Pioneer Era

    ตอนที่ 90 ประกายแห่งไฟสงคราม

    "มันเป็นฝีมือของใคร! "



    โนอาร์กำลังคลั่ง

    เธอกำลังสับสนต่ออดีตของตัวเอง แล้วยังต้องมาเห็นสภาพของไพไรต์ที่บาดเจ็บสาหัส

    สองสิ่งนี้ กำลังทำให้จิตใจของเธอเริ่มพังทลาย

    เสียงกรีดร้องที่น่ากลัวของเธอ ทำให้ทุกคนหยุดเคลื่อนไหว แล้วจับจ้องไปที่เมดแมวสีเงินเป็นสายตาเดียวกัน

    "ท่านโนอาร์… กำลังโกรธ? "

    กองทัพผู้ปลดปล่อยพูดกับตัวเองด้วยความสับสน

    ทำไมท่านเทพถึงมาปรากฏตัวตอนนี้?

    ทำไมถึงได้ดูโกรธขนาดนั้น?

    เป็นเพราะว่าไพไรต์ได้รับบาดเจ็บอยู่เช่นนั้นหรือ?

    พวกเขาไม่รู้เลย ว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้เทพเจ้าของพวกเขากรีดเสียงร้องโหยหวนออกมา



    "นิล! จะ--- จะเอายังไงต่อ จะดำเนินตามแผนการต่อไหม!? "

    เสียงของเบริล กระต่ายขาวผู้น่ารัก กำลังดังผ่านหูฟังของบุรุษหนุ่มหมาป่าดำ

    ยกเลิกแผนการตอนนี้หรือ?

    บุรุษหมาป่าเงยหน้าพิจารณาสถานการณ์อีกครั้ง

    พวกเขาได้ตัวประกันมาอย่างโชคดีเป็นจำนวนมาก

    ถ้าปล่อยโอกาสนี้ทิ้งไป ก็ไม่รู้ว่าจะยังมีโอกาสหน้ารออยู่อีกหรือไม่

    ดังนั้นแล้ว---

    "เริ่มแผนการขั้นที่สองได้"

    ---เขาจึงตัดสินใจเลือกที่จะเดินหน้าต่อไป

    พวกเขา… มาไกลเกินกว่าที่จะหันหลังกลับไปแล้ว



    “สัญญาณมาแล้ว ทุกคนลงมือ! ”

    “รับทราบ! ”

    นักรบของกลุ่มต่อต้าน… หรือผู้กอบกู้ของชนเผ่ามนุษย์สัตว์ ต่างขานรับด้วยเสียงอันหนักแน่น ก่อนจะเริ่มหยิบวัตถุสีขาวคล้ายดินเหนี่ยวทรงกระบอกยาวออกมาจากกระเป๋าของตัวเอง

    มันคือวัตถุที่พวกเขาไม่รู้จัก

    เป็นวัตถุอันตรายที่ชนเผ่าหนูผู้ทรยศรับซื้อ แล้วนำมาขายต่อให้กับพวกเขาอีกทีหนึ่ง

    เป็นวัตถุที่คิดค้นเพื่อใช้ในงานขุดเหมืองหรือขุดอุโมงค์

    เป็นพลังทำลายล้างที่มีเพื่อทลายทุกสิ่งที่ขวางกั้น

    ใช่แล้ว

    มันคือ [ระเบิดพลาสติก]

    ระเบิดอันตรายที่สามารถฆ่าทุกชีวิตให้หายไปจากโลก ในรัศมีการทำลายล้างของมัน

    ถึงจะเป็นรุ่นเก่าแก่อย่าง [Nobel 808] ที่พัฒนาโดยเผ่ามนุษย์ แต่มันก็เพียงพอต่อการใช้ทำลายล้างสิ่งที่อยู่ตรงหน้าของพวกเขา



    “ติดตั้งเรียบร้อยแล้วครับ! ”

    “เพื่อแผ่นดินเกิดของพวกเรา! ”

    “พวกเรา สู้! ”

    “””โอ๊วววว! ”””

