นครนิวยอร์ก
“พ่อคุณคิดว่าฉันไม่รู้ความคิดของคุณเหรอ?”
ด้านหน้าไมเคิล
สาวสวยผมทองสลวยหน้าอกโตทําเสียงฟุดฟิดแล้วมองพ่อของเธอด้วยดวงตาที่ไม่พอใจ
“ใจเย็นสิ ลูกยังไม่เห็นคนที่จะมาเลยนะจะรีบร้อนไปไหน?”
“อีกอย่างหนึ่งมันก็แค่งานพาทัวร์ไม่เห็นจะเสียหายอะไรเลย”
“กลับกัน หากเป็ผู้ชายหล่อๆนิสัยดีเราจะไม่รวยไปตลอดชาติเลยเหรอ?”
อาเนียพูดไม่ออก!
เธออยากจะบอกพ่อว่าเขาแกล้งโง่หรือไง
คุณก็รู้ว่าคนที่มีเงินพอที่จะมัดจําหนึ่งล้านดอลลาร์ได้หากไม่ใช่คนแก่หรือวัยกลางคนก็ต้องเป็พวกหน้าโหด
แล้วแบบนี้ยังจะคาดหวังอะไรอีก?
อีกอย่างต่อให้มีผู้ชายหล่อหรือหน้าตาดีอยู่จริงๆมันจําเป็ไหมที่เธอจะต้องชอบเขา?
เธอเองก็มีศักดิ์ศรีและความเป็ตัวเธออยู่เหมือนกันนะั้แ่ยังเรียนอยู่แล้ว เธอได้ปฏิเสธบรรดาผู้ชายที่เข้ามาสารภาพรักไปนับไม่ถ้วน
บอกได้ว่าหากไม่ใช่คนที่เธอต้องตาต้องใจจริงๆ
ต่อให้หล่อแค่ไหนหรือระดับสามีแห่งชาติ
ก็อย่าหวังจะได้หัวใจของเธอไปครอง!
เวลาผ่านไปช้าๆ
อาเนียฟังพ่อเธอพล่ามจนเริ่มรู้สึกเบื่อและเสียใจเล็กน้อยที่เธอเลือกมาทํางานกับรัฐบาล
ทําให้เธอต้องเจอกับพ่อเธออยู่หลายครั้งและฟังเื่เลอะเทอะอีกนับไม่ถ้วน
โชคดีที่ตอนนี้
ใครคนหนึ่งก็ได้เปิดประตูเข้าสํานักงานมาทําให้พ่อของเธอหยุดพล่ามได้สําเร็จ
พอเธอหันไปมองก็มีความประหลาดใจอยู่บนใบหน้าของเธอ
ชายหนุ่ม?
แถมยังหน้าตาดีอีกด้วย?
เป็ไปได้ยังไงเขาเป็คนดําเนินเื่แทนให้พวกคนแก่ๆที่อยู่เื้ัรึเปล่า?
อาเนียสงสัย
ขณะเดียวกันไมเคิลที่มีประสบการณ์อันโชกโชนก็เริ่มทักทาย
ไต๋จุนที่เดินทางมาเกือบยี่สิบชั่วโมงยิ้มทักทายกลับด้วยภาษาอังกฤษ
อาเนียเดินไปชงกาแฟแล้วนํามาเสิร์ฟให้กับพวกเขา
ตอนนี้.
ประเด็นหลักจึงถูกเริ่มขึ้น
“คุณไต๋จะเป็ไรไหมที่ก่อนการซื้อขายและพาทัวร์ ฉันอยากจะทราบตัวตนของคุณ?” ไมเคิล
เขาไม่เชื่อแน่ๆว่าคนหนุ่มเช่นนี้จะสามารถหาเงินได้เป็จํานวนมากโดยที่ไม่มีชื่อเสียงอะไรเลย
แถมยังมีจุดประสงค์ที่แตกต่าง และสูงมาก
นั่นคือการซื้อเกาะที่มีราคา 99แสนล้านดอลลาร์
เช่นนั้นถ้าเขาไม่อยากรู้เลยก็คงจะเป็เื่แปลกแล้ว
“ตัวตนของฉัน? ง่ายมาก อนาคตคนที่รวยที่สุดในโลก!”
