บทที่ 13
กลุ่มเมฆดำรวมตัวบนท้องฟ้ายามค่ำคืนเหนือถนนหนทางที่ไม่มีที่สิ้นสุดเหมือนปกติ อีอันขี่ม้าอย่างช้า ๆ ผ่านความมืดที่อบอวลไปด้วยอากาศชื้น
ข้างหน้าเขามีเมฟและฟิลลิปที่ขี่ม้าอยู่เช่นเดียวกัน อีอันบังคับม้าอยู่เคียงข้างพวกเขา ไม่พยามยามพูดคุยใด ๆ เพราะไม่้าแสดงความรู้สึกกับคนที่อาจเป็ศัตรูได้
อันที่จริง หลังจากออกมาจากหมู่บ้าน เขาพูดไม่ถึง 10 คำ เมฟก็ด้วยเหมือนกัน เธอเป็คนจริงจังมากที่สุดในบรรดาอัศวินที่อีอันเคยพบเจอ
"แปลกจัง ่นี้จำไม่ค่อยได้เลยว่าเคยมีวันที่อากาศแจ่มใส ว่าไหมขอรับนายท่าน"
ถ้าไม่ใช่เพราะฟิลลิป ก็คงเดินทางเงียบ ๆ ไปตลอดทาง อีอันและเมฟแทบจะไม่ตอบโต้กันเลย แต่ฟิลลิปพูดราวกับว่าเขาคุ้นเคย
"หรือนี่คือหลักฐานที่ว่าความบ้าคลั่งของกำแพงสีดำกำลังแทรกซึมอยู่ในอะเกลลัน หรือว่าความเสื่อมถอยของพลังเวทจะส่งผลต่อสภาพอากาศด้วยนะ"
บรู๋ววว~
ฟิลลิปพูดเสริมราวกับตอบรับเสียงหอนของหมาป่าที่ดังขึ้นจากที่ไกล ๆ "…ไม่นานมานี้ เหมือนข้าเคยได้ยินมาว่าพอพระอาทิตย์ตก พวกหมาป่าก็เริ่มมีชีวิตชีวาขึ้น"
"ฟิลลิป" ในตอนนั้นเอง อีอันก็พูดออกมา
ฟิลลิปหันหน้าไปอย่างรวดเร็วราวกับกำลังรอคำตอบอยู่ในใจ "ขอรับ นายท่าน"
"ป่านั่นใหญ่ขนาดไหน"
อีอันชี้ไปที่ป่ามืดที่อยู่ตรงหน้า มันเป็ป่าที่เต็มไปด้วยต้นไม้แห้งเหี่ยวซึ่งห่างไกลจากความเขียวขจี ดูเหมือนตรงกลางจะเป็ทางเข้าที่ลาดยาวไปยังดันเจี้ยน*[1]
"คงใช้เวลามากกว่าครึ่งวันในการข้ามผ่าน"
"งั้นพรุ่งนี้เช้าค่อยเดินทางผ่านต่อ วันนี้ควรนอนค้างก่อนดีไหม? เซอร์ริอูเรล"
"ตกลงตามนั้น" เมฟหันไปทางอีอันก่อนจะพยักหน้าและตอบกลับ
หมวกเหล็กของเธอสามารถเลื่อนที่ปิดใบหน้าเปิดขึ้นเหมือนที่ทำอยู่ตอนนี้ได้
"ถ้าไปถึงตรงกลางป่าน่าจะมีลำธารที่นักเดินทางใช้นอนค้างแรม" ฟิลลิปพูดอย่างระมัดระวัง
อีอันตอบกลับมานิ่ง ๆ "มีฝูงหมาป่ารออยู่ในป่า ข้าไม่อยากเดินเข้าไปนอนหลับ ๆ ตื่น ๆ"
"โอ้ รอบคอบมากขอรับ"
ฟิลลิปที่เห็นด้วยกับคำว่าหมาป่าก้าวลงจากม้า "เดี๋ยวข้าจะก่อกองไฟเองขอรับ"
ฟิลลิปวุ่นวายอยู่กับการปลดสัมภาระลงบริเวณทุ่งหญ้าโล่งที่อยู่ห่างจากป่าเพียงเล็กน้อย เขาเคลื่อนไหวอย่างลุกลี้ลุกลนเหมือนจะป่าวประกาศว่าเขาอยู่ที่นี่
อีอันหัวเราะแห้ง ๆ
"ท่านพาเ้าทึ่มนั่นไปไหนมาไหนด้วยตลอดเลยเหรอ"
เมฟตอบกลับมาขณะที่กำลังลงจากหลังม้า "เขาแค่ขาดประสบการณ์เท่านั้น อีกไม่กี่ปีข้างหน้า เขาจะทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมเอง"
ถ้ายังมีชีวิตอยู่จนถึงตอนนั้นก็ดีสิ อีอันพูดในใจแล้วลงจากหลังม้า
พรึ่บ
ม้าส่งเสียงคล้ายเหนื่อยล้า มันเป็ม้าแก่ที่ได้มาจากคนดูแลคอกม้าในราคาที่เหมือนกับได้มาฟรี ๆ แต่ถึงยังไง เขาคิดว่ามันคงมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน จึงไม่มีเหตุผลที่จะขี่ม้าดี ๆ
