เฒ่าแก่หลี่เห็นท่าทางที่ตกตะลึงของมู่หลงชิงเขาก็ยิ้มออกมาเล็กน้อย ....
นายน้อยมู่ท่านคงเข้าใจเื่ราวทั้งหมดที่ข้าเล่าให้ท่านฟังแล้วสินะ ทั้งเื่ราวความเป็มาของลูกแก้วจิตอสูรพยัคทมิฬและความสำคัญของมันและเคล็ดวิชาวิชาผนึกอสูรด้วย ...... มู่หลงชิงนิ่งคิดอยู่ครู่นึงกับคำถามของผู้เฒ่าหลี่
เฒ่าแก่หลี่ ... ทำไมท่านถึงได้เล่าเื่สำคัญเช่นนี้ให้กับผู้เยาว์เช่นข้าได้รับฟัง ... ท่านไม่คิดว่าข้าจะนำเื่นี้ไปบอกแก่ผู้อื่นเช่นนั้นหรือ ... มู่หลงชิงกล่าวถามออกมา ....
เฒ่าแก่หลี่ยิ้มออกมาเล็กน้อย .... เื่ที่ข้าเล่าให้นายน้อยมู่ได้ฟังนั้นข้ามั่นใจว่านายน้อยมู่คงไม่ไปเล่าให้ผู้อื่นฟังอย่างแน่นอน เพราะข้ามั่นใจในสายตาข้าว่ามองคนไม่ผิด ถึงแม้ว่าข้าจะมองผิดไปข้าก็สามารถแก้ไขมันได้ .... เมื่อเขาพูดจบก็ได้มีแรงกดดันที่แผ่กระจายออกมาจากเฒ่าแก่หลี่แรงกดดันนี้ทำให้มู่หลงชิงหายใจติดขัดก่อนที่จะทรุดตัวลงคุกเข่าไปกับพื้น สีหน้าของเขาซีดขาวลงอย่างมาก
แข็งแกร่งมาก ... ไม่เคยคิดเลยว่าคนที่แข็งแกร่งเช่นเฒ่าแก่หลี่จะมาหลบอาศัยอยู่ที่เมืองที่ห่างไกลเช่นนี้ ความแข็งแกร่งของเฒ่าแก่หลี่ที่ปล่อยออกมาแม้แต่เ้าเมืองเยี่ยก็ไม่สามารถเทียบได้ คงมีแต่ผู้ที่แข็งแกร่งอันดับต้นๆของโลกนี้เท่านั้นที่จะสามารถเปรียบเทียบกับเขาได้ ...
ข้าา.. ข้าว่าท่านมองคนไม่ผิดอย่างแน่นอนเฒ่าแก่หลี่ .. ข้าไม่ใชคนที่จะเอาเื่ราวความลับไปเที่ยวบอกคัยอย่างแน่นอน ... มู่หลงชิงกล่าวออกมาด้วยนำเสียงที่ติดขัดเล็กน้อย ....
ได้ยินดังนั้นเฒ่าแก่หลี่ก็สลายแรงกดดันที่ปลดปล่อยออกมา ทำให้มู่หลงชิงกลับมาหายใจได้อย่างปกติอีกครั้ง ... มู่หลงชิงยังคงไม่ได้ลุกขึ้นมายืนเขายังอยู่ในท่าคุกเข่าเช่นเดิม แม้แรงกดดันจะหายไปแล้ว แต่เรี่ยวแรงของเขายังไม่ได้กลับมาเช่นเดิม ทำให้เขาไม่สามารถที่จะกลับมายืนได้ในตอนนี้ ใช้เวลาสักพักก่อนที่เขาจะค่อยๆลุกขึ้นมายืนได้อย่างปกติ เขาจ้องมองไปที่เฒ่าแก่หลี่ด้วยความครุ่นคิด
นายน้อยมู่ที่ข้าคนนี้เล่าเื่ร่วทั้งหมดให้ท่านฟังนั้น ข้า้าให้ท่านมาเป็ผู้สืบทอดผู้ผนึกอสูรต่อจากข้า และท่านเป็เพียงคนเดียวที่พวกเราตะกลูต้วนนั้นเสาะหามานาน บุคคลเพียงคนเดียวในรอบหนึ่งแสนปีที่สามารถสื่อสารกับลูกแก้วจิตอสูรพยัคทมิฬได้ ... เฒ่าแก่หลี่กล่าวออกมาตรงๆ ทำให้มู่หลงชิงตกตะลึงกับคำกล่าวของเขาอย่างมาก ....
