แป้นกลมเริ่มหมุนอีกครั้ง จอร์แดนหันไปสบตากับตำรวจนอกเครื่องแบบอีกคนหนึ่ง คนคนนั้นยักไหล่ตอบ
“ลงมาเลยครับท่านสุภาพบุรุษ...สุภาพสตรี” เ้ามือร้องบอก “ลงเงินกันได้แล้ว”
มีใคร 2-3คนเลื่อนชิพของตนมาไว้ตรงกลางโต๊ะ เ้ามือโยนลูกรูเล็ตลงบนจาน มันหยุดที่ช่องดำอีก แต่นักเสี่ยงโชคคนนั้นก็ยังไม่เคลื่อนไหว
ความเ็ปรวดร้าวในทรวงอกของซีซาเร่ทวีขึ้นจนหายใจแทบไม่ออก เขาก้มลงบอกบาบาร่าว่า
“นี่คุณ ถ้าขืนนั่งอยู่อย่างนี้ เราก็คงไม่ได้สนุกกับคืนสุดท้ายในเวกัสแน่ มองไปรอบๆ ห้องสิ มีแต่พวกโง่ๆ ทั้งนั้น”
เธอเงยหน้าขึ้นยิ้มอ่อนๆ ฉาบอยู่บนใบหน้า
“เป็อะไรไปล่ะคะ หรือว่าอยากจะออกไปข้างนอกแล้ว?”
“ใช่...ผมอยากอยู่กับคุณตามลำพังเสียแล้ว มันไม่รู้สึกสนุกเลย” เขาพยายามระงับความเ็ปไว้อย่างสุดความสามารถ
ความระทึกใจฉายโชนอยู่ในดวงตาของเธอ ทันใดเธอก็ััถึงกระแสบางอย่างที่ถ่ายทอดออกมาจากร่างกายของเขา
“เพราะยายนั่นคนเดียว เกิดเอะอะขึ้นมาเลยเสียเื่หมด” บาบาร่าบ่น
“ไม่จริงหรอก” เขาสวนกลับทันควันกุมมือเธอไว้แน่น
อุ้งมือของเขาร้อนผ่าวเปียกชุ่มด้วยเหงื่อเหมือนคนเป็ไข้ เธอเงยขึ้นมองหน้าเขาอย่างแปลกใจ
“คุณเป็อะไรหรือเปล่าคะนี่?”
“ไม่เป็หรอก เพียงแต่รู้สึกเบื่อที่นี่เท่านั้นเอง เบื่อที่จะต้องคลุกคลีอยู่กับคนพวกนี้ ที่ไม่ได้คิดถึงเื่อะไรเลยนอกจากเงิน...ผมอยากอยู่กับคุณมากกว่าเข้าใจไหม?” เขาจุมพิตเธอด้วยดวงตา
ริมฝีปากเธอแห้งผากลงทันที ร้อนผ่าวไปทั้งเนื้อตัว ในดวงจิตพลันสว่างวาบด้วยรูปลักษณ์แห่งความเป็ชายชาติอาชาไนยของเขา เธอเกาะกุมมือเขาไว้มั่น สายตาบ่งบอกความชื่นชม
“เราไปหาแชมเปญเย็นๆ ดื่มกันก่อนดีกว่าแล้วค่อยตบท้ายด้วยบรั่นดีนะ” เขาก้มลงเกือบชิดใบหน้าเธอ บาบาร่าลุกขึ้นจากที่นั่งเหมือนต้องมนต์ รู้สึกแขนขาอ่อนเปลี้ยสิ้นเรี่ยวแรง พยายามเงยหน้าขึ้นยิ้มให้เขา
“แล้วก็ตามด้วยแชมเปญเย็นๆ อีกแก้วใช่ไหมคะ?” เธอกระซิบถามเสียงแ่
เทด จอร์แดนก้มลงมองร่างของนักเสี่ยงโชคคนนั้น เขาแทงช่องดำจนชนะติดต่อกันถึง 4 ครั้งแล้ว ชิพก็เลื่อนมากองอยู่ตรงหน้าจนเกือบจะเก้าพันเหรียญแล้ว เขายกมือขึ้นตบไหล่ผู้ชนะเบาๆ
“ทำไมไม่ดีใจกับโชคเลยล่ะเจค...ไม่น่าเชื่อเลย คืนนี้โชคเป็ของคุณจริงๆ ด้วย”
ร่างของบุคคลที่เขาเรียกว่า "เจค" คะมำลงไปกับโต๊ะ มือปาดไปโดนกองชิพแตกกระจาย เสียงผู้หญิงร้องขึ้นด้วยความใ จอร์แดนยกศีรษะเขาขึ้น ดวงตาคู่นั้นเบิกค้าง มือของจอร์แดนตกลงข้างตัว
“ช่วยผมเอาเขาออกไปจากห้องนี้ทีเถอะครับ”
ผู้คุ้มกันปราดเข้ามาอย่างใ ต่างช่วยกันอุ้มร่างของเจคเข้าไปในห้องรองผู้จัดการ เสียงใครคนหนึ่งประกาศดังๆ ว่า
