ตอน 3 ผูกสัมพันธ์
-พรึ้บๆๆ-
เสียงแฟลชกะพริบจ้า สายระโยงระยางล้อมที่เกิดเหตุ ผ้าขาวคลุมปกปิด นักข่าวหลายสำนักรวมตัวกันสืบสาวหาสาเหตุของโศกนาฏกรรมหลอน มุมเสาร์ที่ไกลออกไป ยังคงเป็ยายเฒ่าคนเดิม ยืนยิ้มให้กับร่างไร้ิญญาที่นอนจมกองเื...
"ฮัลโหลอาป๊า ผมจะทำไงดี ผมก็แค่อยากจะสั่งสอนเธอ เพราะอารมณ์ชั่ววูบที่ทำลงไป ไม่คิดว่าเธอจะตาย" ตั้วหานอยู่ในคอนโดปิดตาย สวมฮู้ดคลุมหัวปิดหน้า ตื่นตัวอยู่ตลอดเหมือนคนบ้า...
"การตายของยัยนางแบบนั่น เป็ฝีมือแกใช่ไหม " มาเฟียใหญ่ถามกลับด้วยน้ำเสียงดุๆจากปลายสาย
ต้นทางอย่างเขานิ่งเงียบไม่มีเสียงพูด เหมือนว่ามีอะไรบางอย่างอุดปาก มีเพียงเสียงอู้อี้ดังจากลำคอเท่านั้น นั่นมันก็มากพอที่จะทำให้คนเป็พ่อกังวลใจ
"เอาล่ะๆ นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่แกฆ่าคนตายสักหน่อย ทำไมต้องกลัวขนาดนั้น ฉันจะรีบสั่งคนไปรับแก หนีออกไปกบดานต่างประเทศสักพัก กฎหมายที่นี่ฉันคุมเอง" ชุนลิ่วเริ่มเป็ห่วงลูกชายคนเดียวขึ้นมาซะดื้อๆ สั่งให้ลูกน้องเข้าพาตัวของเขาหนีออกนอกประเทศ พร้อมเงินสดหนึ่งเป้ เพียงพอสำหรับใช้ชีวิตฟุ่มเฟือยที่ลอนดอนสัก 3 เดือน...
ในขณะเดียวกัน... แม้การตายของนางแบบสาวแฟชั่นนิสต้าเบอร์หนึ่งของจีนจะเกิดขึ้นกะทันหันและไร้เงื่อนงำของหลักฐาน
ทุกสำนักข่าวทำงานกันอย่างหนักร่วมกันโดยไม่ได้นัดหมาย เพราะครั้งยังมีชีวิตเธอเป็ที่รักของทุกคน...
โดยทุกสื่อพุ่งชี้เป้าไปที่อดีตคนรักของเธอที่มีข่าวเสียหายระหองระแหง นั่นอาจเป็ชนวนเหตุที่นำมาซึ่งการลงมือก่อเหตุในครั้งนี้
เกิดเป็คดีโด่งดังได้ไม่นาน ความพยายามกลับไม่เป็ผล เื่นี้ค่อยๆเงียบซาลงตามเวลา
เพราะอิทธิพลมืดจีนเทาปกคลุมแม้กระทั่งกฎหมายคอยปิดปากทุกชนชั้น พูดง่ายๆคือเ้าพ่อมาเฟียตระกูลเกา เคลียร์ทางให้ลูกสายจอมเสเพลจนใสสะอาด
คริสต์ศักราช 618 ยุคสมัยราชวงศ์ถัง
หลี่หยวน หรือ ฮ่องเต้พระนามว่า ถังเกาจู สืบเนื่องมาจากรัชสมัยของราชวงศ์สุย ครั้งนั้นยังเป็เพียงขุนนางยศใหญ่
ไหนเลยจะคิดเป็จักรพรรดิ ครั้นว่าหลี่หยวนชนะศึกอย่างต่อเนื่อง ยึดครองหลายราชธานี ภายหลังแยกตัวและสถาปนาตนเป็อิสระจากราชสำนักของราชวงศ์สุย นำมาซึ่งยศศักดิ์เทียมหยางตี้ สร้างสัมพันธมิตรร่วมใช้ฉางอานเป็เมืองหลวงร่วมกัน
รัชศกหลี่หยวน ปีหนึ่ง เดือนสาม จักรพรรดิถังเกาจูขึ้นครองราชย์ ตรงกับฤดูหนาวของจีน...