เฒ่าแก่หลี่ท่าน้าให้ข้ากราบท่านเป็อาจารย์เช่นนั้นหรือ .....
ใช่ ... ข้า้าให้นายน้อยมู่เป็ผู้สืบทอดต่อจากข้า .... ไม่ว่าจะเป็เคล็ดวิชาผนึกอสูรหรือแม้แต่ลูกแก้วจิตอสูรพยัคทมิฬก็จะเป็ของท่าน เพียงแค่ท่านยอมเป็ผู้ผนึกอสูรต่อจากข้าและสืบทอดเจตนารมณ์ของพวกเราตะกลูต้วน ... มู่หลงชิงนิ่งคิดอยู่ก่อนสักครู่นึง
สิ่งที่เฒ่าแก่หลี่กล่าวมานั้นก็ไม่ได้เป็ผลเสียอะไรกับเขาเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามกลับเป็ผลดีกับเขายิ่งกว่า ไม่ว่าจะเป็เคล็ดวิชาผนึกอสูรหรือแม่แต่ลูกแก้วจิตอสูรพยัคทมิฬที่อยู่ในระดับเทพอสูรซึ่งไม่สามารถหาได้อีกแล้ว การที่สามารถได้จะเป็ประโยชน์กับเขามากกว่า ถ้ามันสามารถนำไปใช้ร่วมกับเคล็ดวิชาเทพอสูรของเขาได้จะยิ่งน่ากลัวมากขนาดไหนเขาก็ไม่สามารถจิตนาการได้
เขาตัดสินใจได้แล้ว จึงคุกเข่าลงข้างนึงและก้อมหัวลงไปเล็กน้อย ต่อหน้าเฒ่าแก่หลี่ .....
ข้าน้อยมู่หลงชิง ขอฝากตัวเป็ศิษย์ต่อท่านอาจารย์ ต้วน หลี่ฟ่าน และจะสืบทอดเจตนารมณ์ของตะกลูต้วน พร้อมกับเป็ผู้ผนึกอสูรรุ่นต่อไป ... มู่หลงชิงกล่าวออกมาด้วนสีหน้าที่จริงจัง ... ทำให้เฒ่าแก่หลี่ที่มองมายิ้มขึ้นมาด้วยความเบิกบานอย่างมาก
ดีๆ ... ดีมากๆ .. ในที่สุดข้าก็สามารถหาผู้สืบทอดได้และยังเป็ผู้ที่เป็ความหวังของตะกลูต้วนอีกด้วย ฮาๆๆๆ .... เฒ่าแก่หลี่หัวเราะออกมาอย่างพอใจก่อนที่จะเดินไปประคองให้มู่หลงชิงลุกขึ้นมา ... เฒ่าแก่หลี่มองมู่หลงชิงอีกครั้งด้วยสีหน้าที่พึงพอใจอย่างมาก
ในเมื่อเ้าคับนับข้าเป็อาจารย์แล้ว ข้าก็ไม่มีอะไรมากมายที่จะมอยให้เ้าได้มีเพียงความรู้ต่างๆของตะกลูต้วนที่สามารถถ่ายทอดให้กับเ้าได้เท่านั้น ..
เพียงแค่นี้ก็มากเกินพอแล้วสำหรับศิษย์ .... มู่หลงชิงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่มีความเครพต่ออาจารย์ของเขามาก ...