“ไม่มีอะไรครับ ไม่มีอะไร เพียงแค่มีคนเป็ลมเท่านั้น...ไม่มีอะไรจริงๆ ...เชิญท่านสนุกกับเกมต่อไปได้เลยครับ”
นั่นคือธรรมชาติของลาส เวกัสยามราตรี เงินที่ได้มาเปล่าๆ นี้ขึ้นอยู่กับโชคด้วย ความฝันถึงวันพรุ่งนี้ยังคงสดใส แป้นรูเล็ตเริ่มหมุนคว้างต่อไป ทุกคนก้มหน้าก้มตาคร่ำเคร่งอยู่กับเกมการพนันตรงหน้าของตน ลืมสิ้นทุกสิ่ง แม้แต่อะไรบางอย่างที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อนาทีที่แล้ว
แม้แต่เช้าวันรุ่งขึ้นที่มีข่าวการยิงทิ้งเ้ามือ ที่ยักยอกเงินห้าพันเหรียญออกไปจากกองชิพ ก็ยังไม่เป็ข่าวที่น่าสนใจ
ร่างของผู้เคราะห์ร้ายถูกอุ้มผ่านหน้าคนทั้งสองไป บาบาร่าเงยหน้าขึ้นมองซีซาเร่ พบว่าดวงตาของเขาเยือกเย็นแต่เป็ประกายกล้า ริมฝีปากเผยอเล็กน้อยอย่างลืมตัว คล้ายๆ กับเขาจะยิ้มเมื่อมองตามร่างนั้นแล้วก็ก้มลงมาหาเธอ
“ทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะคะ?”
ดวงตาของเขาทอแสงอ่อนลง ริมฝีปากแย้มยิ้มอ่อนโยน
“ผมกำลังคิดว่าสถานที่นี้มันช่างมีอะไรต่อมิอะไรพร้อมไปหมด ทั้งชีวิต ความหวังและความตาย ไม่ว่าคุณจะแพ้หรือชนะ ดูชีวิตมันช่างไม่มีความหมายอะไรเลย”
เขาสูดลมหายใจลึกๆ ความเ็ปรวดร้าวยังแผ่ซ่านอยู่ทั่วทุกขุมขนจนน้ำตาแทบไหลร่วง
“มาเถอะ ไม่ใช่เื่อะไรของเรา”
เสียงกริ่งโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานของเบเกอร์ดังก้องขึ้น ก่อนที่เขาจะก้าวออกจากห้องทำงาน เขาชะงักฝีเท้าเดินกลับไปรับโทรศัพท์
จอร์แดนนั่นเองที่เป็คนเรียกมา น้ำเสียงของเขาตื่นเต้นเหมือนคนที่ควบคุมสติไว้ไม่อยู่
“มันเพิ่งฆ่าพยานสำคัญของเราเมื่อกี้นี้เองครับ” เขารายงาน
ร่างของเบเกอร์ค่อยๆ ทรุดลงบนเก้าอี้
“ฆ่ารึ...ฆ่ายังไง...?”
“เข็มเหล็กครับ แบบเดียวกับที่เคยฆ่าอดัมส์นั่นแหละ ผมเสียใจจอร์ช เสียใจจริงๆ ที่เราก็เฝ้าจับตาดูเขาอยู่ทุกนาทีแล้วนะ แต่ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเกิดขึ้นตอนไหน แล้วคืนนี้ก็มีคนนับพันเข้ามาอัดกันอยู่ในห้องกาสิโนด้วย”
“เอาละ อีกหนึ่งชั่วโมงคุณช่วยโทรมาใหม่นะ ผมจะเรียกไปไมอามี่ อยากรู้ว่าวานิโคล่ายังอยู่ดีหรือเปล่า”
เขาวางโทรศัพท์ลงแล้ว จึงได้ต่อกลับไปหาโอปะเรเตอร์
“ต่อหัวหน้าสแตนเล่ย์ในไมอามี่”
เบเกอร์กำลังใช้ความคิดขณะวางโทรศัพท์ลง เหตุการณ์เช่นนี้แสดงว่าพวกนั้นจะต้องรู้แล้ว ว่ามีใครบ้างที่จะมาเป็พยานในคดียาเสพติดครั้งใหญ่นี้ พวกมันล่วงรู้ความลับจนหมดสิ้น การตระเตรียมวางแผนที่คิดไว้ว่ารัดกุมอย่างที่สุดแล้ว พินาศลงจนหมดสิ้น
พวกมันรู้จริงเสียด้วย...
