ตอนที่ 3 ผิดสัญญาไม่ได้หรือ
หัวหน้าหมู่บ้านผู้มีภรรยาชอบบงการและฟังเื่ซุบซิบนินทาที่มีชื่อเสียงอยู่คนหนึ่ง ด้วยเหตุนี้คนในหมู่บ้านจึงตั้งฉายาให้นางว่าเหยียนเอ๋อร์ตัว
เขาโบกมือสั่งคนรับใช้ ให้นำสิ่งของมาวางไว้ในลานบ้านทีละกล่อง
เขาเปิดกล่องใบหนึ่งในนั้น เผยให้เห็นผ้าวางทับถมกันหลายชั้นด้านใน “แม่จื่ออัน วันนี้คุณชายรองมาเพื่อรับคนไป คุณชายรองใจกว้าง เรียกคนมาแบกของมากมาย บอกว่าจะมอบให้กับตระกูลฉา!”
ของที่อยู่ในกล่องดึงดูดสายตาของสะใภ้ใหญ่และสะใภ้รองของฉาจื่ออัน พวกนางละสายตาจากหลิงซานฉิงไป
สะใภ้ใหญ่ผลักสะใภ้รองออกไป ก้มตัวหยิบผ้าหนึ่งผืนขึ้นมา นำผ้าส่วนหนึ่งมาถูไถไปตามแก้ม ก่อนจะพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
ครั้นสะใภ้รองเห็นเช่นนี้ก็เอาไหล่กระแทกสะใภ้ใหญ่อย่างรุนแรง หยิบผ้าสองสามผืนมากอดเอาไว้ด้านหน้า “เสื้อผ้าของลูกข้ากำลังคับอยู่พอดีเลย หากนำผ้าผืนนี้ไปทำเป็ชุดให้เขายิ่งดีเลย”
สายตาอึมครึมกวาดมองไปทั่วบริเวณอย่างเ็า คล้ายกับว่าอุณหภูมิลดลงไปหลายองศา สุดท้ายสายตาของอวี๋ซิ่งเหวินก็หยุดอยู่ที่ผู้หญิงร่างผอมซูบคนนั้น และกล่าวอย่างเ็าว่า “พวกเ้าคงเห็นสัญญากันแล้ว ข้ามาที่นี่เพื่อพาคนไป”
บัดนี้ฉาซื่อคล้ายกับกำลังใส่หน้ากาก ท่าทางที่แสดงออกมาบนใบหน้าของนางจึงเปลี่ยนเป็ยิ้มจนแก้มปริ
หญิงชรากระแอมไอครู่หนึ่งและสูดหายใจเข้าลึก ก่อนจะตอบออกมา “เราเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว สะใภ้สาม เป็ความโชคดีของเ้าที่สามารถติดตามคุณชายรองได้ ต่อไปหากเ้าได้อยู่ดีกินดีก็อย่าลืมตระกูลฉาของพวกเราล่ะ!”
ฉาจื่ออันก้าวเท้าเดินออกมาจากกลุ่มฝูงชน สองมือแกว่งไปมาอย่างต่อเนื่อง ประหนึ่งแม่นกกำลังปกป้องลูกนกจากอินทรีที่หลิงซานฉิงเคยเล่นเมื่อชาติก่อน ช่างน่าขบขันนัก
แต่ทว่าหลังเขายืดตรง น้ำเสียงที่พูดออกมาล้วนเต็มไปด้วยความจริงจัง ต่างจากท่าทางเมามายก่อนหน้านี้ราวกับคนละคน “สัญญาฉบับนี้มีปัญหา ถือว่าเป็โมฆะ!”
สิ้นเสียงของเขา ดวงตาของหลิงซานฉิงก็เปล่งประกายเพียงครู่หนึ่ง
อวี๋ซิ่งเหวินทำทีเป็สนใจรอยย่นที่ไม่มีอยู่จริงบนเสื้อผ้าของเขาอย่างไม่รีบร้อน พลางชำเลืองมองชายแข็งแกร่งที่ยืนอยู่ข้างหลัง ก่อนจะแสยะยิ้มเย้ยหยันออกมา “เหตุใดจึงเป็โมฆะล่ะ ตอนนั้นพี่ชายคนรองของเ้าก็อยู่ที่นั่นด้วย เขาไม่ใช่พยานหรือไง?”
