อาจารย์จอมมาร ช่วยไปสอนพวกผู้กล้าให้ที!

    เศษชิ้นส่วนที่1 อาจารย์ฝึกหัด 4

            อาวุธผู้กล้า เป็๲อาวุธในตำนานก็มีแต่ผู้กล้านั้นแหละ ที่จะสามารถใช้มันได้ ในสังคมของมนุษย์ก็มีแค่คนไม่กี่คนหรอกที่จะสามารถตีอาวุธผู้กล้าขึ้นมาได้มีเพียงหยิบมือ ให้นิ้วมือสองข้างก็นับได้เกินพอ และนั่นคือจำนวนคนให้ประวัติศาสตร์ที่ยาวนานมากกว่า4000ปี

            เพราะฉะนั้นผู้ที่สามารถสร้างอาวุธผู้กล้าได้หาตัวได้ยากกว่าผู้กล้าเป็๞1000เท่าเสียอีก

            ผมก็พอจะเดากระแสของที่โรงเรียนได้งานนี้วุ่นวายแน่

            “อาจารย์โมลต้า....”

            วันต่อ...

            นั่นไงมาแล้ว...

            “มีอะไรงั้นเหรอ?”

            ผมรักษาความเยือกเย็นเอาไว้แน่นอนว่านักเรียนคนนั้นดูท่าทางตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูกดูแล้วต้องมาเพราะเ๹ื่๪๫ที่คิดไว้แน่ๆ

            “คือผมมีเ๱ื่๵๹อยากจะข้อร้องอาจารย์น่ะครับ”

            แหม...เรียกอาจารย์เชียวนะ เมื่อวานยังมีไม่กี่คนเท่านั้นแหละที่เรียกผมว่าอาจารย์และผมก็จำด้วยไว้ไอ้นักเรียนคนนี้ไม่ใช่หนึ่งในนั้น

            “คือในตระกลูผมมีแบบแปลนที่สืบทอดกันมาน่ะครับ ผมคิดว่าอยากจะให้ใครสักคนสร้างมันน่ะครับ”

            นักเรียนคนนั้นยื่นแบบแปลนมากระดาษสีเริ่มซีด นี่ของเก่าใช้ได้เลยนะเนี่ย

            “อืม...ปืนยาวเหรอเนี่ย กลไกก็ใช้ได้เลยนิ... บีบพลังให้มีขนาดเล็กเหรอเนี่ย...”

            “ครับท่านปู่ทวดของผมเชี่ยวชาญเ๹ื่๪๫นี้น่ะครับแต่เพราะตระกลูผมที่ไม่อาจหาช่างฝีมือที่มีคุณภาพมาได้ก็เลยได้ทำมันให้กลายเป็๞เพียงอาวุธเวทมนตร์ธรรมดา อนุภาพก็ไม่ได้ร้ายแรงเท่าที่ควรด้วย...เสียดายจังเลยนะครับ ที่ผมไม่ได้มีช่างดีๆเท่าไร...”

            เฮอ.....เอาแล้วเหรอเนี่ย เข้าเ๱ื่๵๹ไว้กว่าที่คิดไว้อีกนะเนี่ย...

            ก็เพราะยั่ยฟอเรนนั้นแหละเมื่อวานดันประกาศว่า เด็กนักเรียนทุกคนสามารถจ้างวานผมได้ หากผมเห็นสมควรนั้นแหละตอนแรกกะว่าจะอ้างเ๹ื่๪๫สัญญาที่ทำไว้กับฟอเรนว่าจะไม่ขายอาวุธที่ผมสร้างเองให้ใครก็ตามอีกแบบนี้ผมก็มีแต่หาทางปฏิเสธไปแบบตรงๆเนี่ยสิ

            “ถ้าได้คนมีฝีมือล่ะก็...มันอาจจะได้เป็๲อาวุธศักดิ์สิทธิ ไม่สิอาวุธผู้กล้าเลยก็ได้!”

            “อืม...”

            ผมเพ่งพิจารณากระดาษที่ได้มา มองไปถึงกลไกอย่างละเอียด... ปืนพลังเวทธรรมดา...แต่กลไกเวทมนตร์ที่เหมือนจะเพิ่มประสิทธิภาพให้กับอนุภาพ มันทำให้พลังเวทมนตร์ซับซ้อนและมันไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่านั้น... อย่างมากไอ้ปืนที่อยู่ในมือนี่ทำได้อย่างมากก็แค่อาวุธเวทมนตร์นั้นแหละ ถ้าไม่ปรับปรุงกลไกให้หลากหลายกว่านี้ก็ไม่มีทางไปถึงระดับอาวุธศักดิ์สิทธิได้เลย

            “นี่นักเรียน...”

            “เรียกผมว่าเวตก็ได้ครับ”

            “เออ... เวตสินะ”

            ผมได้รับการแนะนำตัวกับผมแบบงง

            “เธอคิดว่าโตขึ้นแล้วอยากจะเป็๞อะไรอย่างงั้นเหรอ?”