    นักรบในชุดขาวเริ่มกู่คำรามเสียงสงครามอย่างฮึกเฮิม ก่อนจะตามมาด้วยเสียงระเบิดที่ดังกึกก้อง

    แรงขับดันอันมหาศาลของระเบิด ทำให้โครงหลังคาบิดเบี้ยว

    แสงปะทุแห่งมรณะเจิดจ้ากระจายไปทั่วผืนโครงหลังคาขนาดยักษ์

    ข้อต่อที่เชื่อมยึดติดเริ่มโค้งงอเสียรูป หลุดกระจายแยกขาด แล้วร่วงหล่นสู่เบื้องล่าง



    ผู้คนจำนวนมากยังคงมีอาการเหน็บชาจากไฟฟ้าช็อตอยู่

    พวกเขาไม่สามารถที่จะขยับตัวเองหนีออกไปได้

    แต่กลุ่มผู้กอบกู้ไม่สนใจเรื่องพวกนั้น

    เพราะคนที่มารวมตัวในสนามนี้ มีแต่ศัตรูของพวกเขาทั้งสิ้น

    พวกเขาได้ตันสินไปแล้ว ว่าเผ่ามนุษย์สัตว์ที่มารวมตัวกันในสนามวันนี้ คือพวก [ทรยศ] ต่อเผ่า

    โครงเหล็กขนาดใหญ่ของหลังคา เริ่มร่วงโรยหล่นทับใส่ที่นั่งของคนดูข้างล่าง

    หล่นทับใส่พวกกลุ่มคนที่ไร้ซึ่งหนทางต่อสู้...



    ไม่มีเสียงกรีดร้องดังขึ้น

    ไม่มีแม้แต่เสียงแห่งความเศร้าโศก

    เพราะพวกเขาตายทันทีที่ถูกโครงขนาดยักษ์หล่นทับใส่

    มันกลายเป็นความโกลาหลที่เปื้อนเลือด

    ความวุ่นวายที่เกิดขึ้น ทำให้ผู้คนรอบนอกอาคารเริ่มแตกตื่น

    เกิดอะไรขึ้นข้างในนั้น?

    เสียงแห่งความวุ่นวายเริ่มดังขึ้น

    เสียงหวูดร้องกับแสงสีแดงของรถตำรวจกับรถพยาบาลเริ่มเจิดจ้าทุกหนแห่ง

    เปลวไฟแห่งสงคราม กำลังถูกจุดประกายขึ้นมา

    แต่แค่นี้ยังไม่ใช้เพื่อเคลื่อนไหวฝูงชน

    เขาต้องการ [เชื้อเพลิง] ที่จะทำให้เปลวไฟแห่งสงครามปะทุรุนแรงมากขึ้น

    สงคราม… ที่จะมาเพื่อกอบกู้เอาดินแดนของพวกเขากลับ

    และ [เชื้อเพลิง] นั้น ก็คือตัวประกันที่พวกเขาจับตัวมานั่นเอง



    ตัวประกันที่จับมาได้มีทั้งสิ้นจำนวนหนึ่งพันชีวิต

    มีทั้งบุคคลสำคัญ ประชาชน รวมไปถึงชนเผ่ามนุษย์สัตว์ที่ฝักใฝ่ฝ่ายเผ่าผู้รุกราน

    "ปะ… ปล่อยนะ! "

    "นี่มันคืออะไร! ก่อการร้ายหรือ!? "

    "แง! แม่ครับ! ช่วยผมด้วย! "

    เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายที่เริ่มกลับมาขยับตัวและได้สติอีกครั้ง ต่างสับสน แล้วเริ่มกรีดเสียงร้องระงมเมื่อเห็นเชือกที่กำลังมัดร่างกายตัวเองจนแน่น



    “เงียบ! ”

    ไร้ซึ่งความเมตตา

    ไร้ซึ่งความปราณี

    ไม่สนว่าจะเป็นเด็กเล็ก คนแก่ หรือผู้หญิง

    พวกนักรบเริ่มใช้กำลังกับตัวประกันที่พวกเขาจับมาอย่างไร้ซึ่งความลังเล

    ใช้ด้ามดาบสีขาวทุบตีใส่ผู้โชคร้ายที่ถูกสุ่มออกมาจนชุ่มโชกเลือด เชือดไก่ให้ลิงดูจนพวกเขาต่างปิดปากสนิทด้วยความหวาดกลัว