สายตาของชายผู้นั้นกวาดมองไปทั่วด้วยท่าทีเลิ่กลั่ก ไม่กล้าสบตากับฉาจื่ออัน สองมือที่อยู่ข้างตัวสั่นระริก แก้มแดงเป็สีเืฝาด และพยายามฝืนพูดให้จบ “นะ…น้องสาม ตอนนั้นเ้าก็อะ…อ่านแล้ว และก็ลงนามแล้ว นี่…”
ไม่ว่าฉาจื่ออันจะหัวโบราณแค่ไหนเขาก็เข้าใจเื่ราวลึก ๆ ของเื่นี้ มิน่าล่ะ ตอนนั้นฉาอิ๋นอันถึงต้องพาเขาไปที่โรงเตี๊ยมนั้นให้ได้ และเจอกับอวี๋ซิ่งเหวินโดยบังเอิญ ที่แท้ก็วางแผนกันไว้แล้วนี่เอง!
เขากัดริมฝีปากแน่น ความรู้สึกสำนึกผิดอันหนักหน่วงได้เข้ามาแทนที่ความมึนเมา
ความเ็ปใจนั้นได้กลายเป็หมัดหนึ่งชกเข้าไปบนกำแพง มือที่ไม่เคยทำงานหนักจึงมีเืไหลออกมาทันที ก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างเจ็บใจ “พี่รอง! ไม่นึกเลยว่าท่านจะร่วมมือกับคนนอกเพื่อหลอกข้า! ทำไมข้าต้องมีพี่ชายเช่นท่านด้วย!”
อวี๋ซิ่งเหวินกระตุกยิ้ม และยังคงสั่งให้คนรับใช้สองสามคนลากหลิงซานฉิงออกมาเหมือนเดิม
ครั้นฉาจื่ออันเห็นเช่นนี้ก็ยกจอบขึ้นมาอยู่ตรงระหว่างคอ จอบอันหนักอึ้ง เขาออกแรงไปเยอะกว่าจะยกมันขึ้นมาได้ และแขนของเขาก็สั่นไม่หยุด “เสียชีพได้ แต่ไม่ยอมเสียศักดิ์ศรี ข้าฉาจื่ออันปกป้องแม้แต่ภรรยากับลูกเอาไว้ไม่ได้! ผู้ดูแลการศึกษาคนใหม่ก็ใกล้จะมาแล้ว เมื่อถึงตอนนั้นแค่ยื่นกระดาษร้องเรียนไป คุณชายรองก็น่าจะรู้ผลที่ตามมาว่าคืออะไร!”
หลิงซานฉิงรู้สึกอบอุ่น ในที่สุดนางก็เข้าใจว่าเหตุใดเ้าของร่างเดิมถึงได้กัดฟันฝืนทนอยู่ในครอบครัวนี้ ฉาจื่ออันถือว่าเป็ผู้ชายที่ดีอยู่บ้าง มิน่าล่ะ เ้าของร่างเดิมยังมีจิตใจยึดมั่นอยู่กับเขาเช่นนี้
นางมองแววตาของฉาจื่ออันที่อ่อนโยนลงในที่สุด “เ้าหนอนหนังสือผู้นี้ ก็ทำเื่เช่นนี้ออกมาได้รึ”
อวี๋ซิ่งเหวินพ่นลมออกมาอย่างเ็า ยามนี้สัญญาอยู่ในมือเขา ภายในอำเภอหรงอินนี้ยังไม่มีผู้ใดสามารถเบี้ยวหนี้ของตระกูลอวี๋ไปได้ เขาจึงโบกมือและเอ่ยสั่งอย่างเด็ดขาด “เห็นชัดเจนว่ามีลายลักษณ์อักษร ทำไม เ้าคิดจะเบี้ยวหนี้รึ? เ้าอยากจะฟ้องก็ฟ้องไป! หากไม่เอาคนมาให้ข้า เ้าก็นั่งรอเข้าคุกได้เลย!”
