ดวงตาคู่คมมองใบหน้าที่นอนหลับตาอยู่ในอ้อมแขนของเขา ต่อให้ทำงานดึกแค่ไหน ไม่ได้นอนยาวหลายวันเขาก็เป็คนที่ตื่นเช้าเสมอ มันคือหน้าที่ความรับผิดชอบต้องมีมากกว่าคนอื่นทั้งเื่การดูแลผู้ป่วยและการงานบริหารในโรงพยาบาลใหญ่มีความรับผิดชอบสูง
ผู้หญิงคนนี้เป็คนแรกที่ทำให้ผู้ชายที่มีระเบียบวินัย จัดการงานทุกอย่างได้ดี หัวใจที่ไม่เคยคิดเื่ความปรารถนาในกายของเขาที่ไม่รู้จักพอ รสรักและััเมื่อคืนนี้ มันช่างหอมหวานสะเหลือเกิน
นิ้วเรียวยาวเลื่อนไล้ไปตามโครงหน้าหวานที่ปราศจากเครื่องสำอาง กลิ่นกายที่หอมอ่อน ๆ คล้ายกับกลิ่นของเด็กทารก แก้มที่เนียนนุ่มจนเขาขอประทับรอยจุมพิตฝากไว้ตรงข้างแก้ม
ณิชาภา ที่นอนหลับอยู่รู้สึกเหมือนมีอะไรมาไต่บนใบหน้าของเธอ เปลือกตาก็เริ่มมองและกะพริบตาช้าๆ ก่อนที่จะเห็นรอยยิ้มของคนตัวโต
"นอนหลับสบายใช่ไหม อ้อมแขนของผม"
เ้าของห้องพักกล่าวทักทาย พร้อมกับส่งรอยยิ้มมอบให้คุณหมอสาว มันรู้สึกดีที่ตื่นเช้าขึ้นมามีเธอคนนี้นอนอยู่ข้างๆ 10 ปีแล้วที่เขาไม่เคยมี แต่ความรู้สึกที่มีมันมากกว่าอดีตของเขาหลายเท่า
"คุณหมอตื่นนานแล้วเหรอคะ" ณิชาภาเอ่ยถามพร้อมกับแก้มสีชมพู เธอรับรู้ว่าใต้ผ้าห่มนี้ทั้งเขาและเธอไม่มีใครได้สวมเสื้อสักชิ้น ให้ตายเถอะ ยัยน้ำ นี่แกหมดแรงขนาดนี้เชี่ยวหรือ สายตามองไปตรงนาฬิกาตรงหัวเตียงเวลา สิบโมงครึ่ง
"เหนื่อยไหม นอนพักเอาแรงก่อนก็ได้ อ้อมแขนนี้มีไว้เพื่อคุณ"
"ไม่ค่ะ ฉันตื่นแล้ว และต้องรีบกลับไปเก็บของเพื่อเดินทางกลับเมืองไทยด้วย"
ฟิลิปเอาท่อนแขนกอดร่างบางไม่ให้ขยับลุกหนีไปไหน พร้อมกับเลื่อนกายไปทับร่างบางไว้
"คุณหมอ ฉันหนักนะคุณ อย่ามาแกล้งกัน ฉันต้องรีบกลับไปเก็บของ"
"คุณจะรีบไปไหน เครื่องออกตั้งทุ่มนี้แค่สิบโมง เหลือเวลาอีกเยอะ"
"ไม่เอาฉันต้องกลับไปเก็บเสื้อผ้าเอง หรือคุณจะให้ กวินท์เก็บเสื้อผ้าให้ฉัน ก็ดีนะ กวินท์รู้ว่าอะไร ๆ ของฉันเก็บไว้ตรงไหน ชั้นใน กางเกง..."
"น้ำ! ยังไม่เข็ดใช่ไหมสิ่งที่โดนไปเมื่อคืน เช้ามาก็พูดแบบนี้ระวังคุณจะไม่ได้กลับเมืองไทย"
"คุณหมอฟิลิป ฉันตกลงไปแล้วเมื่อวานว่า..."