    ถึงจะยังไม่ทราบสถานการณ์แน่ชัด แต่กลุ่มตัวประกันต่างรู้ตัวได้โดยสัญชาตญาณ

    ว่า [อย่าได้ริหาญกล้าต่อต้านคนพวกนี้]



    คนภายนอกที่สับสนเพราะเสียงระเบิด

    กับคนภายในอาคารที่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ไม่สามารถสื่อสารกับคนภายนอกได้

    นอกจากการระเบิดที่เกิดขึ้นภายในสเตเดียมแล้ว ระเบิดที่ลอบวางภายในตัวเมืองหลายจุดก็เริ่มดังขึ้นต่อเนื่องตามมาเช่นกัน

    ความโกลาหลเริ่มกระจายตัวประดุจเชื้อโรคที่แพร่ระบาด

    และความโกลาหลนี้ จะกลายเป็นโอกาสของพวกเขา ที่จะใช้ในการหลบหนีออกไปพร้อมกับตัวประกันตามแผนที่วางเอาไว้



    และนี่คือรายชื่อตัวประกันสำคัญที่ห้ามปล่อยให้หลุดมือไปเป็นอันขาด

    ตัวประกันระดับ VIP ประธานผู้อยู่เบื้องหลังกลุ่มทุนทำเหมืองแร่ขนาดใหญ่ [เซอร์ไว]

    ตัวประกันทางการทหารคนสำคัญ วีรบุรุษเผ่ายักษ์ [บานา]

    ว่าที่ราชินีองค์ถัดไปของเผ่ามนุษย์มด [แฟต]

    ว่าที่คนรัก (?) ของไพไรต์ ชายผู้ถูกเลือกโดยพระเจ้า [โทแพซ]

    ผู้กล้าเผ่ามนุษย์สัตว์ที่บังเอิญมาอยู่ในงานประลองยุทธ์ครั้งนี้ [รูบี้] [สโมกกี้ควอร์ต] กับ [ออโทเครส]

    นี่คือรายชื่อบุคคลระดับ VIP ที่พวกเขาทำงานอย่างหนักเพื่อให้ได้มา



    ถึงจะเป็นการยากที่จะพาคนทั้งหมดหนึ่งพันกว่าชีวิตหนีออกไปจากที่นี่

    แต่เป้าหมายที่แท้จริงของพวกเขา มีเพียงแค่ตัวประกันระดับ VIP เท่านั้น

    ส่วนตัวประกันคนอื่น เป็นเพียงแค่ตัวล่อเพื่อดึงกำลังของศัตรูให้กระจายตัวออกไป

    พวกเขาจะแยกกระจายหนีออกไปจากสเตเดี้ยม แล้วไปรวมตัวกันในสถานที่นัดแนะเอาไว้ในภายหลัง

    ระเบิดตามจุดต่าง ๆ ของเมือง กับตัวประกันจำนวนมาก พวกเขาเตรียมมาเพื่อการนี้

    แผนการของพวกเขากำลังดำเนินไปในทิศทางอย่างที่ต้องการ

    ใช่ พวกเขาคิดเช่นนั้น

    จนกระทั้งเธอคนนี้ปรากฏตัวขึ้นมา---



    "มันเป็นฝีมือของใคร! ของพวกแก! ของพวกแกใช่ไหม!? "



    ---โนอาร์ เทพเจ้าของพวกเขา

    พวกเขาไม่รู้ว่าทำไมเทพเจ้าของตัวเองถึงกรีดร้องออกมา

    ถึงจะเดาถึงสาเหตุได้ แต่ในใจของพวกเขายังไม่อยากเชื่อ ว่าสาเหตุมาจากภาพของไพไรต์ที่บาดเจ็บหนัก