ฉาจื่ออันเชิดหน้าขึ้น เสื้อคลุมยาวสีเทาขาวเปียกชื้น ส่วนหนึ่งเปียกจากเหล้า อีกส่วนเปียกจากเหงื่อของเขา
หลังจากที่รู้ตัวว่าเขาเป็คนผลักหลิงซานฉิงเข้าไปในตระกูลอวี๋ด้วยตัวเอง ร่างกายของเขาก็คล้ายกับกำลังปล่อยไอเย็นเยือกออกมา และลืมสิ่งที่หนังสือบอกเอาไว้จนหมดสิ้น
ความเที่ยงธรรมแห่งวิญญูชนที่อยู่ในหนังสือทำให้เขามีนิสัยหัวแข็ง ชายหนุ่มจึงเอ่ยกับหลิงซานฉิงด้วยความรู้สึกผิด “ในประเทศที่สูงส่งนี้ แม้นายอำเภอจะสามารถปิดบังความจริง และฟ้องร้องที่อำเภอหรงอินไม่ได้ ข้าก็จะไปยื่นที่จังหวัด หากยื่นที่จังหวัดยังไม่ได้ ข้าก็จะไปยื่นที่เมืองหลวง! ต่อให้ต้องคุกเข่า ข้าก็จะคุกเข่าจนตายต่อหน้าศาลาว่าการเมืองหลวง!”
แม่ฉาถึงกับน้ำมูกน้ำตาไหล และตีอกชกหัวตัวเองพลางร้องไห้ออกมาไม่หยุด นี่คือสิ่งที่นางตั้งใจโอนอ่อนไปตามเส้นทาง “ลูกเอ๋ย เ้าช่วยทำให้แม่สบายใจหน่อยเถิด นังหญิงเลวคนนี้ทำให้ตระกูลฉากับตระกูลอวี๋กลายตัวตลกให้ทุกคนหัวเราะเยาะไม่พอหรือยังไง?”
สายตาดุร้ายและเคร่งขรึมของอวี๋ซิ่งเหวินกวาดมองผู้คนทั่วบริเวณ “ข่มขู่ตระกูลอวี๋ข้ารึ? ก็แค่ซิ่วไฉไส้แห้งคนหนึ่งที่ไม่มีแม้แต่คุณสมบัติจะเข้าร่วมสอบ? ข้าจะทำให้เ้าได้รู้ซึ้งถึงผลที่จะตามมาจากการกระทำเช่นนี้! และให้มันรู้กันไปว่าผู้ใดคือเ้าแห่งการปกครองกันแน่!”
ฉาจื่ออันถอยหลังไปสองสามก้าว เขาไม่ได้กังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของตัวเอง แต่เมื่อมีผลประโยชน์ของครอบครัวเข้ามาเกี่ยวข้อง ความคิดที่ว่าเห็นประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนน้อยก็ได้ถูกฝังรากลึกมานานแล้ว
เส้นเืบนขมับปูดโปนออกมาอย่างชัดเจน ฉาจื่ออันกัดริมฝีปากแน่น มองท่าทางหวาดกลัวของทุกคนในตระกูลฉา เขาก็ชกหมัดลงบนกำแพงอีกครั้ง
เสียงหัวเราะเบา ๆ ได้ทำลายความอึดอัดที่ไร้คำตอบของคนในตระกูลฉา
หลิงซานฉิงปิดปากหัวเราะขึ้นมาอย่างไม่รู้เวล่ำเวลา ไหล่ของนางสั่นเบา ๆ ก่อนจะลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว แล้วเอ่ยด้วยสายตาวาวโรจน์ “เหอะ คุณชายรองอยากจะพาข้าไป ตระกูลฉาก็อยากให้ข้าไปเร็ว ๆ แต่กลับไม่มีผู้ใดถามข้าสักคนว่าข้ายินยอมหรือไม่!”