"น้ำ ผมก็บอกคุณไปแล้วว่าผมเป็คนเลือกเอง ผมให้เวลาหลังจากที่คุณกลับเมืองไทยไปแล้ว สองอาทิตย์คุณจัดการเคลีย ทุกอย่างให้หมดพอครบสองอาทิตย์ผมจะไปรับคุณเองที่เมืองไทย คุณไม่ต้องพูด!" หมอฟิลิปชี้หน้าให้คนที่กำลังอ้าปากจะพูดให้ปิดปากเงียบไปสะ ณิชาภา ถึงกับต้องกลืนคำพูดที่เอ่ยมากลับเข้าไป
"ผมนอนคิดทั้งคืนแล้วว่า แบบนี้ดีที่สุด ผมไม่ปล่อยเมียผมไว้คนเดียวนานแน่ ส่วนเื่ขนบธรรมเนียมประเพณีของไทยผมได้ปรึกษาพ่อผมแล้วว่า พ่อและผมจะไปกราบขอโทษท่านทั้งสองที่ผมได้ล่วงเกินคุณไป การแต่งงานของเราจะมีขึ้นไม่นานหลังจากวันที่ผมไปได้พบพ่อกับแม่ของคุณแล้ว เวลาสองอาทิตย์นี้คงจะพอให้คุณจัดการทุกอย่างไว้รอผมได้นะครับ"
"เออ...หายใจทันไหมคุณ" ณิชาภาเอ่ยปากถามออกไป คนบ้าอะไรพูดเร็วหายใจทางิัหรือไง
"ทำไม คุณข้องใจอะไรเกี่ยวกับผมอีกไหม"
"เยอะเลยคุณ คือ
1. เวลาสองอาทิตย์ที่คุณพูดมันสั้นไป ฉันไม่สามารถจัดการทุกอย่างได้ในเวลาเท่านั้น
2. คือการที่จะไปรับฉันที่เมืองไทยและไปพบพ่อแม่ฉัน คุณไม่จำเป็ต้องทำแบบนั้นสมัยนี้คนเราเขาไม่ถือกันแล้วเื่อย่างว่าคุณและพ่อคุณไม่ต้องไปพบท่านหรอกคะ
3. ฉันขอจบความสัมพันธ์กันนะตอนนี้โอเค ดีลจบนะคะ โอเค บาย"
"ใครสั่งให้คุณลุกไม่ทราบและใครเป็คนดีลกับคุณ ผมบอกแล้วผมเป็คนเลือก หรือว่าคุณไม่อยากกลับเมืองไทยได้นะถือว่าคุณเป็คนไม่ปฏิบัติตามสัญญาเอง"
ณิชาภาอ้าปากค้างและนิ่งอยู่อย่างนั้น อะไรนี้เธอยังไม่ได้ตกลงอะไรกับเขาเลยมีแต่เขาพูดๆ อะไรก็ไม่รู้
"คุณหมอฟิลิป สรุปว่าคุณ้าอะไรจากฉันกันแน่"
"ผม้ารับผิดชอบและแต่งงานกับคุณเข้าใจไหมน้ำ"
"ทั้ง ๆ ที่ฉันไม่ได้เรียกร้องอะไรคุณเลยสักข้อเลยเนี่ยนะ มีแต่คุณที่พูดเอาเองคนเดียว"
ดวงตาคู่คมวาววับขึ้นมาทันที ด้วยความโมโห ณิชาภา เห็นแล้วต้องนิ่ง หมอหนุ่มรู้สึกหงุดหงิดที่เขาคุยเื่ข้อตกลงนี้มาหลายครั้ง หลายรอบ รอบนี้เขาขอเป็รอบสุดท้ายเขานั้นได้เตรียมทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้วถ้าเธอจะกลับเมืองไทยเขาก็ไม่กลัวว่าเธอจะคิดตุกติกกับเขาแน่นอน
"สรุปว่า คุณโอเคนะ ผมจะได้เตรียมหนังสือสัญญามาวางไว้ให้คุณเซ็น"
"Hello คุณหมอฟิลิป คุณถึงกับต้องร่างสัญญาเลยเหรอคะ แบบนี้เขาเรียกว่ามัดมือชกเถอะ ง่าย ๆ เขาเรียกสิ่งที่คุณกำลังทำว่า มันคือการบังคับ และตัวฉันก็ไม่โอเค"
"ผมกะแล้ว ว่าคุณจะต้องเป็แบบนี้ ผมถึงเตรียมทุกอย่างไว้หมดแล้ว"
จากนั้นคุณหมอหนุ่มก็ลุกจากเตียงเดินไปหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลยื่นส่งมาให้เธอดู เมื่อ ณิชาภา หยิบกระดาษแผ่นนั้นออกมาก็ใแทบสิ้นสติ ลายมือชื่อเธอ และ ลายนิ้วมือ มันไปประทับรับรองหนังสือฉบับนี้ได้ยังไง