    เพราะว่าโนอาร์ในสายตาของพวกเขาคือพระเจ้า

    พระเจ้าที่มอบความรัก ปกปักรักษา และเป็นตัวตนที่สูงส่งของพวกเขา

    สูงสงจนไม่น่าจะให้ความสนใจต่อตัวตนเล็ก ๆ อย่างพวกเขา

    ไม่น่าจะสนใจต่อชีวิตแม้แต่ผู้ที่ถูกเลือก

    เพราะว่าพระเจ้านั้นยิ่งใหญ่เกินไป

    ถ้าไม่คิดเช่นนี้ คงไม่เกิดความคิดลอบสังหารไพไรต์มาตั้งแต่แรก

    พวกเขามองเห็นเป็นพระเจ้าเช่นนั้น

    ดังนั้นพวกเขาจึงรู้สึกตกใจมาก



    “ตายซะ! ”



    ที่เห็นโนอาร์ เทพเจ้าของพวกเขา กำลังพุ่งเข้าโจมตีใส่ด้วยความโกรธเคือง

    โนอาร์ตวัดหมัดขวาโจมตีใส่เบริล กระต่ายขาวที่กำลังไต่อยู่ตรงผนังของสเตเดียม

    “!?! ”

    เธอรีบย่อตัวลงต่ำ แล้วปล่อยตัวทิ้งลงมาตามแรงโน้มถ่วงอย่างรวดเร็ว

    พริบตานั้น โลกเบื้องหลังของเธอก็ขาดครึ่ง

    หมัดของโนอาร์ก่อให้เกิดเป็นคมมีดพาายุอันคมกริบ

    คมมีดนั้นเฉือนทุกสิ่งตรงหน้าจนแยกออกเป็นสองส่วน กินระยะยาวถึงห้าสิบเมตรไปทางซ้ายและขวาจากจุดที่โนอาร์อยู่

    เปลือกผิวโค้งของสเตเดี้ยมแยกขาดออกจากกัน

    ร่างของนักรบสีขาวขาดครึ่งส่วน

    ร่างของตัวประกันผู้โชคร้ายถูกฉีกแยกออก

    สายเลือดไหลรินไปตามผิวผนังประดุจน้ำตกที่ไหลลงมาจากสรวงสวรรค์

    มันคือการโจมตีที่ไม่สนอีกว่าอีกฝ่ายจะเป็นใคร

    ไม่สนว่าเป็นเผ่าใด

    โนอาร์ที่พวกเขารู้จัก… ได้ [บ้าคลั่ง] ไปแล้ว



    “เหวอ! ”

    เบริลหวีดร้องด้วยใบหน้าที่ซีดเผือก

    เธอคือคนที่ดูแลตัวประกันระดับ VIP ที่มีนามว่า [แฟต]

    ร่างของเผ่ามนุษย์มดขนาดหนึ่งเมตรยังคงอยู่ดีไม่บุบสลายในอ้อมแขนของเธอ

    เป็นโชคดีของเบริลที่แฟตแรงน้อย เลยทำให้การดิ้นรนขัดขืนมีไม่มาก

    เธอรีบตีลังกากลางอากาศ แล้วถีบตัวไปตามผนังอาคารพร้อมกับร่างของตัวประกันที่ถูกจับมัด

    เธอออกตัววิ่งไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่หันกลับไปมองสเตเดียมอีกต่อไป

    ใบหูที่ยาวและเต็มไปขนฟูสีขาว กำลังบอกให้เธอรู้ว่าโนอาร์ยังคงกำลังอาละวาดอยู่ข้างหลัง ตรงที่สเตเดียมแห่งนั้น

    เสียงกรีดร้องของผู้คน เสียงของเลือดที่สาดกระจาย และเสียงของอาคารที่กำลังพังทลายลงมา

    “ทะ--- ท่านโนอาร์ ทำไม--- อ๊ากกก! ”

    “ขะ-- ขอโทษค่ะ! พวกเราไม่ได้ตั้งใจจะทำให้ท่านโนอาร์ขุนเคือง พวกเราก็แค่อยากจะ--- กรี๊ดดดด! ”

    ดูเหมือนว่าพรรคพวกของเธอจะกำลังสับสน

    พวกเขาไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงต่อไป เพราะพวกเขากำลังถูกเทพเจ้าที่เคารพรักโจมตีใส่อย่างไม่คาดคิด

    ท่านกำลังโกรธที่พวกเราก่อเรื่องเช่นนั้นหรือ?