นางลูบหัวเจี่ยนเจี่ยนไปมา เมื่อครู่คุณชายรองเรียกคนรับใช้ให้พานางไป เจี่ยนเจี่ยนจึงวิ่งขากะเผลกมากอดขานางเอาไว้แน่น ในบรรดาคนทั้งหมดที่อยู่ตรงนี้ มีเพียงเจี่ยนเจี่ยนผู้เดียวที่เป็ห่วงนางอย่างแท้จริง
ไม่สิ ยังมีคนหัวแข็งตรงหน้าอีกคนหนึ่ง…
หญิงชราหยุดสะอึกสะอื้นพลางแสร้งตบไหล่หลิงซานฉิงเบา ๆ อย่างเห็นใจ แต่กลับพึมพำในใจว่า วันนี้ที่ผลักนางล้มได้ทำให้สมองนางพังไปด้วยรึยังไง? เหตุใดถึงได้เปลี่ยนไปราวกับเป็คนละคนเช่นนี้
หญิงชราพับเื่ในหัวเ่าั้ไปก่อน แล้วเอ่ยกับนางออกมากึ่งคำราม “บ้านคุณชายรองมั่งคั่งร่ำรวย เมื่อเ้าไปอยู่ เ้าอยากได้อะไรก็ได้สิ่งนั้น พวกเราหวังดีต่อเ้า…”
หลิงซานฉิงปัดมือหญิงชราที่วางอยู่บนไหล่ของตัวเองทิ้งอย่างไม่แยแส และเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าฉาจื่ออัน
ทั้งสองสบสายตากัน ดวงตาฉาจื่ออันแดงก่ำ อกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง มือเปรอะไปด้วยเื ความรู้สึกผิดที่เผยในแววตาเขาแวบหนึ่งถูกหลิงซานฉิงจับได้ นางก็รู้สึกผ่อนคลายขึ้นทันที
บนใบหน้าหลิงซานฉิงไม่มีความเกรงกลัวแม้แต่น้อย กลิ่นอายที่เจืออยู่ในคำพูดไม่เหมือนกับสิ่งที่หญิงสาวบ้านนอกควรมี “คนที่ถูกขายคือข้า ทว่าแม้แต่สัญญาข้าก็ยังไม่เห็น คุณชายรองนี่มันไม่เข้าท่าเลยนะ”
อวี๋ซิ่งเหวินเพ่งมองหลิงซานฉิงอย่างละเอียดด้วยแววตานึกสนุก เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะให้คนนำสัญญาไปให้
หลิงซานฉิงยิ้มออกมาอย่างเ็า นางอ่านสัญญาไปรอบหนึ่งแล้ว จึงรู้สภาพดีอยู่แก่ใจ แต่ก็ยังอ่านออกมาต่อหน้าทุกคน
เป็อย่างที่นางคิดเอาไว้จริง ๆ ทุกคนที่อยู่ที่นี่ต่างมีปฏิกิริยาแตกต่างกันออกไป
ทุกคนในตระกูลฉาก้มหัวลง สะใภ้ทั้งสองกระซิบกระซาบกันจนไหล่ขยับไปมาไม่หยุด
แม่ฉามองนางอย่างยั่วยุ ดวงตาเต็มไปด้วยความพึงพอใจ มีเพียงฉาจื่ออันที่มองนางอย่างลังเล
หลิงซานฉิงโยนสัญญาทิ้งอย่างไม่ใส่ใจ และกระแทกตรงไหล่ของฉาซื่อพอดี พฤติกรรมที่ต่ำทรามไม่เจียมตัวนี้ ทำให้หญิงชราโกรธเกรี้ยวจนกระทืบเท้า
ครั้นเห็นว่าอีกฝ่ายโกรธเกรี้ยวจนถึงขีดสุดและกำลังจะพุ่งไปหาหลิงซานฉิง ทว่ากลับถูกหัวหน้าหมู่บ้านขวางเอาไว้
หลิงซานฉิงหาม้านั่งไม้มานั่งอย่างไม่รีบร้อน “ข้าไม่ไปตระกูลอวี๋อย่างแน่นอน ก็แค่เงินห้าร้อยตำลึง พวกเ้าจำเป็ต้องหมดท่าเช่นนี้ด้วยรึ?”