‘ความรู้สึกตอนขี่ก็แย่มาก’
อีอันทำหน้ามุ่ยด้วยความเ็ปตรงหว่างขา ถ้ายังไม่มีเทคนิคในการขี่ม้าล่ะก็ ยากที่จะยืนได้แบบนี้
มันก็คล้ายกับที่เขาแกว่งดาบได้อย่างเป็ธรรมชาติ แม้ว่าจะไม่เคยเรียนมาก่อนในโลกเดิม แต่ทักษะการขี่ม้าก็เป็ธรรมชาติราวกับว่ามันถูกบันทึกไว้ในร่างกายของเขา
นั่นเป็เพราะสกิลทั่วไป นึกว่าแกว่งดาบได้อย่างเดียว แต่ยังรู้วิธีขี่ม้าด้วย
ผู้ที่มีทักษะในการควบม้าเคลื่อนไหวได้อย่างผาดโผนแม้อยู่บนหลังม้า ซึ่งอีอันยังห่างไกลกับเื่พวกนี้อยู่มาก
‘…แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่สามารถเพิ่มเลเวลทักษะการควบม้าเพื่อให้ขี่ได้อย่างสบาย’
"พร้อมแล้วขอรับ นายท่าน"
ระหว่างที่อีอันผูกม้าของเขาไว้ข้าง ๆ ม้าของเมฟ เสียงของฟิลลิปก็ดังขึ้น เผลอแป๊บเดียว เขาก็ก่อกองไฟและจัดเตรียมที่นอนไว้อย่างเรียบร้อยแล้ว
ภายนอกดูไม่มีอะไรแต่ก็มีดีเหมือนกันนี่ แถมยังเตรียมโจ๊กได้อย่างเชี่ยวชาญ
อีอันนั่งยอง ๆ ลงข้างกองไฟ
เปลวไฟที่สลัดความมืดออกไป พื้นที่ขรุขระ เสียงหมาป่าหอน
ในที่สุดก็รับรู้ได้ว่าชีวิตที่สะดวกสบายได้สิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์ ชวนให้นึกถึงบรรยากาศห้องเก่า ๆ บนชั้น 2 ของโรงเตี๊ยม
'คิดไว้แล้วว่ามันจะเป็แบบนี้ คิดถึงซะแล้วสิ'
อีอันยิ้มกรุ้มกริ่มและหยิบห่อผ้าออกมาจากมิติเก็บของ
ใบหน้าของฟิลลิปสดใสขึ้น "โอ้ ในที่สุดก็แกะห่อผ้าที่เต็มไปด้วยความถวิลหา นึกถึงสีหน้าของสาวใช้อยู่แน่นอน…"
"เ้าเอาแต่บ่นว่าอยากกินโจ๊กนี่"
"…จะแบ่งให้กินหรือขอรับ"
ฟิลลิปหยุดชะงักแล้วถามทันที
อีอันตอบโดยไม่แม้แต่จะมอง "เงียบแล้วข้าจะแบ่งให้"
ปากของฟิลลิปปิดในชั่วพริบตา แต่สายตายังคงจ้องเขม็งอยู่กับห่อผ้าที่อีอันถืออยู่ มือของอีอันที่ค่อย ๆ แกะห่อผ้าก็หยุดลงทันที ฟิลลิปใช้ลิ้นเลียริมฝีปากด้วยความกระหาย ในที่สุดเขาก็เปิดปากออกอีกครั้ง
"นายท่าน อย่าแกล้งข้าเลย…"
"เงียบก่อน" อีอันพูดออกมา
ฟิลลิปปิดปากเงียบ เขามองหน้าอีอันพร้อมกับรู้สึกได้ถึงน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป
อีอันขมวดคิ้วและจ้องมองออกไปนอกกองไฟ
ไม่รู้ว่าเพราะอารมณ์หรือเปล่า ดูเหมือนแสงสลัวในดวงตาจะจางหายไป แต่ในสายตาของฟิลลิปที่หันมองตามเขามองเห็นเพียงป่าที่มืดมิดเท่านั้น
"…?"
ระหว่างที่ฟิลลิปก้มหน้าลง
"มื้ออาหารจบลงแล้ว…" อีอันบ่นพึมพำปนเสียงถอนหายใจขณะเก็บห่อผ้าไว้ตรงอกอีกครั้ง
"จ้องอะไรอยู่ขอรับ?" ในที่สุดฟิลิปเอ่ยถาม
"แขกที่ไม่ได้รับเชิญ"
เมฟเป็คนตอบ เธอลุกขึ้นจากที่นั่งด้วยสายตาสงบนิ่ง
"แขกไม่ได้รับเชิญงั้นหรือ มันคืออะไร..." ฟิลลิปเอ่ยถามและมองไปยังป่าอีกครั้ง เขามีอาการตัวแข็งขึ้นทันที
ดวงตาสีเหลืองแดงหลายคู่จับจ้องมายังฝั่งพวกเขาอย่างน่าขนลุก
"…!"