หิมะแรกตกขุยค้างถนน ขาวโพลนทั่วนครฉางอาน
บ้านเมืองอบอุ่น ความผาสุกนำพา ขุนนางเล็กๆถูกอวยยศ สกุลหรานเป็หนึ่งในจวนใหญ่ที่ถูกเชื้อเชิญเข้าร่วมงานเลี้ยง
ปีนั้นทุกยศชื่นมื่น พร้อมพรักรับใช้ฮ่องเต้พระองค์ใหม่
"ทุกท่าน จงดื่มให้เต็มที่ ไม่เมาไม่เลิกรา"าาพระองค์ใหม่ติดดินสมถะ อาภรณ์สีตุ่นกลมกลืนผู้คน เรียบง่ายเยี่ยงปุถุชน ยกจอกเหล้าชูดื่ม รับรสขมร้อนแผ่ซ่านกระอวลปาก "อืม เหล้าดีๆ " คำพูดสั้นๆแต่แสนอบอุ่น ชวนให้คนไว้วางใจ
ไม่เพียงเท่านั้นฮูหยินและบุตรตัวน้อยของเหล่าขุนนางยังได้รับการต้อนรับอย่างดี แบ่งโซนเด็กเล็กและผู้ใหญ่ชัดเจน...
หรานเฮ่าฉินวัย 8 ขวบ พูดจาเจื้อยแจ้ว มีเสียงไพเราะทอดยาวติดต่อเรื่อยไปไม่ขาดระยะ เด็กชายตัวน้อยจอมวายร้าย ฉลาดแกมโกง วิ่งเข้าหาบิดาแต่ไร้ผล เขายืนยักมือเท้าสะเอวเลือกคนพึ่งพิง เด็กผู้ไม่รู้ความกระตุกชายอาภรณ์สีตุ่นของพระองค์เกาจูเพราะเข้าใจว่าเขาคือข้าทาสบ่าวเรือน หารู้ไม่ว่านั่นคือกษัตริย์พระองค์ใหม่...
"ท่านลุงๆ ท่านช่วยหยิบดอกไม้ให้ข้าได้หรือไม่" น้ำเสียงไพเราะจับใจ กะพริบตาปริบๆสามหน เอาชนะใจผู้เฒ่านักรบ...
ขุนนางหรานหน้าซีดปากเหี่ยวมือสั่น สุราในจอกแทบร่วงมือ กล่าวตำหนิบุตรชายตัวแสบสุดตัว "เฮ่าฉิน เหตุใดเ้าหยาบคายถึงเพียงนั้น อยากเห็นสกุลหรานหัวขาดเจ็ดชั่วโคตรหรือไร!!" ผู้ใหญ่ตีเด็กกลางงานด้วยฝ่ามือ น่าประหลาดใจที่หรานเฮ่าฉินไม่อ้าปากร้องสักแอะ แต่เขากลับปากคอเราะร้าย สั่งสอนบิดาต่อหน้าคน ฉายแววดาวร้ายั้แ่แปดขวบ
"ท่านพ่อ อายุมากป่านนี้แล้ว เหตุใดท่านไม่เข้าใจผู้อื่น หากข้าจำไม่ผิด ท่านก็เคยเป็เด็กเช่นข้ามิใช่หรือ" ไม่น่าเชื่อว่านี่คือคำพูดของเ้าตัวแสบ ฮ่องเต้เกาจูอดรนทนไม่ไหวที่จะหัวเราะออกมา ประโยคเมื่อครู่ถูกใจฝ่าายิ่งนัก
"ไอ๊หย๊า!!! ขุนนางหราน ท่านอย่าเคร่งขรึมเกินไปหน่อยเลย เด็กน้อยก็เหมือนผ้าขาว ท่านไม่ควรแต้มสีใส่จนเขาเสียตัวตน" ตาเฒ่าใจดีเอ็นดูวายร้ายตัวแสบประหนึ่งเป็ลูกเป็หลาน เขาโค้งย่อตัวลงต่ำเพื่อถามความ้าของเด็ก กระทั่งจับใจความว่า... เขา้าดอกไม้งามในแจกัน วานให้ผู้ใหญ่ร่างสูงเอื้อมมือหยิบจับให้สักหน่อย
เด็กชายคนนี้จะเอาดอกไม้ไปทำไมกัน คงไม่ใช่ว่าส่อแววนอกรีตหรอกนะ นี่เป็ความคิดชั่ววูบแอบแล่นเข้ามาในหัวจักรพรรดิผู้ใจกว้าง
อีกฟากฝั่งของงานเลี้ยง โซนเด็กวุ่นวายอึดอัด
คุณหนูซ่งรุ่นราวคราวเดียวกัน แต่นางนั้นแตกต่าง เด็กน้อยร้องไห้แจ บ้างหยิบกินขนมมุมมาม วิ่งเล่นปรี่ไปทั่วงาน ดูวุ่นวายไม่น้อย...