    สิ่งที่เรากำลังทำอยู่ ณ ตอนนี้ คือการขัดต่อประสงค์ของพระเจ้าเช่นนั้นหรือ?

    เพราะว่าไพไรต์คนนั้นบาดเจ็บ เลยโกรธเช่นนั้นหรือ?

    พวกเขาคิดเช่นนั้น



    “ถึงทุกคนอย่าสับสน! เป้าหมายของพวกเราคือตัวประกันระดับ VIP ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไร ก็ต้องหนีออกไปจากที่นี่ให้ได้! ”

    ในตอนนั้นเองที่บุรุษหมาป่า ผู้นำของพวกเขารีบส่งคำสั่งเพื่อดึงสติทุกคนกลับมา

    เขาเสียสละชีวิตของพวกพ้องมามากแล้ว

    เลือด… ได้หลั่งเพื่อแผนดินนี้มามากแล้ว

    [นิล] บุรุษหมาป่าผู้สืบสานเจตนารมณ์ของผู้กล้าหมาป่า [มาลาไคต์] จะไม่หยุดเท้าที่วิ่งออกไปแล้วเด็ดขาด

    เพราะถ้าหยุดตอนนี้ สิ่งที่ทำมาจะสูญเปล่าทั้งหมด

    คนที่ตายไป จะสูญเปล่าทั้งหมด

    ดังนั้น ต่อให้เป็นเทพเจ้า ก็จะไม่ยอมให้มาขัดขวางเด็ดขาด!



    “ตัวประกันระดับ VIP ยังอยู่ดีหรือเปล่า! ”

    “เป้าหมาย [แฟต] ยังอยู่ดีค่ะ”

    “ขออภัยอย่างสูง [เซอร์ไว] หนีไปได้แล้วครับ! ”

    “เป้าหมาย [โทแพซ] มีการอาละวาดเล็กน้อย เลยตัดแขนตัดขาทิ้งไปแล้ว กำลังพาตัวออกไปผ่านเส้นทางน้ำทิ้งอยู่ครับ”

    “จากกลุ่มที่คุมตัว [บานา] เจ้าบ้านี่อึดชิบหาย โซ่เหล็กดูท่าจะเอาไม่อยู่ กำลังรมยาชาเพิ่มอยู่ คิดว่าอีกเดียวจะพาหลบหนีไปตามเส้นทางน้ำทิ้งเหมือนกลุ่มแรกครับ”

    “...แล้วกลุ่มที่จับตัวพวกผู้กล้าละ? ทำไมถึงเงียบ? ”

    “---”

    ไม่มีการตอบกลับจากกลุ่มที่จับตัว [รูบี้] [สโมกกี้ควอร์ต] กับ [ออโทเครส]

    นิลเริ่มรู้สึกเป็นกังวลใจ

    เขารีบวิ่งออกไปฝั่งด้านนอกอาคาร โดยไม่สนใจพวกลิลลี่ที่กำลังยืนสับสนอยู่ในสนาม

    เขาคว้าปืนกลที่ซ่อนเอาไว้ตรงถังขยะแล้ววิ่งออกไปสู่นอกอาคาร



    “โดนโนอาร์เล่นงานจริง ๆ ด้วยสินะ”

    ภาพตรงหน้าของเขา คือร่างของพรรคพวกร่วมอุดมการณ์ที่ถูกตัดครึ่งร่าง

    ส่วนพวกผู้กล้า [รูบี้] [สโมกกี้ควอร์ต] กับ [ออโทเครส] นั้น กำลังดิ้นรนอย่างบ้าคลั่งอยู่บนพื้นลานหินข้างนอกอาคารนี้

    ถึงจะโชคดีรอดชีวิตมาได้ราวปาฏิหาริย์ แต่ก็ยังคงถูกจับมัดเอาไว้อยู่

    เลยทำให้กลายเป็นเป้าหมายอันโอชะของโนอาร์ที่กำลังบ้าคลั่ง

    โนอาร์เดินเข้าไปใกล้พวกเขาด้วยชุดเมดสีดำที่ท่วมเลือด

    อีกเพียงแค่สิบก้าว โนอาร์ก็จะเข้าไปใกล้จนสามารถหักคอของพวกเขาได้



    “ไม่ปล่อยให้ทำหรอก! ”