ฟิลลิปที่สบตากับหนึ่งในนั้นใหวาดผวาจนต้องถอยออกมา
"ขี้กลัวจังเลย" อีอันเอ่ยขึ้นมาอย่างแ่เบา
พอฟิลลิปตั้งสติได้ก็หันไปมองพวกมันทันที
"ใครขี้กลั…."
ฟิลลิปหยุดพูดไปเสียก่อน เพราะรู้สึกว่าเสียงของตัวเองกำลังสั่นเครือ
กลับกัน อีอันลุกขึ้นยืนและชักดาบออกมาไว้แล้ว เขามีสีหน้ารำคาญเล็กน้อย แต่ดูไม่ประหม่าสักนิดเลย
"เ้าพวกนี้เกี่ยวข้องกับนักเวทดำไหม?" เมฟถามขึ้นขณะที่ฟิลลิปกำลังอ้าปากค้าง
อีอันยักไหล่ข้างหนึ่ง
"ไม่รู้สิ"
สายตาของเขาจับจ้องไปยังดวงตาที่อยู่ในป่า
"ถ้าฆ่าแล้วก็จะได้รู้ไม่ใช่เหรอ"
"พูดถูก"
ฟิลลิปฟังอย่างเหม่อลอย อยู่ ๆ ก็เอ่ยถาม "พะ…พวกนั้นคืออะไรน่ะ"
อีอันไม่ตอบ
บรู๋วววว บรู๋วววว~!
เสียงหอนของหมาป่าเริ่มดังสะท้อนไปทั่ว เป็เสียงสะท้อนที่เหมือนกับจะทำให้จิตใจหวาดกลัว ไม่ใช่เสียงหอนธรรมดา
ฮี่!
อยู่ ๆ ม้าของอีอันที่ผูกไว้ไม่ไกลก็ร้องออกมา
ในขณะเดียวกัน ฟิลลิปตัวแข็งทื่ออยู่ท่ามกลางเสียงร้องของหมาป่าที่ดังขึ้นไม่มีที่สิ้นสุด
"มันแค่มองเฉย ๆ ถ้าไม่อยากตายก็ตั้งสติได้แล้ว" อีอันบอกให้เขาตั้งสติอีกครั้ง
ฟิลลิปพยายามกัดฟันสู้และลุกขึ้น
"จะให้ข้าทำอะไร" เขาพยายามข่มเสียงที่สั่นเครือเอ่ยถาม
เมฟตอบโดยไม่แม้แต่จะมอง "จงปกป้องม้าไว้ ฟิลลิป"
"ขอรับ! ...แค่ข้าคนเดียวหรือขอรับ?"
เมฟกล่าวเพิ่มเติมโดยลดส่วนที่ปิดใบหน้าลง "อีอัน เ้าถอยออกมาปกป้องม้าเอาไว้ด้วย"
"ข้าขอปฏิเสธ ท่านอัศวินไปเถอะ"
"อะไรนะ…?"
เมฟมองไปที่อีอันด้วยสายตาที่คาดไม่ถึงกับคำพูดนั้น
อีอันพูดเสริมอย่างเรียบเฉย "เราไล่ตามหมาป่าด้วยชุดแบบนั้นไม่ได้หรอก ข้าคิดว่ามันคงจะดีกว่าหากท่านคอยเฝ้าอยู่ประจำที่ เื่ต่อสู้ข้าเหมาะกว่า"
"งั้นก็ถอยไปด้วยกันดีกว่า ข้าไม่ยอมเสียเ้าไป"
"หากเสียม้าไปก็ไม่เป็ไรใช่ไหม? ระยะทางไม่กี่เมตรเอง แต่ถ้าท่านคอยระวังหลังให้ ข้าจะสบายใจกว่า"
"แต่…"
ตอนที่เมฟกำลังจะถามกลับ เสียงหอนที่สะท้อนไปทั่วก็หยุดลง ดวงตาที่เต็มไปหมดก็หายไปพร้อม ๆ กัน
"ข้าคนเดียวก็เอาอยู่ ทำตามที่ข้าบอกเถอะ ข้าจะไม่เป็อะไร"
ในที่สุดเมฟก็หันหลังกลับเพราะคำพูดที่เด็ดขาดของอีอัน
"…ห้ามตายนะ"
[1] ดันเจี้ยน (Dungeon) คือ พื้นที่ที่ออกแบบมาเป็พิเศษเพื่อทำภารกิจหนึ่ง ๆ โดยมีรางวัลเป็ไอเทมต่าง ๆ