จุดที่ทำให้หรานเฮ่าฉินสะอาดตาจนไม่อยากลดละ คงจะเป็คุณหนูสกุลซ่ง (ซ่งอิงเว่ย) นั่งสงบจับพัดเล็กๆตวัดโบกใบหน้า ยิ้มแย้มอ่อนหวานเหมือนนาง์ตกจุติฟ้า... คนเ้าคิดเ้าแค้นเ้าแผนการอย่างเขาหาวิธีเอาใจสตรีั้แ่เด็ก ความโรแมนติกไม่น้อยหน้าหนุ่มใหญ่ นำดอกไม้หลากสีที่เขาจงใจร้องขอ ยื่นให้คุณหนูส่งด้วยความหาญกล้า.. ."แม่นางข้ามอบให้เ้า"
ผู้ใหญ่ต่างจับจ้อง เห็นแล้วว่าพฤติกรรมของเขาฉลาดเกินวัย ฝ่าาทรงพึงใจ กล่าวจับจองตัวเสนอขัดเกลาให้เป็ยอดขุนนางใหญ่รับใช้บ้านเมืองในอนาคต "อะฮ่า ขุนนางหราน บุตรชายของท่านผู้นี้ร้ายกาจเกินวัย ไม่ทราบว่าท่านมีวิธีสั่งสอนอย่างไร ถึงได้บุตรนิสัยเช่นนี้"
การกระทำเล็กๆของเขาเป็เื่ใหญ่ที่หารือได้ไม่จบไม่สิ้นในวงสุรา...
"ภายภาคหน้า หากไม่มีอะไรผิดพลาด ข้าจะให้เขาเป็ราชบุตรเขย แต่งกับ หงเจียง"
*ถังหงเจียง องค์หญิงใหญ่ยศสูง บุตรธิดาคนแรกของ จักรพรรดิ ถังเกาจู*
หรานเฮ่าฉินได้ยินผู้ใหญ่คุยกันเสียงดัง วิ่งตัดหน้าถังหงเจียงแบบไม่แยแสแม้แต่หางตา ปรี่หาขุนนางหราน พร้อมพูดฉะฉานชวนอึ้ง
"ท่านพ่อ ข้าจะแต่งกับนางเท่านั้น" ช่างรู้ความตามประสา เขากรีดชี้นิ้วไปที่คุณหนูซ่งที่กำลังโบกพัดจับปิ่นอย่างมึนงง
ไม่สาแก่ใจ เ้าเด็กผีตัวแสบวิ่งกลับไปหานางอย่างตั้งใจ จูงมือสตรีที่เงียบเชียบเข้าหาบิดามารดา ชัดเจนแน่วแน่มีเป้าหมายหลักั้แ่วัยเยาว์
"แต่งกับข้า... พูดสิว่าแต่งกับข้า ไม่งั้นข้าจะตีเ้า!!! " ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องเอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยกล ก็ต้องเอาด้วยแรง หรานเฮ่าฉินแอบหยิกนางน้อยจนร้องไห้แจ
- แง... แง๊ ๆๆๆ - ซ่งอิงเว่ยร้องไห้จ้ากับความโผงผางไร้มารยาทของเขา... เด็กเท่านาง ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าการแต่งงานคืออะไร ตอบตกลงแบบขอไปทีเพราะกลัวโดนรังแก
"ดี ดี!!! ดีจริงๆ มาร่วมงานเลี้ยง กลับได้พันธมิตร จากนี้สกุลซ่งกับสกุลหราน คงจะได้เป็อันหนึ่งอันเดียวกัน "
"มิสู้ว่า หมั้นหมายไว้ั้แ่ตอนนี้ ภายภาคหน้าเมื่อถึงเวลาสมควร สกุลหรานค่อยยกของมงคลมาสู่ขอนาง เป็อย่างไรขุนนางหราน" บิดาของซ่งอิงเว่ยพูดจาทาบทาม ในเมื่อสองสกุลทำข้อตกลง คำสัตย์นั้นย่อมต้องเป็ไปไม่อาจผิดคำพูดตามธรรมเนียม โดยมีฝ่าาทรงเป็พยาน
ั้แ่นั้นเป็ต้นมา ถือว่าการหมั้นหมายของสองสกุลถูกผูกเกี่ยว สร้างพันธะต่อกันไปโดยปริยาย
ค่ำคืนที่แสนครึกครื้นและอลเวงนี้ จบลงด้วยเสียงหัวเราะและรอยยิ้มที่ไม่เหือดแห้ง หรานเฮ่าฉินผูกใจรัก ยกนางให้เป็ผู้เดียวในใจ หมื่นปีไม่มีเสื่อมคลาย
แม้ภายนอกหน้าต่างนั่นจะถูกหิมะปกคลุมตกเฉียงต่อเนื่องชวนให้เหน็บหนาว แสงสว่างเล็กๆภายในใจที่ก่อเกิดเหมือนเตาผิงเสริมใจคนให้ความอบอุ่นราวปาฏิหาริย์
หลายปีต่อมา...
ฤดูกาลผันเปลี่ยนไวกว่าใจคน
ทว่าหรานเฮ่าฉินผู้นี้จิตใจแน่วแน่ คลั่งรักไม่เปลี่ยนแปลง
อายุอานามเหมาะสมแก่ราชการ ปีนี้เขาอายุเพียง 20 ต้นๆ (22 ปี) แต่ความสามารถรุดหน้าไปไกล ไม่เป็รองใคร โดดเด่นที่สุดในรุ่น...
ทว่า... ซ่งอิงเว่ย สตรีที่เคยอ่อนโยนในสายตาเขา กลับกลอกเปลี่ยนแปลงเป็คนละคน...