ฉาจื่ออันเก็บใบสัญญาขึ้นมา ปัดฝุ่นที่อยู่บนนั้นให้สะอาด แล้วปัดฝุ่นที่เปื้อนอยู่บนตัวผู้เป็แม่ “ท่านแม่ ซานฉิงไม่ได้ตั้งใจหรอก ท่านอย่าไปสร้างปัญหาให้นางเลย”
หญิงชราดึงเสื้อ้าเอาไว้ ไม่ให้ฉาจื่ออันเห็นตรงชายเสื้อ “เหตุใดเ้าต้องพูดช่วยนางด้วย! หญิงดื้อด้านคนนี้ยังทำร้ายเ้าไม่พอ ยังจะทำลายตระกูลฉาของเราอีกหรือ?”
ฉาจื่ออันดึงมารดามาไว้อีกด้านหนึ่ง ก่อนจะเหลือบมองหลิงซานฉาอย่างไม่แน่ใจนัก และเมื่อเห็นว่าบนหัวของนางมีเืไหลลงมา เขาก็หายสงสัยทันที
เขาไม่รู้ว่าเป็เพราะนางหัวกระแทกจริง ๆ จนทำให้ภรรยาเขาเลอะเลือนหรือไม่ เงินห้าร้อยตำลึงจะเป็เื่เล็กสำหรับตระกูลฉาได้อย่างไร?
เมื่อสะใภ้รองที่กำลังกอดผ้าเอาไว้ได้ยินเข้าก็รีบส่ายหน้าทันที “น้องสะใภ้ หากเ้าจะชดใช้เงินก็อย่าได้คิดที่จะให้พี่ใหญ่กับพี่รองช่วยเ้าเชียว เพราะนั่นพวกข้าจะเก็บเอาไว้ดูแลท่านแม่ในยามแก่ชรา”
พี่สะใภ้ใหญ่รีบเอ่ยสนับสนุน “นั่นสิ เ้าอยากตายก็อย่าทำให้พวกเราเดือดร้อนไปด้วย!”
หลิงซานฉิงยิ้มหยันออกมา นางไม่อยากลดตัวไปโต้เถียงกับผู้หญิงเหล่านี้
นางมองไปที่ฉาจื่ออันอย่างแน่วแน่ น้ำเสียงที่ไพเราะพลันเยือกเย็นขึ้น “เื่นี้เริ่มขึ้นเพราะเ้า ชีวิตของข้ามีค่ามากกว่าเงินห้าร้อยตำลึง หากเ้ายังเป็ผู้ชายอยู่ ก็ทำลายสัญญานี้ทิ้งเสีย หากหาเงินไปคืนไม่ได้ เ้าก็ต้องติดคุก เ้ากล้าหรือไม่?”
หลังจากที่ฉาจื่ออันนิ่งอึ้งไปเล็กน้อย เขาก็ยิ้มออกมา พลางยกขวานตัดไม้ขึ้นให้สอดคล้องกับจังหวะที่กล่าวออกมา “เมื่อข้าเป็คนเริ่มเื่นี้ ข้าก็จะรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว!”
อวี๋ซิ่งเหวินสะบัดพัดเก็บอย่างรุนแรง เขาถลึงตามองหัวหน้าหมู่บ้านอย่างดุดัน ทำให้อีกฝ่ายใจนถอยไปหลบอยู่หลังประตู
ในเวลาเดียวกัน เขาเอ่ยคำขาดออกมาอย่างเ็า “หนึ่งเดือนนับจากนี้ หากหาเงินมาคืนไม่ได้ ก็เก็บศพฉาจื่ออันไปได้เลย!”
หลิงซานฉิงผ่อนลมหายใจออกมา นี่ไง นางเดิมพันถูกแล้ว!