ดีเช่นนั้นเ้าตามข้ามา ..... เฒ่าแก่หลี่หมุนตัวกลับไปและเดินนำไปทางด้านหลังของร้านจิตอสูรา ด้านหลังนั้นเป็ที่พักส่วนตัวขนาดใหญ่ที่มีสวนและน้ำตกขนาดไม่ใหญ่มากอยู่ มองไปแล้วให้ความรู้สึกที่สบายตาอย่างมาก มู่หลงชิงเดินตามเฒ่าแก่หลี่มาจนถึงหน้าน้ำตกก่อนที่จะหยุดเดิน เฒ่าแก่หลี่นำมือทั้งสองขึ้นมาประกบกันเป็สัญลักษณ์บางอย่างก่อนที่จะมีแสงออกมาจากมือของเขาและพุ่งเข้าไปที่น้ำตก
ครืนน .... ครืนนน
เสียงของผนังใต้น้ำตกได้เปิดขึ้นเผยให้เห็นเป็ทางเดินเข้าไปภายใน ... มู่หลงชิงใอย่างมากเขาไม่ติดว่าที่ใต้น้ำตกจะเป็เส้นทางลับ ถ้าเฒ่าแก่หลี่ไม่เปิดออกมาก็ไม่มีทางรู้อย่างแน่นอน ค่ายกลที่สร้างขึ้นมาป้องกันน้ำตกแห่งนี้ไว้ต้องเป็ระดับสูงอย่างแน่นอนถึงทำให้เขาไม่สามารถมองออกว่ามีทางเดินเข้าไป
เฒ่าแก่หลี่ไม่รอช้า เขาจับไหล่ของมู่หลงชิงก่อนที่จะพุ่งเขาไปในทางเดินใต้น้ำตก พอพวกเขาเข้ามาแล้วประตูก็ได้เลื่อนปิดลงมาในทันที ก่อนที่จะมีแสงไฟติดขึ้นมาเป็เส้นทางเดินที่วนลงไปเป็วงกลงใต้น้ำตกอีกที เขาเดินตามเฒ่าแก่หลี่ลงมาสักพักก้เห็นประตูที่มีขนาดใหญ่มากตรงหน้าเขา เพียงแค่มองดูก็ให้ความรู้สึกที่กดดันมาที่เขาแล้ว ประตูนี้จะต้องมีความแข็งแกร่งอย่างมากแน่นอน
เฒ่าแก่หลี่นำกุญแจดอกนึงออกมาจากแหวนมิติของเขา กุญแจดอกนี้มีรูปลักษณ์ที่ใหญ่อย่างมากมีขนาดที่ยาวเท่ากับแขนของเขาเลยทีเดียว ... เฒ่าแก่หลี่นำกุญแจดอกนั้นเข้าไปเสียบที่รูตรงกลางของประตูก่อนที่จะหมุนไปทางซ้าย 5 ครั้ง และหมุนกลับมาทางขวาอีก 2 ครั้ง
กริ้ก...... ครืนนนนน
เสียงของกุญแจที่ไขประตูออกสำเร็จและประตูค่อยๆเปิดกว้างออกมา ทำให้สามารถมองไปข้างในได้ ภาพที่ปรากฎขึ้นมานั้นได้ทำให้เขาตกตะลึงอย่างมาก ภายในประตูนั้นได้มีทางเดินเชื่อมต่อไปที่เกาะกลางทะเลสาป ที่มีขนาดไม่ใหญ่มากนัก ที่กลางเกาะได้มีแท่นบูชาแท่นนึงเพียงงเท่านั้น .. เฒ่าแก่หลี่เดินนำเขาเข้าไปก่อน มู่หลงชิงเห็นเช่นนั้นก็ได้เริ่มที่จะเดินตามเขาเข้าไป
เพียงแค่ก้าวเขาไปเท่านั้นก็ได้ทำให้เขารับรู้ถึงสิ่งผิดปกติอย่างนึง พลังซีในที่นี้หนาแน่นอย่างมากมีพลังพอๆกับโลกระดับกลางเลยทีเดียว เพียงแค่เขาหายใจเข้าไปก็ทำให้เขารู้สึกว่าพลังบ่มเพาะของของเพิ่มขึ้นมาเล็กน้อย ไม่เพียงแค่นั้นแต่เขาสามารถรับรู้ได้ว่ากระแสเวลาของที่นี้นั้นรวดเร็วกว่าข้างนอกอย่างมาก สิ่งนี้ทำให้เขาตกตะลึงจนไม่สามารถก้าวต่อไปได้ .... เฒ่าแก่หลี่หันมามองดูลูกศิษย์ของเขาที่กำลังตกตลึงอยู่ก็ยิ้มออกมาเล็กน้อย
เป็อะไรไปละศิษย์ของข้า .. ทำไมไม่รีบตามข้ามาอีก ...
ท่านอาจารย์ทำไม่พลังซีในที่นี้ถึงได้เข้มข้นอย่างมาก และยังกระแสเวลาที่รวดเร็วกว่าปกติอีก ... ที่นี้คืนที่ไหนกันแน่ ... มู่หลงชิงกล่าวออกมาด้วยความสงสัยอย่างมาก ....
