรอบ ๆ ขอบกระทะอย่างรวดเร็ว
เติ้งอาเหลียนและโจวเสี่ยวเม่ยยังไม่ทันมองให้ชัดว่าเกิดอะไรขึ้น เสวี่ยฮุ่ยก็คีบชิ้นเนื้อออกจากกระทะแล้ว ใช้ทัพพีตักแป้งเหลวราดลงไปตามขอบกระทะ แผ่นแป้งบางรูปวงรีหนึ่งแผ่นก็สำเร็จ กระทะของตระกูลเสวี่ยมีขนาดใหญ่ หนึ่งกระทะสามารถราดแป้งได้ถึงแปดแผ่น
เมื่อขอบกระทะเต็มไปด้วยแผ่นแป้ง เสวี่ยฮุ่ยก็ใช้ตะหลิววนกลับมาที่แผ่นแรก รีบพลิกด้านแป้งบาง ๆ อีกครั้ง และเมื่อพลิกอีกรอบก็สามารถนำออกจากกระทะได้
"ทุกท่านลองชิมดูเ้าค่ะ อร่อยหรือไม่!"
เติ้งอาเหลียนและโจวเสี่ยวเม่ยแบ่งแป้งบางหนึ่งแผ่นกัน เสวี่ยจื้อหยงอยากแบ่งกับลูกชายคนเล็ก แต่เสวี่ยเจี้ยนหลินเ้าแมวตะกละรีบคว้ามาแผ่นหนึ่งแล้วกัดคำโต
"ฟู่ ๆ ร้อนจัง แต่อร่อย หอมเหมือนแป้งทอดเลย!"
รสชาติดีจริง ๆ หลังจากเติ้งอาเหลียนชิมไปครึ่งแผ่นนางก็เริ่มคิดได้ ่ไถหว่านฤดูใบไม้ผลิยุ่งมาก งานก็เหนื่อย การต้องเคี้ยวแป้งแห้ง ๆ ทั้งวันคงไม่เหมาะสม ในเมื่อมีแป้งขาวผสมอยู่ด้วย และไข่ไก่ก็เอาออกมาไม่ได้แล้ว เช่นนั้นก็ทอดแป้งบางแบบนี้เถิด!
"ฮุ่ยฮุ่ย เ้าไปจัดการแป้งในอ่างใบใหญ่เถิด ฤดูใบไม้ผลิปีนี้บ้านเราจะทอดแป้งบางแบบนี้ไว้กินกับข้าว แต่แป้งอ่างนี้คงทอดได้ไม่กี่แผ่นกระมัง หรือว่าพรุ่งนี้จะหมักแป้งเพิ่มอีกอ่าง?"
"ท่านย่า แป้งบางแบบนี้ต้องทอดสด ๆ ถึงจะอร่อยเ้าค่ะ หากทิ้งไว้นานจะไม่หอม ข้าอยู่บ้านทุกวัน กินหมดแล้วเราค่อยทอดใหม่ แบบนั้นดีกว่าเ้าค่ะ!"
ปกติเมื่อถึงเวลาเพาะปลูกและเก็บเกี่ยว คนจากตระกูลโจวจะมารับตัวเสวี่ยฮุ่ยไป ตระกูลโจวมีคนมาก ท่านผู้เฒ่าไม่เคยลงนา และที่บ้านยังมีลูกสะใภ้อยู่ช่วยทำอาหาร พวกเขาจะช่วยดูแลเสวี่ยฮุ่ย จนกว่าจะเพาะปลูกหรือเก็บเกี่ยวฤดูใบไม้ร่วงเสร็จ ตระกูลเสวี่ยจึงรับเด็กกลับมา
หรือว่าปีนี้ต้องให้เด็กอยู่บ้านทำอาหารจริง ๆ นางยังเล็กเกินไป ไม่เพียงแต่เติ้งอาเหลียนที่ทำใจไม่ได้ แม้แต่สามีภรรยาอย่างเสวี่ยจื้อหยงก็ไม่หักใจ มีเพียงเสวี่ยเจี้ยนหลินที่อยากให้น้องเล็กอยู่บ้านทำอาหาร เพราะอาหารที่นางทำอร่อยกว่าท่านย่าและท่านแม่
ภายใต้การเกลี้ยกล่อมของเสวี่ยฮุ่ย เติ้งอาเหลียนจึงล้มเลิกความคิดที่จะหมักแป้งเพิ่มเพื่อทอดแป้งบาง แป้งเหล่านี้ถูกทอดจนได้แป้งเต็มสองอ่าง หลังจากปล่อยให้เย็นลง เติ้งอาเหลียนก็นำแป้งบางย้ายไปวางบนม่านไม้ไผ่แล้วใส่ลงในโอ่ง
"ท่านย่า หากข้ากับพี่ใหญ่หิว สามารถไปหยิบแป้งในโอ่งมากินได้หรือไม่ขอรับ?" เสวี่ยเจี้ยนหลินถาม
"เวลาไม่ได้ทำงานห้ามกินแป้ง เ้าทำไมถึงขี้ลืมเช่นนี้ หากลืมปิดฝาโอ่ง แป้งเหล่านี้จะแห้งจนกินไม่ได้ ดังนั้นหากอยากกินต้องถามข้ากับแม่ของเ้าก่อน หากกล้าแอบหยิบกินเอง ดูซิว่าข้าจะเอาพื้นรองเท้าฟาดเ้าหรือไม่!" เติ้งอาเหลียนไม่กล้ายอมให้หลานชายสองคนกินตามใจชอบ เด็กสองคนนี้อยู่ในวัยกำลังโต หากปล่อยให้กินตามใจ ก่อนงานในบ้านจะเสร็จครึ่งหนึ่ง แป้งบางเหล่านี้คงหมดสิ้น!