ถูกถาม
ไต๋จุนก็แสร้งหัวเราะไม่รู้ว่าเขาจริงจังหรือเล่นๆไปงั้น
แต่ทั้งหมดล้วนเป็การแสดงที่เขาเตรียมมาอย่างดีทั้งนี้มันจะเป็การโกหกได้ยังไง
ในเมื่ออนาคตนี้ตัวตนของเขาจะกลายเป็คนที่รวยที่สุดในโลก?
ชั่วขณะ.
แม้แต่อาเนียที่จับตาดูการสนทนาและชายหนุ่มอย่างตั้งใจอยู่ก็พลันอดไม่ได้ที่จะหัวเราะคิกคักออกมา
ไมเคิลแสร้งไอแค่กๆ
เขาเองก็เกือบจะหัวเราะเช่นกัน
แต่อีกฝ่ายกําลังจะซื้อเกาะที่มีราคา 99แสนล้านดอลลาร์ หากเป็เช่นนั้นจริงๆ เขาก็จะกลายเป็คนที่รวยที่สุดในโลกอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตามตอนนี้ทุกอย่างยังไม่เกิดขึ้น ทั้งยังมีความเป็ไปได้ที่จะไม่เกิดการซื้ออีกด้วย
ดังนั้นประโยคดังกล่าวจึงเปรียบเสมือนเื่ขําขันที่ทําให้เหล่าผู้คนหัวเราะ
ไต๋จุนที่พอคาดเดาความคิดของพวกเขาได้ก็ไม่ได้ถือสาอะไร
เขาแค่ดําเนินการโดยตรง…
“การได้เห็นก็คือความเชื่อดังนั้นคุณสามารถนําจุดหมายปลายทางที่้าให้ฉันโอนเงินมาได้เลย”
“ฉันจะโอนมันให้เดี๋ยวนี้…”
“อ้อ เผื่อคุณจะเข้าใจผิดฉันไม่ได้เดินทางที่นี่เพื่อซื้อเกาะเพียงแค่เกาะเดียว แต่้าซื้อมันทั้งหมดหมู่เกาะแมรี่ฮาร์ดน่ะ!”
บูม!
เมื่อะเิถูกทิ้งลงมา
สีหน้าของอาเนียและไมเคิลก็เปลี่ยนไป
ทั้งสองคนหยุดหายใจไปชั่วขณะและไม่รู้ว่าจะตอบสนองกับเหตุการณ์นี้ยังไงดี
ซื้อทั้งหมู่เกาะ?
ไม่ทราบว่าพูดจริงหรือพูดเล่น?
ไต๋จุนขมวดคิ้วเล็กน้อยดูเหมือนว่าเขาจะต้องแสดง?
โอเค!
แค่นั้นแหละ-
ไต๋จุนดีดนิ้วพร้อมกับคําพูดที่เหมือนกับพระเ้าว่า
“ไม่แปลกที่พวกคุณจะไม่เชื่อถ้างั้นเอาเงินไปยังจุดหมายเดิมก่อนก็แล้วกัน เกาะหนึ่ง…”
เปาะ!
เมื่อเสียงของการดีดนิ้วจางหายไป
เสียงอันคุ้นเคยในสํานักงานก็ดังขึ้น…
ไมเคิลไม่กล้าเอ้อระเหยเขารีบไปรับโทรศัพท์ พูดคุยไม่กี่คําก็มองไปยังชายหนุ่มด้วยใบหน้าซีดเผือดที่ราวกับเห็นผี
อะไร?
แค่คุณดีดนิ้วจบ เงิน 99 แสนล้านดอลลาร์ก็ถูกส่งมา?
เป็ไปได้ยังไง!
อาเนียที่พอคาดเดาจากสถานการณ์ที่กําลังเกิดขึ้นกับพ่อเธอได้ก็ใเช่นกัน
เธอหายใจแรงจนหน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอยู่หลายครั้ง
จนในที่สุดดวงตาใสแจ๋วของเธอที่มองไปยังชายหนุ่มก็เต็มไปด้วยความอยากรู้มากขึ้น
ชายหนุ่มคนนี้เขาทําได้ยังไง เขาติดอุปกรณ์บางอย่างไว้บนร่างกายรึเปล่า
ไม่เช่นนั้นทําไมแค่ดีดนิ้วก็โอนเงินมหาศาลขนาดนี้ได้สําเร็จ?
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้ยังไง?!