            “เอ..... นั้นสินะ... ผมว่าตั้งใจว่าจะเป็๲ผู้ติดตามของผู้กล้าล่ะมั้ง”

            ผมลองมองดูท่าทีแล้วตอนนี้ไม่รู้ว่าจะพูดเ๹ื่๪๫อะไรดีแล้ว ถ้าพูดเ๹ื่๪๫ความห่วยแปลนปืนนี่คงได้มีเ๹ื่๪๫แน่ แล้วจะแนะนำยังไงดีล่ะ... อืม...ถ้าอยากจะเป็๞ผู้ติดตามของผู้กล้างั้นเหรอ...

            ผมลองหาเ๱ื่๵๹หลีกออกจากแบบแปลน

            ยังไงผมก็ไม่คิดจะสร้างอาวุธให้อยู่แล้วนอกจากนักเรียนคนนี้แล้ว คนเช้าก็มีคนมาด้วยอารมณ์ประมาณนี้หลายคนแล้วด้วย

            “แล้วเธอจะใช้อาวุธอะไรล่ะ?”

            แน่นอน การเป็๞ผู้ติดตามของผู้กล้า โดยส่วนใหญ่ก็ต้องสามารถต่อสู้ได้นั้นแหละอาจจะมีบางกรณี ที่จะต้องเป็๞สายลับ หมอ นักบริหาร หรืออะไรแปลกแต่แบบนั้นไม่ค่อยจะมีเสียเท่าไรหรอก

            “อืม... ปืนล่ะมั้งครับ”

            เวตพูดด้วยความนอบน้อมแต่มันก็ร่างเริงเกินไปจริงๆ ผมดูจากสายตาน่ะนะ

            “แล้วเป็๲ปืนแบบไหนล่ะ ใช้ระยะใกล้ กลางหรือไกล”

            “อะ...เออ น่าจะเป็๞ระยะไกลนั้นแหละครับเพราะผมไม่ค่อยถนัดเ๹ื่๪๫การต่อสู้ระยะประชิดเสียเท่าไร...”

            ก็ดูจากนิสัยแล้วก็น่าจะเป็๲ขุนนางที่ได้รับการเลี้ยงดูแบบประคบประงมแน่เลย

            “ถ้าอยากงั้นดวงตาของเธอมองได้ไกลเท่าไร?”

            “อะ...เอ...ไม่แน่ใจเหมือนกันครับ”

            “ในกรณีที่ไม่อาจใช้สายตาได้ดีพอเธอจำเป็๞ที่จะต้องลบตัวตน หากเธอไม่อยากที่จะต่อสู้เธอต้องหลีกเลี่ยงการต่อสู้แทน...”

            การโจมตีระยะไกลนั้นมีความได้เปรียบอยู่แล้วแต่เพราะมันเ๱ื่๵๹ยาก ที่จะสร้างความแม่นย้ำร้อยเปอร์เซ็นต์ในระยะไกลทำให้สุดท้ายแล้วคนส่วนใหญ่จะเลือกที่จะต่อสู้ในระยะประชิดและกลางมากกว่าไกล.....

            “แล้วก็ลองปืนหลายๆแบบดูก่อน จากนั้นถ้าเธอ... เจอกับอาวุธที่ถูกใจ ค่อยศึกษาอีกที”

            “ครับ ขอบคุณที่สั่งสอนผม ครับ อาจารย์”

            “.....”

            นี่เมื่อกี้เราทำอะไรไป...

            “เอ... ไม่เป็๞ไร”

            ‘นี่ๆ อาจารย์อย่างนี้เป็๲ยังไงบ้าง?’

            ทั้งที่...

            ทั้งที่เราคิดว่า.....

            “อาจารย์เป็๞อะไรหรือเปล่าครับ สีหน้าดูไม่ดีเลย”

            ผมพยายามสลัดความคิดน่าสะอิดสะเอียนออกไปก่อนยังก็ตาม ผมน่ะ... ผมน่ะ.....

            “โทษที ขอตัวก่อน.....”

            ผมลุกออกไป... เปิดประตูห้องที่เหมือนหนักอึ้งอย่างน่าประหลาด

            อยากจะอ้วก...

            เรานี่มันขยะชัดๆเลย...ตั้งใจเอาไว้ไม่ใช่หรือไง... ว่าจะไม่ทรยศใคร เหมือนกับที่ตัวเองเคยโดน ทำไม...เราคิดจะทำเหมือนกันที่คนคนนั้นทำกับเราอย่างงั้นเหรอ... ก็รู้อยู่เรามีชีวิตอยู่ได้ด้วยคำโกหก หลอกลวง ทั้งหมดนั้นแหละ ทั้งความรู้สึก หรือความจริงเรามันก็.....

            ถามกับตัวเอง จนลืมไปแล้ว ทำไมคนคนนั้นถึงทำกับเราแบบนั้นทั้งรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ คำสอน.... มันเป็๞เพียงของปลอมอย่างงั้นเหรอ....

            ทั้งที่เราก็พร้อมที่จะทำทุกอย่างอยู่แล้ว.....

            เพื่อสันติน่ะ...เพื่อความฝันของท่านพ่อและท่านแม่.....

            หรือคนคนนั้น..... คิดจะฆ่าเรากันแน่...