ภายในห้องนอนหรูหราห้องนั้นสงัดเงียบลงแล้ว จะมีก็แต่เสียงลมหายใจและเสียงของเธอที่ละเมอในยามหลับใหล ส่วนเขานั้น ดวงตายังเบิกค้างอยู่ในความมืด
า...มันผ่านมาเนิ่นนานหลายปี แต่สภาวะนั้นก็ยังฝังลึกอยู่ในความทรงจำ ทุกอย่างเป็สัญลักษณ์ เป็ตัวแทนแห่งความรู้สึกทั้งสิ้น ตัวแทนแห่งความตาย ตัวแทนแห่งอันตรายอันใหญ่หลวง ความตื่นเต้นระทึกใจอย่างสุดที่จะพรรณนา ความรู้สึกทระนงถึงพลังอันกร้าวแกร่งที่วิ่งพล่านอยู่ในสายเื โดยมีความตายท้าทายพลังจิตใต้สำนึกอยู่พร้อมกันและกำลังจะชำแรกผิวกายออกมา นำตัวตนไปให้ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้
าจึงเป็เสมือนร่องรอยที่กรีดลึกลงไว้ในหัวใจ...
ในความมืดนั้น ยิ้มเย็นปรากฏขึ้นบนใบหน้าของซีซาเร่ ความสำนึกในสถานะอันสูงส่งของตนกระจายไปทั่วสายเื เขาควานหาซองบุหรี่บนโต๊ะข้างตัวพบแต่ซองเปล่า...
เขาค่อยๆ เลื่อนตัวลงจากเตียง เดินอย่างแ่เบาไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง ได้บุหรี่ซองหนึ่งจากตรงนั้น เปิดออกดึงออกมาจุดสูบมวนหนึ่ง
จากระเบียงห้องพัก แสงสีเทาหม่นแห่งยามอรุณรุ่งเริ่มปรากฏขึ้นสลัวราง...
“ซีซาเร่...” เสียงเธอกระซิบเรียกแ่เบามาจากเตียงนอน
เขาหันไปมอง พร้อมกับขานรับเบาๆ
“เปิดแชมเปญอีกสักขวดสิคะ”
“ก็เปิดแล้วไง”
“แต่ฉันยังหิวน้ำอยู่เลยค่ะ ไม่ได้แกล้งพูดนะ” เธออ้อนเสียงหวาน
“คุณนี่ชักจะดื่มเก่งใหญ่แล้ว”
“โธ่...ก็มันหิวน้ำจริงๆ อยากได้อะไรเย็นๆ สักหน่อย”
เขาหัวเราะเบาๆ เดินเลยออกไปยังระเบียงห้องพัก
ชั่วโมงกลางคืนยังจะคงอยู่อีกนาน เสียงกรีดร้องของหริ่งหรีดเรไรแว่วมาในสายลมอ่อนยามอรุณใกล้จะรุ่ง พัดพากลิ่นดอกไม้มารวยริน แสงสีเทาสว่างอันเป็รังสีแสงแรกแห่งดวงอาทิตย์ กำลังแลเงาอยู่ตรงขอบฟ้า เขายืนพิงขอบระเบียงจมดิ่งลงในภวังค์แห่งความคิด
เธอเดินออกมาหยุดอยู่ทางเื้ั แต่เขาก็ยังไม่รู้สึกตัว มือทั้งสองจึงโอบกระหวัดรัดร่างเขาไว้ ซุกไซ้ใบหน้าอยู่กับแผ่นหลังเปล่าเปลือย
“อีกเดี๋ยวก็เช้าแล้วนะคะ”
“นั่นสิ”
เธอจูบลงตรง่ไหล่เขาเบาๆ
“ผิวคุณทั้งเนียนทั้งสะอาดดีจึงนะคะ บางทีฉันก็นึกแปลกใจอยู่เหมือนกันว่า พละกำลังของคุณมันออกมาจากส่วนไหนของร่างกาย ฉันยังไม่เคยพบผู้ชายคนไหนเหมือนคุณเลย จริงๆ นะคะ”
เขาหัวเราะออกมาเบาๆ หมุนตัวกลับไปหาเธอ
“น่ากลัวจะเป็เพราะเหล้าไวน์ที่ผมดื่มมาั้แ่เล็กแต่น้อยละมังที่ทำให้เป็อย่างนั้น ไวน์ซิซิลีคุณก็รู้อยู่ว่ามันฟอกเืได้ดีที่สุด”