    ชีวิตของผู้กล้ามีค่าเกินกว่าจะปล่อยให้ถูกฆ่าที่นี่

    นิลยังต้องการชีวิตของพวกเขา เพื่อจัดฉากใส่ร้ายผู้รุกราน จุดไฟโกรธให้พวกชนเผ่าต่าง ๆ เคลื่อนไหวทำสงครามยึดทวีปกลับมา

    นิลใช้ปืนกล M16 ที่รับซื้อมาจากชนเผ่าหนูผู้ทรยศ ลั่นกระสุนปืนสังหารไปที่โนอาร์

    แน่นอนว่าไม่อาจแม้แต่จะเจาะบาเรียที่หุ้มร่างของโนอาร์เอาไว้ได้สักนัดเดียว

    *แกร๊ก*

    เสียงจั่วลมดังขึ้นมาจากรังเพลิงของปืน

    “ขยะ! ”

    เขาทิ้งปืน แล้ววิ่งเข้าใส่โนอาร์ด้วยมีดพกสีขาวสองเล่มที่เหน็บเอาไว้

    วิ่งด้วยสองขาอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นเส้นสีดำที่ลากตัดผ่านลานหินสีเทา

    “พวกแกรีบพาตัวประกันหนีไปก่อนเลย! ”

    เขาคิดที่จะใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อ

    ถ้าจะมีใครต้องตาย ขอเป็นตัวเขา คนที่สั่งการและรับผิดชอบกับแผนการในครั้งนี้คนเดียวพอแล้ว

    ชีวิตของเขานั้นไม่มีค่าอะไรนัก

    เพราะ [เบริล] จะเป็นผู้สืบสานต่อเจตนารมณ์ของเขาต่อจากนี้เอง



    “ไม่ปล่อยให้หนีหรอก… กลัทโทนีย์ เอนวี่ ราธ”

    “!?! ”

    มีร่างของเมดอีกสามคนปรากฏตัวขึ้นที่ท้องฟ้า

    พวกเธอทิ้งตัวลงมายืนบนพื้นจนผิวหินแตกกระจาย แล้วพุ่งตัวผ่านบุรุษหมาป่าดำไปอย่างรวดเร็ว

    ร่างเงาทั้งสามคือ กลัทโทนีย์ เอนวี่ กับ ราธ นั่นเอง

    ตุ๊กตาจักกลที่ไร้วิญญาณ กำลังเล็งเป้าไปที่ชีวิตของผู้กล้าเผ่ามนุษย์สัตว์ที่กำลังถูกพาหนีออกไปตรงด้านหลังของเขา



    “ไม่! ”

    เขาพยายามที่จะหันหลังกลับไปหยุดพวกเธอ

    แต่ไม่ทันแล้ว

    อีกเพียงแค่ก้าวเดียว คอของผู้กล้าทั้งสามคนก็จะหลุดออกจากบ่าพร้อมกันแล้ว

    แผนการยุยงก่อสงครามของเขากำลังจะพังทลายลง ถ้าหากว่าพวกผู้กล้าถูกฆ่าโดยเทพเจ้าเสียเอง

    เขาไม่ต้องการให้ความเกลียดชังไปตกอยู่ที่เทพเจ้า

    ความเกลียดชังนั้น สมควรนำไปลงกับพวกเผ่าผู้รุกรานต่างหาก!

    แต่เขาไม่มีสามารถหยุดพวกเธอได้

    ไม่มีใครหยุดพวกเมดทั้งสามคนได้อีกต่อไป

    นอกจาก---



    “หยุดเดียวนี้น้าาาา! ”



    ---จะมีคนที่เก่งกาจยิ่งกว่าเทพเจ้าปรากฏตัวขึ้น ณ ที่แห่งนี้

    คล้ายกับเรื่องPioneer Era ที่คุณอ่าน