หลายนาทีต่อมา
ไมเคิลที่กลับมาหลังจากพูดคุยโทรศัพท์เสร็จก็ไม่กล้าไม่จริงจังอีกต่อไป
เขารู้ว่าชายหนุ่มตรงหน้าที่รุ่นราวคราวเดียวกันกับลูกสาวของเขานั้นมีความลับอยู่มากมาย
เพราะเมื่อครู่นี้ในการสนทนากับสายจากอีกด้านเขายังได้รับรู้อีกด้วยว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆได้เริ่มเคลื่อนไหวเพื่อตรวจสอบข้อมูลของอีกฝ่ายแล้ว
ทว่า
กลับต้องพบเื่ที่ไม่น่าเหลือเชื่อขึ้นมา…
ไต๋จุนเติบโตมาจากครอบครัวธรรมดามีชีวิตธรรมดาจนถึงเมื่อเร็วๆนี้ที่บริษัทที่เขาก่อตั้งขึ้นได้ล้มละลาย
จากนั้น
ก็เหมือนอย่างที่เป็ในตอนนี้
เขาได้เปิดตัวอย่างน่าใโดยไม่มีใครรู้ความลับของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
ใ!
ไมเคิลยังแอบใกับความเร็วในการสืบค้นข้อมูลของประเทศเป็อย่างมาก
ทั้งนี้เขายังเหลือเชื่ออีกด้วยที่ทางเบื้องบนมีคําสั่งลงมาอย่างรวดเร็วว่าห้ามยั่วยุคนที่ลึกลับนี้
และคอยสังเกตการณ์อยู่ห่างๆไปก่อนจนกว่าที่ทางเบื้องบนจะมีคําสั่งต่อไป
อันตรายมาก!
ไมเคิลนั่งลงแต่ดวงตาที่เขามองไปยังบุคคลด้านหน้ากลับเปลี่ยนไป เขารู้สึกเคร่งขึมมากขึ้นกับการเผชิญหน้าในครั้งนี้
ความลับอะไรกันที่ทําให้อีกฝ่ายมีเงินจํานวนมากขนาดนี้แถมยังเต็มไปด้วยวิธีการที่น่ากลัว
กระทั่งไม่หวั่นต่อสายตาที่จ้องมองจากประเทศทั้งหลายเลยกล้าที่จะเปิดเผยตัวตนด้วยการเริ่มซื้อเกาะอีกด้วย
นี่มัน…
ชักจะมีเงื่อนงําเข้าไปใหญ่ซะแล้วสิ!
ไมเคิลสูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่แล้วยิ้มว่า
“คุณไต๋ตอนนี้ทางเราได้ทราบแล้วว่าเจตนารมณ์ของคุณเป็เื่จริงดังนั้นหากไม่ลําบากคุณมาก คุณก็สามารถส่งเงินมายังจุดหมายปลายทางเดิมได้เลย”
“แสดงว่าประเทศทั้งหลายที่อยู่รอบๆมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือได้ทําข้อตกลงกันเอาไว้แล้วสินะ?”
ไต๋จุนเลิกคิ้วถาม
ถ้าเขารู้สิ่งนี้แต่แรกเขาจะทําให้เสร็จไปเลยในทีเดียว
โอนเงินทั้งหมด!
ไมเคิลที่ได้ยินก็ยิ้มแห้งๆแล้วรอดูการเคลื่อนไหวต่อไป…
เปาะ!
ไต๋จุนไม่รีรอ เขาดีดนิ้วแล้วพยักหน้า
“เรียบร้อย คุณสามารถตรวจสอบเงินทั้งหมดได้ในทันที”
“...” ไมเคิล
“...’ อาเนีย
…
รับโทรศัพท์อยู่นาน
ในที่สุดไมเคิลก็กลับมาด้วยร่างกายที่สั่นสะท้าน
ใครจะไปคิดกันล่ะว่าทั้งหมดนี้จะเป็เื่จริง…
หมู่เกาะแมรี่ฮาร์ดทั้งหมดถูกซื้อด้วยตัวคนๆเดียว!
และใน่เวลาดังกล่าวนี้…
อาเนียและไมเคิลสองพ่อลูกมองหน้ากันอย่างรู้ใจ…
โลกนี้กําลังจะบ้า
หรือบ้าไปแล้วกันแน่?!