แต่เมื่อท่านผู้เฒ่าหันไปหาหลานสาว ท่าทีกลับเปลี่ยนจากหน้ามือเป็หลังมือทันที "ฮุ่ยฮุ่ยหากหิวก็หยิบได้ตามสบาย แค่จำไว้ว่าต้องปิดฝาโอ่งให้สนิทก็พอ!"
ท่านย่า ท่านลำเอียงชัดเจนเกินไปแล้ว! เสวี่ยเจี้ยนหลินเกิดความคิดอยากเป็เด็กผู้หญิงขึ้นมาอีกครั้ง แต่กลัวท่านย่าและท่านแม่จะดึงหู จึงได้แต่เก็บความคิดนั้นไว้ในใจ
พรุ่งนี้ต้องลงนาทำงานแล้ว คนตระกูลเสวี่ยจึงดับตะเกียงเข้านอนแต่หัวค่ำ เสวี่ยฮุ่ยเองก็เตรียมตัวเป็คนดูแลเื่อาหาร และคิดหาวิธีเปลี่ยนรูปแบบอาหารเพื่อช่วยปรับปรุงโภชนาการให้ทุกคน
วันแรกที่ตระกูลเสวี่ยไถนาคือที่ดินที่อยู่ใกล้บ้าน ซึ่งปลูกถั่วเหลือง เสวี่ยเจี้ยนเวิ่นก็ปิดเทอมแล้ว ในชนบทเมื่อถึง่งานเกษตรยุ่ง นักเรียนจะปิดเทอมกลับมาช่วยงานที่บ้าน เสวี่ยจื้อหยงและภรรยาพาลูกชายสองคนลงนา ที่ดินของพวกเขามีทั้งหมดแปดหมู่ พวกเขาไม่กี่คนใช้เวลาแปดถึงสิบวันก็คงปลูกเสร็จ
หลังจากคนที่ลงนาจากไป เสวี่ยฮุ่ยอ้อนวอนให้ท่านย่าพาไปเก็บผักป่า ตอนเที่ยงจะใช้แป้งธัญพืชทำซาลาเปาไส้ผัก และทำซุปมันฝรั่งเพิ่ม ซึ่งดีกว่าการกินแป้งธัญพืชกับข้าวฟ่างทุกมื้อ!
เติ้งอาเหลียนคิดว่าจริงอย่างนั้น จึงล็อคประตูบ้าน พาหลานสาวเดินผ่านถนนใหญ่เข้าป่าไป เสวี่ยฮุ่ยพบจี๋ไช่จำนวนมากในทุ่งนาที่ยังไม่ได้หว่านเมล็ดและยังไม่ได้ไถ นี่เป็ของดี หากนำมาทำไส้ซาลาเปาจะอร่อยมาก หรือทำซุปก็ดี อีกทั้งยังมีสรรพคุณบำรุงสายตาและบำรุงไต คนทั่วไปสามารถรับประทานได้โดยไม่มีข้อห้าม
"ฮุ่ยฮุ่ย เ้าคงไม่ได้จะขุดเ้านี่มากินหรอกนะ!"
ปกติที่บ้านจะขุดกลับไปเลี้ยงหมู เลี้ยงไก่ และเป็ด น้อยครั้งที่จะมีคนกิน เติ้งอาเหลียนอยากพาหลานสาวเดินลึกเข้าไปในป่า แต่เสวี่ยฮุ่ยกลับนั่งยอง ๆ ขุดมันอยู่ตรงนั้นและไม่อยากเดินต่อแล้ว!