"โอเค เห็นแล้วใช่ไหมว่า คืออะไร ถ้าคุณคิดจะฟ้องร้องผม ผมก็จะเรียกค่าเสียหายทั้งหมดตามจำนวนที่ผมเคยพูดกับคุณไว้"
"คุณหมอ ฟิลิป! เดี๋ยวนะ ทะเบียนสมรสนี้ฉันไม่ได้เซ็นแน่ ๆ คุณอย่ามามั่วนิ่มอย่างนี้ฉันฟ้องคุณกลับได้นะในฐานะผู้เสียหายและคุณทำหลักฐานเท็จ หนักเลยนะคดีนี้ที่เมืองนอก"
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า น้ำครับ ทะเบียนสมรสนี้เป็ทะเบียนจริงๆ คุณอยากจะรู้ใช่ไหมว่าคุณได้ทำอะไรลงไป และผมก็ไม่ได้เป็คนบังคับคุณด้วย คุณจำวันนั้นได้ที่ผมพาคุณมาที่นี่ คุณเป็คนเซ็นเอกสารเองกับมือต่อหน้าเลขาของผมด้วยซึ่งห้องทำงานของผมมีกล้องวงจรปิดติดอยู่ คุณจะดูก็ได้นะ ส่วนลายนิ้วมือคุณพลิกไปดูสิว่าใช่ของคุณไหม"
"อะไรนะ ฉันเป็คนเซ็นเองก็ในเมื่อวันนั้นคุณคนนั้นบอกว่า มีเอกสารให้ฉันเซ็นเพื่อจบเื่ราวตามที่คุณได้ขอร้อง และฉันก็เลือกที่จะเซ็นเอกสารอีกฉบับที่คุณคนนั้นยื่นให้"
"เลขาผมยื่นหนังสือผิดไป เอกสารอีกฉบับผมได้ฉีกทิ้งไปแล้ว ผมเลือกที่จะเก็บเอกสารฉบับนี้ดีกว่า ผมถึงต้องให้โบนัส เลขาผมด้วยเงินมหาศาลที่ทำให้คุณเซ็นทะเบียนสมรสให้กับผม โดยไม่มีข้อแม้อะไรเลยทั้งสิ้น ทั้งๆ ที่เลขาผมได้ถามคุณแล้วว่าจะเช็คเอกสารอีกไหมคุณบอกไม่ต้องก็ได้ จำได้ไหมครับ"
ณิชาภาได้ยินถึงกับทรุดนั่ง หงายฝ่ามือดูสีแดงชัดเจนตรงนิ้วโป้ง หมดแล้ว หมดแล้ว ยัยน้ำ แกเรียนแพทย์มาได้ไงวะ แกสมควรจะต้องลาออกจากอาชีพนี้ ทำไมแกถึงโง่และเซ่อแบบนี้ ยัยน้ำ
"ที่นี้ คุณมีปัญหาอะไรอีกไหมครับ สองอาทิตย์คงจะพอในการจัดการชีวิตคุณที่เมืองไทยนะครับ คุณภรรยา"
ณิชาภาได้ยินถึงกับปล่อยน้ำตา ร้องไห้โฮ คุณหมอหนุ่มเห็นภรรยาป้ายแดงร้องไห้ก็เลยเดินมากอดและปลอบใจ
"ไม่ต้องร้องไห้ดีใจขนาดนั้นนะครับ ผมบอกแล้วว่าคุณโชคดีที่ได้เจอผมในวันนั้น"
ณิชาภาตอนนี้เธอไม่รู้จะสรรหาคำไหนว่าต่อว่าเขาได้แล้ว เธอโกรธและโมโหตัวเอง ที่ทำอะไรไม่รู้จักเช็คเอกสารให้ถี่ถ้วน ก็ลุงคนนั้นบอกเป็หนังสือสัญญาเพื่อจบความสัมพันธ์แล้วกลายมาเป็ทะเบียนสมรสได้ไง
"ฮือ ฮือ จบกันชีวิตนางสาว ฮือ มองหน้ามีปัญหาหรือไงคุณ"
"ผมไม่คิดว่าคุณจะดีใจขนาดนี้นะครับ"
"คุณหมอฟิลิปถ้าเป็ที่บ้านฉันเขาเรียกสิ่งที่คุณทำว่า กวน... ตรงไหนที่มันบ่งบอกว่าฉันดีใจไม่ทราบ ฮือ ฮือ ฉันจะไปบอกพ่อกับแม่ยังไงว่า มีสามีแล้ว ทั้งๆ ที่พึ่งถูกยกเลิกงานแต่งงานไม่นาน"
ณิชาภาตอนนี้ไม่สนอะไรแล้ว เอาแต่ร้องไห้ แต่อีกคนกับฉีกยิ้มด้วยความภูมิใจ