ที่นี้ก็คือสมบัติที่เหลือของตะกลูต้วนที่สืบทอดต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน ที่พลังซี่มีความเข้มข้นที่สูงนั้นก็เพราะทางเดินและเกาะกลางทะเลสาปนั้นถูกสร้างขึ้นมาจากศิลาเซียนทั้งหมด ทำให้ในที่นี้มีพลังซีแผ่กระจายออกมาจากศิลาเซียนเ่าั้ และที่กระแสเวลามีความแตกต่างก็เป็เพราะป้ายศิลาที่อยู่ตรงกลางเกาะนั้นสร้างมาจากหินกาลเวลาทั้งหมด ทำให้ที่นี้มีเวลาที่รวดเร็วกว่าข้างนอกถึง 5 ต่อ 1 นั้นก็คือ ถ้าในนี้ผ่านไป 5 วัน ข้างนอกก็ผ่านไปเพียง 1 วันเท่านั้น
คำตอบที่เรียบง่ายของเฒ่าแก่หลี่นี้ได้ทำให้มู่หลงชิงตื่นตะลึงจนไม่สามารถกล่าวอะไรออกมาได้อีก .... ต้องรู้ก่อนว่าศิลาเซียนนาดเล็กเพียง 1 ก้อนก็มีค่ามากพอให้ผู้ฝึกตนระดับเซียนต่อสู่กันเพื่อให้ได้มาไว้ใน ไม่เพียงทำให้พลังบ่มเพาะที่เร็วขึ้นเท่านั้นแต่มันยังเป็พลังที่มีความบริสุทธิ์อย่างมากอรกด้วย ศิลาเซียนขนาดเท่ากำปั้น 1 ก้อน สามารถทำให้นักสู้เขตแดนเปลี่ยนกระดูกระดับต้นเลื่อนไปถึงเขตแดนผลัดเปลี่ยนกายเนื้อระดับกลางได้เลย เพียงศิลาเซียนก้อนเดียวก็สามารถเพิ่มพลังบ่มเพาะขึ้นไปได้ 1 เขตแดน เพียงเท่านี้ก็บอกได้แล้วว่าศิลาเซียนนั้นมีค่ามากแค่ไหน ในโลกนี้นั้นคงมีแต่สำนักหรือนิกายที่มีเซียนเป็ผู้นำเท่านั้นถึงจะสามารถมีไว้ในได้ แต่ก็มีเพียงไม่มากนัก แต่ในตอนนี้กลับปรากฎอยู่ต่อหน้าเขาอีกทั้งยังเป็จำนวนมากมายมาหศาลอีกด้วย มาจจนสามารถนำมารวมกันเป็ทางเดินและเกาะกลางทะเลสาปได้ ถ้าเขานำเื่นี้ไปเล่าข้างนอกคงไม่มีคัยเชื่อเขาอย่างแน่นอน
และที่ทำให้เขาตกตะลึงมากที่สุดก็คือหินกาลเวลา สิ่งนี้เป็วัตถุที่ไม่สามารถหาได้เลยในโลกระดับต่ำและระดับกลาง มีเพียงโลกระดับสูงหรือแดนลึกลับเท่านั้นที่จะมีได้ แม้แต่ในโลกระดับสูงก็มีไม่มากนัก ในตอนที่เขายังไม่ย้อยกลัมมาในอดีตนั้น เขาก็เคยเห็นเพียงแค่ครั้งเดียวและมีขาดเพียงฝ่ามือเท่านั้น แต่ที่นี้กลับเป็ป้ายศิลาขนาดใหญ่เท่ากับตัวคน แล้วจะไม่ทำให้เขาตกตลึงได้อย่างไร ถ้าเรืาองนี้รั่วไหลออกไปภายนอกอาจทำให้เกิดาระหว่างโลกทุกระดับได้อย่างแน่นอน เพราะหินกาลเวลามีค่าอย่างมากในการเพิ่มระยะเวลาในการบ่มเพาะพลัง
เก็บความคิดต่างๆของเ้าเอาไว้ก่อน ในตอนนี้เ้าตามข้าไปคาระวะท่านต้วน เจี่ยหาน ที่ป้ายศิลาก่อนเถอะ พูดจบเขาก็เดินไปที่ป้ายศิลาขนาดใหญ่ที่เกาะกลางทะเลสาปนี้ มู่หลงชิงเดินตามเข้ามา จนถึงป้ายศิลาขนาดใหญ่ ที่ป้ายนั้นสลักไว้ด้วยอักษรไม่กี่ประโยคเท่านั้น
ผู้ผนึกอสูรรุ่นที่สาม ต้วน เจี่ยหาน .....
มู่หลงชิงอ่านอัษรที่สลักเอาไว้ก็ทำให้เขาครุ่นคิดถึงเื่ราวที่อาจารย์ของเขาเล่าให้เขาฟัง ..... ท่านอาจารย์ท่านผู้นี้คือ ... เขาเอ่ยถามออกมาเล็กน้อย
ท่านผู้นี้ก็คือท่าน ต้วน เจี่ยหานเป็ผู้ผนึกอสูรรุ่นที่สามและเป็บุตรชายของรุ่นที่สอง ก็คือท่านต้วน มู่หล่าง ท่านผู้นำเมื่อหนึ่งแสนปีก่อน ........